Government‎ > ‎

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวการจดทะเบียนธุรกิจ

posted Jun 18, 2019, 1:57 AM by Maturos Lophong



การจดทะเบียนธุรกิจ ประจำเดือนพฤษภาคม 2562

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มอบหมายให้ นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือน พฤษภาคม 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ผลการจดทะเบียนธุรกิจ

ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนพฤษภาคม

• จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 2562 จำนวน 5,942 ราย เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2561 จำนวน 5,865 ราย เพิ่มขึ้น จำนวน 77 ราย คิดเป็นร้อยละ 1 และเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2562 จำนวน 5,944 ราย ลดลงจำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.03

• ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 530 ราย คิดเป็น ร้อยละ 9 รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 371 ราย คิดเป็นร้อยละ 6 และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 164 ราย คิดเป็นร้อยละ 3

• มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 35,218 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2562 จำนวน 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 20,218 ล้านบาท คิดเป็น 1.35 เท่า และเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2561 จำนวน 21,090 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 14,128 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 67

• ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,260 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.69 รองลงมา คือช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท มีจำนวน 1,582 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.63 รองลงมา คือช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 88 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.48 และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 12 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.20

• ธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสม จำนวนธุรกิจตั้งใหม่สะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – พ.ค. 62 มีจำนวน 32,636 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค. – พ.ค. 61) จำนวน 31,034 ราย โดยเพิ่มขึ้น จำนวน 1,602 ราย คิดเป็นร้อยละ 5 สำหรับมูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่สะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – พ.ค. 62 มีจำนวน 102,609 ล้านบาท ลดลง 15,674 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปีที่ผ่านมา (ม.ค. – พ.ค. 61) จำนวน 118,283 ล้านบาท





ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนพฤษภาคม

• จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ มีจำนวน 1,130 ราย เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2562 จำนวน 985 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 145 ราย คิดเป็นร้อยละ 15 และเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2561 จำนวน 1,014 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 116 ราย คิดเป็นร้อยละ 11

• ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 136 ราย คิดเป็นร้อยละ 12 รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 75 ราย คิดเป็นร้อยละ 7 และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 35 ราย คิดเป็นร้อยละ 3 ตามลำดับ

• มูลค่าทุนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ในเดือนพฤษภาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,538 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2562 จำนวน 3,830 ล้านบาท ลดลงจำนวน 292 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8 และเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2561 จำนวน 4,432 ล้านบาท ลดลงจำนวน 894 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20

• ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 809 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.59 รองลงมาคือช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 272 ราย คิดเป็นร้อยละ 24.07 ลำดับถัดไปคือช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 45 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.98 และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.35

• ธุรกิจเลิกสะสม จำนวนธุรกิจเลิกสะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – พ.ค. 62 มีจำนวน 5,403 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 506 ราย คิดเป็นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค. – พ.ค. 61) จำนวน 4,897 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจเลิกสะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – พ.ค. 62 มีจำนวน 17,363 ล้านบาท ลดลง 13,479 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปีที่ผ่านมา (ม.ค. – พ.ค. 61) จำนวน 30,842 ล้านบาท



ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนพฤษภาคม

• ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 พ.ค. 62) ธุรกิจที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน739,288 ราย มูลค่าทุน 16.73 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด / ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 186,796 ราย คิดเป็นร้อยละ 25.27 บริษัทจำกัด จำนวน 551,253 ราย คิดเป็นร้อยละ 74.56 และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,239 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.17

แนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจ

• ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่แบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 440,114 รายคิดเป็นร้อยละ 59.53 รวมมูลค่าทุน 0.39 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.33 รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 214,072 ราย คิดเป็นร้อยละ 28.96 รวมมูลค่าทุน 0.70 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.18 รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 69,979 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.47 รวมมูลค่าทุน 1.89 ล้านล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 11.30 และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 15,123 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.04 รวมมูลค่าทุน 13.75 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 82.19 ตามลำดับ


เมื่อประเมินจากอัตราการเติบโตของ GDP และแนวโน้มด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมไปถึงแนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจตามฤดูกาล (Seasonal Trend) คาดว่า เดือนมิถุนายน 2562 จะมีสถานการณ์การจัดตั้งธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น จากเดือนพฤษภาคม 2562 และมียอดสะสมทั้งปี (ม.ค. – มิ.ย. 62) ไม่น้อยกว่า 37,000 ราย

การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว


เดือนพฤษภาคม

• เดือนพฤษภาคม 2562 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 47 ราย แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 14 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 33 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 6,599 ล้านบาท

• นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 22 ราย เงินลงทุนกว่า 2,755 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ จีน จำนวน 6 ราย เงินลงทุน 790 ล้านบาท และสิงคโปร์ 5 ราย เงินลงทุน 60 ล้านบาท

• การเปรียบเทียบการลงทุนรายเดือน เมื่อเปรียบเทียบการเข้ามาลงทุนของชาวต่างชาติในเดือนพฤษภาคม กับเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า จำนวนธุรกิจที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น 9 ราย หรือประมาณร้อยละ 24 ในขณะที่เงินลงทุนลดลง 3,292 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 33

****************************

การให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดือนพฤษภาคม 2562

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล และ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวก เพื่อลดต้นทุน ลดเวลา และลดการใช้กระดาษ โดยพัฒนาการบริการทุกระบวนการของกรมผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้บริการยื่นขอรับบริการได้ทุกที่ ทุกเวลา

DBD e – Filing การนำส่งงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการยื่นงบการเงินประจำปี 2561 สำหรับนิติบุคคลที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จะต้องนำส่งงบการเงินภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2562 นิติบุคคลนำส่งงบการเงินแล้วจำนวน 547,687 ราย โดยนำส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ DBD e-Filing) จำนวน 476,121 ราย คิดเป็นร้อยละ 87 และนำส่งในรูปแบบกระดาษ จำนวน 71,566 ราย คิดเป็นร้อยละ 13 จะเห็นว่าการนำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing อยู่ในสัดส่วนเกือบ 90% ของนิติบุคคลที่ได้นำส่งงบการเงินแล้ว ซึ่งมียอด การนำส่งงบการเงินสูงกว่าปีก่อนเมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน ถือว่าการรณรงค์เชิญชวนให้นิติบุคคลนำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งกรมฯ มั่นใจว่าการนำส่งงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์จะสามารถอำนวยความสะดวกลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายให้แก่ภาคธุรกิจ เนื่องจากสามารถนำส่งงบการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา และสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่าน DBD Data Warehouse และ DBD e - Service Application ได้อย่างรวดเร็ว โดยถือเป็น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันให้กรมฯ ก้าวสู่การเป็นหน่วยงานภาครัฐดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และตอบสนองการพัฒนาระบบให้บริการภาคธุรกิจที่เป็นเลิศมุ่งสู่ยุค Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล

สำหรับนิติบุคคลที่ยังไม่นำส่งงบการเงิน กรมฯ จะดำเนินการติดตามให้ปฏิบัติตามกฎหมาย อย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ นิติบุคคลที่นำส่งงบการเงินในรูปแบบกระดาษแล้ว ยังคงมีหน้าที่ต้องนำส่งงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ซึ่งการนำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing จะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลงบการเงินเพื่อทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว เป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ภาคธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้ารวมทั้ง สถาบันการเงินในการติดต่อทำธุรกรรมอีกด้วย

e- Secured จดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดให้บริการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร ผ่าน Web Application และ Web Service แบบ Host to Host และชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) และออกใบเสร็จรับเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) โดยเจ้าพนักงานทะเบียนลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) รวมถึงสามารถตรวจค้นข้อมูลหลักประกันทางธุรกิจเบื้องต้น ผ่านเว็บไซต์ www.dbd.go.th หรือผ่านระบบ mobile application (iosและ android) บนสมาร์ทโฟน

โดยตั้งแต่ 4 กรกฎาคม 2559 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ จำนวน 401,613 คำขอ มูลค่าทรัพย์สินที่นำมาเป็นหลักประกัน จำนวน 6,617,940 ล้านบาท โดยมีการนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและใช้ประกอบธุรกิจมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจได้โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สิน

e-Registration การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์

การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2560 - 31 พฤษภาคม 2562 มีการยืนยันการใช้งาน (Activate) จำนวน 40,117 ราย รับจดทะเบียน 14,840 ราย ซึ่งกรมได้มีการเตรียมการพัฒนาระบบให้อำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการยืนยันตัวตนนิติบุคคลและการใช้ระบบงาน รวมถึงการเชื่อมโยง เพื่อสร้างความพร้อมในการดำเนินธุรกิจให้แก่ SME ทั้งด้านการเงินและซอฟแวร์

การบริการหนังสือรับรองข้อมูลนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์และผลักดันการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ยกระดับการเป็นหน่วยงานรัฐบาลดิจิทัล โดยการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) มาให้บริการ โดยบริการ e-Service การบริการขอหนังสือรับรองผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขอรับเอกสาร ได้ผ่านช่องทาง Walk in 18% , EMS 39% , Delivery 13% ,การออกหนังสือรับรองรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Certificate File) 30% และได้ขยายการให้บริการสู่การบริการหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติและสมาคมการค้า หนังสือรับรองภาษาอังกฤษ

ทั้งนี้ การขอรับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากผ่านทาง www.dbd.go.th แล้ว สามารถขอรับบริการ ผ่านทาง Application DBD e- Service ได้ทั้งระบบ Android และ IOS

DBD e-Accounting โปรแกรมบัญชีเพื่อช่วยเหลือ SMEs

กรมได้ดำเนินการแจก“โปรแกรม e-Accounting for SMEs” ช่วยเหลือ SMEs สามารถบริหารจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อน ลดระยะเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ทาง Play store ซึ่งมีการพัฒนาซอฟแวร์บัญชีเชื่อมต่อกับการนำส่งงบการเงินทางระบบ DBD e-Filing ผ่านทาง DBD Connect ซึ่งเป็นการร่วมกับผู้พัฒนาซอฟแวร์บัญชี เพื่อเชื่อมโยงระบบงานบัญชีเข้าสู่งบการเงินทางออนไลน์ได้โดยทันที จำนวน 15 ราย

Total Solution for SMEs

การขับเคลื่อน SMEs ไทย ด้วยนวัตกรรมออนไลน์ โดยส่งเสริมให้ธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีทางการบัญชี และบริหารจัดการร้านค้าได้โดยง่าย ให้ได้รับข้อมูลในการบริหารจัดการธุรกิจแบบถูกต้อง ครบวงจร เปลี่ยน Traditional SMEs เป็น Smart SMEs ซึ่งกรมได้รวบรวมโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทั้ง 3 ภาคส่วนไว้ด้วยกันคือ โปรแกรมสำนักงาน (Office) โปรแกรมหน้าร้าน (POS) โปรแกรมบัญชี online (Cloud Accounting) โดยผู้ประกอบการสามารถจัดทำบัญชีเบื้องต้นได้เองก่อนส่งข้อมูลให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบ

DBD Business Data Warehouse

กรมได้พัฒนาระบบสารสนเทศให้มีความสมบูรณ์หลากหลาย และสามารถจัดทำผลวิเคราะห์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลธุรกิจ ประกอบด้วยข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลและวิเคราะห์งบการเงิน ข้อมูลซัพพลายเออร์ลูกค้า คู่ค้าทางธุรกิจ ข้อมูลโอกาสทางธุรกิจ ข้อมูลการลงทุนจากต่างชาติในนิติบุคคลไทย รวมทั้งข้อมูลสถิติการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล พร้อมทั้งนำข้อมูลธุรกิจไปสนับสนุนการตัดสินใจในการประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยในปี 2562 (ม.ค.-พ.ค.) มีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้นจำนวน 3,649,216 ครั้ง

ที่มา : กองข้อมูลธุรกิจ ฉบับที่ 109 / 18 มิถุนายน 2562

Comments