Bank & Insurance‎ > ‎

กรุงเทพประกันภัยเผยทิศทางการดำเนินงานปี 2561 ตั้งเป้าเติบโตร้อยละ 5

posted Mar 28, 2018, 11:16 PM by Maturos Lophong


กรุงเทพประกันภัยเผยผลงานปี 2560 มีกำไรสุทธิ 2,403 ล้าน พร้อมเผยทิศทางการดำเนินงานปี 2561 ตั้งเป้าเติบโตร้อยละ 5 จากผลพวงทางภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าฟื้นตัวดีขึ้น พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมการบริการรับประกันภัยและการเคลม ดว้ยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้บริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างครบวงจร

นายพนัส ธีรวริชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือBKI เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจประกันภัยในปี 2561 ว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ได้คาดการณ์ถึงธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2561 ว่า จะเติบโตประมาณร้อยละ 5.0 จากปีก่อนที่มีเบี้ยประกันรับตรง 219,581 ล้านบาท โดยตลาดประกันรถยนต์ยังคงเป็นเป้าหมายหลักในการขยายงาน ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในปี 2560 ที่เติบโตสูงถึงร้อยละ 13.4 จากที่เติบโตติดลบ 4 ปีติดต่อกัน และคาดว่าจะยังเติบโตได้อีกต่อเนื่องในปี 2561 เท่ากับร้อยละ 3.4 หรือ 900,000 คัน (ข้อมูลจากบริษัทโตดยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น)ซึ่งบริษัทประกันภัยต่างๆ จะยังมีการแข่งขันด้านราคาอยู่ แต่อาจจะไม่รุนแรงเท่ากับในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา เนื่องจากอัตรา Loss Ratio ของประกันรถยนต์ทั้งระบบเริ่มสะท้อนค่าที่สูงขึ้น ประกอบการการเติบโตของยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่นี้ อาจจะส่งผลในการเพิ่มปริมาณลูกค้ารายใหม่ในตลาดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้บรรยากาศในการแข่งขันผ่อนคลายลง

สำหรับการประกันภัยนอนมอเตอร์ มีแนวโน้มที่เติบโตเช่นกัน โดยประกันภัยทรัพย์สินคาดว่าจะได้รับผลบวกจากโครงการก่อสร้างพื้นฐานคมนาคมของภาครัฐ ซึ่งจะมีการเปิดประมูลและเบิกจ่ายงบประมาณมากกว่า ปีที่ผ่านๆมา

ทั้งนี้ธุรกิจประกันภัยยังจะได้รับผลบวกจากความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่เช่น ประกันภถัย Drone ซึ่งปัจจุบันมีการออกกฎหมายบังคับให้เจ้าของ Drone ที่มีขนาดใหญ่ตามเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องจดทะเบียนและจัดทำประกันภัย รวมถึงประกันภัย Cyber Insurance ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวสูง จากความเสี่ยงด้าน Cyber Crime ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการทำธุรกรรมการเงินทางออนไลน์ หรือการจับจ่ายซื้อสินค้าโดยไม่ใช้เงินสด (Cashless) เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต E-Wallet ที่มีปริมาณการใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนเทคโนโลยีการชำระเงินใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบการชำระเงินด้วย QR Code หรือ QR Payment

นอกจากนี้บริษัทประกันภัยต่างมุ่งนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าและคุ่ค้า ได้แก่ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ที่บริษัทประกันภัยต่างๆ ได้พัฒนาการขายผ่านช่องทาง Digital อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป้าหมายรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว และเลือกสรรผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง

สำหรับผลดำเนินงานของบริษัทกรุงเทพประกันภัยในปี 2560 และทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้กล่าวว่า ในปี 2560 มีเบี้ยประกันรับรวม 15,940.9 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย ร้อยละ 0.6 จากปี 2559 อย่างไรก็ดี ในด้านผลกำไร บริษัทมีกำไรจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน 1,396.4 ล้านบาท ประกอบกับมีการบริหารการลงทุนที่ดี ทำให้บริษัทมีกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 2,762.3 ล้านบาท และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 2,403.1 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 22.57 บาท

สำหรับในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตร้อยละ 5.0 คิดเป็นเบี้ยรับรวมทั้งสิ้น 16,800 ล้านบาท ซึ่งการกำหนดเป้าหมายนี้อยู่บนสมมติฐานที่ว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีขึ้น ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆของภาครัฐ การท่องเที่ยว การนำเข้าส่งออกที่ขยายตัวขึ้น โดยทิศทางการดำเนินงานหลักๆของบริษัทมีดังนี้

1.การขยายประกันภัยทั้งจากการเพิ่มอัตราการต่ออายุ และการหาลูกค้าใหม่ การติดตามพอร์ตการรับประกันภัยเพื่อดูแนวโน้มของผลประกอบการของลูกค้าและคู่ค้าอย่างใกล้ชิด และการคัดเลือกรับประกันภัยงานที่มีคุณภาพ รวมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้า ตัวแทน และนายหน้าที่มีพอร์ตงานประกันภัยจำนวนมากส่งงานให้บริษัทเพิ่มขึ้น

2.การขยายตลาดลูกค้ารายย่อยยังเป็นเป้าหมายสำคัญด้านรับประกันภัยรถยนต์ โดยกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่จะมุ่งขยายงานในปี 2561 ได้แก่ รถบรรทุกใหญ่ ซึ่งยังมีอัตราLoss Ratio ในระดับที่ยอมรับได้ และในตลาดมีอัตราเติบโตสูงตามอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ ปริมาณการค้าชายแดน และการก่อสร้างโครงการก่อสร้างพื้นฐานคมนาคมของภาครัฐ ส่วนการประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่นๆนั้น บริษัทยังคงมีนโยบายกำหนดเบี้ยตามความเสี่ยงภัยที่แท้จริง ยังคงไม่เน้นการลดเบี้ยประกันภัยเพื่อการแข่งขัน ซึ่งบริษัทได้นำ Anaylasis Tool เข้ามาใช้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอย่างจริงจัง เพื่อเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า และจะนำมาซึ่งการปรับปรุงแพกเกจกรมธรรม์ประกันให้มีศักยภาพในการขยายงาน พร้อมทั้งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เช่นประกันภัย 2+ ประกันรถยนต์ ประเภท 1 Motor Pricing by region

ส่วนงานประกันภัยนอนมอเตอร์ จะมุ่งขยายงานตลาดเฉพาะกลุ่ม Niche market มากขึ้น เช่น ประกันภัย D&O ประกันภัย Trade Credit ซึ่งมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มและยังมีคู่แข่งขันน้อยราย รวมถึงการประกันภัย Drone

นอกจากนี้บริษัทมีแผนงานที่จะนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาใช้ในวงการประกันภัย โดยขณะนี้ได้มีการศึกษาและเตรียมการสร้างหน่ยงานเฉพาะด้านนวัตกรรมและดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อสรรหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในธุรกิจประกันภัย ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการขายประกันภัย เทคโนโลยที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการแจ้งเคลมหรือชำระเงิน เพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพในการให้บริการลูกค้าและคู่ค้าให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงลดข้อผิดพลาดในการทำงานของพนักงาน ตลอดจนช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานของบริษัท ประกอบกับปัจจุบันบริษัทยังคงให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการนำระบบ CRM มาใช้ในการให้บริการลูกค้าและคู่อย่างเต็มที่ เช่น การจัดทำแผนเยี่ยมเยียนลูกค้า คู่ค้า การต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย การจัดแคมเปญการขาย เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านี้ บริษัทยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร โดยมีการจัดการองค์ความรู้ ถ่ายทอดและสอนงานอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับตำแหน่งงาน รวมถึงส่งเสริมให้ทำงานอย่างมืออาชีพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดการปฎิบัติอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อผลสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยสวนทุเรียน ซึ่งถือเป็นบริษัทประกันภัยรายแรกที่มีการรับประกันภัยดังกล่าว โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายจากภัยอันได้แก่ ภัยลมพายุ ลูกเห็บ น้ำท่วม ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ไฟไหม้ป่า พุ่มไม้หรือพงรก โดยอุบัติเหตุ หรือเหตุที่ลุกไหม้ขึ้นมาเอง รวมถึงการกระแทก การขน หรือลำต้นหักโดยสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า หรือสัตว์เลี้ยง ด้วยบริษัทเห็นถึงความสำคัญของทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย และที่ผ่านมาเกษตรกรมักจะประสบปัญหาผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ค่อนข้างบ่อย โดยได้ทำลายสวนทุเรียน ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการประกันภัยสวนทุเรียนจะสามารถตอบโจทย์ในการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีด้วยเช่นกัน


Comments