Bank & Insurance


ทีเอ็มบีธนชาต แต่งตั้ง “ฐากร ปิยะพันธ์” ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่ ดูแลกลุ่มธุรกิจ ลูกค้าบุคคล

posted May 3, 2022, 1:17 AM by Maturos Lophong


ทีเอ็มบีธนชาต แต่งตั้ง “ฐากร ปิยะพันธ์” ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่ ดูแลกลุ่มธุรกิจ

ลูกค้าบุคคล ร่วมขับเคลื่อนธนาคารเพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย


กรุงเทพฯ 3 พฤษภาคม 2565 -- ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) แต่งตั้ง นายฐากร ปิยะพันธ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่ ดูแลกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 โดยรับผิดชอบดูแลกลุ่มธุรกิจและส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าบุคคลเป็นหลัก ได้แก่ กลุ่มลูกค้าบุคคล กลุ่มการตลาดและประสบการณ์ลูกค้า Process Transformation และ Organization Transformation รวมไปถึงบริษัทในเครือ ได้แก่ ทีทีบี โบรกเกอร์ และ ทีทีบี คอนซูมเมอร์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนทีเอ็มบีธนชาตสู่การเป็นผู้นำด้านการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทยทั้งในวันนี้ และอนาคต หรือ “The Bank of Financial Well-being”



นายฐากร เป็นผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทางด้านการเงิน การธนาคาร มากว่า 20 ปี โดยเฉพาะประสบการณ์ทางด้านธุรกิจลูกค้าบุคคล ทั้งผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Primary Banking รวมไปถึงการดำเนินงานด้าน Digital Transformation ให้กับองค์กร



ในฐานะ ผู้จัดการใหญ่ ดูแลกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดและยังเป็นกลุ่มที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่แตกต่างและหลากหลาย มีรายละเอียดที่ซับซ้อน ทั้งยังเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง นายฐากรจะเป็นผู้ร่วมนำทัพทีเอ็มบีธนชาตในการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าบุคคลผ่านการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกความต้องการ รวมถึงการยกระดับประสบการณ์ทางการเงินและการบริการให้ดียิ่งขึ้น



นอกจากนี้ นายฐากร จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ด้วยความรับผิดชอบในส่วนงาน Transformation เพื่อให้ทีเอ็มบีธนชาตก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความท้าทายรอบด้านได้อย่างมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน

MAAI by KTC ผนึก MAX Card ผสานความแกร่งด้านการสร้างความสัมพันธ์สมาชิก

posted Apr 20, 2022, 1:19 AM by Maturos Lophong   [ updated Apr 20, 2022, 1:26 AM ]

MAAI by KTC ผนึก MAX Card ผสานความแกร่งด้านการสร้างความสัมพันธ์สมาชิก

ด้วยทางเลือกใหม่สำหรับการแลกเปลี่ยนคะแนน


“เคทีซี” เดินหน้านำทัพ “MAAI by KTC” ผนึกพันธมิตร ดึงจุดแข็งสร้างการเติบโตร่วมกัน ล่าสุดจับมือ “MAX Card” ผสานความแข็งแกร่ง ก้าวสู่การเป็นลอยัลตี้ แพลตฟอร์ม ระบบสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกในการสะสมคะแนนแบบพร้อมใช้ครบวงจร ด้วยคอนเซ็ปต์การตลาด “เมื่อ 1+1 ได้มากกว่า 2” สมาชิกสามารถเลือกโอนคะแนนระหว่าง MAX Point และ MAAI Point เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ที่มากมายกว่าเดิม ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกพร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีในการแลกคะแนนให้กับสมาชิก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล





นางประณยา นิถานานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – การตลาดบัตรเครดิต "เคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซียึดหลักกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตร (Partnership Marketing) มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเคทีซีได้เปิดตัว “MAAI by KTC” ลอยัลตี้ แพลตฟอร์ม ระบบสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกในการสะสมคะแนน เพื่อมุ่งเน้นให้เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนพันธมิตรในการทำ CRM (Customer Relationship Management) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการดึงจุดแข็งของระบบเทคโนโลยีการจัดการคะแนน KTC FOREVER มาเป็นต้นแบบ ประกอบกับจำนวนพันธมิตรที่เคทีซีมีอยู่ในหลากหลายธุรกิจอุตสาหกรรม ช่วยส่งเสริมให้ MAAI by KTC สามารถต่อยอดให้การสร้างความผูกพันผ่านคะแนนสะสมของธุรกิจพันธมิตรแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าทั้งด้านต้นทุน เวลา และการบริการจัดการ เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างกันไม่เพียงหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองเท่านั้น แต่เป็นการขยายเครือข่ายพันธมิตรให้มีความ “มากมาย” ยิ่งขึ้น”



“สำหรับความร่วมมือระหว่าง MAAI by KTC และ MAX Card เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความแข็งแกร่งให้ Eco System ของทั้งสององค์กร เคทีซีและพีทีจีเป็นพันธมิตรธุรกิจมาอย่างยาวนาน เราร่วมกันมอบสิทธิประโยชน์ผ่านแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และในวันนี้ การที่ MAX Card ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MAAI by KTC ถือเป็นอีกความร่วมมือที่เรามีเป้าหมายร่วมกัน คือมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำการตลาดร่วมกัน เป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของฐานสมาชิกของเราทั้งคู่ เมื่อสมาชิกสามารถแลกคะแนนกัน นั่นหมายความว่าสมาชิกจะมีอิสระมากขึ้น สามารถสะสม โอน แลกรับสิทธิพิเศษได้จากทั้ง 2 ฝ่าย ครอบคลุมแทบทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นหมวดร้านอาหารที่เรามีพันธมิตรครอบคลุมหลากหลาย อาทิ บุฟเฟ่ต์ หรือ คาเฟ่ หมวดโรงภาพยนตร์ อาทิ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ เอสเอฟ ซีเนม่า หรือหมวดท่องเที่ยว อาทิ การให้บริการจองตั๋วเครื่องบิน หรือบริการการท่องเที่ยวกับ KTC World Travel Service ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของเราแข็งแกร่งขึ้น และสมาชิกจะได้รับผลประโยชน์ที่ตรงใจและสร้างให้เกิดความผูกพันกับองค์กรในระยะยาว”

นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือพีทีจี เอ็นเนอยี กล่าวว่า “การเป็นพันธมิตรกับ MAAI by KTC ครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกขององค์กรชั้นนำระดับประเทศที่มาร่วมกันด้วยเป้าหมายเดียวกันเพื่อทลายข้อจำกัดด้านสิทธิประโยชน์แก่สมาชิกอย่างแท้จริง มุ่งสร้างทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิก Max Card ที่ปัจจุบันมีกว่า 17 ล้านสมาชิกทั่วประเทศ และในปี 2565 นี้ เราตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านสมาชิก ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าสมาชิก Max Card ส่วนใหญ่มีการใช้บริการส่วนลดและแลกคะแนนสะสมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผสานเข้ากับ MAAI by KTC ที่มีความโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์แพลตฟอร์มแบบพร้อมใช้ครบวงจรและมีฐานลูกค้าลอยัลตี้ที่แข็งแกร่งจะสามารถแบ่งปันและสร้างประสบการณ์พิเศษไม่สิ้นสุดแก่ลูกค้าสมาชิกในการสะสม โอน แลกรับสิทธิพิเศษได้จากทั้ง 2 ฝ่าย ครอบคลุมทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็น แลกคะแนนสะสมใช้เป็นส่วนลดการเติมน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันพีที บริการ Max Service บริการช่วยเหลือจัดส่งน้ำมันฉุกเฉิน รวมไปถึงส่วนลดจากพันธมิตร ในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม โรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทำให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น และทำให้ทั้งสององค์กรเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

ข้อมูลสำหรับบรรณาธิการ:

MAAI by KTC: “มาย” มาจากคำว่ามากมาย มากมายด้วยสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ เป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งและเชี่ยวชาญของเคทีซี ในการทำระบบคะแนนสะสม MAAI เป็นการบริการในรูปแบบ B2B ในการทำลอยัลตี้ แพลตฟอร์มแบบพร้อมใช้ และครบวงจร ตอบโจทย์ในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน CRM ในยุคดิจิทัล ให้บริการครอบคลุมเรื่องการบริหารจัดการสมาชิก การบริหารจัดการเรื่องระบบคะแนนสะสม ซึ่งเราให้บริการทั้งในกรณีที่ธุรกิจมีคะแนนสะสมของตนเอง (Native Point) หรือจะสามารถใช้ MAAI Point มาเป็นเครื่องมือในการทำ CRM ได้ รวมไปถึงการให้บริการการจัดการเรื่อง e-coupon เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิก โดยสมาชิกที่มี MAAI Application สามารถรวบรวมคะแนนจากเครือข่ายสมาชิกของ MAAI มาไว้ในที่เดียว เพื่อความสะดวกและเกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้คะแนนมากขึ้น

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศแต่งตั้ง กฤษณ์ จันทโนทก ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ คนใหม่

posted Apr 5, 2022, 1:05 AM by Maturos Lophong




ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศแต่งตั้ง กฤษณ์ จันทโนทก

ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ คนใหม่

นำทัพเสริมความแข็งแกร่ง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน มีผล 1 ส.ค. 2565


ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศแต่งตั้งนายกฤษณ์ จันทโนทก ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) คนใหม่ มีผลในวันที่ 1 สิงหาคม 2565


ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย นายกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภายหลังการประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ และได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา เพื่อให้การบริหารจัดการของกลุ่มธุรกิจทางการเงินไทยพาณิชย์บรรลุเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ยานแม่ ที่มุ่งยกระดับสู่การเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินระดับภูมิภาคตามที่ได้วางไว้ คณะกรรมการธนาคารจึงได้มีการพิจารณาปรับผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ของธุรกิจ เพื่อให้การบริหารงานมีความต่อเนื่อง และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีมติจากที่ประชุมเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 แต่งตั้งคุณกฤษณ์ จันทโนทก ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ การดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารของคุณกฤษณ์ จะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม 2565 ที่จะถึงนี้”





“คุณกฤษณ์ เป็นผู้มีความเหมาะสมและมากด้วยประสบการณ์ คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจการเงินการธนาคาร ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง รวมถึงธุรกิจประกัน โดยก่อนจะมาร่วมงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ คุณกฤษณ์ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย จำกัด และเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจตลอดมา คุณกฤษณ์จะนำเอาความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนความเข้าใจในธุรกิจอย่างลึกซึ้งมาช่วยสานต่อแผนยุทธศาสตร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ในการเป็นธนาคารที่ดียิ่งขึ้น หรือ To Be A Better Bank ได้อย่างแข็งแกร่ง และสามารถสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับธนาคารไทยพาณิชย์ต่อไป” ดร.วิชิต กล่าวเสริม



“และภายใต้โครงสร้างการบริหารจัดการใหม่นี้ คุณอาทิตย์ นันทวิทยา จะพ้นจากการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 และยังคงดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ส่วนผู้จัดการใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ 3 ท่าน ได้แก่ คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ คุณอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ และดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ จะพ้นจากตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของธนาคาร ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ซึ่งปัจจุบันผู้จัดการใหญ่ทั้ง 3 ท่านดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินไทยพาณิชย์ ได้แก่ บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด บริษัท ออโต้ เอกซ์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ตามลำดับ”



“การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงครั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นภารกิจสำคัญในการนำพากลุ่มไทยพาณิชย์สร้างมูลค่าจากธุรกิจใหม่ให้มีขนาดที่มีนัยยะสำคัญ รวมถึงการสร้างฐานลูกค้าในระบบให้ได้ 200 ล้านคน พร้อมทั้งนำพาธุรกิจของกลุ่มฯ ออกสู่ต่างประเทศ และการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก เพื่อยกระดับองค์กรสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินระดับภูมิภาค ที่สามารถตอบสนองความต้องการใหม่ของผู้บริโภค และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลกได้อย่างทัดเทียมและทันท่วงทีตามเป้าหมายที่ได้วางไว้” ดร. วิชิต กล่าวทิ้งท้าย

KKP Economic Forum ชี้ไทยถึงจุดพลิกผัน ต้องบ่มเพาะนวัตกรรมจากภายใน ตั้งรับโลกแตกขั้ว-แย่งพลังงาน

posted Apr 4, 2022, 11:54 PM by Maturos Lophong



KKP Economic Forum ชี้ไทยถึงจุดพลิกผัน

ต้องบ่มเพาะนวัตกรรมจากภายใน ตั้งรับโลกแตกขั้ว-แย่งพลังงาน



(2 เมษายน 2565) กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร(KKP) ร่วมกับสำนักข่าวเดอะ สแตนดาร์ด จัดงานสัมมนาใหญ่ในวาระครบรอบ 50 ปีของกลุ่มธุรกิจฯ “THIS IS THE END OF THE LINE สถานีต่อไปของเศรษฐกิจไทย สร้างใหม่อย่างไรดี” วิเคราะห์ประเทศไทยติดหล่มกับดักรายได้ปานกลาง ท่ามกลางการแตกขั้วของการเมืองโลก การพลิกผันของเทคโนโลยีที่เคยเป็นจุดขายของประเทศ และการปฏิวัติอุตสาหกรรมพลังงานรอบใหม่จากภาวะโลกร้อน แนะยกระดับศักยภาพการแข่งขันและทักษะแรงงานผ่านการศึกษา ตลอดจนการวิจัยและพัฒนา เพื่อกระตุ้นนวัตกรรมจากภายในประเทศ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีเสวนา ของผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และเสนอแนะแนวทางออกแบบสถานีต่อไปของเศรษฐกิจไทย ในรูปแบบ Virtual Conference



นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวระหว่างการเปิดงานสัมมนาว่า “กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรได้จัดทำหนังสือ 50 Years: The Making of the Modern Thai Economy เพื่อสำรวจพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยในระยะเกินกว่า 50 ปีที่ผ่านมา และพบว่าหากใช้เกณฑ์เป้าหมายของการพัฒนาประเทศที่ควรจะต้อง ‘มั่งคั่ง ทั่วถึง และยั่งยืน’ ประเทศไทย ยังต้องเร่งฝีเท้าขึ้นอีกมาก เพราะในมิติความ ‘มั่งคั่ง’ ประเทศไทยมีอัตราเติบโตช้ากว่าประเทศที่มีจุดเริ่มใกล้เคียงกันหรือต่ำกว่ามาก ไม่ว่าจีนหรือสิงคโปร์ ในด้านความ ‘ทั่วถึง’ รายได้ของคนในระดับบนร้อยละ 20 และคนระดับล่างร้อยละ 20 ของประเทศ ต่างกันถึง 8 เท่า สะท้อนโอกาสเข้าถึงการศึกษาและทรัพยากรที่ต่างกันอย่างมาก ด้านความ ‘ยั่งยืน’ แม้ประเทศไทยจะมีพื้นฐานดี เศรษฐกิจมีการกระจายตัว แต่การเปลี่ยนผ่านของโลกในมิติของเทคโนโลยี การเมือง และสิ่งแวดล้อม จะทำให้ความยั่งยืนของเศรษฐกิจถูกกระทบ และการตระหนักถึงความเร่งด่วนของปัญหาการพัฒนาที่ยังไม่บรรลุเป้าคือจุดเริ่มของทางออก”




ด้าน นายธีระพงษ์ วชิรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวใน Keynote Presentation หัวข้อ Thailand’s Final Call ว่า “ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาเราได้เดินตามสูตรสำเร็จของการพัฒนามาโดยลำดับ ตั้งแต่การวางโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การพัฒนาอุตสาหกรรม มาจนการเปิดเสรีการเงินและการค้าและบริการ แต่ในขณะเดียวกัน จะพบว่าปัจจัยจากโลกภายนอกเป็นตัวกำหนดความสำเร็จและล้มเหลวของนโยบายเหล่านั้นไม่น้อย เช่น การสนับสนุนของสหรัฐฯ แก่ไทยในช่วงสงครามเย็นกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิกฤตการณ์น้ำมันนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน การหลั่งไหลของเงินทุนไปสู่ตลาดเกิดใหม่เป็นพื้นฐานของวิกฤตต้มยำกุ้ง และการเกิดขึ้นของชนชั้นกลางในจีนทำให้การท่องเที่ยวไทยเติบโต ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ประเทศไทยเดินทางมาสู่จุดพลิกผัน เพราะเติบโตช้าลง และสูญเสียตลาดให้กับเพื่อนบ้าน ในขณะที่เงื่อนไขจากภายนอกอาจไม่เป็นแรงส่งอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการแตกขั้วของการเมืองโลกที่อาจทำให้โลกาภิวัตน์ไหลย้อนกลับ การขาดแคลนพลังงานที่จะทำให้ต้นทุนทุกระดับแพงขึ้น หรือการพลิกผันของเทคโนโลยีที่จะกระทบฐานอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ด้วยเหตุนี้ การพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) และนักท่องเที่ยวอย่างเดิมไม่ใช่คำตอบที่เพียงพอ ประเทศไทยต้องวางรากฐานของนวัตกรรมที่กำเนิดจากภายใน ซึ่งตั้งอยู่บนการศึกษาที่ดีและการขจัดปัญหาคอร์รัปชันที่บั่นทอนการแข่งขันและพัฒนา”




นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีเสวนาอีก 2 เวที ประกอบด้วยเวที Bracing for the Future I: Technology and Climate Change ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) นางสาวปฐมา จันทรักษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และนางสาวสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ แห่ง ‘ป่าสาละ’ และเวที Bracing for the Future II: Geopolitics and Our Politics ซึ่งประกอบด้วย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษา กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และ รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ โดยมีดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัยและ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นผู้ดำเนินรายการ

การจัดสัมมนา “THIS IS THE END OF THE LINE สถานีต่อไปของเศรษฐกิจไทย สร้างใหม่อย่างไรดี” เป็นงานเสวนาด้านเศรษฐกิจของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ซึ่งมุ่งนำเสนอองค์ความรู้ที่จะเปิดโอกาสให้แก่เศรษฐกิจไทย โดยในปีนี้ได้นำเอาประเด็นสำคัญบางส่วนจากหนังสือ 50 Years: The Making of the Modern Thai Economy ที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบ 50 ปีของการก่อตั้งองค์กรมาอภิปรายและขยายผลการรับรู้สู่สาธารณะ นอกเหนือจากการเผยแพร่ไฟล์พีดีเอฟของหนังสือ https://link.kkpfg.com/vqLON และพอดแคสต์ซีรีย์พิเศษ https://www.facebook.com/KiatnakinPhatra/posts/10162054913751151 ในช่วงก่อนหน้านี้

‘มาดามแป้ง’ ย้ำ!! ประกันภัย นะคะ #เชื่อแป้ง ต้อง #เชื่อเมืองไทยประกันภัย

posted Mar 10, 2022, 12:17 AM by Maturos Lophong



‘มาดามแป้ง’ ย้ำ!! ประกันภัย นะคะ #เชื่อแป้ง ต้อง #เชื่อเมืองไทยประกันภัย


มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ชื่อที่ใครหลาย ๆ คนก็คงรู้จัก ผู้หญิงที่นั่งแท่น CEO เมืองไทยประกันภัย ที่มีทั้งความสวย ความเก่งรอบด้าน ยังได้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญอันหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐลิทัวเนียประจำกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีความสามารถอันโดดเด่นในการบริหารงานด้านกีฬา อาทิ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. และ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี



จากภาพคำใบ้ ประโยคชวนสงสัย ‘คำไหน คำนั้น’ ที่เหล่าคนดังได้โพสต์ภาพจนสร้างความฮือฮาบนโลกโซเชียล ล่าสุด “มาดามแป้ง” ได้ออกมาเฉลยว่าเป็น Keyword หนึ่งในแคมเปญ เชื่อแป้ง เชื่อเมืองไทยประกันภัย Season 3 โดยย้ำ!! “ไม่ได้ขายของ แต่อันนี้เป็นของดีเลยกล้ารีวิว ‘ประกันภัย’ นะคะ และถ้าเชื่อแป้ง

ต้องเชื่อเมืองไทยประกันภัยนะคะ” ผ่านยูทูปช่อง “มาดามแป้ง” เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รับชมได้ที่ https://bit.ly/3ttu0Ic





ไม่เพียงเท่านี้ ยังเจอโฆษณาของแคมเปญนี้ทั่วทุกมุมของกรุงเทพฯ และทุกภูมิภาคทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็น เหนือ ใต้ ออก ตก เลยก็ว่าได้ กับภาพความสวย 2 ลุค 2 สไตล์ ใครเห็นแล้วต้องสะดุดตา ไปไหนมาไหนก็จะเห็นป้ายโฆษณาที่มีรูป “มาดามแป้ง” ยืนหนึ่งคู่กับคำว่า “เชื่อแป้ง เชื่อเมืองไทยประกันภัย” และย้ำคำว่า “ประกันภัยนะคะ” ที่สื่อได้สองความหมายคือ “แป้ง” เป็น CEO “เมืองไทยประกันภัย” นะคะ และ เป็นลูกค้า (เมืองไทย)ประกันภัย(กัน)นะคะ


นอกจากนี้ยังได้ ปล่อยคลิปวีดีโออีกตัว ปล่อยเบื้องหลังการถ่ายรูปสวย ๆ บรรยากาศสบาย ๆ กับแฟชั่นเซต

เชื่อแป้ง 3 ด้วยการคัดสรรเสื้อผ้า รองเท้า ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์และความเป็นตัวตนของ CEO หญิงแกร่งท่านนี้ได้เป็นอย่างดี ในคลิป ‘บุกกองแฟชั่นเซต เชื่อแป้ง 3’ ใน รายการตามมาดาม ยูทูปช่อง “มาดามแป้ง” รับชมได้ที่ https://bit.ly/36WqTkv


โดย “มาดามแป้ง” ได้ย้ำอีกว่า “ต้องเชื่อแล้วนะ เชื่อแป้ง เชื่อเมืองไทยประกันภัย บริษัทที่ยืนหนึ่งมา 90 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะผ่านอะไรเราก็จะก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ ทำประกันภัยกันหรือยังคะ ทำที่ #เมืองไทยประกันภัย #ยิ้มได้เมื่อภัยมา”

รับชมคลิปวีดีโอย้อนหลัง หรือติดตามยูทูปช่อง “มาดามแป้ง” ได้ที่ https://bit.ly/3sNNRTC



เมืองไทยประกันชีวิต ประกาศแผนปีเสือ มุ่งเน้นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

posted Jan 31, 2022, 11:25 PM by Maturos Lophong


เมืองไทยประกันชีวิต ประกาศแผนปีเสือ มุ่งเน้นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

เปิดกลยุทธ์ “MTL NEXT TO YOU” ตอบโจทย์ทุกมิติ

ปักธงขึ้นแท่นผู้นำตลาดด้านความคุ้มครองสุขภาพและการบริหารความมั่งคั่ง


นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต ที่ได้ดำเนินธุรกิจเคียงคู่คนไทยครบรอบ 70 ปี ในการส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม อีกทั้งยังเป็นปีที่เมืองไทยประกันชีวิตได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพและการให้บริการรวมถึงยังเป็นผู้นำในการเสนอขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิทัลที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายในรูปแบบเฉพาะบุคคลได้เป็นอย่างดีและได้รับรางวัลทั้งในระดับประเทศและระดับสากลเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จอย่างมากมาย อาทิ รางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)




สำหรับผลการดำเนินงานของเมืองไทยประกันชีวิต ในปี 2564 มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ที่ 10% สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health & CI) มีการเติบโตอยู่ที่ 31% มีสัดส่วนการขายแบบประกันชีวิตประเภทคุ้มครองชีวิตและประกันชีวิตควบการลงทุน (Protection and Investment Portion) สูงถึง 77% ขณะที่มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัย รับใหม่ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Investment Linked Product) อยู่ที่ 1,116% และผลการดำเนินงานของธุรกิจในตลาดภูมิภาค (Regional Company) ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในด้านความแข็งแกร่งและด้านเสถียรภาพทางด้านการเงิน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating) จาก S&P Global Ratings อยู่ที่ระดับ BBB+ โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพ และจากฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) อยู่ที่ ‘A-‘ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ที่ ‘AAA(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพถือเป็นอันดับเครดิตในระดับประเทศที่สูงที่สุด และยังมีความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งโดยสะท้อนจากอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนสูงกว่า 300% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่ 120%




นายสาระ กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2565 เมืองไทยประกันชีวิตตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติ (Sustainable Growth) โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจและตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด ที่มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถของช่องทางการขายเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Distribution Capabilities Enhancement to Grow Sustainably) การนำเสนอและประสบการณ์ที่ดี แก่ลูกค้า (Excellent Customer Experience) การพัฒนากระบวนการทำงานในทุกด้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสอดรับโลกยุคใหม่ (Operations Transformation) การขยายธุรกิจและบริการผ่านพันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ (Ecosystem Orchestrator) การเป็นองค์กรที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการพัฒนาประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการแก่ลูกค้า (Digitalized and Data-Driven Organization) การขยายธุรกิจไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพในต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศอาเชียน และขยายสู่ธุรกิจที่มีโอกาส เติบโตสูงและส่งเสริมธุรกิจ (Expansion in the Regional Markets and Adjacent Industries) การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และการมีธรรมาภิบาลที่ดี (Effective Risk Management)

พร้อมดำเนินกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “MTL NEXT TO YOU” ที่มุ่งเน้นการพัฒนารอบด้านอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อก้าวเคียงคู่ดูแลทุกช่วงของชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้มแก่ลูกค้าในทุกกลุ่ม (Democratize Insurance) รวมทั้งประกาศจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาดด้านความคุ้มครองสุขภาพ (Most Trusted Health Partner) และการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Leader) ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขาย และการบริการ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุก Journey ทุกไลฟ์สไตล์แบบ End to End ได้อย่างเหมาะสม ในรูปแบบที่มีความเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น และครบถ้วนในทุกมิติ พร้อมสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงอย่างยั่งยืนแก่ลูกค้า พนักงาน สังคม พันธมิตร และผู้ถือหุ้น รวมถึงการยกระดับองค์กรสู่ความเป็นสากล เพื่อสามารถรับมือกับโลกยุคดิจิทัลเต็มตัว




ทั้งนี้ในด้านความคุ้มครองสุขภาพ บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าแบบ Outside In ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งในด้านคุ้มครองสุขภาพความคุ้มครองโรคร้ายแรง และบริการต่าง ๆ ที่เข้าถึงลูกค้าในแบบที่มีความเฉพาะตัวได้มากยิ่งขึ้น เน้นการสร้างความแตกต่าง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเข้าถึง เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าในทุกเพศ ทุกวัย พร้อมพัฒนาและผสมผสานรูปแบบของการบริการ ทั้งเรื่องของนวัตกรรมใหม่ การบริการผ่านระบบ Digital และ Non Digital เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ที่ต้องการใช้บริการทั้ง Self Service และ Human Touch

ด้านการบริหารความมั่งคั่ง เมืองไทยประกันชีวิตชูความโดดเด่นด้วยบริการบริหารจัดการทางการเงิน (Wealth Solutions) เป็นบริการวางแผนการเงินส่วนบุคคลแบบครบวงจร ให้คำแนะนำ ด้วยแนวคิด “Wealth Life Expert” พร้อมมอบบริการด้วยการคัดเลือกกองทุนรวมคุณภาพจาก บลจ.ชั้นนำ ภายใต้การบริการโดยทีม Wealth Advisor ที่ช่วยวางกลยุทธ์การลงทุน และสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีการติดตามผลการดำเนินงาน บริหารความเสี่ยง โดยผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการลงทุน เพื่อให้ลูกค้าบรรลุทุกเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ เพื่อตอบรับโลกยุคใหม่ บริษัทฯ ได้ยกระดับองค์กรสู่ความเป็นสากล ทันสมัย และสามารถรับมือกับโลกยุคดิจิทัล ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ระบบกระบวนการทำงานอัตโนมัติ (Robotic Process Automation หรือ RPA) เพื่อให้การทำงานเป็นแบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพ และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) มาใช้ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็ว สะดวกและครอบคลุม รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในด้านต่าง ๆ (Ecosystem Partners) ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสถานพยาบาล พันธมิตรในตลาดอีคอมเมิร์ซ และพันธมิตรในกลุ่มสตาร์ทอัพด้าน InsureTech HealthTech หรือ Blockchain มาช่วยเข้าถึงความต้องการของลูกค้า

นายสาระ กล่าวว่า ในปี 2565 เมืองไทยประกันชีวิตตั้งเป้าหมายเป็นองค์กรน่าอยู่และองค์กรแห่งการเรียนรู้ ด้วยการพัฒนาพนักงานให้มีความสามารถรอบด้าน เป็นศูนย์รวมของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ความสามารถ ในหลากหลายมิติ เพื่อคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน การให้บริการ รวมถึงการพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยและก้าวทันกับโลกที่เกิดขึ้นตลอดเวลา พร้อมเปิดรับคนรุ่นใหม่มาร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกยุคดิจิทัล (New Talent) นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบในด้านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) การจัดการด้านสังคม (Social) และการจัดการด้านธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยภัยรับใหม่ที่มากกว่า 10% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health & CI) และแบบประกันชีวิตควบการลงทุน รวมไปถึงการให้ความสำคัญด้านเสถียรภาพทางการเงินให้มีความแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า(Net Promoting Score) ในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต…เมืองไทยประกันชีวิตพร้อมพัฒนาในทุกด้าน เพื่อก้าวเดินไปพร้อมคุณ Whatever is Next, MTL is NEXT to you.

เมืองไทยประกันภัย จับมือ เกียรตินาคินภัทร สุดสะดวกเปิดซื้อประกันภัยรถยนต์ ได้บนแอป KKP MOBILE

posted Jan 26, 2022, 12:16 AM by Maturos Lophong



เมืองไทยประกันภัย จับมือ เกียรตินาคินภัทร สุดสะดวกเปิดซื้อประกันภัยรถยนต์

ได้บนแอป KKP MOBILE


25 มกราคม 2565: กรุงเทพฯ

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดช่องทางสุดสะดวก นำเสนอเซอร์วิสประกันภัย ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ 2+Care, 3+Care และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) บนแอป KKP MOBILE ให้ลูกค้าซื้อความคุ้มครองทางด้านประกันภัยได้ อย่างไม่ยุ่งยากและรวดเร็ว พร้อมชูโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้า 100 ท่านแรก ที่ใช้บริการจัดทำประกันภัยรถยนต์ของเมืองไทยประกันภัยที่กำหนดผ่านช่องทางแอป KKP MOBILE รับทันทีบัตรกำนัล Lotus's มูลค่า 900 บาท จนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2565



นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI เปิดเผยถึงความร่วมมือว่า “ในวันที่ชีวิตก้าวเข้าสู่ Digital Lifestyle เมืองไทยประกันภัย เห็นความสำคัญและพร้อมจะก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงไปของพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งต้องการความง่าย สะดวก รวดเร็ว และความน่าเชื่อถือไปพร้อมกัน ดังนั้น การจับมือกับ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เป็นการขยายช่องทางบริการประกันภัย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ จากพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง อีกทั้ง ยังสร้างประสบการณ์ที่สะดวกสบาย บนแอป KKP MOBILE ในการเลือกช็อปปิ้งผลิตภัณฑ์ประกันภัยด้วย”

โดยระยะแรกทาง เมืองไทยประกันภัย ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยบนแอป KKP MOBILE ของธนาคารเกียรตินาคินภัทร คือประกันภัยรถยนต์ 2+Care จัดเต็มความคุ้มครองแบบครอบคลุม จะรถชน สูญหาย หรือไฟไหม้ กรณีไหนก็อุ่นใจ พร้อมบริการรถใช้ระหว่างซ่อม และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 7,501 บาทต่อปี

ประกันภัยรถยนต์ 3+Care ตัวเลือกที่ตอบโจทย์ครอบคลุมรถชน พร้อมบริการรถใช้ระหว่างซ่อม และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ให้คุณมั่นใจทุกเส้นทางที่ขับขี่่ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 6,701 บาทต่อปี

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) รับประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท ส่งกรมธรรม์ประกันภัยตรงถึงที่บ้าน เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 646 บาทต่อปี

นายฟิลิป เชียง ชอง แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างธนาคารเกียรตินาคินภัทร และเมืองไทยประกันภัยในครั้งนี้ คืออีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาแอป KKP MOBILE ให้เป็น ‘ซูเปอร์แอป’ ที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ทางด้านการเงิน ไม่ว่าสินเชื่อ ประกันภัย รวมถึงการลงทุนของธนาคารไว้ในแอปเดียว และนำเสนอสิ่งที่เหมาะที่สุดให้แก่ลูกค้าได้อย่างรอบด้านเหมือนเป็นสาขาเคลื่อนที่ ภายใต้แนวคิด ‘ง่าย เร็ว คุ้มที่สุด ทุกที่ ทุกเวลา’ (Easy, Fast, Best Deal, Anytime, Anywhere) โดยในวันนี้ ลูกค้าสามารถเข้าถึงความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมได้อย่างง่ายดาย เพียงเข้าไปดูแบบประกันภัยบนแอป KKP MOBILE และกดซื้อได้ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง ลดทอนความยุ่งยากของการเตรียมเอกสาร และทำให้การวางแผนทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องรอ และไม่ต้องเสียเวลา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีสร้างประสิทธิภาพในทุกมิติของชีวิต รวมทั้งด้านการเงินการลงทุน”

“ความพิเศษที่ธนาคารร่วมมือกับเมืองไทยประกันภัยครั้งนี้ จึงมีการจัดโปรโมชันแคมเปญสุดพิเศษต้อนรับสมาชิกใหม่ ที่ใช้บริการจัดทำประกันภัยรถยนต์ของเมืองไทยประกันภัยที่ร่วมรายการ ผ่านช่องทางแอป KKP MOBILE รับทันทีบัตรกำนัล Lotus's มูลค่า 900 บาท (สำหรับ 100 ท่านแรก) และท่านต่อไปรับทันทีบัตรกำนัล Lotus's มูลค่า 400 บาท” นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติม

แคมเปญส่งเสริมการขายนี้ดำเนินการผ่านบริษัท กำลังใจ โบรคเกอร์ จำกัด สามารถคลิกอ่านรายละเอียด เงื่อนไขโปรโมชันได้ที่ https://link.kkpfg.com/kHxLE ลูกค้าควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลการซื้อประกันภัยและใช้บริการได้ที่แอป KKP MOBILE หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Call Center 1484 และเว็บไซต์ www.muangthaiinsurance.com


เกี่ยวกับ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)


บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการรับประกันวินาศภัยของคนไทย เน้นการบริหารงานด้วยความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล ให้ความใส่ใจสังคม ด้วยการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการให้บริการที่ซื่อสัตย์สุจริตแก่ลูกค้าจนได้รับ ความไว้วางใจ เป็นที่รู้จักและยอมรับ ของสาธารณชนโดยทั่วไป ด้วยการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ครองอันดับ 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยระดับแนวหน้าของประเทศไทย โดยให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุมต่อความต้องการของผู้บริโภค อาทิเช่น ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ ประกันรถยนต์ ประกันการเดินทางในประเทศและต่างประเทศ ประกันอัคคีภัยและทรัพย์สิน ประกันภัยสำหรับภาคธุรกิจ และประกันภัยอื่น ๆ



เกี่ยวกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)


ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ที่ประกอบด้วยบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด โดยธนาคารมีวิสัยทัศน์ในการนำทรัพยากรทางการเงินสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง พอเพียงและทั่วถึง ด้วยการบริการที่เหนือความคาดหมายและไม่อาจหาได้จากแหล่งอื่น



ทั้งนี้ ธุรกิจของธนาคารครอบคลุมสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อส่วนบุคคล ตลอดจนเชื่อมโยงกับธุรกิจด้านตลาดทุน ที่ประกอบด้วยธุรกิจวานิชธนกิจ (Investment Banking) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล (Wealth Management) ธุรกิจการลงทุน (Direct Investment) และธุรกิจจัดการกองทุน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kkpfg.com

ไทยประกันชีวิต ส่งเสริมสุขภาพดีของคนไทย จัดกิจกรรม 80 ปี ไทยประกันชีวิต พิชิตภารกิจ 80,000 ก้าว

posted Jan 23, 2022, 9:50 PM by Maturos Lophong



ไทยประกันชีวิต ส่งเสริมสุขภาพดีของคนไทย



จัดกิจกรรม 80 ปี ไทยประกันชีวิต พิชิตภารกิจ 80,000 ก้าว


ไทยประกันชีวิตจัดกิจกรรม “80 ปี ไทยประกันชีวิต พิชิตภารกิจ 80,000 ก้าว” ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี มอบสิทธิพิเศษทำภารกิจสำเร็จรับทันทีโค้ดส่วนลด Lazada มูลค่า 100 บาท ร่วมกิจกรรมผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต วันนี้ – 4 กุมภาพันธ์ 2565



นายอังกูร ศรีกัลยาณบุตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิต (Thai Life Insurance : TLI) ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดมุ่งสู่การเป็น “ทุกคำตอบของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงิน” พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ บนแนวคิดการส่งเสริมสุขภาพดีครบวงจร หรือ Eco-Health System


ดังนั้นเพื่อร่วมส่งเสริมการดูแลสุขภาพ พร้อมร่วมฉลอง 80 ปี ไทยประกันชีวิต บริษัทฯ จึงได้กิจกรรม “80 ปี ไทยประกันชีวิต พิชิตภารกิจ 80,000 ก้าว” ชวนลูกค้าไทยประกันชีวิต และสมาชิกไลฟ์ฟิตร่วมสะสมก้าวเดินให้ครบ 80,000 ก้าว ภายใน 15 วัน ทำภารกิจสำเร็จรับทันทีโค้ดส่วนลด Lazada มูลค่า 100 บาท โดยสามารถร่วมกิจกรรมผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต ตั้งแต่วันนี้ – 4 กุมภาพันธ์ 2565


สำหรับขั้นตอนการร่วมแคมเปญ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิตได้ฟรีทั้งระบบ IOS และ Android พร้อมลงทะเบียนเข้าใช้งาน สำหรับลูกค้าทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมผ่านฟีเจอร์กิจกรรม ส่วนสมาชิกไลฟ์ฟิตสามารถเข้าร่วมกิจกรรมผ่านฟีเจอร์ไลฟ์ฟิต หลังจากนั้นกดเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันสุขภาพ เพื่อเก็บข้อมูลก้าวเดิน โดยสามารถเลือกเชื่อมต่อแอปพลิเคชันสุขภาพได้ดังนี้ Apple Health, Google Fit, Garmin, Fitbit และ Strava หลังจากนั้นกดเข้าร่วม 80 Years 80K Steps Challenge และกดยืนยันเข้าร่วมกิจกรรม


ทั้งนี้ การอัปเดตข้อมูลก้าวเดินประจำวัน จะอัปเดตผ่านการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต โดยระบบจะทำการสะสมก้าวของกิจกรรมของวันนี้ในวันรุ่งขึ้น (ข้อมูลในการสะสมก้าวเดินในกิจกรรมจะแสดงข้อมูลย้อนหลัง 1 วัน) โดยลูกค้ายังสามารถใช้สมาร์ทโฟนในการสะสมก้าว สำหรับผู้ใช้ iPhone รุ่น 5S ขึ้นไป สามารถสะสมผ่านแอปพลิเคชัน Apple Health และผู้ใช้ Android สามารถสะสมผ่านแอปพลิเคชัน Google Fit


เมื่อทำภารกิจสำเร็จสะสมก้าวเดินครบ 80,000 ก้าว ระบบจะแสดงปุ่มรับรางวัล เพื่อกดรับสิทธิพิเศษทันทีหลังทำภารกิจสำเร็จ เพื่อสำรองสิทธิ์โดยโค้ดจะมีอายุ 30 วันนับจากวันที่กดรับสิทธิ์ โดยจำกัดสิทธิ์ 1 ท่านได้รับ 1 สิทธิ์ตลอดแคมเปญ


“ไทยประกันชีวิตมุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ผ่านการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังพัฒนาแบบประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค อาทิ แบบประกันไลฟ์ฟิต ประกันสุขภาพเหมาจ่ายค่ารักษา Health Fit DD ที่จ่ายเบี้ยฯ เพียงหลักหมื่น แต่คุ้มครองวงเงินสูงถึงหลักล้านบาท รวมถึงให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก” นายอังกูรกล่าว

‘เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์’ โชว์แบงก์แอสชัวรันส์โตสวนกระแสตลาดรวมพร้อมเสริมความแข็งแกร่ง

posted Jan 13, 2022, 11:41 PM by Maturos Lophong


‘เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์’ โชว์แบงก์แอสชัวรันส์โตสวนกระแสตลาดรวมพร้อมเสริมความแข็งแกร่ง เพิ่มพันธมิตร ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย


เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เผยปี 2564 ช่องทางการขายผ่านธนาคารและสถาบันการเงินโตสวนกระแสกว่า 47% แม้ภาพรวมของตลาดประกันชีวิตในประเทศไทยจะเติบโตเล็กน้อย ชี้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุค New Normal เตรียมปรับกลยุทธ์แบงก์แอสชัวรันส์ เพิ่มพันธมิตรพร้อมดึงเทคโนโลยี อัดฟีเจอร์ใหม่ให้บริการลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน Generali 365 ตอกย้ำความเป็นธุรกิจประกันชีวิตที่เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง


นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “ภาพรวมของตลาดประกันชีวิตในประเทศไทยในปี 2564 มีการเติบโตเล็กน้อย โดยเฉพาะช่องการขายผ่านธนาคาร (Bancassurance) เนื่องจากการประกาศล็อกดาวน์ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงส่งผลให้ช่องทางการขายลดจำนวนลง แต่สำหรับช่องทางการขายผ่านธนาคารและสถาบันการเงินของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กลับโตสวนกระแส มีตัวเลขการเติบโต 47% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เป็นเพราะกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันชีวิตควบการลงทุน และประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งฐานลูกค้าหลักมาจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร, ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย, กลุ่มบริษัทศรีสวัสดิ์, กรุงศรี ออโต้ และ โตโยต้า ลีสซิ่ง นอกจากนี้เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นคงในด้านช่องทางขายแบงก์แอสชัวรันส์ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้สานต่อความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรด้านสินเชื่อใหม่ ๆ ได้แก่ ไมโครลีสซิ่ง และ ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง รวมไปถึงการลงนามขยายความร่วมมือทางธุรกิจต่อเนื่องอีก 3 ปีกับศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ในการเพิ่มช่องทางการขายและขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมาย และช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านช่องทางการขายได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้ตั้งเป้าการเติบโตแบงก์แอสชัวรันส์ปี 2565 ไม่น้อยกว่า 30%”




ทางด้านนางสาวยุวดี งานทวีกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจสถาบันการเงิน บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความสำเร็จในส่วนของช่องทางการขายผ่านธนาคารและสถาบันการเงินในปี 2564 มาจากการปรับตัวที่รวดเร็วของเจนเนอราลี่และพันธมิตรให้ทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงของตลาดและความต้องการของลูกค้า โดยดึงเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทั้งการขายผ่าน Digital Face to Face หรือการซื้อประกันผ่านช่องอิเล็กทรอนิกส์ การเพิ่มกองทุนรวมสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าในสภาวะที่ตลาดการลงทุนผันผวนซึ่งเจนเนอราลี่ได้ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการวิเคราะห์เพื่อจัดสรรกองทุนรวมที่มีคุณภาพและน่าสนใจให้สอดรับกับเทรนด์การลงทุนอยู่เสมอ ด้านประกันคุ้มครองสินเชื่อเติบโตจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับประเภทสินเชื่อที่หลากหลายจึงทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้เร็วและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงบริการด้านการเคลมและการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ลดกระบวนการทำงานโดยดึงเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อส่งมอบบริการและความคุ้มครองให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”


ทั้งนี้เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้เตรียมเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพช่องทางการขายผ่านธนาคารและสถาบันทางการเงิน หรือแบงก์แอสชัวรันส์ ให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในปี 2565 โดยมุ่งเน้นการขยายกลุ่มเป้าหมายโดยออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตที่เหมาะสมของกลุ่มลูกค้า อย่างผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุน หรือยูนิตลิงค์ (Unit Linked) ที่ลูกค้าได้รับประโยชน์ความคุ้มครองและผลตอบแทนจากการลงทุน และกลุ่มผลิตภัณฑ์คุ้มครองสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโตสอดคล้องไปกับทิศทางของตลาดสินเชื่อในอนาคต นอกจากนี้ยังได้เตรียมพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพด้านงานบริการให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยการเพิ่มเติมฟีเจอร์การให้การบริการที่สะดวกรวดเร็ว เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าของเราในแอปพลิเคชัน Generali 365 จึงเชื่อมั่นว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้จะสามารถขยายฐานลูกค้าจากพันธมิตรใหม่เพิ่มขึ้นอีก 50% ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่แข่งขันได้ในตลาดและคำนึงถึงความต้องการและผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ



บลจ.เกียรตินาคินภัทร ส่ง KKP INCOME-H FUND รับมือตลาดโลกผันผวน

posted Jan 10, 2022, 12:49 AM by Maturos Lophong




บลจ.เกียรตินาคินภัทร ส่ง KKP INCOME-H FUND รับมือตลาดโลกผันผวน


ชูจุดเด่นสร้างผลตอบแทนกระแสเงินสดสม่ำเสมอ


เสนอขาย 10-17 ม.ค. นี้


นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (บลจ.เกียรตินาคินภัทร) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ที่ส่งผลให้สภาวะตลาดการลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มผันผวนเพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บลจ.เกียรตินาคินภัทร จึงขอแนะนำกองทุนเปิดเคเคพี โกลบอล มัลติ แอสเซ็ท อินคัม เฮดจ์ (KKP INCOME-H FUND) กองทุนที่มีจุดเด่นในการมุ่งสร้างผลตอบแทนกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ด้วยกลยุทธ์กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เป็นทางเลือกให้แก่นักลงทุนที่ต้องการลงทุนต่อเนื่องและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าระดับเงินเฟ้อในระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 10-17 ม.ค. 2565 ด้วยมูลค่าขั้นต่ำในการซื้อเพียง 1,000 บาท



“KKP INCOME-H FUND เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียวคือ BGF Global Multi-Asset Income Fund ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ระหว่างการลงทุน และขณะเดียวกันยังสร้างโอกาสเติบโตของเงินทุนระยะยาว ผ่านการลงทุนในหลากหลายประเภททรัพย์สินต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก ด้วยกลยุทธ์การจัดสัดส่วนการลงทุน/จัดพอร์ตการลงทุนแบบยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวการณ์ โดย KKP INCOME-H FUND ได้รับการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้กับผู้ลงทุน” นายยุทธพล กล่าว





จุดเด่นของกองทุน KKP INCOME-H FUND คือการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายอย่างครอบคลุมทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งที่ผ่านมากองทุนมีผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2555 แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการกำหนดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนยังให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงขาลงในช่วงตลาดผันผวน โดยมีเป้าหมายการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ความเสี่ยงของกองทุนต่ำกว่าพอร์ตลงทุนอ้างอิงซึ่งประกอบด้วยตราสารทุนร้อยละ 50 และตราสารหนี้ร้อยละ 50 ช่วยลดโอกาสในการสูญเสียการเติบโตของเงินลงทุนระยะยาว



“สภาวะตลาดการลงทุนในระยะต่อจากนี้ ยังมีแนวโน้มผันผวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในยุโรป ที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในหลายประเทศและการประกาศปิดเมืองบางส่วน จนเกิดเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านมาตรการปิดเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งปัญหาความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่ยังคงไม่คลี่คลาย ซึ่งอาจส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทลดลง ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ บลจ.เกียรตินาคินภัทร มองว่า การกระจายการลงทุนไปสินทรัพย์ที่หลากหลายเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ดีในสภาวะที่ตลาดการลงทุนมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลายที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าระดับเงินเฟ้อในระยะยาวได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นการลงทุนที่น่าสนใจในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศยังคงอยู่ในระดับต่ำเช่นในระยะนี้” นายยุทธพล กล่าว



กองทุน KKP INCOME-H แบ่งชนิดหน่วยลงทุน (Share class) ออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดทั่วไป และชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto redemption) โดยกองทุน KKP INCOME-H ชนิดทั่วไป จะเน้นการรับผลตอนแทนในระยะยาว โดยผู้จัดการกองทุนจะนำรายรับที่ได้จากการลงทุนไปลงทุนต่อเนื่อง ในขณะที่กองทุน KKP INCOME-H-R ชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ จะเน้นการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งกองทุนมีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติสูงสุดไม่เกิน 12 ครั้งต่อปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอทุกเดือน





สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02 305 9559 หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทรทุกสาขา หรือ https://am.kkpfg.com หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาผลการดำเนินงานย้อนหลังได้ที่ https://www.blackrock.com/sg/en/products/237604/blackrock-global-multi-asset-income-d2-usd-fund



ข้อมูลกองทุน KKP SEMICON-H:


เปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 10-17 ม.ค. 2565 เวลา 8.30-16.30 น.

มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อ 1,000 บาท

ค่าธรรมเนียมการขาย: ยกเว้น



คำเตือน:

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีตมิใช่สิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

เนื่องจากกองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศที่กองทุนไปลงทุนด้วย

กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด โดยไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.เกียรตินาคินภัทร ได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด โดย บลจ.เกียรตินาคินภัทร จะจัดระบบงานที่ป้องกันธุรกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์อันอาจเกิดจากนโยบายการลงทุนที่เปิดให้มีการลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน

โปรดศึกษาคำเตือนที่สำคัญอื่นได้ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



เกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (บลจ.เกียรตินาคินภัทร) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ที่ครอบคลุมธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โดยกลุ่มธุรกิจฯ มีเป้าหมายในการมุ่งนำทรัพยากรทางการเงินสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง พอเพียง และทั่วถึง ด้วยการบริการที่เหนือความคาดหมาย และไม่อาจหาได้จากแหล่งอื่น ทั้งนี้ บลจ.เกียรตินาคินภัทร ประกอบธุรกิจบริหารจัดการกองทุนทุกประเภทตามที่ได้รับ

1-10 of 253