Health & Beauty





BEAUTY กางแผนธุรกิจปี 2563

posted Feb 4, 2020, 1:01 AM by Maturos Lophong



BEAUTY กางแผนธุรกิจปี 2563 ยกระดับสู่การเป็น International Beauty & Health Business ชู 3 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนธุรกิจ เพิ่มความสามารถการทำกำไร ขยายตลาด 15 ประเทศ พร้อมเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในจีน ด้านตลาดในประเทศ ขยายช่องทางจัดจำหน่าย Consumer Product ปั๊มยอดขาย ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% รักษาอัตรากำไรสุทธิ 15 % 

นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวภายใต้แนวคิด Live a Beautiful Life เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจด้วยนโยบาย International Beauty & Health Business เพื่อยกระดับแบรนด์สินค้าภายใต้การจำหน่ายของบริษัทเข้าสู่การเป็นแบรนด์ด้านความงามและสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจและแผนการดำเนินงานของบริษัทจะมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย


1. เพิ่มความสามารถการทำกำไร (Strengthening profitability both domestic and overseas business) : โดยมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนกำไรจากช่องทางจัดจำหน่ายต่างประเทศและบริหารจัดการต้นทุนช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศให้มีประสิทธิภาพ

2. ขยายตลาดต่างประเทศเชิงรุก (Overseas: Cultivating and expanding overseas business) จำนวน 16 ประเทศ โดยมี 13 ประเทศที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในปี 2562 ซึ่งจะเน้นการทำการตลาดร่วมกันและเพิ่มจำนวน SKUs สินค้า และมีอีก 5 ประเทศหลักที่เน้นการทำการตลาดเฉพาะในปี2563 มีแผนจะ-พัฒนาช่องทางการตลาดและการขายเข้มข้น คือ ประเทศ เวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า อินเดีย ฟิลิปปินส์ ในรูปแบบของตัวแทนจำหน่าย Product Distributor ,Shop Licence , Shop in Shop หรือ Counter sales


ขณะเดียวกันบริษัทเน้นการรุกตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน(Mainland China)ต่อเนื่อง โดยบริษัทมีแผนศึกษาการสร้างฐานธุรกิจในประเทศจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขยายตลาด และเพื่อความสะดวกในการพัฒนาสินค้าใหม่และการบริหารจัดการตลาดในประเทศจีน เพราะเล็งเห็นว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่มีโอกาสทางธุรกิจสูง อีกทั้งบริษัทมีแผนเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดจากช่องทางจำหน่ายร้านค้าทั่วไป ( General Trade )เช่น คอนวีเนียนสโตร์ โมเดิร์นเทรดต่างๆ และช่องทางออนไลน์ที่เป็นอีคอมเมิรซ์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการขาย -นอกจากนั้นได้ขยายจำนวนสินค้าใหม่ๆเข้าไปจำหน่ายในช่องทาง Cross Border E-Commerce อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2562 บริษัทมีสินค้าวางจำหน่ายแล้วจำนวน 10 Platforms และในปีนี้มีแผนเจรจาเพิ่มจำนวน Platform อีกต่อเนื่อง 



3. ตลาดในประเทศมุ่งเน้นขยายตลาดกลุ่มสินค้าอุปโภค และสร้างความเข้มแข็งช่องทางร้านค้าปลีก (Domestic : Expanding distribution channels for Consumer Products and improving retail business) ตลาดในประเทศ มุ่งเน้นขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆที่มีโอกาสเติบโตสูงและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ที่ไม่จำกัดเฉพาะร้านสาขา พร้อมขยายกลุ่มสินค้าอุปโภค (Consumer Product) และสินค้าสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยมีแผนจะพัฒนาสินค้าด้านสุขภาพร่วมกับผู้ผลิตสินค้าชั้นนำด้านนี้เพิ่มขึ้นอีกทั้งยังมุ่งเน้นเพิ่มช่องทางการตลาดที่หลากหลายเพื่อเปิดช่องทางจัดจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น



ช่องทางร้านค้าปลีก (Retail Business Models) มุ่งเน้นการเพิ่มอัตราการเติบโตสาขาที่มีศักยภาพ พัฒนาปรับปรุงและสร้างความเข้มแข็งให้ช่องทางร้านค้าปลีก พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการบริหารร้านค้าปลีกเน้นการทำการตลาดได้ด้วยตัวร้านค้าปลีกเอง (Local Store Marketing) ,สร้างโมเดลการขายสินค้าที่เป็นสินค้า Multi Brand เข้ามาจำหน่ายในร้าน Beauty Buffet เพื่อจำหน่ายสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุม ปัจจุบันบริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 311 สาขา




ช่องทางอีคอมเมิร์ซ( E-Commerce) ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างระบบอีคอมเมิร์ซให้มีประสิทธิภาพ วางเป้าหมายรุกตลาดออนไลน์ ด้วยกลยุทธ์ O2O และพันธมิตร รวมถึงพัฒนาระบบรองรับพฤติกรรมการจับจ่ายผ่านมือถือของบริษัทเอง ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยผลักดันให้บริษัทมีรายได้เติบโตก้าวกระโดด

มุ่งเน้นพัฒนาสินค้าหลัก- (Product Driven) ขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตโดยการสร้าง Product Heros ที่มีกระแสดึงดูดลูกค้าทั้งสินค้าเดิมที่มีอยู่แล้วและสินค้าใหม่ เน้นสินค้าที่เป็นอินโนเวชั่นตามเทรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 


จากการดำเนินงานในปี 2562 ถือเป็นการปรับธุรกิจตามยุทธศาสตร์ใหม่ บริษัทได้พัฒนาตลาด วางรากฐานช่องทางในตลาดต่างประเทศ ,สินค้ากลุ่มอุปโภค รวมถึงการวางแนวทาง E-Commerce ชัดเจนเพื่อเป็นฐานการขยายตลาดในปี 2563 

และสำหรับภาพรวมธุรกิจเครื่องสำอางปี 2563 คาดว่ายังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับความงาม สุขภาพและผิวพรรณต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพมีความหลากหลายเพิ่มขึ้นตาม


 ซึ่งการขยายตัวดังกล่าวเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่จะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศและในระดับนานาชาติ ซึ่งในปีนี้ BEAUTY วางเป้าหมายรายได้เติบโต 20% พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิ 15%

OCEAN LIFE ไทยสมุทร สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า

posted Jan 29, 2020, 11:41 PM by Maturos Lophong



OCEAN LIFE ไทยสมุทร สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า
ยืนยันคุ้มครองครอบคลุมกรณีติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ ตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันในกรณีการระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (2019-nCoV) ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งสร้างความสูญเสีย และส่งผลกระทบไปทั่วโลก 

OCEAN LIFE ไทยสมุทร จึงขอยืนยันว่าลูกค้าทุกท่านจะยังคงได้รับความคุ้มครองครอบคลุมถึงโรคดังกล่าว ตามจำนวนผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันชีวิตและ/หรือสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพที่ถือครองอยู่ ทั้งนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทร พร้อมดูแลลูกค้าทุกท่านด้วยหัวใจ และขอส่งความห่วงใยมายังลูกค้าทุกท่าน ขอให้ท่านดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง

หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการซื้อประกันชีวิต และซื้อความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสาขา OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต 171 สาขาทั่วประเทศ หรือ โทร. 0 2207 8888

เมิร์ซ เอสเธติกส์ จับเทรนด์ความงามปี 2020ชูกลยุทธ์ Individual Beauty

posted Jan 20, 2020, 11:01 PM by Maturos Lophong



เมิร์ซ เอสเธติกส์ จับเทรนด์ความงามปี 2020 ชูกลยุทธ์ Individual Beauty

ตั้งเป้าครองส่วนแบ่งตลาด 20% พร้อมก้าวกระโดดสร้างรายได้ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

กรุงเทพฯ, 21 มกราคม 2563 – เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน เตรียมรุกหนักตลาดไทยส่งกลยุทธ์ ‘Individual Beauty ผู้หญิงไทยสวยได้ในแบบของตัวเอง’ พร้อมผลักดันนวัตกรรมความงามระดับโลกที่ตอบโจทย์เทรนด์ความงามมาแรงในปี 2020 เจาะกลุ่มตลาดพรีเมี่ยม พร้อมตั้งเป้าครองส่วนแบ่งทางการตลาด 20% ภายในสิ้นปีนี้ ปูทางสู่บริษัทนวัตกรรมความงามชั้นนำระดับประเทศ มุ่งทำรายได้ทยานแตะ 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี จากแนวโน้มตลาดหัตถการความงามของไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าตลาดพุ่งไปแตะถึง 5.2 พันล้านบาท และในปี 2019 ยังพบว่า 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผลักดันการเติบโตของตลาด ได้แก่ โบทูไลนุม ท็อกซินโต 7% เดอร์มัล ฟิลเลอร์โต 9% และเครื่องยกกระชับโต 10% ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนผู้บริโภคที่ขยายตัวและจำนวนคลินิกความงามที่เปิดตัวกว่าอีก 1,500 แห่งทั่วประเทศไทย ผู้บริโภคคนไทยมีความรู้สึกว่า ‘ความสวย’ ทำให้พวกเธอเกิดความรู้สึกภูมิใจ มั่นใจ และนับถือ
ในตัวเองนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิต

สาวไทยในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับความสวยในแบบของตัวเองมากขึ้น (Individual Beauty) นำมาซึ่งเทรนด์ The Best version of me คือ ดูเป็นธรรมชาติ ดูอ่อนกว่าวัย ด้วยผิวดูสุขภาพดี สดใส และมีความมั่นใจ โดย 3 ปัญหาหลักที่พบในกลุ่มเป้าหมาย คือ 1.ริ้วรอย ตีนกา หน้าผาก 2.ใต้ตาลึกโบ๋ และ 3.ใบหน้าหย่อนคล้อย มีร่องแก้ม ไร้กรอบหน้า ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้สาวๆ นิยมเลือกโปรแกรมเสริมความงามมากกว่า 1 อย่าง โดยไม่ลืมที่จะคำนึงถึง ความสวยสมาร์ท คือ ต้องสวยคุ้มและปลอดภัย ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรศึกษาและเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมีเครื่องมือที่
ได้มาตรฐาน ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการทำสวยทุกครั้ง

เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “เมิร์ซ เอสเธติกส์ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมความงามระดับโลก ด้วยเม็ดเงินลงทุนมากกว่า 3,800 ล้านบาท ในด้าน
การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และนำเสนอ 6 แบรนด์ผลิตภัณฑ์ทั้งเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ยาในระดับโกลบอล เพื่อความงาม อ่อนเยาว์ ตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าแบบครบวงจร สำหรับในประเทศไทย เราจะโฟกัสการนำเสนอผลิตภัณฑ์ 3 แบรนด์ด้วยกัน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มตลาดกำลังเติบโตสูง ได้แก่ เครื่องยกกระชับ สารฉีดลดเลือนริ้วรอย โบทูไลนุม ท็อกซิน และ สารฉีดเติมเต็ม เดอร์มัล ฟิลเลอร์ นอกจากนี้ เรายังผลักดันการพัฒนานวัตกรรมความงาม ที่ตอบโจทย์เทรนด์ความงามของแพทย์ความงามและผู้บริโภคไทย อาทิเช่น โปรแกรมยกกระชับหน้าสำหรับผู้ชาย Ultherapy for Men, โปรแกรมเพื่อผิวใสฉ่ำวาว Skin Radiance และโปรแกรมปรับรูปหน้าเรียว คอระหง X Beauty ซึ่งจะเป็นโปรแกรมที่เราโฟกัสและทำการสื่อสารทางการตลาดตลอดระยะเวลา 6 เดือนหลังจากนี้ ผ่านการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริงและบล็อกเกอร์ การแนะนำจากคลินิกความงามชั้นนำ และการโฆษณาผ่านสื่อหลักทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เป็นต้น ทั้งนี้เราก็ไม่ลืมที่จะพัฒนาศักยภาพของทีมงานคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นการติดปีกทีมงานทุกคนให้มีความพร้อมและเตรียมรับการเติบโตที่จะเกิดขึ้น โดยเราตั้งเป้าที่จะครองพื้นที่ส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศไทย 20% ภายในสิ้นปีนี้ และก้าวสู่การเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทยานแตะ 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ ซึ่งในปัจจุบันเราเดินมาได้เกินครึ่งทางแล้ว ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรคลินิกความงามที่มีมากกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ และเรากำลังจะมีงาน Merz Gala Thai Night ภายใต้แนวคิด Hi Five to High Fly...ก้าวสู่ปีที่ 5 ไปด้วยกัน ไปได้ไกล สุดยิ่งใหญ่ เพื่อประกาศเกียรติคุณและเฉลิมฉลอง 5 ปีแห่งความสำเร็จไปด้วยกัน ดังปณิธานธุรกิจที่เรายึดมั่นตลอดมาว่า ‘Your Success is Our Success’ ค่ะ”



เกี่ยวกับ เมิร์ซ เอสเธติกส์

เมิร์ซ เอสเธติกส์ แบรนด์นวัตกรรมความงาม เป็นส่วนหนึ่งของ กลุ่มบริษัท เมิร์ซ ฟาร์มา ประเทศเยอรมัน สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้าน เวชภัณฑ์ยาและเทคโนโลยีความงาม มากว่า 110 ปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำอันเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือของแพทย์
ความงามและผู้บริโภค ทางด้านนวัตกรรมความงาม เวชภัณฑ์ยากลุ่มโบทูลินั่มท็อกซิน และเครื่องมือแพทย์เพื่อการดูแลรักษาผิวพรรณและรูปร่าง ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ผู้เขี่ยวชาญด้านความงามกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

ปัจจุบัน เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์ เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้า นำเข้าและ จัดจำหน่าย กลุ่มสินค้านวัตกรรมความงามเพื่อการดูแลรักษาผิวพรรณและรูปร่างอย่างครบวงจร ได้แก่ ฟิลเลอร์เนื้อเนียนจากสวิส โบเยอรมัน และเครื่องมือยกกระชับผิวหน้าและลำคอ อัลเธอร่า (Ulthera) พร้อมด้วยการบริการหลังการขายและคอร์สฝึกอบรมเทคนิคแก่แพทย์ความงามทุกท่านให้เป็นผู้สรรสร้างความงามอย่างถูกวิธี นำมาซึ่งผลลัพธ์ความงามพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้บริโภคที่เข้ารับบริการทุกคน ดังพันธสัญญาของบริษัทฯ ที่ว่า อยากให้ทุกคน มีความเป็นอยูที่ดี รู้สึกดี และดูดี งดงามขึ้นกว่าที่เคย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.merzclubthailand.com


กระทรวงยุติธรรม เบทเตอร์เวย์ MOU โครงการชีวิตสีชมพู

posted Jan 5, 2020, 11:59 PM by Maturos Lophong



กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ เครื่องสำอางมิสทิน และโครงการปันฝันปันยิ้ม “ให้โอกาสสร้างอาชีพผู้ก้าวพลาด” 

ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานและสักขีพยาน ในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการชีวิตสีชมพู” ระหว่าง กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (เครื่องสำอางมิสทิน) และโครงการปันฝันปันยิ้ม ในการจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ผ่านแอปพลิเคชัน “Ning Nong Shopping Thailand” ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร



โดยได้รับเกียรติจาก นายดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (เครื่องสำอางมิสทิน) และ ดร.ณัฐพงศ์ โมกขพันธ์ ผู้อำนวยการโครงการปันฝันปันยิ้ม ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีผู้ลงนาม ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายองอาจ วงศ์เดชาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเครื่องสำอางมิสทิน และนางสาวเพียงเพ็ญ วงศ์นิมิตรกุล รองผู้อำนวยการโครงการปันฝันปันยิ้ม

ทั้งนี้ พ.ต.อ. ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ และ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ตลอดจนเด็กและเยาวชนกรมพินิจฯ กว่า 100 คน ร่วมงานด้วย โดยในงานได้มีการสาธิตการใช้ และทดลองสั่งซื้อสินค้าผ่าน Ning Nong พร้อมทั้งการจัดบูธนิทรรศการแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์งานฝีมือต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งหน่วยงานในกลุ่มพัฒนาพฤตินิสัยของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งการลงนามฯ ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์งานฝีมือของผู้ที่เคยก้าวพลาดให้เกิดการค้าขายออนไลน์ผ่าน Ning Nong โดยเครื่องสำอางมิสทิน 



นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีในการลงนามครั้งนี้ว่า “กระทรวงยุติธรรม มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางขายตรงรายใหญ่ หรือที่รู้จักกันในนาม “มิสทิน” ได้ให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิด ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงยุติธรรม ให้ได้มีโอกาสในการประกอบอาชีพที่สุจริต มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ

กระทรวงยุติธรรม กำลังริเริ่มนโยบายมาตรการลดภาษีแก่บริษัท ห้างร้าน ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ที่เปิดโอกาสรับผู้ที่เคยกระทำผิดเข้าทำงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้ประกอบการเล็งเห็นความสำคัญ และการให้โอกาสแก่ผู้ที่กระทำผิด ให้มีรายได้จากการประกอบอาชีพที่สุจริต ซึ่งจะส่งผลให้แนวโน้มการกระทำผิดซ้ำลดลง เนื่องจากผู้ที่เคยกระทำผิดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการยอมรับ เกิดการเห็นคุณค่าในตนเอง มีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับผู้อื่น ดังนั้น ความร่วมมือในวันนี้ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งจะได้มีการสานต่อและขยายผลต่อไปในอนาคต ขอขอบคุณ คุณดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (เครื่องสำอางมิสทิน) ที่เห็นความสำคัญและให้โอกาสแก่ผู้ที่กระทำผิด ได้มีโอกาสในการประกอบอาชีพ ร่วมกับมิสทิน ในการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ผ่าน Ning Nong ซึ่งในอนาคต ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทางมิสทิน ในการบูรณาการและให้ความร่วมมือต่อไป นอกจากนี้ ขอขอบคุณ ดร.ณัฐพงศ์ โมกขพันธ์ ผู้อำนวยการโครงการปันฝันปันยิ้ม ที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงยุติธรรม กับมิสทิน จนนำมาสู่การแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ในวันนี้ และผมเองก็หวังเช่นกันว่า โครงการปันฝันปันยิ้ม จะได้เป็นสื่อกลางนำสิ่งดีๆ มาสู่กระทรวงยุติธรรมและภาคีเครือข่ายอื่นๆ ต่อไปในอนาคต” 

ขณะที่ นายดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (เครื่องสำอางมิสทิน) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “เครื่องสำอางมิสทิน คือธุรกิจขายตรง ที่สร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้ และอาชีพที่มั่นคงมากว่า 30 ปี และกลุ่มผู้ก้าวพลาดจากกระทรวงยุติธรรม คือกลุ่มผู้ที่ต้องการโอกาสจากสังคม เพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างชีวิตที่ดีและมั่นคงในอนาคตได้ ด้วยโลกออนไลน์ที่เติบโตขึ้นทุกวัน เป็นแรงผลักดันให้มิสทินพัฒนาแอปพลิเคชัน Ning Nong Shopping Thailand ซึ่งเป็นแอปพลิเคชัน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการสร้างโอกาสทางอาชีพที่มั่นคง และการเตรียมความพร้อม ในการเข้าสู่โลกแห่งดิจิทัล เนื่องจาก Ning Nong ไม่ต้องมีต้นทุน ไม่ต้องมีหน้าร้าน และไม่ว่าใครก็สามารถมีรายได้โดยไม่ต้องพึ่งพา หรือรบกวนบุคคลอื่น ด้วยการสร้างหน้าร้านออนไลน์ด้วยตัวเองได้ทันที

มิสทิน เชื่อในเรื่องของการมอบโอกาสให้กับทุกคน จึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ โดยมิสทิน จะสอนวิธีการขายสินค้าออนไลน์ผ่าน Ning Nong และจะใช้เป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้า โดยเริ่มต้นนำร่องกับน้องๆ เยาวชนกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อปูทางอาชีพให้กับพวกเขาตั้งแต่ยังอยู่ภายในสถานควบคุม และเมื่อน้องๆ เยาวชนได้รับการปล่อยตัวแล้ว จะสามารถใช้ Ning Nong เป็นหน้าร้านออนไลน์ โดยไม่ต้องใช้เงินทุนใด ๆ ทำให้น้อง ๆ เยาวชนมีโอกาสทางรายได้อย่างไม่จำกัดจากการขายสินค้าผ่าน Ning Nong

โดยในวันนี้ จะเป็นวันแรกที่โอกาสเพื่ออนาคตของกลุ่มเยาวชนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จะเริ่มต้นอย่างสมบูรณ์แบบ โดยได้รับเกียรติจาก ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มาเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าผลงานของน้องๆ เยาวชนผ่าน Ning Nong เป็นท่านแรก และขอถือเป็นวาระที่ดีในการเปิดตัว Ning Nong อย่างเป็นทางการด้วย

ขอขอบคุณโครงการปันฝันปันยิ้ม ที่เป็นผู้ชักนำและประสานงานให้เกิดการลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ครั้งนี้ และขอขอบคุณกระทรวงยุติธรรม ในโอกาสที่ให้เครื่องสำอางมิสทิน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้โอกาสแก่ผู้ที่ก้าวพลาดให้ได้มีอาชีพ มีรายได้และสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ “เพราะมิสทินเชื่อในคำว่าโอกาส และการมอบโอกาส คือแนวทางในการดำเนินธุรกิจของเราเสมอมา”

ด้าน ดร.ณัฐพงศ์ โมกขพันธ์ ผู้อำนวยการโครงการปันฝันปันยิ้ม กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “โครงการปันฝันปันยิ้ม เกิดจากตัวผมและผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้โอกาสแก่เด็กด้อยโอกาส ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้เคยกระทำผิด โดยทางโครงการริเริ่มจากการให้การช่วยเหลือในด้านการรักษาสำหรับครอบครัวที่ขาดทุนทรัพย์หรือบุคคลที่ขาดโอกาสในการรักษา อีกทั้งการสร้างโอกาสในด้านอื่นๆ อาทิ การให้อาชีพ การสร้างโรงเรียน การสานฝัน การให้ที่อยู่อาศัย หรืออื่นใดเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้บุคคลเหล่านั้น ยังคงมีความสำคัญและอยู่อย่างทัดเทียมเฉกเช่นคนปกติ ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ความร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้เกิดแก่สังคมในปัจจุบัน ซึ่งโครงการปันฝันปันยิ้มมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทีวี ภายใต้ชื่อ “รายการปันฝันปันยิ้ม” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ทุกวันจันทร์หลังข่าวและผ่านทางสื่อพันธมิตรต่างๆ 

อีกทั้งโครงการปันฝันปันยิ้มและตัวผมเอง ได้เล็งเห็นถึงการให้โอกาสด้านอาชีพเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะ เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของประเทศ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคง ดังนั้นเด็กและเยาวชนจึงควรที่จะเตรียมตัวที่จะเป็นกำลังของชาติด้วย หากเด็กและเยาวชนมีการกระทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ การมองปัญหาการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนจะต้องมองถึงสาเหตุหรือปัจจัยที่ก่อให้เกิดการกระทำความผิดนั้นขึ้น ซึ่งเราจะต้องมองการเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบันควบคู่กันไปด้วย และการจะคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน ผู้พ้นโทษสมควรจะได้รับโอกาสให้สามารถประกอบอาชีพมีรายได้พึ่งพิงตัวเองได้อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ปัจจุบันการค้าขายสินค้าออนไลน์เป็นรูปแบบหนึ่งในการขายของบนอินเทอร์เน็ต เป็นที่นิยมในไทยเมื่อไม่กี่ปี ที่ผ่านมา มีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้น เพราะตลาดออนไลน์เป็นตลาดที่เปิดกว้าง ใครก็สามารถขายของออนไลน์ได้อย่างไม่ยุ่งยาก จึงได้รับความนิยม จากกลุ่มคนที่ต้องการหารายได้และสร้างอาชีพ ที่สำคัญคือ ต้นทุนต่ำ และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว ดังนั้นทางโครงการ ปันฝันปันยิ้ม ร่วมกับ มิสทิน ได้จัดกิจกรรมโครงการ “ชีวิตสีชมพู” ขึ้น เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์งานฝีมือของเด็กและเยาวชน อีกทั้งพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการค้าขายสินค้าออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ใช้ความรู้ความสามารถจากการฝึกอบรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และได้รับประสบการณ์นอกเหนือจากการศึกษาในหน่วยเรียน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานด้านการฝึกวิชาชีพสำหรับเด็ก และเยาวชนให้มีประสิทธิภาพต่อไป ” ดร.ณัฐพงศ์ฯ กล่าว

ด้วยสภาพสังคมปัจจุบัน การกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้ต้องรับโทษตามกฎหมายมีจำนวนมาก กระทรวงยุติธรรมเป็นปลายทางที่จะทำหน้าที่ในการควบคุม ดูแลและแก้ไขผู้กระทำผิด โดยหน่วยงานกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อันได้แก่ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมคุมประพฤติ ซึ่งผู้กระทำผิดเหล่านี้ควรได้รับโอกาสในการกลับตัวกลับใจ ประพฤติตนใหม่ โดยควรได้รับโอกาส

ในด้านการฝึกอบรมอาชีพ ตลอดจนหน้าที่การงาน เพื่อให้มีโอกาสในการประกอบอาชีพการงานที่สุจริต และมีรายได้มั่นคง ไม่หลงไปกระทำความผิดและสามารถพัฒนาเป็นกำลังสำคัญ เป็นอนาคตในภาคภายหน้าได้อีกทั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งหวังให้ผู้กระทำผิดได้รับโอกาส มากกว่ามุ่งบังคับโทษ

ปัจจุบันอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะการค้าขายสินค้าออนไลน์เป็นรูปแบบหนึ่งในการขายของบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นที่นิยมในไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้น เพราะตลาดออนไลน์เป็นตลาดที่เปิดกว้าง บุคคลทั่วๆ ไปสามารถขายของออนไลน์ได้อย่างไม่ยุ่งยาก จึงได้รับความนิยมจากกลุ่มคนที่ต้องการหารายได้และสร้างอาชีพ ที่สำคัญคือต้นทุนต่ำ และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว

ดังนั้น โครงการ ปันฝันปันยิ้ม ร่วมกับ มิสทิน ได้จัดกิจกรรมโครงการ “ชีวิตสีชมพู” ขึ้น เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์งานฝีมือผู้กระทำผิด ภายใต้การดูแลของกระทรวงยุติธรรม ให้เกิดการค้าขายบนโลกออนไลน์ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์งานฝีมือผู้กระทำผิด มาจากกระบวนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ซึ่งต้องการให้ผู้กระทำผิดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรวมถึงนิสัยเดิมให้ดีขึ้น และเมื่อกลับออกไปสู่สังคมแล้ว สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ก่อเหตุอันตรายต่อตนเองและบุคคลรอบข้างซ้ำอีก จึงเป็นที่มาของงานศิลป์ที่หลากหลายและสวยงาม ทุกชิ้นงานเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากความตั้งใจและกระบวนการ การเรียนรู้ของผู้กระทำผิดที่อยากได้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ การเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิด ซึ่งได้รับการแก้ไขฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ได้รับโอกาสกลับมาอยู่กับครอบครัวและเริ่มต้นชีวิตใหม่ อีกทั้งส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการค้าขายสินค้าออนไลน์ จึงเป็นโอกาสให้ผู้กระทำผิดได้ใช้ความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์ และได้รับประสบการณ์นอกเหนือจากการศึกษาในหน่วยเรียน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานด้านการฝึกวิชาชีพสำหรับผู้กระทำผิดให้มีประสิทธิภาพต่อไป

ยูนิซิตี้ คว้ารางวัลนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม

posted Jan 3, 2020, 1:08 AM by Maturos Lophong


ยูนิซิตี้ คว้ารางวัลนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม 

ในงานThailand's Smart Award 2019


นางสาวภารดี ศรีรัตนประภาส ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระดับภูมิภาค (Regional Marketing Director) บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด รับมอบรางวัล Thailand’s Smart Awards ประเภทผลิตภัณฑ์ สาขาบริษัทผลิตภัณฑ์นวัตกรรมยอดเยี่ยม ในงาน Thailand’s Smart Awards ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 จากนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยรางวัลดังกล่าวสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเสริมสร้างแรงขับเคลื่อนให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ให้ร่วมผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศให้ไปสู่ระดับสากล ตลอดจนมุ่งยกระดับพัฒนาบุคลากรและองค์กรให้มีความแข็งแกร่ง อีกทั้งเพื่อการพัฒนานำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจ และการออกแบบนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกสู่สังคมไทยและนานาชาติ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ ยูนิซิตี้ เพื่อสร้างชีวิตที่ดีกว่า ‘Make life better’ ให้แก่ผู้คนรอบข้างในสังคม

เจอเนสส์ โกลบอลฯ จัดงาน “เจอเนสส์ ยูนิเวอร์ซิตี้”

posted Dec 24, 2019, 1:14 AM by Maturos Lophong


เจอเนสส์ โกลบอลฯ จัดงาน “เจอเนสส์ ยูนิเวอร์ซิตี้” 
การประชุมเพื่อปลุกขุมพลังแห่งความสร้างสรรค์ให้แก่สมาชิก

เจอเนสส์ โกลบอล บริษัทเครือข่ายขายตรงสัญชาติอเมริกา หนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการชะลอวัยอย่างได้ผล นำโดย นางลาวัณย์ เวทประเสริฐวงศ์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา จัดงาน เจอเนสส์ ยูนิเวอร์ซิตี้ (Jeunesse University) อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อการเสริมสร้างขุมพลังความรู้ กลยุทธ์ และเทคนิคแนวทางความสำเร็จ ซึ่งอัดแน่นด้วยกูรูและเหล่าผู้นำระดับสูงมากมายทั้งชาวไทยและประเทศใกล้เคียงมาร่วมแชร์ความรู้ และจุดพลังบวกให้กับเหล่าสมาชิกที่มาร่วมงาน พร้อมร่วมเปิดตัว Revita Blu ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการดูแลสุขภาพ ครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ อิมแพค เมืองทองธานี

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์และความกระตือรือร้นของเหล่าสมาชิกเจอเนสส์ฯ จากทั่วประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงที่เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง พร้อมความมุ่งมั่นที่อยากจะเพิ่มทักษะ ความรู้ กลยุทธ์ เพิ่มขีดความสามารถที่หลากหลาย และเพิ่มเติมประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานภายใต้การดูแลของเจอเนสส์ โกลบอล พร้อมด้วยสุดยอดคำแนะนำจากเหล่ากูรู ผู้นำระดับสูง และผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของเจอเนสส์ฯ อาทิ อนุสรา จันทรังษี และธเนตร วงษา, จิรัฏฐ์ กุลทรัพย์มงคล และอิราวัณ ปราโจะโกะ ผู้นำในระดับ Double Diamond Director ที่ขนความรู้และประสบการณ์มาถ่ายทอดแบบหมดเปลือก เพื่อร่วมปลุกพลังแห่งความสำเร็จ สร้างแรงบันดาลใจและสร้างพลังใจในประเด็นต่างๆ ได้แก่ การเสริมสร้างทักษะของการเป็นผู้นำ, การขยายธุรกิจด้วยผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์, วิธีการสร้างแรงบันดาลใจ, การปรับ Mindset ให้ถูกต้องและชัดเจนในการทำธุรกิจ รวมไปถึงการวางแผนและเทคนิคในการทำ Call Action ในธุรกิจ เพื่อสร้างแนวทางที่จะมุ่งไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จให้เกิดขึ้นกับสมาชิกทุกคนอย่างแท้จริง



นายรอย ทรูเอ็ตต์ ประธานภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก และแอฟริกา บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล จำกัด กล่าวถึงทิศทางของเจอเนสส์ฯ ในปีหน้าว่า “ในปี 2020 เจอเนสส์ โกลบอล มีวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งเน้นทั้งด้านการสร้างการเติบโตของธุรกิจในตลาดประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก และการวางแผนที่จะขยายฐานไปยังประเทศใหม่ๆ เพิ่มเติม รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถของสมาชิกทั่วโลกผ่านกิจกรรมเพื่อการฝึกฝนพื้นฐานทั้งการขายสินค้าและการสร้างผู้นำที่แข็งแกร่งในแต่ละประเทศ ซึ่งจะเน้นการพัฒนานักธุรกิจและทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเพื่อให้ความรู้ในทุกๆ การประชุมที่จะเกิดขึ้นในปีต่อไป โดยเฉพาะงาน Jeunesse University ในครั้งนี้ที่เราจัดขึ้นเพื่อสร้างเครือข่าย สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างการมีเป้าหมายที่ชัดเจน ตลอดจนส่งเสริมให้นักธุรกิจเจอเนสส์ฯ ประสบความสำเร็จในเป้าหมายของตัวเอง”



นอกจากการแสดงแสง สี เสียงที่ขนทัพจัดเต็มมาให้ความสนุกและสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ร่วมงานแล้ว เจอเนสส์ยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการดูแลสุขภาพใหม่ล่าสุด คือ Revita Blu ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดูแลสุขภาพ เพื่อการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพนานาชนิดอาทิ สารสกัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน, ซีบัคธอร์นเบอร์รี่ และว่านหางจระเข้ โดยมี ดร.คริสเตียน ดราโป ที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์และวิทยาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของเจอเนสส์ โกลบอล ซึ่งให้เกียรติมาบรรยายถึงนวัตกรรมและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แบบเจาะลึก พร้อมแชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้จริงที่เห็นผลลัพธ์ของการมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังทดลองรับประทานผลิตภัณฑ์ Revita Blu อีกด้วย รวมถึงการแสดงชุดพิเศษ Zenergize Workout จากเหล่า ZEN The Idol ที่ช่วยสร้างสีสันและสร้างความสุขให้กับผู้เข่าร่วมงานอย่างทรงพลัง

ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการมอบรางวัลอันทรงเกียรติ Star Pacer, Executive Maker และ Star Makerรวมถึงพิธีประดับเข็มเกียรติยศให้แก่ผู้นำในระดับต่างๆ ในแบบฉบับของครอบครัวเจอเนสส์ โกลบอล และร่วมยินดีไปกับสมาชิกที่พิชิตรางวัล Iceland Incentive Trip 2020 ได้สำเร็จ ตามคำขวัญที่ว่า One Team One Family One Jeunesse เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แล้วพบกันในงานครั้งต่อไป Jeunesse University วันที่ 8 มีนาคม 2020 และห้ามพลาดกับงานประชุมใหญ่ประจำปีที่เหล่าครอบครัวเจอเนสส์จะมารวมพลังกันที่งาน Expo Vision 2020 ที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วพบกัน!

ผลิตภัณฑ์ RVL™ จาก เจอเนสส์ฯ คว้าสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามแห่งปี

posted Dec 16, 2019, 11:54 PM by Maturos Lophong





ผลิตภัณฑ์ RVL™ จาก เจอเนสส์ฯ คว้าสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามแห่งปี

นาทเขษม วานิชกมลนันทน์ ผู้จัดการฝ่ายขายและฝึกอบรม บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลจาก ศิริเพ็ญ ผลัญชัย บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแพรว ในโอกาสที่ผลิตภัณฑ์ยาสระผม RVL Ultra Refining Shampoo ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ RVL™ ได้รับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามประจำปี 2019 ในสาขาผลิตภัณฑ์เพื่อลดการหลุดร่วงของเส้นผม Iconic Hair Loss Prevention Shampoo จากงานประกาศรางวัล Praew Iconic Beauty 2019 The Gaiety of Oriental ณ ล้ง 1919 เมื่อวันก่อน

สบู่จิ๊กซอว์ ME จับมือกับสยามดิสคัฟเวอรี่ จัดงาน It’s ME It’s my Life

posted Nov 14, 2019, 6:33 PM by Maturos Lophong   [ updated Nov 19, 2019, 11:31 PM ]


สบู่จิ๊กซอว์ ME จับมือกับสยามดิสคัฟเวอรี่ จัดงาน It’s ME It’s my Life

เปิด Shop สบู่จิ๊กซอว์ ME พบกับโปรแรงพิเศษ!!! ซื้อ 1 แถม 1 และโปรซื้อ 4 จ่าย 3

สบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม ร่วมกับสยามดิสคัฟเวอรี่ จัดงาน It’s ME It’s my Life เปิด Shop สบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษสมนาคุณให้ลูกค้า พบโปรแรง!!! ซื้อ 1 แถม 1 ทุกรายการ เฉพาะวันเปิดงานวันเดี่ยวเท่านั้นในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 และโปรสุดปังอลังการซื้อ 4 จ่าย 3 ตั้งแต่วันที่ 14 - 30 พฤศจิกายน 2562 และมีดารา ศิลปิน นักร้องคีตา และเซเลปจำนวนมาก ให้เกียรติมาร่วมงานและพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวตนของแต่ละท่าน ณ ชั้น 3 โซน Creative Lab สยามดิสคัฟเวอรี่


คุณตรีรัก รักการดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรี ตรีรัก จำกัด (TRI Trerak Co., Ltd. : TRI) เจ้าของและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม กล่าวว่า สบู่จิ๊กซอว์ ME ร่วมกับศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ จัดงาน It’s ME It’s my Life เปิด Shop สบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม และได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อเป็นการสมนาคุณให้ลูกค้า และอยากให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าดีเกรดพรีเมี่ยมในราคาพิเศษ ซึ่งมีโปรแรง!!! ซื้อ 1 แถม 1 ทุกรายการ เฉพาะวันเปิดงานในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 วันเดี่ยวเท่านั้น และโปรสุดปังอลังการ 4 จ่าย 3 เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 - 30 พฤศจิกายน 2562 ได้แก่

1. ซื้อ 4 จ่าย 3 ชุดเล็ก Small set ซื้อสบู่จิ๊กซอว์ ME สูตรใดก็ได้ 4 ก้อน มูลค่าก้อนละ 95 บาท จ่ายเพียง 285 บาท ส่วนลด 95 บาท

2. ซื้อ 4 จ่าย 3 ชุดกลาง Medium set เพียงซื้อสบู่จิ๊กซอว์ ME สูตรใดก็ได้ครบ 4 Set จ่ายเพียง 1,140 บาท ราคาเต็ม 1,520 บาท ส่วนลด 380 บาท

3. ซื้อชุดใหญ่ Limited set ซื้อสบู่จิ๊กซอว์ ME ชุด Limited Edition ครบ 25 สูตร ลดทันที 30% จากราคา 2,375 บาท ลดเหลือ 1,663 บาท

คุณจตุพล เกียรติระบิล รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการและสนับสนุนธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่เลือกสบู่จิ๊กซอว์ ME มาวางจำหน่ายที่นี้ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างโดดเด่นจากสบู่แบรนด์อื่นๆ และมีคุณภาพการผลิตที่ดี มีมาตรฐานสูง ที่สำคัญการดีไซน์ของโปรดักส์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ แตกต่างจากแบรนด์อื่น และเป็นสินค้าพรีเมี่ยมแบรนด์ของคนไทยที่เราควรสนับสนุนส่งเสริมการค้า

โดยในวันนี้มีดารา ศิลปิน นักร้องคีตา และเซเลปจำนวนมาก ได้แก่ คุณตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ ซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานนี้, คุณเล้ง อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์ Zenithorial, คุณเปิ้ล หัทยา วงศ์กระจ่าง, คุณฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียรติ, คุณแอน อังคณา ทิมดี, คุณยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี, คุณจอย T-Skirt, คุณกิ๊ฟ T-Skirt, คุณต๊อก Dr. Kids, คุณอ๊อบ Dr. Kids, คุณเขตต์ ฐานทัพ, คุณวิน วีรชัย The Divo, คุณอานันท์ อภินันทน์ Force Jun เทรนเนอร์จัน, น้องพีช พิชญ์อร วนรัตน์ 1 ใน 10 จากการประกวดไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2019 และน้องณีน วริฐา จิโรจน์กุล พรีเซนเตอร์สบู่ จิ๊กซอว์ ME ให้เกียรติมาร่วมงานและพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวตนของแต่ละท่าน



สบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม ซึ่งเป็นสบู่ที่มีรูปลักษณ์เป็นจิ๊กซอว์รายแรกของไทย ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม เอกลักษณ์เฉพาะตัว นำสบู่ก้อนเดี่ยว 4 ก้อน มาประกอบติดกันได้เป็นรูปสี่เหลี่ยมแต่ละสูตรมีขนาดปริมาณก้อนละ 30 กรัม ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มน้ำหอม 9 กลิ่น 2. กลุ่มคุณสมบัติของผิวพรรณ 10 สูตร และ 3. กลุ่มสครับ 6 สูตร มีทั้งหมด 25 สูตร 25 สี และเป็นสบู่เบสกลีเซอรีน สูตรอ่อนโยน ส่วนผสมสกัดจากสารธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื่นพร้อมกลิ่นหอมละมุน ผิวขาวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย ลดเลือนกระจุดด่างดำ และลดการเกิดสิว เหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายทั้งผู้หญิง ผู้ชายและเด็กอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป

TRI ได้คิดค้นและพัฒนาสบู่จิ๊กซอว์ ME เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการดูแลผิวหน้าและผิวกายมากที่สุด ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจในการคิดค้นพัฒนาสูตร ตั้งแต่ศึกษา ค้นคว้า และหาสารสกัดส่วนผสมอย่างดีเกรดพรีเมี่ยม รวมไปถึงกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานจากโรงงานผลิตที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย และมีการควบคุมการผลิตอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน ได้ผ่านการทดสอบ และได้รับรองจาก อย. ใช้แล้วปลอดภัย

สามารถดูรายละเอียด โปรโมชั่น กิจกรรมต่างๆ และสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม ทั้ง 25 สูตร ได้ที่ทางโซเซียลมีเดียของบริษัท ตรี ตรีรัก จำกัด ได้แก่ทาง FB : TRI_Gangsters, IG : TRI_Gangsters, YouTube : TRI_Gangsters, และเว็บไซต์ http://trigangsters.com และติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 02-040-1466 และ 063-351-9649

อานิสงส์ฝุ่น PM 2.5 ดันตลาดเครื่องฟอกอากาศโต

posted Oct 29, 2019, 3:04 AM by Maturos Lophong



อานิสงส์ฝุ่น PM 2.5 ดันตลาดเครื่องฟอกอากาศโต

โลจิคค์ (LOGIKKK) แบรนด์รีเทลน้องใหม่จาก พรชัย กรุ๊ป

ส่งเครื่องฟอกอากาศ AIRTEC จับกลุ่มนักท่องเที่ยว-คนรุ่นใหม่

โลจิคค์ (LOGIKKK) ผู้จำหน่ายสินค้านวัตกรรมเทคโนโลยี จาก พรชัย กรุ๊ป ที่เน้นการสร้างไลฟ์สไตล์ที่ดีมีคุณภาพให้แก่ลูกค้าผู้ใช้งาน เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศ AIRTEC สุดล้ำ

นวัตกรรม สัญชาติเกาหลี กรองฝุ่นได้เล็กกว่า PM 2.5 มี AQ Mode เครื่องวัดฝุ่นในตัวสุดอัจฉริยะ ปรับเปลี่ยนการทำงานตามคุณภาพอากาศที่วัดได้โดยอัตโนมัติ พร้อมลำโพงบลูทูธ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากซูเปอร์ฮีโรมาร์เวล

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ AIRTEC รุ่น AIRBEAT AQ Mode with Bluetooth Speaker มีขึ้นในงานบ้านและสวน แฟร์ โดยโลจิคค์ เป็นผู้นำเข้าสินค้าจาก แบรนด์ AIRTEC ประเทศเกาหลีใต้ เจ้าของสิทธิบัตรสากล e-Nano Film Filter โดยหวังเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีน และอินเดีย ที่มีกำลังซื้อและคนรุ่นใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต


น.ส.ภาวิกา ทองดีศักดิ์กุล กรรมการผู้จัดการ พรชัย กรุ๊ป ผู้จัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์โลจิคค์ กล่าวว่า “การได้พบกับ AIRTEC ที่เป็นเจ้าของ e-Nano Film Filter สิทธิบัตรสากลนั้น เกิดขึ้นมาจากการที่ บริษัท พรชัย แอร์คอน ที่เป็นบริษัทลูกในเครือของ พรชัย กรุ๊ป พยายามหาฟิลเตอร์กรองอากาศสำหรับติดที่กริวแอร์ในห้องกึ่งคลีนรูมแทนฟิลเตอร์ประเภท HEPA Filter โดยฟิลเตอร์ที่ตามหาจะต้องล้างด้วยน้ำได้ เนื่องจากต้องการทำให้ฟิลเตอร์สามารถล้างและเปลี่ยนได้บ่อยครั้ง และต้องทนต่อความชื้น ไม่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียเพราะประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น จึงมาเจองานวิจัย e-Nano Film Filter ของ AIRTEC เข้า

นอกเหนือจากการนำ e-Nano Film Filter มาใช้ในเชิงอุตสาหกรรมแล้ว ทาง พรชัย กรุ๊ป กับ AIRTEC ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน โดยมุ่งหวังที่จะตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมองหาผลิตภัณฑ์ซึ่งมีนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ในราคาที่สมเหตุสมผล ผู้บริโภคในกลุ่มนี้ใช้เหตุผล (Logic) ในการตัดสินใจเป็นหลักและมีการเปรียบเทียบสินค้า ผ่านการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต การมีนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์และได้ผลลัพธ์มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ รองลงมาคือเรื่องการดีไซน์ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ผู้ใช้ สะท้อนความชอบและความคลั่งไคล้ส่วนตัวอย่างชัดเจน ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเมืองไทย แล้วต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นอีกกลุ่มที่มองหาตัวช่วยในการป้องกันและดูแลสุขภาพ ในราคาที่สมเหตุสมผล และมีคุณภาพเป็นที่น่าเชื่อถือได้” 


Airbeat AQ Mode with Bluetooth Speaker มีนวัตกรรมเอกสิทธิ์ e-Nano Film Filter ที่สามารถกรองฝุ่นได้เล็ก ถึง 0.1 ไมครอน ซี่งเล็กกว่า ฝุ่น PM 2.5 ที่ผู้คนกำลังให้ความสำคัญอยู่ในปัจจุบัน โดยมีสิทธิบัตรสากล และเอกสารผลการทดสอบจากสถาบันการทดลองในประเทศเกาหลีใต้เป็นเครื่องการันตีพร้อม AQ Mode ที่ปรับความแรงของเครื่องฟอกอากาศ ได้ตามคุณภาพของอากาศที่เครื่องวัดฝุ่นวัดได้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานจึงสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งวัน กินไฟฟ้าน้อย และปรับแรงลมตามสภาพอากาศที่เป็นอยู่


จากการสำรวจความต้องการของผู้บริโภคพบว่า ผู้บริโภคต่างไม่อยากกังวลกับการติดตามสถานการฝุ่นตลอดเวลา จึงทำให้เกิดการคิดค้นระบบ AQ Mode ขึ้นมา โดยมีหลักการทำงานคือ เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ติดตั้งเซนเซอร์วัดฝุ่นในตัว โดยใช้สัญญาณสีต่างๆ เป็นตัวบอกสภาพอากาศ จากนั้นเครื่องฟอกอากาศจะปรับแรงลมตามค่าของอากาศที่วัดได้ ยกตัวอย่างเช่น หากเซ็นเซอร์วัดได้ว่าอากาศมีมลพิษสูง สัญญาณเป็นสีแดง ความเร็วลมของเครื่องฟอกอากาศก็จะปรับที่ความแรงสูงสุด เป็นต้น เมื่อเวลาผ่านไปเครื่องฟอกอากาศสามารถฟอกอากาศโดยรวมได้สะอาดขึ้น ค่าของมลพิษในอากาศลดลง เครื่องฟอกอากาศก็จะปรับตัวเองให้มีความแรงลดลง เพื่อประหยัดไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ

นอกเหนือจากการเป็นเครื่องฟอกอากาศที่เน้นประโยชน์ในนการใช้สอยแล้ว AIRTEC ยังให้ความสำคัญกับการดีไซน์สินค้าให้ถูกอกถูกใจผู้บริโภคในลวดลายซูเปอร์ฮีโรจากมาร์เวล ที่ได้ลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องจากดีสนีย์ อีกทั้งยังช่วยตอบโจทย์ด้านความบันเทิง โดยมีลำโพงบลูทูธในตัวเองอีกด้วย


เครื่องฟอกอากาศ AIRTEC รุ่น AIRBEAT AQ Mode with Bluetooth Speaker วางจำหน่ายแล้วที่ Shopee, Lazada, King Power, B2S, Gizman, Siam Paragon, Siam Discovery, Loft, www.logikkk.com หรือทาง LINE @logikkk ทั้งนี้ทางโลจิคค์ ยังมีแผนเปิดร้านสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ภายในเดือนพฤศจิกายน 2562 อีกด้วย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LOGIKKK Contact Center

โทร. 098-250-4261

“ไอแคร์ เฮลท์” ผนึกกำลัง “องค์การเภสัชกรรม” แชร์วิธีดูแลสุขภาพแบบคุณแม่ยุคใหม่

posted Oct 9, 2019, 3:26 AM by Maturos Lophong


ไอแคร์ เฮลท์ (ICARE Health) โดย บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด ฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 ของการเป็นร้านยาที่อยู่คู่ชุมชนและคนไทยมาอย่างยาวนาน จัดงานแถลงข่าวครบรอบ 21 ปี อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเดินหน้าความร่วมมือครั้งสำคัญของวงการยา ในงาน "แถลงข่าวครบรอบ 21 ปี บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด และการผนึกกำลังร่วมกับ องค์การเภสัชกรรม" ประกาศจับมือ องค์การเภสัชกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการขององค์การเภสัชกรรม (GPO Official Partner) ในการจัดจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพขององค์การฯ ผ่าน 4 ร้านยาในเครือ ไอแคร์ เฮลท์ (ICARE Health) ได้แก่ ICARE (ไอแคร์), Pharmax (ฟาร์แมกซ์), Vitamin Club (ไวตามิน คลับ) และ Superdrug (ซุปเปอร์ ดรัก) กว่า 25 สาขาทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ

งานนี้ยังอบอุ่นไปด้วยเรื่องราวดี ๆ ของแขกรับเชิญสุดพิเศษ "แพท-ณปภา" และลูกชายคนเก่ง "น้องเรซซิ่ง" มาร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองและครอบครัว พร้อมแนวทางการเลือกซื้อยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่จากร้านยาใกล้บ้านที่ได้มาตรฐานอย่าง ไอแคร์ เฮลท์ (ICARE Health) ทั้งยังได้อมยิ้มไปกับความน่ารักของน้องเรซซิ่งที่อารมณ์ดีตั้งแต่ต้นจนจบงาน ณ ห้องเลอ โลตัส 1 ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา ที่ผ่านมา

เภสัชกร ธัชพล ชลวัฒนสกุล กรรมการบริหาร บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด กล่าวว่า "การร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้มีจุดจำหน่ายสินค้าขององค์การเภสัชกรรมเพิ่มขึ้นจากร้านยาGPO 8 สาขา กลายเป็น 33 สาขาเมื่อรวมกับร้านยาทั้งหมดในเครือไอแคร์ เฮลท์ นอกจากนี้เราจะเปิดตัว "pharmax24" ร้านยาที่มีเภสัชกรตลอด24ชมร้านแรกในประเทศไทย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผ่านเภสัชกรได้ตลอด24ชม."

ส่วน "แพท-ณปภา" คุณแม่สายสตรอง เผยว่ารู้สึกยินดีกับการจับมือกันของไอแคร์ เฮลท์ และ องค์การเภสัชกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก "ด้วยงานแพทไม่ใช่งานสบายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เราต้องใช้แรง ใช้หน้า ใช้ผิว ใช้ทั้งร่างกายและจิตใจเยอะกว่าใครๆ เพื่อส่งให้คนรอบข้างได้รับด้วย แพทจึงต้องดูแลตัวเองอย่างดี การผนึกกำลังกันระหว่างไอแคร์ เฮลท์ และ องค์การเภสัชกรรม จึงเป็นเรื่องน่ายินดีมากค่ะ เพราะแพทมองว่าเป็นการกระจายข่าวสารเวชภัณฑ์ ยา และเวชสำอางที่เราไม่เคยรู้จัก ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเกิดความมั่นใจ เชื่อถือได้ และทำให้มีหลายสาขามากขึ้นด้วย อีกทั้งทุกสาขามีเภสัชกรดูแลทั้งหมด ตอบโจทย์กับแพทมาก และแพทเองก็ดูแลคนป่วยสองคน ลูกเล็กอีกหนึ่งคน เรื่องการมีร้านยา 24 ชั่วโมงก็สำคัญ ถ้าตกดึกอยู่ ๆ ลูกตัวร้อน เร็วที่สุดเราก็ต้องวิ่งเข้าร้านขายยา หายาที่จะช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นก่อน หากเราเข้าถึงร้านยาได้ตลอด 24 ชั่วโมง มันดีกับประชาชนแน่นอนค่ะ"
ปัจจุบัน บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด มีร้านยาในเครือทั้งหมด 25 สาขา ภายใต้ชื่อ ICARE (ไอแคร์), Pharmax (ฟาร์แมกซ์), Vitamin Club (ไวตามิน คลับ) และ Superdrug (ซุปเปอร์ ดรัก) โดยแบ่งเป็น ICARE จำนวน 10 สาขา, Pharmax จำนวน 10 สาขา, Vitamin Club จำนวน 4 สาขา และ Super Drug 1 สาขา 

นอกจากนี้ในช่วงเดือนธันวาคม จะเปิดตัว "pharmax24" ร้านยาที่มีเภสัชกรตลอด24ชม ร้านแรกในประเทศไทย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผ่านเภสัชกรได้ตลอด24ชม ถือเป็นความคุ้มค่าของประชาชน ผ่านความตั้งใจของไอแคร์ เฮลท์ ที่มุ่งหวังจะดูแลและเข้าถึงประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง ในการทำให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการร้านยาใกล้บ้านรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้นกับการเดินเข้าร้านยาในครั้งต่อไป เมื่อเจ็บป่วยหรือต้องการดูแลตัวเองก็ไม่ต้องมองที่ไหนไกล เพราะร้านยาในเครือไอแคร์ เฮลท์ พร้อมดูแลคุณด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคายุติธรรม ที่สำคัญ…ได้ทุกวัน ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง!

1-10 of 110