Health & Beauty





เปิดตัว “กายาออยล์” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพจากน้ำมันงา พร้อมดึง ไชยา มิตรชัย นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรก

posted Jan 12, 2022, 12:53 AM by Maturos Lophong


เปิดตัว “กายาออยล์” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพจากน้ำมันงา

พร้อมดึง ไชยา มิตรชัย นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรก



บริษัท ไอเฮิร์บ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดงานเปิดตัว กายาออยล์ (Gaya Oil) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพจากน้ำมันงาชนิดแคปซูล เจาะกลุ่มคนวัยทำงานถึงวัยเกษียณ และตอบโจทย์ความต้องการในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของผู้บริโภคในยุคนิวนอร์มอล พร้อมเผยโฉมพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ เอ - ไชยา มิตรชัย เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ กายาออยส์ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค






นายยัญชัย บุญใช้ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอเฮิร์บ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน กลุ่มคนวัยทำงานมีพฤติกรรมการทำงานที่หนักขึ้น และไม่มีเวลาดูแลสุขภาพตัวเอง จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทาน และป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ของร่างกาย บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค โดยครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญ ที่บริษัทฯ ได้รุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยการเปิดตัวแบรนด์ กายาออยล์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูล พร้อมเลือก เอ - ไชยา มิตรชัย มาร่วมงานและช่วยในการโปรโมทสินค้า เพราะถือเป็นอีกคนในวงการบันเทิงที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี และมีกลุ่มฐานแฟนคลับหลายช่วงอายุตรงกับกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ที่วางไว้ สำหรับกายาออยล์ เหมาะสำหรับกลุ่มคนวัยทำงาน อายุระหว่าง 25 – 44 ปี ไปจนถึงผู้สูงอายุ และกลุ่มแม่บ้าน อายุระหว่าง 40 - 65 ปี รวมถึงกลุ่มคนที่ต้องการดูแลสุขภาพตัวเองและมีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน หรือข้อเข่าเสื่อม ซึ่งจากสถิติพบว่าประชาชนคนไทยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมกว่า 6 ล้านคน (ข้อมูลจากกรมการแพทย์, 2561) และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด เราจึงได้พิถีพิถันกับทุกขั้นตอนการวิจัยพัฒนาจนถึงขั้นตอนการผลิต จนได้สุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ในราคาคุ้มค่า เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ หรือใช้มอบเป็นของขวัญแทนความห่วงใยให้กับคนที่คุณรักในโอกาสต่างๆ ได้อีกด้วย" นายยัญชัย กล่าว






ด้านพรีเซนเตอร์ เอ - ไชยา มิตรชัย เผยว่า “รู้สึกดีใจและขอบคุณทางแบรนด์ กายาออยล์ ที่เลือกให้เอได้ทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกในครั้งนี้ และสำหรับใครที่รู้จักเอดีจะรู้อยู่แล้วว่า ปกติเราทำงานค่อนข้างหนัก จนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพตัวเอง และด้วยอายุที่มากขึ้น เอจึงต้องใส่ใจตัวเองด้วยการมองหาตัวช่วยดีๆ อย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมารับประทานอยู่เป็นประจำ ซึ่งนอกจากตัวเราเองแล้ว เอยังมีครอบครัวที่ต้องดูแลและต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีเช่นกัน เราจึงได้ให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ พร้อมมีประโยชน์และสรรพคุณเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ และหลังจากที่ได้ลอง กายาออยล์ ส่วนตัวแล้วชอบมาก รู้สึกได้ว่าช่วยลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ ไม่อ่อนเพลียแม้ต้องลุยงานหนักทุกวัน และสุขภาพดีขึ้น เอจึงอยากให้ทุกคนเปิดใจและลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากน้ำมันงาชนิดแคปซูล กายาออยล์ กันเยอะๆ ครับ”







สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลของ กายาออยล์ มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ น้ำมันงาดำ, น้ำมันงาขาว, น้ำมันงาขี้ม่อน และ ดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเทต โดยน้ำมันงาทั้ง 3 ชนิด นำเข้ามาจากประเทศเยอรมนี และได้รับการรับรองความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการว่าให้สารสำคัญมากที่สุด ซึ่งมีสรรพคุณแตกต่างกันในแต่ละชนิด มีส่วนช่วยในการป้องกันและลดปัญหาของสุขภาพ อาทิ น้ำมันงาดำ มีคุณสมบัติยับยั้งเซลล์ต้นกำเนิดที่ทำให้ข้อเสื่อม มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ พร้อมอุดมด้วยแคลเซียม สูงกว่านมถึง 6 เท่า เหมาะกับผู้สูงอายุที่อาจไม่สะดวกดื่มนม นอกจากนี้สารเซซามิน ที่มีเฉพาะในงาดำ ยังช่วยยับยั้งการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อน ลดความเสี่ยงโรคข้อเสื่อม ส่วนน้ำมันงาขาว บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง บำรุงเส้นผม ช่วยลดความเสี่ยงโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ และน้ำมันงาขี้ม่อน มีประโยชน์ในการช่วยซ่อมแซมกระดูกไม่ให้เปราะหรือแตกง่าย ช่วยลดการอักเสบของร่างกาย และลด คอเรสเตอรอลในเลือด โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้บรรจุในรูปแบบลิขวิดแคปซูล คงความสดใหม่ รับประทานง่าย พร้อมย่อยสลายได้ตรงจุดที่ร่างกายดูดซึม จึงทำให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่





ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูล กายาออยล์ 1 กล่อง มี 30 แคปซูล รับประทานวันละ 1 - 2 แคปซูล ก่อนหรือพร้อมอาหาร 


ปกติจำหน่ายในราคากล่องละ 530 บาท พิเศษสุด! โปรโมชั่นช่วงการเปิดตัว 5 กล่อง ราคา 999 บาท ซื้อสองชุด ราคา 1,998 บาท 


พิเศษไปกว่านั้น หากจ่ายเพิ่มอีก 1 บาท จะได้รับเพิ่มอีก 1 ชุด มีจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้านค้าสุขภาพทั่วไป และช่องทางออนไลน์ อาทิ Shopee Lazada สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ Facebook page: Facebook.com/gayaoil9955 Line ID: @ok9955 หรือโทรฯ 02-0239955

โครงการลมหายใจเดียวกัน กลุ่ม ปตท. พร้อมรับมือโอมิครอน สร้างความมั่นใจประชาชน หนุนประเทศเดินหน้าอย่างปลอดภัย

posted Jan 6, 2022, 12:58 AM by Maturos Lophong



โครงการลมหายใจเดียวกัน กลุ่ม ปตท. พร้อมรับมือโอมิครอน สร้างความมั่นใจประชาชน หนุนประเทศเดินหน้าอย่างปลอดภัย

วันนี้ (4 มกราคม 2565) - นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการประเมินของกระทรวงสาธารณสุข ต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ในประเทศไทย โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่เริ่มกระจายตัวในหลายพื้นที่ กลุ่ม ปตท. ยังคงยืนหยัดดำเนิน “โครงการลมหายใจเดียวกัน” ที่กลุ่ม ปตท. ร่วมกับพันธมิตรทางการแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจรุนแรงขึ้น และจะดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ไปจนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะคลี่คลาย เพื่อสร้างความอุ่นใจ ความปลอดภัยด้านสาธารณสุขให้แก่ประชาชน และแบ่งเบาภาระภาครัฐ

การให้บริการภายใต้โครงการฯ เน้นการให้บริการแบบครบวงจร “ตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว” ประกอบด้วย หน่วยคัดกรองผู้ป่วยโควิด 19 ณ อาคาร EnCo Terminal หรือ Enter ถ.วิภาวดีรังสิต ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้ตรวจคัดกรองประชาชนไปแล้วกว่า 65,000 คน รับผู้ป่วยเข้าดูแลรักษาในโครงการกว่า 3,900 คน และจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามพร้อมรองรับ มี Hospitel รองรับผู้ป่วยระดับสีเขียวกว่า 1,000 เตียง โรงพยาบาลสนาม “สีเหลือง” สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการในระดับหนักขึ้น 300 เตียง และ โรงพยาบาลสนาม ICU รองรับผู้ป่วยวิกฤต “สีแดง” จำนวน 120 เตียง อีกทั้งสามารถรองรับผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีภาวะโรคไตและต้องฟอกไตด้วย นอกจากนี้ได้จัดตั้งสายด่วนจิตอาสาให้บริการรับสายเรียกเข้าจากผู้ที่ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเองและผลเป็นบวก เพื่อให้คำแนะนำทันทีและส่งรถพยาบาลรุดให้ความช่วยเหลือถึงบ้าน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1745 และ Line Official Account: ลมหายใจเดียวกันATK โดยสามารถค้นหาด้วยการพิมพ์ @ptt.covid-atk ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง




นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า หลายฝ่ายมีความกังวลต่อโรคติดเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอน การที่โครงการลมหายใจเดียวกันของกลุ่ม ปตท. ยังเปิดให้บริการอยู่อย่างต่อเนื่องถือเป็นข่าวดี ที่เรายังมีจุดดูแลรักษาประชาชนได้อีกจุดหนึ่งแบบครบวงจร เป็นการเสริมความเชื่อมั่นการป้องกันรักษาโรค อย่างไรก็ดีการป้องกันส่วนบุคคล ยังเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง คือการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ รักษาระยะห่าง ไม่อยู่ในที่ชุมชนโดยไม่จำเป็น อีกทั้งต้องส่งเสริมการฉีดวัคซีน โดยที่ผ่านมาอาคาร Enter และ เครือโรงพยาบาลปิยะเวทได้ให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนแล้วกว่า 2 ล้านเข็ม ซึ่งการระบาดของโรคระบาดนั้น ถือเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก แต่จะทำอย่างไรไม่ให้รุนแรง โดยโครงการลมหายใจเดียวกันยังพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

อนึ่ง นับตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. ได้สนับสนุนความช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในสถานการณ์โควิด 19 รวมเป็นงบประมาณกว่า 1,850 ล้านบาท (ณ ธันวาคม 2564) กลุ่ม ปตท. ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วน และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน เพราะเราเชื่อว่า “คนไทยทุกคนล้วนมีลมหายใจเดียวกัน”

ปี’65ตรวจสุขภาพเชิงลึกบูม ดึง5Gยกระดับคุณภาพชีวิต

posted Jan 3, 2022, 11:29 PM by Maturos Lophong



ปี’65ตรวจสุขภาพเชิงลึกบูม



ดึง5Gยกระดับคุณภาพชีวิต



https://www.youtube.com/watch?v=V1mp9L9WfgA&ab_channel=BDMSWellnessClinic



บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก เผยปี’65 พร้อมรุกการตรวจสุขภาพแนวใหม่ทั่วประเทศ ดึงศักยภาพ 5G/เอไอ ยกระดับการให้บริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาวให้ผู้รับบริการชาวไทย/ต่างชาติ พร้อมขยายธุรกิจ Wellness Tourism ต่างจังหวัด รับกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ



นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ (หมอแอมป์) ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) กล่าวว่าในปี 2565 จะมีการนำเทคโนโลยี 5G และเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence:AI) มาให้บริการด้านสุขภาพครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การป้องกัน ด้วยการตรวจสุขภาพเชิงลึกถึงระดับฮอร์โมน วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ สารบ่งชี้มะเร็ง ที่มีอยู่ในร่างกาย และตรวจเชิงลึกถึงระดับพันธุกรรม เพื่อให้คำแนะนำแนวทางการดูแลตนเองอย่างถูกต้องเป็นรายบุคคล ให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือการรักษาแบบไลฟ์สไตล์เมดิซีน ที่ไม่ต้องเสียเงิน เพื่อหยุดโรคก่อนการเจ็บป่วย เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าสู่วัยชราที่มีสุขภาพแข็งแรงในระยะยาวสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระลูกหลาน



ที่ผ่านมากลุ่มที่เข้ามาตรวจสุขภาพเชิงลึกกับทางบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก มีทุกกลุ่ม โดยกลุ่มเด็กเล็กและวัยรุ่นจะมาตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงตรวจหาสาเหตุการเป็นผื่น กลุ่มวัยกลางคนจนถึงอายุ60 ปีขึ้นไปจะตรวจหลายอย่างซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการตรวจ ดูแล ให้คำแนะนำ เหมือนเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ในส่วนของเอไอที่นำมาใช้จะต้องผ่านการวิจัยการทดลอง การประมวลผลแล้วจนมั่นใจว่ามีความแม่นยำจึงนำมาใช้ได้ และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาอย่างใกล้ชิด รวมถึงแอปพลิเคชั่นเพื่อบันทึกประวัติการเจ็บป่วย การรักษา ผลเลือด โดยมีเพียงคนไข้เท่านั้นที่สามารถดูข้อมูลเหล่านี้ได้ หากเกิดการเจ็บป่วยระหว่างเดินทางหรือท่องเที่ยวก็สามารถเปิดให้แพทย์ดูได้ แพทย์จะได้ทำการรักษาได้อย่างรวดเร็ว และรักษาได้ถูกโรค

ทั้งนี้ เพื่อรองรับกระแสเวลเนส หรือ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันโรคไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก ที่คนทั่วโลกผู้ที่เห็นคุณค่าของตัวเองได้หันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น หลังจากถูกไวรัสโคโรนา-2019 หรือ โควิด-19 (Corona Virus Disease-2019 :COVID-19) โจมตีอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจเวลเนสทั่วโลกเติบโตอย่างมาก ก่อนหน้านี้กระแสเวลเนสมาเพราะโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่ทุกคนอยากสุขภาพดี พึ่งพาตัวเองได้ และภาวะโรค เอ็นซีดี (NCDs) หรือ non-communicable diseases โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นโรคที่สร้างขึ้นมาเอง เกิดจากการใช้ชีวิตที่ผิดไม่ดูแลตัวเอง เช่น เบาหวาน หลอดเลือดสมองตีบ ไขมันสูง มะเร็ง เป็นโรคที่น่ากลัวเพราะทำให้คนไทยเสียชีวิตมากถึง 76%



จากข้อมูลของสถาบันโกลบอลเวลเนส (GWI) มีการทำวิจัยเศรษฐกิจด้านสุขภาพทั่วโลก (Global Wellness Economy) ปี 2563 มีมูลค่าสูงถึง 4.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ สาขาที่มีมูลค่าธุรกิจใหญ่สุดคือ การดูแลตัวเอง ความสวยงาม การชะลอวัย (Personal Care & Beauty) ราว 9.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ อันดับสอง การทานอาหารเพื่อสุขภาพ หรือทานอาหารเป็นยา อาหารลดน้ำหนัก (Healthy Eating,Nutrition,&Weight Loss) อันดับสามสาขาการออกกำลังกายและกายภาพ (Physical Activity)อันดับสี่ สาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งจะเป็นสาขาที่จะเติบโตเป็น 2 เท่าในปี 2573 คาดว่าจะเป็น 1.59 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากปี 2563 ที่มีมูลค่าราว 4.36 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ถ้าไทยสามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาได้มาก จะเป็นการช่วยเหลือประเทศในเชิงคุณภาพ เพราะใช้จ่ายต่อหัวสูง โดยสถาบันโกลบอลเวลเนส (GWI) ระบุว่าสูงถึง 1,800 เหรียญสหรัฐต่อคน หรือเกือบ 6 หมื่นบาทต่อคนต่อครั้ง จะทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหายน้อยกว่า ความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ต่ำกว่า


นายแพทย์ ตนุพล กล่าวว่า ทางบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลสำคัญครั้งนี้ แสดงถึงการบริการที่ได้มาตรฐานสากล บุคลากรมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายสาขา และมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจำนวนมาก ยืนยันโดยการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานบริการทางการแพทย์และสุขภาพชั้นนำแห่งปีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ทั้ง รางวัล Integrated Health and Wellness Service Provider of the Year in the Asia-Pacific 2021 รางวัล Dental Medical Centre of the Year in the Asia-Pacific 2021 และรางวัล Fertility Medical Centre of the Year in the Asia-Pacific 2021 จัดโดยนิตยสารชั้นนำด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสุขภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Global Health and Travel Magazine เรียกได้ว่า บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ตั้งใจและจะมุ่งมั่นพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางหรือฮับทางการแพทย์เชิงป้องกันในภูมิภาคนี้


“ที่เน้นดูแลสุขภาพของคนให้แข็งแรงระยะยาวเพราะเราเชื่อว่า ถ้าคนสุขภาพดี จะส่งผลดีต่อประเทศ สุขภาพที่ดีจะส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ เหมือนมอตโต้ ที่กล่าวว่า Health brings Wealth



แพทย์หญิงจิรา ถาวรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการคลินิกรอยัลไลฟ์ เวลเนส คลินิก (RoyalLife Wellness Clinic) กล่าวว่า คลินิกรอยัลไลฟ์ฯ อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพเชิงลึกและให้คำแนะนำให้เหมาะสมกับผู้รับบริการในแต่ละราย รวมถึงทำการกระจายความรู้ด้านการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนทั่วไปให้ได้มากที่สุด โดยมีการเปิดคลินิกอยู่ในโรงพยาบาลกรุงเทพตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ


ทั้งนี้ ได้เปิดโครงการ Wellness Near You สุขภาพดีใกล้บ้านคุณ โดยการนำเทคโนโลยี 5G เข้ามาให้บริการ ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ต้องมาตรวจสุขภาพถึงกรุงเทพ เพียงโทรเข้ามาที่คลินิกรอยัลไลฟ์ ทำการนัดหมาย หากจังหวัดไหนไม่มีโรงพยาบาลกรุงเทพ ก็สามารถไปรับการตรวจกับแล็บ N Health ที่อยู่ใกล้บ้านซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศกว่า20 แห่งเมื่อตรวจเลือดเสร็จทาง N Health จะส่งผลกลับมาให้แพทย์ที่คลินิก


RoyalLife Wellness Clinic และแพทย์จะโทรผ่านออนไลน์แจ้งผลและให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการ พร้อมให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตแบบบุคคล เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสุขภาพและร่างกายของผู้รับบริการแต่ละคน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายเสื่อมช้าที่สุด และส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงไปถึงวัย 70-80 ปีนอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชัน บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ประวัติด้านสุขภาพเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้รับบริการ สามารถซิงค์กับอุปกรณ์ติดตามด้านสุขภาพอื่นได้ด้วย



“ทำให้สามารถให้บริการดูแลแก่ผู้รับบริการได้อย่างทั่วถึง ในมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะเปิดคลินิกรอยัลไลฟ์ฯแล้ว ยังได้เปิดช่องทางการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เพื่อเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาตอบคำถามด้านสุขภาพทุก 2 อาทิตย์ ผู้ชมสามารถส่งคำถามเข้ามาได้โดยไม่เสียค่าบริการ” แพทย์หญิงจิรา กล่าว



BDMS Wellness Clinic มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการ เพื่อมอบเป็นของขวัญสุขภาพแก่คนไทยทุกคน​เพราะสุขภาพที่ดี คือของขวัญที่ดีที่สุด​ Live longer, Healthier and Happier​


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic)​ไลน์ @bdmswellnessclinic or https://lin.ee/rdIDv1A เว็บไซต์ www.bdmswellness.com

3 ITEMS ใหม่ล่าสุด FACIAL TREATMENT ESSENCE

posted Nov 26, 2021, 12:11 AM by Maturos Lophong


3 ITEMS ใหม่ล่าสุด FACIAL TREATMENT ESSENCE



ที่สุดของผิวสุขภาพดีกับ PURE CARE BSC


เครื่องสำอาง PURE CARE BSC ผู้เชี่ยวชาญผิวสาวชาวเอเชีย เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติ บอบบางแม้ผิวแพ้ง่าย แนะนำ 3 ITEMS ใหม่ล่าสุด FACIAL TREATMENT ESSENCE น้ำตบ เอสเซ้นส์ 3 สูตรเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว พร้อมบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ที่สุดของผิวสวยสุขภาพดี






PURE CARE MOISTURIZING FACIAL TREATMENT OLIVE ESSENCE (95 ml.)



น้ำตบ เอสเซ้นส์ สูตรรอยัลโอลีฟ ช่วยปลอบประโลมผิวจากการระคายเคืองได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อผิวชุ่มชื่นยาวนาน ผิวสุขภาพดี ผิวสวยยาวนานตลอดวัน ฟื้นฟูบำรุงผิวคงความนุ่มนวล ให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัย สารสกัดใบมะกอกจากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรดา ช่วยให้ผิวแข็งแรง ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี , สารสกัดออแกนิคจากผลโอลีฟ ทำหน้าที่เสมือนฟิล์มตามธรรมชาติ ช่วยปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้น ช่วยลดการระคายเคืองจากมลภาวะต่างๆ



PURE CARE MOISTURIZING FACIAL TREATMENT LOTUS ESSENCE (95 ml.)


น้ำตบ เอสเซ้นส์ สูตรเกสรดอกบัวหลวง มอบการบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุด พร้อมปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน มอบความชุ่มชื่นยาวนานให้กับผิว พร้อมปกป้องผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื่น ให้ผิวนุ่มเด้งฉ่ำ ดูอิ่มน้ำ แลดูอ่อนเยาว์ ด้วยสารสกัดจากเกสรดอกบัวหลวง โดดเด่นด้วยคุณสมบัติช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส และมอบความชุ่มชื่นให้กับผิว , สารสกัดจากใบต้นไมร์ทัส กุญแจสำคัญของการคงความอ่อนเยาว์ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอยดูจางลง



PURE CARE MOISTURIZING FACIAL TREATMENT VIT C ESSENCE (95 ml.)


น้ำตบ เอสเซ้นส์ สูตรวิตามินซีจากผลส้มแมนดาริน มอบการบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุด ช่วยฟื้นฟูปรับเซลล์ผิวให้เรียบเนียนละเอียดขึ้น ทำให้ผิวดูฉ่ำวาว เป็นหนึ่งเคล็ดลับความงามที่สรรค์สร้างจากธรรมชาติ สู่การดูแลผิวให้ดูกระจ่างใสจากภายในอย่าง อนุพันธ์วิตามินซีประสิทธิภาพสูง ไม่ระคายเคืองต่อผิวบอบบาง ให้ผิวดูสดใสมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น


พิสูจน์ผิวสวยสุขภาพดี ด้วยตัวคุณองได้แล้ววันนี้ ณ เคาน์เตอร์ PURE CARE by BSC ทั่วประเทศ



ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/purecarebybsc / www.purecaretoday.com

“ฟ้า 60 ยาพัฒนาจากสมุนไพรรักษาโควิด - 19 กลุ่มเขียว รายแรกของโลก”

posted Nov 22, 2021, 8:41 PM by Maturos Lophong


“ฟ้า 60 ยาพัฒนาจากสมุนไพรรักษาโควิด - 19 กลุ่มเขียว รายแรกของโลก”

สมุนไพรไทย เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย เพื่อเศรษฐกิจไทย เพื่อการเปิดประเทศอย่างมั่นใจ



เปิดตัว “ฟ้า 60 ยาพัฒนาจากสมุนไพรรักษาโควิด - 19 กลุ่มเขียว รายแรกของโลก” ตอกย้ำประสิทธิภาพของสมุนไพรไทย ตอบโจทย์ความต้องการผู้ป่วยโควิด-19 ในระยะที่เกิดความรุนแรงน้อย ชูสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรเป็นอันดับ 1 ในการช่วยลดความรุนแรงของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี เปิดตัว “ฟ้า 60” ณ โรงแรม Swissôtel Bangkok Ratchada เมื่อวันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.00 น.


โดยนายแพทย์ สว่าง อัมพรพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสดับบลิว เฮลธ์แคร์ จำกัด ให้รายละเอียด ในฐานะที่บริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท ทีดับบลิวเอ็ม จำกัด ให้เป็นผู้แทนจำหน่าย “ฟ้า60” ยาฟ้าทะลายโจรสกัดชนิดแคปซูลที่มีสารสำคัญ คือ แอนโดรกราโฟไลด์ ในปริมาณ 60 มิลลิกรัม ต่อแคปซูล มุ่งเป้าในการช่วยรักษากลุ่มผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 (กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว) โดย “ฟ้า60” ได้มีการระบุบนฉลากว่า “ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง” เป็นยารักษาโควิด-19 จากสมุนไพรเดี่ยวรายแรกของโลก




“ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ยา เครื่องมือ เวชสำอางค์ เป็นต้น ทำให้บริษัท เอสดีบบลิว เฮลธ์แคร์ จำกัดได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ที ดับบลิว เอ็ม จำกัด ให้เป็นผู้จัดจำหน่าย “ฟ้า60” ซึ่งถือกำเนิดเป็น ยาสมุนไพรเดี่ยว (สมุนไพรเดี่ยว 1 ชนิด ที่ได้มาจากใบ ราก ดอก หรือผล มีสรรพคุณรักษาอาการใดอาการหนึ่ง โดยเรามักเคยพบเห็นกันในรูปยาชนิดแคปซูล เช่น ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร ยาแคปซูลขมิ้นชัน ยาแคปซูลมะระขี้นก ยาแคปซูลกระเทียม เป็นต้น)

นายแพทย์ สว่าง อัมพรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในสมุนไพรไทยฟ้าทะลายโจร จะมีสารสกัดสำคัญคือ แอนโดรกราโฟไลด์ ซึ่งจะมีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสในเซลล์ (Viral replication) และโดยปกติจะต้องใช้ในปริมาณ 180 มิลลิกรัม ต่อ 1 วัน ต่อเนื่องกันตามคำสั่งแพทย์ (โดสรักษาโควิด-19 ที่ปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มก.ต่อวันในระยะเริ่มแรกของการติดเชื้อ และใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 วัน) เพื่อลดการเกิดโรคโควิด-19 ที่ไม่รุนแรง หรือในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว เป็นตัวตอบโจทย์ทั้งในการบรรเทาอาการที่รุนแรงน้อย (กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว) และอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วย โดยไม่ต้องทานยา ปริมาณหลายๆ เม็ดใน 1 ครั้ง




ซึ่ง “ฟ้า60” ได้มีการระบุบนฉลากว่า ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง เป็นรายแรกที่วางจำหน่าย ณ ขณะนี้ นอกจากนั้นจุดเด่นเพิ่มเติมของ “ฟ้า60” คือเพิ่ม Compliance ของผู่ป่วย ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแพทย์สั่งครบตามจำนวน ซึ่งจำเป็นมากในการรักษาโรคติดเชื้อ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราคิดค้น ทำเพื่อคนไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาให้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ได้มีทางออกภายใต้นวัตกรรมการคิดค้น นำสมุนไพรไทยมาสร้างชื่อเสียง และสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้กับคนไทย ”



ฟ้าทะลายโจร ถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด - 19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง โดยใช้ตามขนาดที่กำหนด คือ 180 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากกว่าขนาดที่ใช้ในการรักษาไข้หวัด 3 เท่า แต่ก็เป็นขนาดที่มีความปลอดภัยและพบว่าช่วยให้อาการเกิดปอดอักเสบลดลง

ในปี พ.ศ. 2564 ฟ้าทะลายโจร ได้ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ฉบับที่ 2 เพื่อใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง ส่งผลให้ความต้องการสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านกลไกการวิจัยและพัฒนายาจากสมุนไพรอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเอง และเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศ อีกทั้งรัฐบาลได้เปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 โดยนำร่องในพื้นที่ 17 จังหวัดเมืองท่องเที่ยวของไทยพร้อมเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศเสี่ยงต่ำ 46 ประเทศ (ตามประกาศ) โดยไม่ต้องกักตัว ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อใช้เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล และตอบโจทย์การดูแลสุขภาพดีวิถีใหม่ Living with COVID 19”



ทั้งนี้ คุณชัชวีร์ ชีวีวัฒน์ CMO บริษัท เฮอเบิล เทคโนโลยี จำกัด ได้ให้ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมว่า “ในเมื่อฟ้า60 ถูกออกแบบให้เป็นยาที่มีติดตัวและติดบ้าน หลักการสำคัญในการเข้าถึงฟ้า60 ก็คือจะต้องเข้าถึงได้ง่าย ในทุกพื้นที่ และทุกเวลา ทางบริษัท เฮอเบิล เทคโนโลยี จำกัด จึงได้เข้ามาช่วยในการทำ Line Official Account เพื่อเป็นจุดในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับฟ้า60 ตั้งแต่สรรพคุณ โดสการรักษา การให้คำแนะนำปรึกษา การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มร้านขายยา โรงพยาบาล คลีนิค โดยมีทั้งทีมงานและเภสัชกรคอยตอบคำถามตั้งแต่เวลา 7.00-22.00 น.ทุกวัน ไม่มีวันหยุด และยังจัดเพิ่มเติม

คลีนิคออนไลน์ มีแพทย์คอยให้คำแนะนำในการใช้ยาสำหรับผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อในทุกกลุ่ม ซึ่งนอกเวลาทำการ จะมีระบบอัตโนมัติคอยให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นโดยตลอด ง่ายเพียงท่านกดแอดไลน์เพิ่มเพื่อน แล้วพิมพ์คำว่า “@Fah60” และในส่วนของร้านขายยา เพื่อให้การกระจายยาฟ้า60 ทั่วถึงให้เร็วที่สุด ในช่วงแรกพันธมิตรในช่องทางฟาร์มาซี ที่มีเภสัชกรให้บริการ คือ ร้านจำหน่ายยาและอุปกรณ์ทางการแทพย์ Health Up และ Supersave ทุกสาชา และกลุ่มร้านขายยาอีกนับพันแห่ง ภายใต้การกระจายผลิตภัณฑ์ฟ้า60 ผ่านดิสทริบิวชั่นของ DN Center และร้านขายยาในพื้นที่ห่างไกลยังสามารถสั่งผลิตภัณฑ์ฟ้า60 ผ่าน LineOA Fah60 ได้อีกด้วย

BEAUTY มองไตรมาส 4/64 ธุรกิจทยอยฟื้น เดินหน้าปรับโครงสร้าง กระจายสินค้า

posted Nov 14, 2021, 11:33 PM by Maturos Lophong   [ updated Nov 22, 2021, 8:43 PM ]


BEAUTY เผยผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 64 ขาดทุนลด 41.6%

มองไตรมาส 4/64 ธุรกิจทยอยฟื้น เดินหน้าปรับโครงสร้าง กระจายสินค้า

BEAUTY เผยผลประกอบการงวด 9 เดือน ปี 64 รายได้รวม 294.5 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 72.3 ล้านบาท ลดลง 41.6% มองไตรมาส 4/64 ส่งสัญญาณดี เริ่มมีปัจจัยหนุน ไฮซีซั่นธุรกิจ นโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว กระตุ้นกำลังซื้อ เดินหน้าแผนธุรกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 พัฒนาโมเดลขายและขยายช่องทางจำหน่าย พร้อมรักษากระแสเงินสดในเกณฑ์ดี ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง

นพ.สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม สุขภาพและบำรุงผิวด้วยแนวคิด Live a beautiful life เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 64 บริษัทมีรายได้รวม 294.5 ล้านบาท ลดลง 50.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 592.7ล้านบาท

ขาดทุนสุทธิ 72.3 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 41.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 123.8% ล้านบาท เป็นผลจากการลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย โดยงวด 9เดือน มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น226.2 ล้านบาท ลดลง 49.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 446.2 ล้านบาท


ขณะที่ ผลประกอบการไตรมาส 3/64 บริษัทมีรายได้รวม 75.4 ล้านบาท ลดลง 61.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 193.5 ล้านบาท และลดลง 7.8% จากไตรมาส 2/64 ที่มีรายได้รวม 81.7 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 22.0 ล้านบาท ลดลง 37.4% จากไตรมาส 2/64 ที่มีขาดทุนสุทธิ 35.2 ล้านบาท และลดลง 3.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 22.8 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากต่างประเทศ 37% ตลาดในประเทศ 63%

ผลขาดทุนดังกล่าว ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งเป็นการจ่ายครั้งเดียวที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-routine expenses)จำนวน 5.5 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายชดเชยพนักงานจากการปรับฐานกำลังคน 5.4 ล้านบาท าที่ไม่มีประสิทธิภาพในการทำกำไร 0.1 ล้านบาท ขณะที่ผลขาดทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 16.5 ล้านบาท

สำหรับรายได้ของบริษัทที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากทุกช่องทางการจำหน่ายของบริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยตลาดในประเทศ ช่องทางร้านค้าปลีกยอดขายลดลงจำนวนลูกค้าในห้างน้อยลงอย่างมาก ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยลดลง นักท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ 

ช่องทางสินค้าอุปโภค (consumer product ) ไม่ว่าจะเป็น โมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นการจำหน่ายผ่าน ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต คอนวีเนียนสโตร์ เช่น บิ๊กซี โลตัส ท๊อป วัตสัน CJ Express 7-11 เป็นต้น และเจอร์เนอร์รัลเทรด เป็นการกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายไปสู่ร้านค้าปลีกในระดับอำเภอ ได้รับผลกระทบ ความคล่องตัวในการติดต่อประสานงาน การเจรจาทางการค้าลดลง ส่งผลให้การกระจายสินค้าไปถึงผู้บริโภคล่าช้าอย่างมาก ประกอบกับผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เช่นกั

ขณะที่ตลาดต่างประเทศทั้ง 11 ประเทศ ได้รับผลกระทบทั้งหมดโดยเฉพาะตลาดจีน กลุ่มลูกค้าในประเทศจีนเปลี่ยนพฤติกรรมซื้อสินค้าออนไลน์ที่เป็นสินค้าจีนมากขึ้น และเข้มงวดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขายมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวต่างประเทศ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายของบริษัทต้องกลับมาทำการตลาดใหม่อีกครั้ง





อย่างไรก็ตามภาพรวมของอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 43.5% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 31.9% เนื่องจากการปรับโครงสร้างบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision) และค่าใช้จ่ายจากการปิดสาขาที่ลดลง

นายแพทย์สุวิน กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/64 ว่า ระบบการค้าในประเทศยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่น่าจะมีสัญญาณดีขึ้น ในลักษณะค่อยๆฟื้นตัว จากนโยบายการเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ

สำหรับแนวโน้มตลาดต่างประเทศ ในประเทศจีนคาดว่าคำสั่งซื้อมีแนวโน้มการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เข้าสู่ช่วงเทศกาลโปรโมชั่น 11 เดือน 11 รวมทั้งยังมีการพัฒนาโมเดลการขายในต่างประเทศใหม่ “Product License” เพื่อความสะดวกในการพัฒนาสินค้าใหม่ และการบริหารจัดการในประเทศจีน

ทั้งนี้บริษัทติดตามสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือวิกฤตดังกล่าวและเตรียมความพร้อมรับมือกับกำลังซื้อที่คาดว่าจะค่อยๆทยอยฟื้นตัว โดยยังคงมุ่งเน้นปรับกลยุทธ์และแผนธุรกิจตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย 1.ปรับโครงสร้างบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ (Re-structure) 2. พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ (Re-model) 3. ขยายช่องทางการจำหน่ายที่มีการขยายตัวสูง (Re-new)

มุ่งเน้นขยายช่องทางจำหน่ายที่มีโอกาสขยายตัว สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะการเปิดสาขาร้านค้าปลีก เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากฐานลูกค้าในประเทศ และสามารถสร้างตลาดที่ครอบคลุมในระยะยาว อาทิ ช่องทางสินค้าอุปโภค (Consumer Product) กลุ่มสินค้า Fast Moving Consumer Goods ( FMCG ) ผ่านผู้ค้าส่งเครื่องสำอางรายใหญ่ในแต่ละภูมิภาค (Local Distributor) โดยปัจจุบันแต่งตั้งเรียบร้อยแล้วจำนวน 13 รายมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งเป้าวางจำหน่าย 16,696 ร้านค้า

“ในปีนี้บริษัทมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาสภาพคล่องกระแสเงินสดในเกณฑ์ดี เพื่อรองรับสถานการณ์และสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และเตรียมพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ คาดว่าหากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มปรับตัวดีขึ้น โครงสร้างธุรกิจใหม่และแผนงานที่เตรียมไว้จะส่งผลดีกับผลประกอบการของบริษัทในอนาคต” นายแพทย์สุวิน กล่าว

BIOTHERM ประกาศความสำเร็จหลังจากเปิดตัวสุดแกรนด์ ด้วยยอดขายอันดับ 1 บน Shopee Premium

posted Jun 2, 2021, 1:57 AM by Maturos Lophong



BIOTHERM ประกาศความสำเร็จหลังจากเปิดตัวสุดแกรนด์

ด้วยยอดขายอันดับ 1 บน Shopee Premium


พร้อมส่งต่อดีลสุดล้ำค่าเพื่อผิวสุดปัง ในแคมเปญ Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration


กรุงเทพฯ, 1 มิถุนายน 2564 - หลังจากมีอัตราการเติบโตบนช่องทางออนไลน์ที่พุ่งสูงกว่า 316% ในปี 2020 ไบโอเธิร์ม (BIOTHERM) เดินหน้ารุกตลาดออนไลน์ต่อเนื่อง พร้อมสานต่อความสำเร็จกับ ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน หลังทะยานสู่อันดับ 1 แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์บน Shopee Premium ได้สำเร็จในช่วง Super Grand Launch ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมร่วมเฉลิมฉลอง 1 ปีกับ LIFE PLANKTON™ ELIXIR ด้วยโปรโมชั่นสุดพรีเมี่ยมอีกครั้งในแคมเปญ Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration

คุณสนธยา ตั้งสันติกุล General Manager – Biotherm, บริษัท ลอริอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่นิยมหันเข้ามาพึ่งพาอีคอมเมิร์ซในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่ตนเองชื่นชอบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าประเภทสกินแคร์ ไบโอเธิร์ม จึงได้ขยายฐานการเข้าถึงพอร์ทสินค้าสกินแคร์ระดับสูงเข้ามาวางขายบน Shopee Premium เมื่อเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา พร้อมกับจัดแคมเปญ Biotherm Super Grand Launch เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ โดยแคมเปญดังกล่าวได้ผลักดันให้ ไบโอเธิร์มสามารถสร้างสถิติยอดความสำเร็จครั้งใหม่ในทุกด้านบน Shopee Premium ได้สำเร็จ โดยไฮไลท์สถิติที่น่าสนใจมีดังนี้



● สร้างสถิติขึ้นเป็นแบรนด์เพื่อความงามและสกินแคร์ในหมวดหมู่พรีเมี่ยมที่สามารถทำยอดขายบน Shopee Premium ได้สูงที่สุดภายในเวลา 15 นาที



● เสริมสร้างการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมและสร้างเอนเกจเม้นท์อย่างลึกซึ้งกับเหล่านักช้อปพรีเมี่ยม ด้วยกลยุทธ์ Live Commerce ที่ประสบความสำเร็๋จด้วยจำนวนผู้เข้าชมและยอดคำสั่งซื้อ (Orders) บน ShopeeLive สูงที่สุดในหมวดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามหมู่พรีเมี่ยม



● ขยายฐานการมีตัวตนบนโลกออนไลน์สู่ Shopee Premium ได้สำเร็จ ด้วยยอดผู้ติดตามร้านค้าภายใน 1 วัน สูงที่สุดเมื่อเทียบกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในหมวดหมู่เดียวกัน



● ตอกย้ำความนิยมอย่างต่อเนื่องยาวนานครบ 1 ปี ของ LIFE PLANKTON™ ELIXIR ที่ยังคงครองแชมป์ไอเท็มยอดนิยมที่เหล่านักช้อปสายสกินแคร์เลือกซื้อมากที่ในแคมเปญ Biotherm Super Grand Launch”


คุณศิวกร สิริวงศ์ภานุพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงภูมิทัศน์และไลฟ์ไตล์ในการจับจ่ายของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่ดีมานด์ในการจับจ่ายซื้อสินค้าลักซูรียังคงมีอย่างต่อเนื่อง ช้อปปี้ ในฐานะอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มชั้นนำ เราจึงมุ่งมั่นในการยกระดับโซลูชั่นเพื่อเติมเต็มและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบอยู่เสมอ ในโอกาสนี้เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ความร่วมมือระหว่าง ช้อปปี้ และ ไบโอเธิร์ม ในการเปิดตัว Biotherm Official Store บน Shopee Premium นั้นได้รับผลการตอบรับที่ดีอย่างท่วมท้นจากเหล่านักช้อป จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จหน้าใหม่ร่วมกันได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยช้อปปี้ จะยังคงเดินหน้าสรรค์สร้างกิจกรรมและเครื่องมือทางการตลาดที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้แบรนด์พันธมิตรสามารถเล่าเรื่องราวของแบรนด์ (Brand Story-telling) สร้างปฏิสัมพันธ์ในระยะยาว พร้อมทั้งสามารถนำเสนอแคมเปญที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค จนสามารถสร้างการเติบโตบนโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืนต่อไป”


และเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ ไบโอเธิร์มจึงขอแนะนำ LIFE PLANKTON™ ELIXIR หรือ “ไลฟ์แพลงตอนเซรั่ม” ที่เพิ่งครบรอบ 1 ปีไปหมาดๆ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยมือหนึ่งของผิว ผสาน 3 พลัง ประกอบด้วยส่วนผสมอันเป็นกรรมสิทธิ์ของไบโอเธิร์ม อย่าง LIFE PLANKTON™ ความเข้มข้น 5% (ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของแบรนด์) ที่จะช่วยฟื้นบำรุงผิวขั้นสุด พร้อมไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) 2 โมเลกุล ทั้งโมเลกุลใหญ่และโมเลกุลเล็ก และวิตามินซี ที่จะช่วยปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใส เรียบเนียน กระชับ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้


พร้อมส่งต่อประสบการณ์พรีเมี่ยมสุดล้ำค่าเพื่อผิวสุดปังในแคมเปญ Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration บน Shopee Premium ที่นักช้อปสายสกินแคร์ไม่ควรพลาด! ตั้งแต่วันที่ 1 - 6 มิถุนายนนี้ ไบโอเธิร์มจัดให้กับโปรโมชั่นสุดพิเศษรับรองว่าถูกใจสายช้อป ได้แก่

● Pre-Hype: วันที่ 1 - 5 มิถุนายน 2564 ช้อป LIFE PLANKTON™ ที่ร่วมรายการ รับของขวัญรวมมูลค่า 700.- และรับของขวัญเพิ่ม มูลค่า 1,250 บาท เมื่อช้อปครบ 3,500 บาท



● Campaign D-Day: 6 มิถุนายน 2564 ทุกออเดอร์ รับของขวัญสุดพิเศษ และรับของขวัญเพิ่ม เมื่อช้อปช้อป LIFE PLANKTON™ ที่ร่วมรายการ รับของขวัญรวมมูลค่า 1,550 บาท


ร่วมติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมาย พร้อมช้อปไปกับโปรสุดแกรนด์เพื่อผิวสุดปังจากไบโอเธิร์ม ที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์เมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay ได้ที่ Biotherm Official Store บน Shopee Premium ที่ https://shopee.co.th/biotherm_official_store

เกี่ยวกับไบโอเธิร์ม (BIOTHERM)



THE TRUE BEAUTY SECRET 30 ปีแห่งการวิจัย สู่พลังฟื้นฟูแห่ง LIFE PLANKTON™: BIOTHERM (ไบโอเธิร์ม) เป็นผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมี LIFE PLANKTON™ ที่มีแหล่งกำเนิดจากธรรมชาติ 100% นำมาเป็นสวนผสมเฉพาะ ของ BIOTHERM ทุกชิ้น โดยการนําเทคโนโลยี BIOSCIENCE มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิว เพราะในปัจจุบัน ผิวที่ร่วงโรยเร็วมักจะมีสาเหตุ มาจากการถูกกระตุ้นโดยปัจจัยจากสภาพแวดล้อมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป (URBAN ACCELERATED AGEING) เช่น รังสียูวี มลภาวะทางอากาศ ความเครียด การอดนอน และการแต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน ดังนั้น BIOTHERM จึงใช้ความรู้ความ เชี่ยวชาญที่สะสมจากการวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมานานเกือบ 70 ปี ได้คิดค้น LIFE PLANKTON™เพื่อดูแลทุกสภาพผิว ฟื้นบำรุงผิวที่ถูกเร่ง ให้เกิดความร่วงโรย ก่อนเวลาอันควรให้แลดูอ่อนเยาว์ กระชับ กระจ่างใส



สามารถติดต่อและอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวของ BIOTHERM ได้ที่:



FACEBOOK: BIOTHERM (TH) | TWITTER: @BIOTHERMTH | LINE OFFICIAL: @BIOTHERMTHAILAND


เกี่ยวกับ Shopee (ช้อปปี้)



Shopee เป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อระหว่าง ผู้บริโภค แบรนด์ และผู้ขายในทั่วภูมิภาคเอเชียและในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนสามารถซื้อ-ขายได้อย่างสะดวกสบายทุกที่ทุกเวลา


Shopee ส่งมอบความสะดวกสบาย ปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้ใช้งานหลายล้านคนให้มีความเพลิดเพลินกับการเข้าใช้งานบนแพลตฟอร์มของเราในทุกๆวัน ด้วยการนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย พร้อมด้วยระบบการชำระเงินและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ รวมถึงการสร้างความบันเทิงผ่านหลากหลายฟีเจอร์ที่คัดสรรมาเพื่อตอบสนองต่อผู้ใช้งานในแต่ละตลาดโดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน Shopee เข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค ด้วยมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและแบรนด์สินค้าต่างๆ สามารถบรรลุเป้าหมายและประสบผลสำเร็จได้ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ


Shopee อยู่ในกลุ่มของ บริษัท Sea (NYSE:SE) ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเพื่อผู้ใช้งานในระดับโลก นอกเหนือจาก Shopee แล้ว Sea ยังมีธุรกิจหลักครอบคลุมทั้งในส่วนดิจิทัล เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ภายใต้ชื่อ การีนา และ บริการด้านการเงินแบบดิจิทัลภายใต้ชื่อ ซีมันนี่ Sea มีพันธกิจที่จะมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และผู้ประกอบการรายย่อยให้ดียิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำหน้า


เกี่ยวกับ Shopee Mall (ช้อปปี้ มอลล์)



Shopee Mall คือ ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ชั้นนำในภูมิภาคที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแบรนด์และร้านค้าปลีกชั้นนำทั้งในและต่างประเทศแบบครบวงจรในหนึ่งเดียว โดยผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินไปกับการช้อปสินค้าบน Shopee Mall ได้ไม่มีสะดุด ด้วยการการันตี 3 ประการ ทั้งการรับประกันของแท้ 100% คืนสินค้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และฟรีค่าจัดส่ง พร้อมด้วยดีล กิจกรรมความบันเทิง ตลอดจนลอยัลตี้โปรแกรมที่พิเศษยิ่งกว่า ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ว่า Shopee Mall จะสามารถส่งมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่เหนือระดับ ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าสูงสุดตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ในปี 2563 Shopee ได้เปิดตัว Shopee Premium (ช้อปปี้ พรีเมียม) เพื่อเติมเต็มความหลากหลายของหมวดหมู่สินค้าบน Shopee Mall ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อสินค้าแฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์สุดพรีเมียม จากแบรนด์ลักซูรีชั้นนำที่ถูกคัดสรรมาโดยเฉพาะ

แบรนด์วิฟสกิน โดยจุ๋ย เปิดตัวสบู่ “ขมิ้นเลม่อนโซป” และพรีเซนเตอร์ดีเจพุฒ ร่วมอาบผิวหอม ถนอมผิวใส

posted May 13, 2021, 1:30 AM by Maturos Lophong



แบรนด์วิฟสกิน โดยจุ๋ย เปิดตัวสบู่ “ขมิ้นเลม่อนโซป” และพรีเซนเตอร์ดีเจพุฒ ร่วมอาบผิวหอม ถนอมผิวใส


10 พ.ค. 2564 ในที่สุดแบรนด์เครื่องสำอางสมุนไพรไทย VIV SKIN โดยบริษัท กลิทเทอรี่ อินโนเวเชั่น คอสเมติก จำกัด ซึ่งมี คุณจุ๋ย วรัทยา นิลคูหา ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ “วิฟสกิน ขมิ้นเลม่อนโซป” พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่คนใกล้ตัว “ดีเจพุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน” ภายใต้คอนเซป “อาบผิวหอม ถนอมผิวใส” ซึ่งมีภาพถ่ายคู่รักเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์อาบความหอมชุ่มฉ่ำร่วมกันอย่างงดงามลงตัว ถ้าใครได้ดูแล้วจะรู้สึกอยากอาบน้ำบ้างเลยตอนนี้ โดยก่อนนี้มีการปล่อยทีเซอร์บนโซเชียลมีเดียก่อนนี้และสร้างกระแสการพูดถึงขึ้นทวิตเตอร์เทรนด์ไปเป็นที่เรียบร้อยด้วยแฮชแท็ก #ขมิ้นเลม่อนโซป #วิฟสกินขมิ้นเลม่อนโซป #อาบผิวหอม

จุ๋ย วรัทยา และทีมงานวิฟสกิน แชร์ที่มาของผลิตภัณฑ์ “สบู่” เนื่องด้วยเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods) ที่ต้องใช้เป็นประจำทุกวันได้ รวมถึงสถานการณ์ในช่วง Covid 19 เรามองเป็นโอกาสเสมอที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพราะจุ๋ยและทีมงานก็คือผู้ใช้จริงแบรนด์วิฟสกิน และทบทวนเสมอว่าถ้าเราเป็นผู้บริโภคตอนนี้เราจะต้องการอะไร? ซึ่งเวลานี้คือเราต้องการที่จะดูแลร่างกายให้สะอาดเป็นพิเศษ ล้างมือ ชำระล้างร่ายกายบ่อยยิ่งขึ้น และแน่นอนว่ายังคงส่วนผสมหลักของขมิ้นชันสมุนไพรไทยคิดค้นวิจัยมาเพื่อผิวคนไทยและเอเชีย โดยเลือกชูกลิ่นเลม่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารสกัดหลัก เพราะเป็นกลิ่นที่เหมาะกับสภาพอากาศหน้าร้อนเมืองไทย ใครๆ ได้กลิ่นก็สดชื่น ผ่อนคลาย และหลงเสน่ห์ความหอม


นอกจากนี้ยังได้ตีโจทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค สร้างประสบการณ์การอาบน้ำที่มีดีกว่าที่เคย เพราะมากกว่าการชำระล้างทำความสะอาดผิว ยังอุดมไปด้วยสารสกัดที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อบำรุงให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น แลดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

ทั้งนี้การที่จุ๋ยเชิญดีเจ พุฒ ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ เกิดจากการหารือกับทีมงานผู้บริหารการตลาดและดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง พบข้อมูลกลุ่มเป้าหมายของ วิฟสกิน ได้ถูกขยายฐานลูกค้าไปโดยอัตโนมัติ นอกจากกลุ่มคุณผู้หญิง ได้ครอบคลุมคุณผู้ชายหรือเมโทรเซ็กชวลผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ การดูแลตนเองและครอบครัว รวมถึงสนใจคัดเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพ ซึ่งคือจุดสำคัญที่ทำให้แบรนด์วิฟสกิน เติบโตยิ่งขึ้นหลายเท่าอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นวิฟสกินยังมีแผนการขยายช่องทางการขายไปสู่ตลาดที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั้งอีคอมเมิร์ซ และร้านขายปลีก โดยยังคงมีกลยุทธ์ที่ส่งเสริมตัวแทนจำหน่ายแม่ทีมวิฟสกินเป็นผู้นำอันดับแรก และดูแลผลประโยชน์ตัวแทนอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นพัฒนาศักยภ


สบู่วิฟสกินขมิ้นเลม่อนโซป อาบสะอาดพร้อมบำรุงให้ผิวใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ผสานสารสกัดสมุนไพรขมิ้นชัน เลม่อน และน้ำมันมะพร้าว ช่วยดูแลปัญหาสิว ให้ผิวแห้งเสียหยาบกร้านกลับเนียนเรียบน่าสัมผัส ลดเลือนรอยด่างดำให้แลดูจางลง ปรับผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ



รวมมิตรสารสกัดชั้นดี ที่จะให้การอาบน้ำครั้งนี้มีดีกว่าที่เคย



อาบผิวหอม ดีต่อใจ ให้วิตามินซี



สารสกัดเลม่อน: เติมอารมณ์การอาบน้ำให้ชื่นใจยิ่งขึ้นด้วยกลิ่นหอมจากเลม่อน ที่มาพร้อมสรรพคุณที่ดีต่อผิว ทั้งช่วยลดเลือนรอยสิว รอยดำให้แลดูจางลง เติมความชุ่มชื่นให้ผิว และปรับผิวให้แลดูกระจ่างใส อาบผิวใส ด้วยสมุนไพรไทยชั้นดี


ขมิ้นชัน: ถนอมผิวใสต่อที่สองด้วยสารสกัดขมิ้นชันที่ขึ้นชื่อเรื่องการดูแลปัญหาสิวผด สิวอุดตัน และสิวอักเสบตามร่างกาย ช่วยปรับผิวให้แลดูเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ อาบผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ชวนสัมผัส


น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil): ด้วยสรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวที่โดดเด่นเรื่องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ฟื้นบำรุงให้ผิวนุ่มมีชีวิตชีวา ไม่แห้งกร้านหลังจากการอาบน้ำ


ขนาด 80 กรัม ราคา 150 บาท โปรโมชั่นเปิดตัวเพียง 89 บาท ยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูกลง

จำหน่ายแล้ววันนี้ โปรดติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นได้ที่


https://www.facebook.com/vivskin


ลงทะเบียนความสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายวิฟสกิน



http://bit.ly/vivskin_kaminsoap_pr1

มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ สนับสนุนต่อยอดพัฒนาการเด็กไทย ส่งมอบห้องสันทนาการให้แก่โรงพยาบาลของรัฐ

posted Apr 9, 2021, 1:11 AM by Maturos Lophong



มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ สนับสนุนต่อยอดพัฒนาการเด็กไทย

ส่งมอบห้องสันทนาการให้แก่โรงพยาบาลของรัฐ


ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ที่มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ยังคงให้การสนับสนุน ส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กไทย โดยมุ่งเน้นไปยังเด็กที่เจ็บป่วยหรือเด็กด้อยโอกาสเป็นหลัก จึงได้มีโครงการสร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการ (Ronald McDonald Playroom) เพื่อให้เด็กที่เจ็บป่วยหรือเด็กด้อยโอกาสในโรงพยาบาลรัฐบาลและสถานสงเคราะห์เด็ก ได้ใช้ผ่อนคลายหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ระหว่างเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือระหว่างรอพบแพทย์ ปัจจุบันนี้มีจำนวน 38 ห้อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้บริการผู้ป่วยเด็กเฉลี่ย 340,000 คนต่อปี โดยล่าสุดได้จัดสร้างและปรับปรุง ส่งมอบ 2 ห้องสันทนาการ ได้แก่ ห้องสันทนาการ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ และห้องสันทนาการ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการปรับปรุงเรือนนอนเด็กชาย ของสถานสงเคราะห์เด็กวัดสระแก้ว จังหวัดอ่างทอง





มร.เฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ดำเนินการให้การช่วยเหลือ ผู้ป่วยเด็ก ร่วมกับภาคีต่างๆ ทั้งของภาครัฐ และเอกชน โดยมีการสร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการเพื่อให้การบริการแก่ผู้ป่วยเด็ก โดยห้องสันทนาการนี้ประกอบด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการ หนังสือเสริมสร้างความรู้ เพื่อให้เด็กๆ รู้สึกผ่อนคลายในระหว่างรอรับการรักษาพยาบาล เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ห้องดังกล่าวนอกจากใช้สำหรับกิจกรรมสันทนาการแล้ว ยังใช้เป็นห้องตรวจและฝึกพัฒนาการให้แก่ผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการอีกด้วย ทั้งนี้มูลนิธิฯ มีแผนที่จะสร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการในอีกหลายๆ แห่ง ซึ่งโครงการต่างๆ จะดำเนินการต่อยอดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็ก และสังคมได้ต่อไปนั้น จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในนามมูลนิธิฯ ขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่าน หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนกันมาอย่างยาวนานด้วยดีตลอดมา”


นอกจากนี้ยังมีอีก 2 โครงการหลักที่สำคัญ อันได้แก่ บ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก (Ronald McDonald House) เป็นบ้านพักชั่วคราวซึ่งมูลนิธิฯ ได้บริจาคสร้างบนพื้นที่ของโรงพยาบาล จำนวน 4 แห่ง ได้แก่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี(โรงพยาบาลเด็ก), โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี, โรงพยาบาลจุฬาลงกนณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ป่วยได้เข้าใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้บริการครอบครัวไปแล้วมากกว่า 24,000 คน และหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ (Ronald McDonald Dental Care Unit) โดยการร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ภายใต้โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ที่เดินทางไปให้บริการด้านทันตสุขภาพ ทั้งด้านการรักษาและป้องกันให้กับเด็กในถิ่นทุรกันดารไปแล้วกว่า 37,000 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกันกับพันธมิตรสำคัญได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย, กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร และมูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย)


ทั้งนี้ท่านสามารถแบ่งปันและมอบโอกาสให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้โดยการบริจาคเงินที่กล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่าน Mobile Application ที่กล่องรับบริจาค หรือบริจาคออนไลน์ผ่าน www.rmhc.or.th และสามารถบริจาคได้ผ่านเว็บไซด์เทใจดอทคอม www.teajai.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.rmhc.or.th และ facebook/rmhcthailand

“โรคซึมเศร้า” เกิดจากสารเคมีในสมองผิดปกติ ไม่ใช่ความอ่อนแอของใจ

posted Jan 17, 2021, 11:49 PM by Maturos Lophong




“โรคซึมเศร้า” เกิดจากสารเคมีในสมองผิดปกติ ไม่ใช่ความอ่อนแอของใจ 

ทำความเข้าใจและรับมือ เป็นได้ก็รักษาให้หายได้

ในระยะหลังมานี้ เราจะเห็นข่าวการฆ่าตัวตายที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับโรคซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตที่พบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากถึง 1.5 ล้านคนเลยทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด คิดว่าโรคซึมเศร้าเป็นเพียงอาการหรือสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไปเพียงชั่วครู่ หลังจากได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจและสามารถรักษาได้ด้วยการให้กำลังใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคซึมเศร้ามีความรุนแรงกว่าที่คิด หากปล่อยไว้และไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ จาก โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ในเครือ “พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์” เปิดเผยโดย นายแพทย์อดิศร มนูสาร อายุรแพทย์ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เกี่ยวกับอาการเหล่านี้มาให้ได้ทำความรู้จักกับโรคซึมเศร้าให้มากขึ้น และได้นำไปลองสังเกตคนใกล้ชิดกัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้องได้ทันท่วงที และป้องกันการฆ่าตัวตายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต



โรคซึมเศร้าคืออะไร? 

โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง อันเกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง 3 ชนิด ได้แก่ ซีโรโตนิน (Serotonin) นอร์เอปิเนฟริน (Norepinephrine) และโดปามีน (Dopamine) ซึ่งส่งผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม รวมไปถึงสุขภาพกาย มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม สารเคมีในสมอง สภาพแวดล้อม เช่น การเลี้ยงดูของพ่อแม่ อิทธิพลจากคนใกล้ชิด การเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ ลักษณะนิสัย โดยเฉพาะคนที่อ่อนไหวง่าย คิดมาก มองโลกในแง่ลบ



อาการของโรคซึมเศร้า

ที่สังเกตได้จะมีอาการเศร้า หดหู่ ซึม หงุดหงิด โกรธง่าย มีอารมณ์รุนแรง เบื่อหน่าย หมดความสนใจ

ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยชอบมาก ๆ นอนไม่หลับ หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือหลับมากเกินไป เบื่ออาหารหรือกินมากเกินไป เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง ไม่มีพลัง ไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรเลย รู้สึกตัวเองไร้ค่า ไม่มั่นใจในตัวเอง โทษตัวเอง มีความคิดทำร้ายตัวเอง อยากฆ่าตัวตาย

หากมีอาการดังกล่าวข้างต้นอยู่เกือบตลอดเวลา เป็นเวลาติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 14 วัน ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน


การตรวจวินิจฉัยโรคซึมเศร้า

สามารถตรวจวินิจฉัยได้ด้วยการซักประวัติ สอบถามอาการและเรื่องราวจากผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิด หรือทำแบบทดสอบทางจิตวิทยา เพื่อให้เข้าใจและแน่ใจว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกับโรคซึมเศร้า ในบางรายที่สงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีโรคทางร่างกายอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอาการที่พบ อาจมีการตรวจร่างกาย และส่งตรวจพิเศษที่จำเป็น


แนวทางการรักษา

แนวทางการรักษามีหลายวิธี ได้แก่ รักษาด้วยการใช้ยา โดยในปัจจุบันยารักษาโรคซึมเศร้าถือเป็นยาที่ปลอดภัย ไม่ค่อยมีผลข้างเคียง ไม่ทำให้เกิดการติดยา และไม่ทำให้เกิดอาการมึนงงอย่างที่เข้าใจผิดกัน นอกจากนี้ควรกินยาตามที่แพทย์สั่ง และไม่ควรหยุดยาเองโดยเด็ดขาด รักษาด้วยจิตบำบัดและการพูดคุยให้คำปรึกษา โดยแพทย์จะช่วยเหลือชี้แนะการมองปัญหาต่าง ๆ ในมุมมองใหม่ และแนวทางในการปรับตัว หรือแม้แต่การหาสิ่งที่ช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลายความทุกข์ใจลง และรักษาด้วยไฟฟ้า ในรายที่มีอาการรุนแรง





ฝึกคิดบวกให้ห่างไกลจากโรคซึมเศร้า

รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยหากขาดสารอาหารบางอย่างไป เช่น โอเมก้า 3 วิตามินอี วิตามินซี วิตามินดี ทองแดง และธาตุเหล็ก อาจทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น หมั่นออกกำลังกาย โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องกัน 30 - 40 นาที และพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด

ในด้านการใช้ชีวิต ควรหลีกเลี่ยงการนำตนเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้จิตใจหดหู่ ฝึกคิดบวก ควรหาเวลาออกไปทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี ๆ สนุกสนาน ทำให้ตนเองรู้สึกมั่นใจและมีคุณค่า และได้ใช้เวลาร่วมกับคนอื่น ๆ มากกว่าที่จะอยู่คนเดียว



วิธีรับมือเมื่อคนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้า

หากคนใกล้ชิดมีอาการ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม และย้ำเตือนให้รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ระวังเรื่องการใช้คำพูดที่บั่นทอน ซ้ำเติม หรือดูเหมือนปัญหาของเขาเป็นเรื่องเล็ก เช่น เรื่องแค่นี้เอง คนอื่นยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย ให้กำลังใจด้วยคำพูดดี เช่น ฉันอยู่ข้าง ๆ เธอนะ เธอยังมีฉันอยู่นะ พูดคุยแบบรับฟังโดยไม่ตัดสิน เป็นต้น แสดงออกผ่านการกระทำ เช่น กอด จับมือ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าโรคซึมเศร้านั้นเป็นโรคทางจิตเวชที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ไม่ใช่ความอ่อนแอทางด้านจิตใจของผู้ป่วยแต่อย่างใด และไม่ใช่โรคประหลาด โรคนี้เป็นได้ก็สามารถรักษาให้หายได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้ป่วยไม่ต้องกลัวที่จะเข้ารับการรักษา เพราะยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่อาการก็จะยิ่งดีขึ้นเร็วเท่านั้น


หากพบว่าตนเองและคนใกล้ชิดมีอาการซึมเศร้า สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพอื่น ๆ สามารถขอคำปรึกษาจาก ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ได้ทั้ง 11 แห่ง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 และโรงพยาบาล พริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร จังหวัดพิจิตร โรงพยาบาล ศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จังหวัดชุมพร โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ และ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และสามารถติดตามสาระดี ๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก : Principal Healthcare Company

1-10 of 132