Government‎ > ‎

กรมทรัพยากรทา งทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดงาน ‘วันทะเลโลก ประจำปี 2561’

posted Jun 10, 2018, 11:11 PM by Maturos Lophong



กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม (ทส.) จัดกิจกรรมเนื่องใน ‘วันทะเลโลก ปี 2561’ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน ปลุกกระแสสังคม จับมือทุกภาคส่วน ประกาศเจตนารมณ์ช่วยกันลดปริมาณ ขยะในทะเล ฟื้นคืนระบบนิเวศที่สมบูรณ์ สู่ท้องทะเลไทย พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์สั้นเชิงส ารคดี “ Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข ” กระตุ้นจิตสำนึกรักษ์ทะเล โดยมี พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธ รรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่ องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชาย ฝั่ง, (8 มิ.ย. 61 ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียร์เตอร์ สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร)

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชาย ฝั่ง เผยว่า “จากปัญหาวิกฤติทะเลไทย พบสถิติการปล่อยทิ้งขยะลงสู่ทะเ ลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกที่ ย่อยสลายยาก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและทรัพย ากรธรรมชาติทางทะเลเป็นอย่างมาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม (ทส.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของทะเลแ ละมหาสมุทร จึงมอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเ ลและชายฝั่ง (ทช.) จัดกิจกรรมเนื่องใน ‘วันทะเลโลก ประจำปี 2561’ (World Oceans Day 2018 ) เพื่อรณรงค์อนุรักษ์ท้องทะเล สืบเนื่องมาตลอดทุกปี พร้อมเดินหน้าช่วยกันแก้ไขปัญห าขยะล้นทะเลอย่างเร่งด่วน จับมือร่วมกับภาครัฐเอกชนและภา คีเครือข่าย ประกาศเจตนารมณ์ แสดงส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลไ ทย และเพิ่มการจัดการปั ญหาขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่ท้ องทะเล ตั้งแต่ ต้นทาง อาทิ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า กลางทาง ที่เป็นการความร่วมมือจัดการของ ภาครัฐบาล ภาคเอกชน องค์กรส่วนท้องถิ่น และปลายทาง เรื่องของการจัดการขยะ ทั้งกำจัดและแปรรูปไปเป็นพลังงา น ฯลฯ เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ประเท ศไทยหลุดพ้นจากอันดับต้นๆ ของการทำร้ายทรัพยากรธรรมชาติทา งทะเล

ในงานได้เปิดตัวภาพยนตร์สั้นเชิ งสารคดี “ Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข ” เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการหวงแห นทรัพยากรธรรมชาติ และช่วยกันหยุดวิกฤติทะเลไทย และเลิกทำร้ายทะเลโลก ได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมงาน กว่า 1,000 คน อาทิ นักวิชาการ, ช่างภาพสารคดี, ตัวแทนชุมชน และผู้เกี่ยวข้องจากทุกฝ่าย มาร่วมรับชมในรอบปฐมฤกษ์ และเตรียมจัดฉายต่อไปในสื่อต่า งๆ ติดตามข่าวสารได้ทางเว็บไซด์ www.dmcr.go.th”



“ประเทศไทยมีจังหวัดที่ติดกับชา ยฝั่งทะเล 23 จังหวัด มีเกาะต่างๆ อีกกว่า 900เกาะใน 19 จังหวัด ข้อมูล พศ. 2559 พบขยะจากพื้นที่เหล่านี้เกือบ 3 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติก ประมาณ 339,600 ตันต่อปี แม้ว่าจะมีกระบวนการจัดการและจั ดเก็บแล้ว แต่ขยะเหล่านี้ ก็ยังหลุดรอดและไหลลงสู่ท้องทะเ ล มากถึง 10-15% หรือ ประมาณ 30,000-50,000 ตันต่อปี โดยปริมาณขยะในประเทศ พศ. 2559 พบว่าขยะทั่วประเทศมากถึง 27.40 ล้านตัน, สถิติผลิตขยะ 1.14 กิโลกรัม ต่อคนต่อวัน, ผลิตขยะวันละ 74,130 ตัน ต่อวัน, เฉพาะกทม. 11,500 ตันต่อวัน ขยะกำจัดไม่ถูกต้องอีก 11.68 ล้านตัน และขยะตกค้าง 10.13 ล้าน ซึ่งสะท้อนการจัดการขยะยังไม่มี ประสิทธิภาพมากพอ และขยะบนบกเหล่านี้ มีจำนวนไม่น้อยที่กลายเป็นขยะใน ทะเล จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องช่ วยกัน” ท่านอธิบดี กล่าว

ด้าน สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ประธานบริษัท ทีวีบูรพา จำกัด และ ภัทราพร สังข์พวงทอง ในฐานะผู้จัดทำสารคดีชุดดังกล่ าว เผยว่า “ ข้อมูลปัญหาขยะทะเล ได้ถูกรวบรวมจากที่ต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นกันทั่วโลก ทำให้เราเห็นภาพรวมสถานการณ์ปัญ หาขยะในทะเลที่ร้ายแรง และส่งผลกระทบหลายด้าน และถ้าพวกเรายังปล่อยให้เป็นอย่ างนี้ไปเรื่อยๆ อนาคตก็จะยิ่งน่าเป็นห่วง

สารคดีชุดดังกล่าว ทำให้เราได้ย้อนมองตัวเองว่า สิ่งที่เราคิดว่าไม่ได้มีส่วนร่ วม เราเป็นผู้บริสุทธิ์นั้น แท้ที่จริงแล้วเราไม่รู้หรอกว่า เป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเจ ตนา เนื้อหาเกือบ 1 ชั่วโมงของสารคดี มีการเชื่อมโยงให้เห็นภาพตั้ งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง จะพบเลยว่าแท้ที่จริงแล้วเราทุก คนที่ใช้ชีวิตอยู่ โดยไม่ตระหนักถึงการใช้ถุ งพลาสติกนี่แหล่ะ ต่างเป็นต้นเหตุทำให้ปัญหานี้ เกิดขึ้นด้วยกันทั้งนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะตั้ งคำถามกับตัวเองว่าจะเป็นส่ วนหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่ างไร? ขณะเดียวกันการขยับเคลื่อนที่น โยบายของภาครัฐ ภายใต้การจับตามองของประชาคมโลก ก็จะทำให้เราได้เห็นแนวทาง มาตรการ และทำให้เราต้องเตรียมตัว

หลายครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้นกับ สังคมไทยแล้ว เรากลับมามองที่การสร้างจิตสำนึ ก คำถามคือ “สารคดี” คือทางออกที่จะช่วยปลุกจิตสำนึก ได้อย่างไร? เชื่อว่าธรรมชาติของคน มีสามัญสำนึกอยู่ในตัว เพียงแต่สิ่งที่เรายังขาด คือ ความรู้ความเข้าใจในหลายสิ่งหล ายอย่าง เพราะด้วยความที่เราไม่รู้ ทำให้เข้าใจผิดหรือรู้ผิดๆ อย่างเรื่องขยะในทะเลนี้ คนทั่วไปมักเห็นว่าไม่ร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากไม่ใช่ค นที่สนใจศึกษาค้นคว้า น้อยคนที่จะใช้การเรียนรู้ของตั วเองเพื่อศึกษา ว่าปัญหาร้ายแรงนี้จะส่งผลกระทบ และอะไรที่อาจเกิดขึ้นเป็นปัญหา ใหญ่โตในภายหลังบ้าง แต่ถามว่าคนเราสงสารสัตว์ ทะเลหรือไม่ หรือเป็นห่วงตัวเองที่บริโภคสัต ว์ทะเลที่มีนาโนพลาสติกหรือไม่ ฯลฯ ทุกคนมีความเป็นห่วงแต่ก็ไม่รู้ ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไร

ดังนั้นสื่อประเภทสารคดีจึงมีคว ามสำคัญ เป็นการรวบรวมข้อมูลมาให้ผู้ชมไ ด้เห็นภาพตั้งแต่ตัวปฐมบทไปจนถึ งผลกระทบในปัจจุบัน พอประชาชนดูสื่อแล้วเกิดการเชื่ อมโยง สะเทือนใจ ก่อให้เกิดพลังที่ทำหน้าที่ส่ งต่อความรู้สึกไปในทิศทางเดี ยวกัน ผมเชื่อว่าธรรมชาติของคนที่รั บรู้อย่างนี้ ต้องกลับมาทำอะไรสักอย่าง และไม่ได้กลับมาเงียบๆ ด้วย กลับมาเล่า ออกมารณรงค์ต่อต้าน อย่างเรื่องพลาสติกก็เห็นแล้วตอ นนี้ หลายหน่วยงานเริ่มจะขยับ ผู้คนออกมาเผยแพร่ เหมือนแผ่นดินไหว พลวัตจากพลังที่เกิดจากตรงนี้จะ กระเพื่อมออกไป แต่สิ่งสำคัญคือว่า เราต้องไม่ได้ทำแค่ครั้งเดี ยวแล้วเงียบหายไป แต่การรับลูกจากตรงนี้แหละ คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง”











Comments