Government‎ > ‎

“THAIFEX - ANUGA ASIA 2020” ในรูปแบบใหม่ “The Hybrid Edition”

posted Aug 3, 2020, 2:30 AM by Maturos Lophong


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ 

ยืนยันจัดงาน “THAIFEX - ANUGA ASIA 2020” ในรูปแบบใหม่ “The Hybrid Edition”



กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี

ในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX - ANUGA ASIA 2020 อย่าง เป็นทางการยืนยันความพร้อมในการจัดงานที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ระหว่าง วันที่ 22 - 26 กันยายน 2563 โดยครั้งนี้ได้มีการปรับรูปแบบการจัดงานใหม่ในลักษณะไฮบริด เพื่อรองรับชีวิตวิถี

New Normal ภายใต้ชื่องาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” จัดให้มีการเจรจาซื้อขายแบบออฟไลน์ควบคู่ออนไลน์เผยได้รับการตอบรับจากบริษัทที่ต้องการแสวงหาโอกาส ในรูปแบบใหม่ๆ เข้า ร่วมแสดงสินค้าแบบออฟไลน์ จำนวน 363 บริษัท โดยเป็นผู้ประกอบการไทย 319 บริษัท และตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบการต่างชาติจาก 15 ประเทศ 44บริษัท

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วโลก แต่คณะผู้จัดงานมองเห็นสัญญาณบวกของการฟื้นตัวจาก สถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย จึงได้เดินหน้าจัดงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2020 “TheHybridEdition”โดยจะมีการปรับ เปลี่ยนรูปแบบให้เป็นลักษณะไฮบริดที่ผสานการจัด VirtualTrade Fair และ Virtual - Online Business Matching นอกเหนือจากการจัดงานแสดงสินค้าตามปกติ โดยนา เทคโนโลยีมาขับเคลื่อนในการติดต่อกับผู้ซื้อ ต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มให้ฟื้นตัว กลับมาโดยเร็ว และตอบโจทย์นักธุรกิจต่างชาติหรือผู้นำเข้าสินค้าอาหารที่ไม่สามารถเดินทางมาไทยได้ นอกจากนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังได้จัดให้มีการแสดงสินค้าเสมือนจริง THAIFEXporterVirtual Trade Show ควบคู่ไปด้วย 

ในส่วนของการจัดงานแบบออฟไลน์จะจัดแสดงสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม ณ ศูนย์แสดงสินค้าและ

การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี และเพิ่มกิจกรรมการจัดนิทรรศการด้านหน้าโถงอาคาร ภายใต้แนวคิด

EAT RESPONSIBLY เพื่อนำเสนอแนวโน้มของการบริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มุ่งเน้นที่รสชาติ หรือประโยชน์ของ อาหารเท่านั้น แต่ยังลงลึกไปถึงที่มาของวัตถุดิบกรรมวิธีหรือเรื่องราวทีเป็นเอกลักษณ์ของอาหารจานนั้นๆ ผ่านประเภทการจัดแสดง 8 กลุ่ม ได้แก่ FutureFood,FreefromFood,FoodIngredients,Asia’s Herbto the World, New Protein Source, Thailand Trust Mark, Style Bangkok Showcase และ Halal to the World

การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 คณะผู้จัดงานจึงได้มีมาตรการการดูแล สุขอนามัยของผู้เข้าร่วมงานอย่างเคร่งครัด มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.)

เพื่อดำเนินการตามแนวทางความปลอดภัยเกี่ยวกับระยะห่างความหนาแน่นของบูธแสดงสินค้ามาตรการ



ด้านสุขภาพและอนามัยต่าง ๆ เช่น สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่งานแสดงสินค้า ตรวจวัดอุณหภูมิ รวมถึงการจัดการผู้เข้าร่วมงาน หรือคณะผู้แทนการค้าจากต่างประเทศ โดยจะดำเนินการตามมาตรการและข้อกำหนดในการควบคุมโรคโควิด-19อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีปัญหาและสร้างผลกระทบใดๆต่อทุกภาคส่วนในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มการลงทะเบียนล่วงหน้า ในรูปโฉมใหม่โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานพิมพ์ป้ายชื่อของตนเองที่เคาน์เตอร์ลงทะเบียนหน้างาน พร้อมการจัดการคิวที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความสบายใจและความมั่นใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

ในส่วนของ “THAIFEXporter Virtual Trade Show” ซึ่งเป็นงานในรูปแบบออนไลน์ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยซึ่งหลายรายได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 ให้มีโอกาสเจรจาการค้าและริเริ่มการจัดงานแสดงสินค้าในลักษณะเสมือนจริงซึ่งเป็นแนวโน้มของ

การจัดงานแสดงสินค้ายุคใหม่ โดยจะมีการซื้อ ขายผ่านเว็บไซต์ www.thaifexportervirtualtradeshow.com จัดแสดงคูหาเสมือนจริงในรูปแบบ 3 มิติ ผู้ชมงานจากต่างประเทศสามารถเข้าไปเลือกสินค้าในชั้นวางสินค้า ชมคลิปวิดีโอ เปิดแคตตาล๊อกสินค้า ฝากข้อความนัดเวลาเจรจาการค้าล่วงหน้าหรือเจรจาการค้าได้ทันที โดยจะเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมแสดงสินค้างาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 “TheHybridEdition”ครั้งรนี้สามารถเข้าร่วมงานออนไลน์ของเราได้”

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า “ประเทศไทย เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร ลำดับที่ 11 ของโลก และเป็นอัน ดับ 2 ของเอเชีย มียอด ส่งออก กว่า 1.25 ล้านล้านบาท สำหรับ ธุรกิจอาหารไทยในยุค New normal ทำให้ เกิดเทรนด์ธุรกิจใหม่มากมาย เช่น

ผู้ค้าปลีก ร้านอาหาร หรือแม้แต่ธุรกิจดั้ง เดิมที่ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์มากขึ้นเราจึงต้องการมอบโอกาสที่เหมาะสมให้กับผู้ประกอบการในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้และฟื้นฟูธุรกิจ ของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสนับสนุนธุรกิจและผู้ประกอบการให้ได้รับประโยชน์จากเทรนด์เหล่านี้ เราจึงได้จัดงาน THAIFEX -ANUGAASIA2020 “TheHybridEdition”เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประเทศไทยในฐานะตลาดอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานได้รับประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆในการเข้าถึงตลาดในภูมิภาคเอเชียและ

ทั่วโลก ซึ่งในปีนี้มีผู้ประกอบการไทยได้ให้ความสนใจการจัดงานรูปแบบใหม่และยืนยันเข้าร่วมงานแล้ว จำนวน 319 บริษัท 1,116 คูหา เป็น SMEs 120 ราย และมีรายใหม่ 90 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่สามารถสร้างงาน สร้าง มูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้ ก่อให้เกิดมูลค่าแก่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้เรายังมอบสิทธิ ประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยทั้ง Manufacturer และ Exporter ที่เข้าร่วม อาทิ ส่วนลดค่าพื้นที่เข้า ร่วมงาน 20% สิทธิการเข้าร่วมเจรจาการค้ากับผู้ซื้อ /ผู้นำเข้าผ่าน Online Business Matching, VDO Conference, Facebook Live แนะนำสินค้า ของบริษัท”

ทางด้าน นายภูษิต ศศิธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ โคโลญเมสเซ่ ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้ว่าผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญความยากลำบากจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 อยู่แต่ อุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่มยัง

คงเป็นสิ่งจำเป็นต่อภาคธุรกิจซึ่งต้องดำเนินการต่อไป เรามีความพร้อมที่จะฟันฝ่าสถานการณ์ ปัจจุบันนี้ และมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยในปีนี้มี ตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยของผู้ประกอบการต่างชาติจาก 15 ประเทศรวม 44 บริษัท ยังคงยืนยันการเข้า ร่วมงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง เวียดนาม บราซิล โปแลนด์ นอร์เวย์ อินโดนีเซียและสิงคโปร์ โดยในงานจะมีกิจกรรมพิเศษ อาทิ THAIFEX Start Up Pavilion & Tech Pavilion, THAIFEX Taste Innovation Show และ THAIFEX TrendZone เป็นต้น รวมทั้งการสัมมนาออนไลน์ฟรีเป็นครั้งแรก”

สำหรับงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” จะจัดขึ้น 5 วัน โดยแบ่งเป็นวันเจรจาการค้า ในวันที่ 22-26กันยายน2563 และวันจำหน่ายปลีก ในวันที่ 25-26 กันยายน 2563 ซึ่งจัดขึ้น 2 วัน จากเดิมที่จัดเพียง 1 วันเท่านั้น เพื่อส่งเสริมการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ *******************************************
Comments