Health & Beauty





บุ๋ม-ตรีรัก ชวนช้อปสบู่จิ๊กซอว์ ME ราคาพิเศษ 4 โปรดีๆ เด็ดๆ เป็นของขวัญส่งความสุขให้คนที่รักในปีใหม่ 2564

posted Dec 24, 2020, 10:54 PM by Maturos Lophong



บุ๋ม-ตรีรัก ชวนช้อปสบู่จิ๊กซอว์ ME ราคาพิเศษ 4 โปรดีๆ เด็ดๆ 

เป็นของขวัญส่งความสุขให้คนที่รักในปีใหม่ 2564

บริษัท ตรี ตรีรัก จำกัด นำสบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม รายแรกของไทย ที่สามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์สูตรเองได้ ตอบโจทย์ทุกสภาพผิวใบหน้า ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย มีให้เลือกถึง 25 สูตร จากสารสกัดธรรมชาติ สบู่มีหลากหลายสีสันสวยงามชวนใช้ มากด้วยสรรพคุณ การันตีคุณภาพทุกก้อน ร่วมเทศกาลของขวัญปีใหม่ 2564 พร้อมจัด 4 โปรโมชั่นดีๆ เด็ดๆ ทั้งลดทั้งแถม เป็นของขวัญแทนความรักและความห่วงใยจากผู้ให้แด่คนที่รัก หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 6 มกราคม 2564 ที่ห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ ห้างสยามพารากอน เพจ TRI_Gangsters เว็บไซต์ Shopee และ Lazada

นางสาวตรีรัก รักการดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรี ตรีรัก จำกัด เจ้าของและผู้จัดจำหน่ายสบู่จิ๊กซอว์แบรนด์ ME เกรดพรีเมี่ยม เปิดเผยว่า สบู่จิ๊กซอว์ ME มีให้เลือกถึง 25 สูตร ที่มีส่วนผสมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ใช้ได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป แต่ละสูตรมีขนาดปริมาณก้อนละ 30 กรัม แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มน้ำหอม 9 กลิ่น 2. กลุ่มคุณสมบัติของผิวพรรณ 10 สูตร และ 3. กลุ่มสครับ 6 สูตร ที่สามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์สูตรเองได้ นำมาประกอบติดกันได้ มีหลากหลายสีสันที่สวยงามชวนให้ใช้ มีสรรพคุณช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ลดฝ้าให้จางลง รักษาปัญหาสิวและผดผื่น ทำให้ผิวรู้สึกแข็งแรงขึ้น ดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใสมากขึ้น




ในช่วงเทศกาลของขวัญปีใหม่ 2564 นี้ สบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม มีโปรโมชั่นดีๆ เด็ดๆ พิเศษ 4 โปรโมชั่น สามารถหาซื้อได้ 5 ที่ โปรโมชั่นแรกที่งาน Gift Festival ณ ชั้น 3 ห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ ตั้งแต่วันนี้ - 6 มกราคม 2564 มีโปรโมชั่นเซตกระเช้าสบู่จิ๊กซอว์ ME ลด 30 % มีให้เลือก 3 ขนาด คือ

1. เซตกระเช้าสบู่จิ๊กซอว์ ME จำนวน 8 ก้อน จากปกติ 1,190 บาท เหลือเพียง 833 บาท

2. เซตกระเช้าสบู่จิ๊กซอว์ ME จำนวน 16 ก้อน จากปกติ 2,190 บาท เหลือเพียง 1,533 บาท

3. เซตกระเช้าสบู่จิ๊กซอว์ ME จำนวน 25 ก้อน จากปกติ 3,490 บาท เหลือเพียง 2,443 บาท



และโปรโมชั่นเซตกระเช้าสบู่จิ๊กซอว์ ME ลด 30 % ทั้ง 3 ขนาด นั้นยังมีจำหน่ายที่งาน Betrend Gift Festival ณ ชั้น 1 ห้างสยามพารากอน ระหว่างวันนี้ - 5 มกราคม 2564 นอกจากนี้ที่นี้ยังมีโปรโมชั่นสบู่ จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม แบบเซตกล่องมีจำหน่าย 3 แบบ คือ 

1. แบบกล่องก้อนเดี่ยว ปกติราคา 95 บาท เหลือเพียง 75 บาท

2. แบบบรรจุกล่อง 4 ก้อน ปกติราคา 380 บาท เหลือเพียง 300 บาท

แถมฟรี!!! สบู่บูล การ์เดียน (สบู่ลดการสะสมของแบคทีเรีย) 1 ก้อน ขนาด 30 กรัม

3. แบบบรรจุกล่อง Limited Edition 25 ก้อน ทุกสูตร ปกติราคา 2,375 บาท เหลือเพียง 1,875 บาท




อีกหนึ่งโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ ซื้อ 6 จ่าย 3 ไม่ต้องถามเอาไปเลย ซื้อสบู่จิ๊กซอว์ ME เลือกสูตรไหนก็ได้ 4 ก้อน แถมฟรี!!! สบู่บูล การ์เดียน ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ Chloroxylenol สามารถทำความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีก 2 ก้อน จ่ายเพียงในราคา 285 บาท ได้ถึง 6 ก้อน ราคานี้พลาดไม่ได้ สามารถสั่งซื้อได้เฉพาะที่เพจ TRI_Gangsters : https://web.facebook.com/trigangsters ตั้งแต่วันนี้ - 5 มกราคม 2564

และโปรโมชั่นสบู่จิ๊กซอว์ ME ที่ 4 โปรพิเศษที่เว็บไซต์ Shopee และ Lazada มีให้เลือก 2 แบบ คือ

1. สบู่จิ๊กซอว์ ME ก้อนเดี่ยว ปกติราคา 95 บาท เหลือเพียง 70 บาท

2. แบบบรรจุกล่อง 4 ก้อน ปกติราคา 380 บาท เหลือเพียง 280 บาท

สามารถสั่งซื้อสบู่จิ๊กซอว์ ME ราคาพิเศษ และค่าจัดส่งไม่แพงได้ที่ร้าน TRI_Gangsters ตั้งแต่วันนี้ - 5 มกราคม 2564 ได้ที่ทั้ง 2 เว็บไซต์

Shopee : https://shopee.co.th/tri_gangsters

และที่ Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/tir-gangsters

ปีใหม่ 2564 นี้ สามารถซื้อสบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม มอบเป็นของขวัญปีใหม่แทนความรักและความห่วงใย จากผู้ให้แด่คนที่รัก ในเทศกาลของขวัญปีใหม่ 2564 ในราคาลดพิเศษได้ที่ห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ ห้างสยามพารากอน เพจ TRI_Gangsters เว็บไซต์ Shopee และ Lazada ดังรายละเอียดข้างต้น ได้ตั้งแต่วันนี้ - 6 มกราคม 2564

สามารถดูรายละเอียดข้อมูลของผลิตภัณฑ์สบู่จิ๊กซอว์ ME เกรดพรีเมี่ยม ทั้ง 25 สูตร by คุณบุ๋ม-ตรีรัก รักการดี ได้ที่ทางโซเชียลมีเดียของ บริษัท ตรี ตรีรัก จำกัด ได้แก่ทาง FB : TRI_Gangsters, IG : TRI_Gangsters, YouTube : TRI_Gangsters, Line : @Tri_gangsters และเว็บไซต์ http://trigangsters.com และติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 02-040-1466 และ 063-351-9649

 

ดีต่อผิว ดีต่อใจ ... เครื่องสำอางรักษ์โลก PURE CARE BSC VEGAN “HEALTHY & BEAUTY WORKSHOP”

posted Dec 21, 2020, 7:36 PM by Maturos Lophong



ดีต่อผิว ดีต่อใจ ... เครื่องสำอางรักษ์โลก

PURE CARE BSC VEGAN “HEALTHY & BEAUTY WORKSHOP”

ไขเคล็ดลับสวยจากภายในสู่ภายนอก

เครื่องสำอาง PURE CARE BSC โดยคุณบุษบง มิ่งขวัญยืน ผู้อำนวยการฝ่ายเครื่องสำอางและน้ำหอม , คุณดารนี มาตาแก้ว ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ PURE CARE BSC บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ พัฒนาและคิดค้นเพื่อผิวสาวชาวเอเชีย ผ่านการทดสอบ Clinically Tested มั่นใจได้ว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และให้ผิวแลดูสุขภาพดี จัดงาน PURE CARE BSC VEGAN “HEALTHY & BEAUTY WORKSHOP” ณ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางแค กิจกรรมดีๆของเครื่องสำอางรักษ์โลก แนะนำผลิตภัณฑ์ ดีต่อผิว ดีต่อใจ PURE CARE VEGAN SERIES ที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ และไม่ทดลองกับสัตว์ ภายในงานพบกับ กูรูด้านสุขภาพและความงาม สอนเทคนิคการทำโยคะเพื่อให้หน้าเด็กผิวหน้าอ่อนเยาว์ (YOGA FOR BEAUTY) โดยครูโยคะประสบการณ์มากก่วา 10 ปี คุณครูจิจี้ - ศิริภัสสร์ อยู่พิทักษ์ โยคะเป็นหนึ่งในวิธีออกกำลังกายที่จะช่วยให้สาวๆ มีใบหน้าที่ยกกระชับเรียวสวย ร่างกายของเราต้องการการออกกำลังกาย ใบหน้าของเราก็เช่นเดียวกันนะคะ โยคะหน้าเด็กให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ เป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อบนใบหน้าของเรา ประโยชน์ของการทำโยคะหน้านั้นมีมากมาย เช่น ช่วยทำให้หน้าดูอ่อนกว่าวัย ลดการเกิดริ้วรอย และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณใบหน้า ในการฝึกโยคะหน้าเด็ก แนะนำให้ทำหน้ากระจกนะคะ เราจะได้สังเกตการเคลื่อนไหวและการใช้กล้ามเนื้อของใบหน้าไปด้วยค่ะ และอีกเคล็ดลับคือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย เน้นการทานผักและผลไม้ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอคะ คุณครูจิจี้กล่าว




ส่วนเคล็ดลับของ คุณบูม - จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต นักแสดงดาวรุ่ง การดูแลตัวเองของบูมคือจะออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ ส่วนอาหารจะเน้นการรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดครับและดูแลผิวด้วยครีมบำรุงผิวเช้าเย็นและช่วงเช้าจะเพิ่มการทากันแดดครับ ส่วนตัวเองชอบเครื่องสำอาง PURE CARE VEGAN ได้ลองแล้วชอบซึมเร็วไม่เหนียวหน้าใช้แล้วไม่แพ้ครับ และที่สำคัญเป็นแบรนด์ของคนไทยที่ผลิตสินค้ามาเพื่อผิวคนไทยเลยชอบเป็นพิเศษครับ

คุณธนกฤต อนุพันธ์ ผู้เชียวชาญด้านผิวพรรณและความงาม แนะนำการดูแลผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้งเช้าและเย็น เน้นการทำความสะอาดผิวให้สะอาดเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุง และแนะนำผลิตภัณฑ์ PURE CARE VEGAN SERIES ที่ผ่านการทดสอบ Clinically Tested มั่นใจได้ว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

PURE CARE VEGAN TOTAL SKIN PERFECT SERUM (เพียวแคร์ วีแกน โทเทล สกิน เฟอร์เฟค เซรั่ม) ราคา 790.-

ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิว เข้มข้นด้วยอณูสารบำรุงขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี ด้วยระบบ Crystal MicroSerum ฟื้นบำรุงผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ ผิวมีพลัง ริ้วรอยแลดูจางลง ผิวเนียนเรียบ นุ่มสดใส ผิวรู้สึกกระชับเผยผิวสว่างกระจ่างใสขึ้น




PURE CARE VEGAN SOFT MATTE POWDER SPF 25 PA+++ (เพียวแคร์ วีแกน ซอฟต์ แมท พาวเดอร์) ราคา 495.-

เนื้อสัมผัสแป้งเนียนละเอียดจาก ULTRA FINE TREATED BASE POWDER และ SOFT – TOUCH BORON POWDER ที่ช่วยอำพรางผิวมอบความนุ่มลื่น เกลี่ยง่าย จึงเผยการปกปิดทุกรอยบกพร่องได้อย่างเรียบเนียน ผสานส่วนผสมจาก SHEA BUTTER BLENDED OIL ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวพร้อมชะลอริ้วรอยแห่งวัย ปกป้องผิวจากอันตรายของแสงแดด พร้อมควบคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้า ให้ลุคผิวแมทยาวนานตลอดทั้งวัน

PURE CARE VEGAN DUO BRUSH (เพียวแคร์ บีเอสซี วีแกน ดูโอ บรัช) ราคา 390.-

บรัชพาเลทของสาวรักสุขภาพ เนื้อเนียนนุ่มดุจกำมะหยี่ ฉ่ำวาว สูตรVEGAN ปราศจากส่วนผสมจากสัตว์ สีติดชัด ทนทาน เพียงปัดเบาๆ มาพร้อมคู่สีที่ลงตัว ช่วยให้คุณแต่งเติมปรับเปลี่ยนได้ทั้งแบบปัดสีเดี่ยว หรือผสมรวมทั้งสองสี ให้มากกว่าสีสันที่สวยงาม เหมาะกับทุกสีผิวด้วยคุณค่าสารสกัดจากธรรมชาติของ Triple Nourishment ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น




PURE CARE VEGAN SATIN LIPSTICK (เพียวแคร์ บีเอสซี วีแกน ซาติน ลิปสติก) ราคา 245.-

เพิ่มประสบการณ์ในการแต่งแต้มสีสันบนริมฝีปากด้วยลิปสติกสไตล์ใหม่ สีเข้มชัดถึงขีดสุด ด้วยเนื้อครีมแมท สุดนุ่ม ละมุนริมฝีปากดุจใยไหม เนียนสนิทกับริมฝีปาก ให้ติดทนนาน

พิเศษ!ทุกท่านสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสินค้าขนาดทดลองและทดลองผลิตภัณฑ์ PURE CARE VEGAN ได้ที่เคาน์เตอร์ PURE CARE BSC ทุกสาขาทั่วประเทศ

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่

www.purecaretoday.com / FB : PureCareByBSC / IG : PureCareBSC

โนเบิล คอสเพอร์ จับมือ อีฟแอนด์บอย รุกตลาดความงามท้ายปี เปิดตัว “REMINGTON Rose Luxe Straightener” ผู้ช่วยคนสำคัญสาวยุคใหม่

posted Nov 29, 2020, 7:30 PM by Maturos Lophong


โนเบิล คอสเพอร์ จับมือ อีฟแอนด์บอย รุกตลาดความงามท้ายปี 


เปิดตัว “REMINGTON Rose Luxe Straightener” ผู้ช่วยคนสำคัญสาวยุคใหม่


Exclusive Only @EVEANDBOY


โนเบิล คอสเพอร์ (NOBLE COSPER)สร้างปรากฏการณ์ความสวยครั้งสำคัญ จับมือ อีฟแอนด์บอย (EVEANDBOY)ร่วมสร้างทรงผมสวยให้สาวทั่วกรุง เปิดตัวสินค้า “REMINGTON Rose Luxe Straightener” Exclusive Only @EVEANDBOY เครื่องหนีบผมลวดลายกุหลาบสีชมพู ผู้ช่วยปรับแต่งสร้างลุคทรงผมได้ด้วยตัวเองทุกวัน ด้วยความลงตัวจากคอนเซปต์ “สวยหวานสไตล์เรมิงตัน” ด้วยแผ่นหนีบเคลือบแอดวานซ์เซรามิค ลื่นขึ้น 8 เท่า อายุการใช้งานยาวนานขึ้น 5 เท่า ดูหรูหราทันสมัย เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงหวานๆ ด้วยราคา 3,700 บาทเท่านั้น วางจำหน่ายที่อีฟแอนด์บอย 3 สาขา Siam Square One, ZPELL Rangsit และ Megabangna ตั้งเป้ายอดขายโต 5-10%


นางสาวอารดา วิทยวิรานนท์ กรรมการผู้บริหาร บริษัท โนเบิล คอสเพอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า นับจากวันที่ โนเบิล คอสเพอร์ เริ่มดำเนินกิจการครั้งแรกเมื่อ 16 ปีก่อน บริษัทได้เติบโตและปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจมาโดยตลอด โดยปัจจุบันยอดขายกว่า 70% ของบริษัท มาจากสินค้าในกลุ่มบิวตี้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมแบรนด์ชั้นนำจากนิวยอร์ค อย่าง “เรมิงตัน (REMINGTON)” ผ่านการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

 ซึ่งสำหรับในตอนนี้ที่เทรนด์การจัดแต่งผมมีการพัฒนาขึ้น ผู้บริโภคสนใจการปรับแต่งผมด้วยตัวเอง ประกอบกับกระแสการทำทรงผมใหม่ๆ ที่นิยมกันมากบนโซเชียลมีเดีย โนเบิล คอสเพอร์ จึงได้เริ่มที่จะขยับตัวเข้าหาผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน บริษัทจึงได้ตัดสินใจเป็นจับมือกับร้าน อีฟแอนด์บอย (EVEANDBOY) วางจำหน่ายสินค้าในเซกเมนต์พิเศษ ที่เข้าใจและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลักของร้านอีฟแอนด์บอยเป็นอย่างดี




สำหรับ สินค้าบิวตี้แบรนด์ “เรมิงตัน” ที่จัดจำหน่ายในร้านอีฟแอนด์บอย จะเน้นเครื่องมือที่มีความเป็นนวัตกรรม ให้ความแข็งแรงทนทานและใช้งานง่าย แต่มีภาพความลงตัวด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย จากต้นกำเนิดที่ยาวนานกว่า 80 ปี ในเมืองแฟชั่นอย่างนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา อาทิ Exclusive Only @EVEANDBOY อย่าง “Rose Luxe Straightener” เครื่องหนีบผมรุ่นโรสลักส์ ลวยลายดอกกุหลาบ แผ่นหนีบเคลือบแอดวานซ์เซรามิค ให้ความลื่นขึ้น 8 เท่า และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับแผ่นหนีบเคลือบเซรามิครุ่นธรรมดา รูปลักษณ์ดูหรูหราทันสมัย เหมาะกับการจัดแต่งทรงผมเก๋ ให้ลุคของผู้หญิงสมัยใหม่ ที่มีทั้งความหวานและความเท่รวมกัน ด้วยราคาเพียง 3,700 บาท รวมถึงสินค้าอื่นๆ อย่าง Hydraluxe เทคโนโลยีแอดวานซ์ไฮดราแคร์และมอยเจอร์ มิสท์ ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดี นุ่มลื่น เงางาม, Mineral glow แอดวานซ์ เซรามิค เคลือบแร่ธาตุธรรมชาติ 4 ชนิด ควอตซ์, ทัวร์มาลีน, โอปอ และมูนสโตน ช่วยให้ผมเรียบตรงสลวยและเงางามเป็นพิเศษ ฯลฯ



“Rose Luxe Straightener” จะเริ่มต้นวางจำหน่ายสาขาหลัก 3 สาขา ได้แก่ อีฟแอนด์บอย สาขา The Underground Siam Square One ชั้น LG, สาขา Mega Bangna ชั้น 1 และสาขา Zpell @ ฟิวเจอพาร์ค รังสิต ชั้น 1 โดยในระยะแรก ตั้งเป้ายอดขายจากร้าน อีฟแอนด์บอย เพิ่มขึ้นราว 5-10% เพื่อลดผลกระทบของสัดส่วนการขายออฟไลน์ ที่มียอดขายลดลงเล็กน้อยจากช่วงวิกฤตโควิด-19


แต่อย่างไรก็ตาม โนเบิล คอสเพอร์ ยังเชื่อมั่นว่าภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในปีนี้จะยังเป็นบวก เนื่องจากในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านยอดขายทางออนไลน์ของบริษัทมีการเติบโตขึ้นถึง 5เท่า ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายทางออนไลน์ของบริษัทมีการเติบโตถึง 130% ทั้งนี้ เรมิงตันยังคงเป็นสินค้าหลักในกลุ่มบิวตี้ ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี 

“การมีช่องทางจำหน่ายโมเดิร์นเทรดเพิ่มขึ้นจากร้านอีฟแอนด์บอย ประกอบกับการที่ยอดขายออนไลน์โตขึ้นอย่างมาก ทำให้บริษัทฯทำตลาดด้าน Omni Channel เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อสร้างความสะดวกให้ลูกค้า และเชื่อมโยงให้ลูกค้าเข้าถึงตัวแบรนด์เรมิงตันได้มากขึ้น และบริษัทฯ ยังจัดทำระบบ CRM เพื่อช่วยตอบคำถามและให้การบริการหลังการขายผ่าน LINE Official Account ของ ‘noblecosperclub’ และสำหรับเว็บไซต์หลักอย่าง ‘noblecosper.co.th’ ลูกค้าสามารถทำได้ทั้งค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม การลงทะเบียนรับประกัน รวมทั้งสามารถเช็คเลข tracking ของการซื้อสินค้าออนไลน์ได้ด้วยตนเองอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดแข็งเดียวกับที่เรามีในสินค้า นั่นคือเราคอยปรับตัวตามยุคสมัยตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคอยู่เสมอนั่นเอง” นางสาวอารดา กล่าว

 

 

"Yves Rocher" รีแบรนด์ครั้งใหญ่รอบ 60 ปี

posted Oct 8, 2020, 7:28 PM by Maturos Lophong




"Yves Rocher" รีแบรนด์ครั้งใหญ่รอบ 60 ปีเร่งปรับทัพรับเทรนด์ตลาด สร้าง Brand Love เจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ตั้งเป้าที่1ในใจแบรนด์บิวตี้รักษ์โลก


คุณวิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด อีฟ โรเช่ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า อีฟ โรเช่ ทำการรีแบรนด์ครั้งใหญ่และเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ประกาศปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ (Creative Identity) พร้อมกันทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย โดยมุ่งเน้นปรับ Mood & Tone ของผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์โฆษณาต่างๆ ให้มีสีสันสดใสขึ้นที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัวที่บ้านเกิดแบรนด์ เมืองลา กาซิลี แคว้นบริตทานี ฝรั่งเศส ทั้งป่า มหาสมุทร หรือแม้กระทั่งมอสที่ขึ้นตามพื้นดิน เป็นการแสดงความหมายของธรรมชาติแบบโมเดิร์นขึ้น และมีความแอคทีฟเพื่อสื่อถึงความเป็นแอคทิวิสมากยิ่งขึ้น COMMITTED BUT POSITIVE. AUTHENTIC BUT MODERN.

"เริ่มจากโลโก้ ซึ่งนำคำว่า Bretagne, France และสัญลักษณ์ธงชาติฝรั่งเศสประทับลงบนทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ที่ดีไซน์ตามส่วนประกอบจากธรรมชาติในสินค้านั้นๆ และยังได้เผย DNA ใหม่ของแบรนด์ประกอบไปด้วย 4 แกน คือ Generosity (ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่), Positive Activist (จิตวิญญาณนักต่อสู้ในเชิงบวก), Rooted Entrepreneurial (หัวใจของความเป็นเจ้าของกิจการ) และ Honest (ความซื่อสัตย์จริงใจ) โดยยังคงยืนหยัดในมิชชั่นเรื่องสวยโลกไม่เสีย ให้คนและธรรมชาติเชื่อมโยงถึงกัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน พร้อมมุ่งเน้นในส่วนนี้มากขึ้นไปอีก อาทิ ในเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป อีฟ โรเช่จะเป็นแบรนด์แรกในตลาด ที่ 100% ของสินค้าทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% และนอกเหนือจากการลดใช้พลาสติกแล้ว เรายังลดใช้สารต่างๆ ในสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้เป็นคลีนฟอมูลล่า และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากโรงงานผลิตให้มากขึ้นทุกปี ซึ่งการที่เราสามารถควบคุมสิ่งนี้ได้เนื่องมาจากโมเดลที่ไม่มีตัวกลางในสายการผลิต ทุกอย่างปลูกเอง วิจัยเอง เก็บเกี่ยวเอง ผลิตเอง จนกระทั่งส่งตรงจากฝรั่งเศสถึงมือลูกค้าทั่วโลก เราจึงสามารถให้ความสำคัญของเรื่องนี้ได้เป็นอันดับหนึ่ง และจากการที่เราไม่ผ่านคนกลางจึงทำให้เราสามารถคุมราคาให้ผู้บริโภคจับต้องได้ทุกคน ส่วนในเรื่องของ ‘สวยโลกไม่เสีย’ นั้นในปีหน้าเราจะมีอีกหลายๆ กิจกรรมออกมาอย่างต่อเนื่องแน่นอน เช่น การเปิดบริการรีฟิลเติมสินค้าที่ร้าน เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์ให้ใช้ซ้ำได้ หรือการเลิกใช้พลาสติก Wrap ทั้งหมด ทำให้ลดการใช้พลาสติกไปได้ถึง 35 ตันต่อปี และการใช้ Cardboard Box รุ่นใหม่ ที่เป็น Recycle Paper ซึ่งมาจาก Sustainability Forest รวมถึงป้ายต่างๆ ในร้านที่จะเอาพลาสติกออกทั้งหมด"
คุณวิลาสินี เผยอีกว่า จากข้อมูลพบว่ามูลค่าตลาดรวมของธุรกิจความงามและเครื่องสำอางในประเทศไทยอยู่ที่ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อปี ซึ่งในปัจจุบันอาจมีอัตราที่ลดลงจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัว นอกจากนั้นยังมีคู่แข่งในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราต้องไม่หยุดพัฒนา และเป็นที่มาของการพลิกโฉมครั้งสำคัญ อีฟ โรเช่ จึงได้เตรียมแผนการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ รวมถึงขยายการรับรู้ในการรีเฟรชครั้งนี้ผ่านพรีเซ็นเตอร์ อีฟ โรเช่ ของประเทศไทย ที่เตรียมเปิดตัวปลายปีนี้ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างมากยิ่งขึ้น และคาดว่าผู้บริโภคจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแบรนด์ในภาพลักษณ์ใหม่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความเป็นแบรนด์ความงามอันดับ 1 จากประเทศฝรั่งเศส
"การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้หรือเปลี่ยนแพ็คเกจจิ้ง แต่เป็นการเปลี่ยนทั้งแนวคิดและแนวทางการทำธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน นอกเหนือจากนี้ Digitalized Omni-Channel เชื่อมโยงออฟไลน์ ออนไลน์ที่ได้เริ่มทำมาตั้งแต่หลัง Covid-19 จะมีการเสริมทัพด้วยอีกหนึ่งโปรแกรมที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้ คือ การขายด้วยรูปแบบโซเชี่ยลเซลลิ่ง (Social Selling) ที่จะสามารถเพิ่มรายได้เสริมจากการแชร์ข้อมูลสินค้าไปบน Social Media Platform ของสมาชิก ทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้ระบบ Omni-Channel และ CRM ที่คาดว่าจะสามารถเพิ่มฐานลูกค้าในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น และมีส่วนผลักดันฐานรายได้ และยอดขายเติบโตขึ้นประมาณ 40% ในปีหน้า อีกทั้งแบรนด์ยังเตรียมทำการตลาดผ่านพรีเซ็นเตอร์ใหม่เพิ่มอีกถึง 2 คนในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในแบรนด์ทั้งในแง่ของการพรีเซนต์สินค้าและการทำกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างใกล้ชิดและผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์ ยังคงเน้นสินค้ากลุ่มสกินแคร์และแฮร์แคร์ ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 เตรียมทยอยออกสินค้าใหม่อีกหลายรายการ ซึ่งมั่นใจว่าสิ้นปีรายได้จะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้แม้จะเพิ่งผ่านสถานการณ์โควิดมา ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ความงามที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100% และมีขั้นตอนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามเจตนารมณ์เดิมที่อยากมอบคุณค่าจากธรรมชาติสู่คนทั่วโลกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำธุรกิจ เพื่อสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภคอยากซื้อสินค้าของแบรนด์และสามารถแก้โจทย์ลูกค้าได้อย่างยั่งยืน"



เปิดตัวเครื่องสำอางรักษ์โลก PURE CARE BSC “VEGAN” แบรนด์แรกของเคาน์เตอร์แบรนด์ไทย

posted Aug 26, 2020, 12:10 AM by Maturos Lophong


เปิดตัวเครื่องสำอางรักษ์โลก PURE CARE BSC “VEGAN” 

แบรนด์แรกของเคาน์เตอร์แบรนด์ไทย



เครื่องสำอาง PURE CARE BSC โดยคุณดารนี มาตาแก้ว ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ PURE CARE BSC บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จัดแสดงสินค้าโดยนำเครื่องสำอางคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด PURE CARE BSC Vegan



 ซึ่งเป็นเคาน์เตอร์แบรนด์ไทย แบรนด์แรกที่ผลิตคิดค้นเครื่องสำอาง Vegan เป็นเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์และไม่ทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ ณ ไบเทค บางนา

BDMS จับมือ วิริยะประกันภัย ในโครงการ Viriyah Healthcare by BDMS ‘คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย’

posted Jul 16, 2020, 12:14 AM by Maturos Lophong   [ updated Jul 16, 2020, 12:17 AM ]





BDMS จับมือ วิริยะประกันภัย

ในโครงการ Viriyah Healthcare by BDMS ‘คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย’

ให้คนไทยทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ระดับสากลได้ทั่วประเทศ

BDMS ร่วมกับ วิริยะประกันภัยส่งเสริมสุขภาพคนไทยอีกครั้ง ด้วยการนำศักยภาพมาตรฐานการรักษาพยาบาลในระดับสากลของโรงพยาบาลเครือข่ายกว่า 45 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมในโครงการ Viriyah Healthcare by BDMS ‘คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย’ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญด้านสุขภาพ เตือนอย่าประมาทหลังพบคนไทยต้องเผชิญโรคร้ายเพิ่มขึ้นในช่วงวัยที่น้อยลง หวังให้คนไทยทุกคนมีประกันสุขภาพเป็นหลักประกันในการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน มั่นใจประเทศจะขับเคลื่อนไปได้อย่างมีศักยภาพ สุขภาพของคนในชาติต้องดี

นางนฤมล น้อยอ่ำ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยถึงความร่วมมือกับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ว่า นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของ BDMS ในการให้บริการด้านสุขภาพแก่คนไทยร่วมกับพันธมิตรประกันภัยสุขภาพโดยได้กำหนดเป้าหมายของความร่วมมือในครั้งนี้เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี ทั้งยังมีโอกาสและทางเลือกในการเข้ารับบริการทางการแพทย์มาตรฐานระดับสากลในโรงพยาบาลเอกชนได้ง่ายยิ่งขึ้น โดย BDMS ได้ยึดถือใน 4 ปณิธานหลักในการดำเนินงาน ประกอบด้วย ศักยภาพความพร้อมในการให้บริการของโรงพยาบาลในเครือข่าย BDMS ทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศไทย, ประสบการณ์ของบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงการเชื่อมโยงและแบ่งปันความรู้ความชำนาญการทางการแพทย์กับโรงพยาบาลต่างประเทศชั้นนำในแต่ละด้าน, ความล้ำหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และความใส่ใจด้านงานบริการของทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าใจความต้องการของผู้ป่วย ล้วนเป็นสิ่งที่ BDMS ต้องการมอบให้แก่คนไทยทุกคน

“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เห็นชัดเจนว่า ‘ไม่ควรประมาทเรื่องสุขภาพ’ ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงจะไม่เจ็บป่วย ณ วันนี้อาจไม่จริงเสมอไป ความเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆ ยังคุกคามคนไทยในวัยที่น้อยลงเรื่อยๆ ด้วยความตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว โรงพยาบาลในเครือ BDMS ทั่วประเทศเน้นคุณภาพและมาตราฐานการดูแลรักษา ทั้งยัง พัฒนาศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางการแพทย์ ร่วมกับสถาบันการแพทย์ระดับโลกโดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาทิ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์หัวใจ ศูนย์ระบบประสาทและสมอง ศูนย์กระดูก ศูนย์อุบัติเหตุ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมั่นใจและวางใจในผลการรักษาที่เรามอบให้ ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างครบวงจร โดยเราไม่เคยหยุดที่จะแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อส่งมอบศักยภาพบริการทางการแพทย์ที่เรามี จึงเป็นที่มาของความร่วมมือขึ้นในครั้งนี้ผ่านประกันสุขภาพของโครงการ Viriyah Healthcare by BDMS ‘คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย’ นางนฤมล น้อยอ่ำ กล่าวถึงสถานการณ์ด้านสุขภาพของคนไทยในปัจจุบัน
“BDMS ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจประกันภัยสุขภาพทั้งในและต่างประเทศให้เป็นพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาการบริการทางการแพทย์ให้แก่ผู้ที่ตระหนักและห่วงใยด้านสุขภาพ โดยล่าสุด บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจาก PING AN HEALTH บริษัทประกันรายใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของจีน เดินหน้าขยายบริการสุขภาพมาตรฐานระดับสากลให้กับสมาชิกรองรับแผนส่งเสริมสุขภาพของจีนในปี 2030 และในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งที่ BDMS ภายใต้ความร่วมมือกับวิริยะประกันภัย หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจประกันภัยสุขภาพของไทย นำเสนอประกันภัยสุขภาพวิถีใหม่ Viriyah Healthcare by BDMS ‘คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย’ ที่ตั้งใจพัฒนาขึ้นเพื่อ ให้คนไทยมีโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยเครือข่ายโรงพยาบาลของ BDMS ที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย” นางนฤมล น้อยอ่ำ กล่าวเสริม




ล่าสุดจากการจัดอันดับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดย Newsweek นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของสหรัฐ พบว่าโรงพยาบาลกรุงเทพครองอันดับ 1 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทยและโรงพยาบาลสมิติเวช พร้อมทั้งโรงพยาบาลพญาไทยังติดอันดับ 1 ใน 100 ของโลกจาก World’s Best Hospital 2020 อีกด้วย “BDMS พร้อมที่จะมอบมาตรฐานบริการทางการแพทย์ระดับสากลให้แก่ชาวไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โดยโรงพยาบาลในเครือข่าย BDMS กว่า 45 แห่งทั่วประเทศไทย ประกอบด้วย กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ, กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช, กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท, กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาล BNH มีจำนวนเตียงให้บริการรวมกว่า 6,000 เตียง มีทีมแพทย์กว่า 12,000 คน และพยาบาลวิชาชีพ 9,000 คน พร้อมศูนย์แห่งความเป็นเลิศที่ BDMS มุ่งมั่นในการพัฒนาการให้บริการระดับสากล ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา พร้อมด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และทีมงานที่มีประสบการณ์ ซึ่งมั่นใจได้ว่าเพียงพอต่อการรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าประกันภัยสุขภาพ Viriyah Healthcare by BDMS ‘คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย’ อย่างแน่นอน โดย BDMS จะยังเดินหน้าต่อเพื่อจับมือร่วมกับพันธมิตรในการมอบบริการทางการแพทย์มาตรฐานสากลโดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ประกันตนมั่นใจในทุกครั้งที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลเครือข่าย BDMS” นางนฤมล น้อยอ่ำ กล่าวสรุป



ด้านนายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยส่วนมากยังไม่สามารถเข้าถึงหลักประกันสุขภาพได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงได้หารือร่วมกับ BDMS เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้คนไทยมีโอกาสถือครองกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพฉบับแรกกันถ้วนหน้า ด้วยวิถีใหม่ของ

ประกันสุขภาพที่สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจหลัง COVID-19 และรายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ด้วยประกันภัยสุขภาพ Viriyah Healthcare by BDMS ‘คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย’

“ตลอด 73 ปี บริษัทฯ ยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งการแบ่งปันและสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคมไทยด้วยการทำหน้าที่สร้างความมั่งคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชน สาระสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งไปที่การออกผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพแบบใหม่ขึ้นมารองรับความต้องการด้านสุขภาพ โดยวิริยะประกันภัยได้ตั้งโจทย์ไว้ว่าจะทำอย่างไรให้เบี้ยประกันภัยเข้าถึงคนไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถตัดสินใจซื้อความคุ้มครองได้ทันที จึงเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ร่วมนำเสนอสู่คนไทยในครั้งนี้ ที่ตอบโจทย์การรักษาพยาบาลที่หลากหลายครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล เป็นความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายรายปีไม่จำกัดจำนวนครั้งในแต่ละปี และได้รับผลประโยชน์ใหม่ต่อเนื่องทุกปี เริ่มต้นคุ้มครองอายุตั้งแต่ 16-60 ปี คุ้มครองต่อเนื่องถึง 80 ปี ทั้งยังกำหนดค่าเบี้ยประกันที่ต่ำ ให้สอดรับกับรายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทยในปัจจุบัน” นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม กล่าวสรุป


เกี่ยวกับ บีดีเอ็มเอส (BDMS)


บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ (BDMS) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2515 และมุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลและรักษาทางการแพทย์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะทางวิชาชีพของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ตลอดระยะเวลากว่า 48 ปี ด้วยปณิธานการทำงานดังกล่าวส่งผลให้ BDMS ได้รับการยอมรับในความเป็นเลิศด้านคุณภาพ ปัจจุบัน BDMS มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 12,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 500 ท่านเป็น American Board Certified และพยาบาลวิชาชีพ 10,000 คน มีบริการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยที่ได้รับการยอมรับในอย่างมากในเอเชีย


BDMS มีโรงพยาบาลหลักในเครือข่ายรวม 6 กลุ่มทั้งในไทยและต่างประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ, กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาล BNH, กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท, กลุ่มโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล, กลุ่มโรงพยาบาลรอยัลใน ประเทศกัมพูชา รวมโรงพยาบาลในเครือทั้งสิ้น 49 แห่ง

SCM ตระหนักให้คนไทยมีสุขภาพดี เปิดตัวโครงการ “BODi Design” หุ่นในฝัน...คุณปั้นได้

posted Jul 1, 2020, 10:51 PM by Maturos Lophong



SCM ตระหนักให้คนไทยมีสุขภาพดี

เปิดตัวโครงการ “BODi Design” หุ่นในฝัน...คุณปั้นได้

“ซัคเซสมอร์” ใส่ใจสุขภาพคนไทย เปิดตัวโครงการ “BODi Design” หุ่นในฝัน...

คุณปั้นได้ จัดกิจกรรม BODi Design Challenge เชิญชวนสมาชิกมาร่วมกันออกกำลังกายไปกับโค้ช (มิกกี้) นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ที่จะมาให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมกับการแข่งขันเพื่อปั้นหุ่นในฝันของคุณ ชิงรางวัลเงินสดรวมมูลค่า 150,000 บาท

นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)

หรือ (SCM) ผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยประสบปัญหาเรื่องภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการนำไปสู่โรคร้ายต่างๆ โดยเฉพาะโรคอ้วนและโรคเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบ เป็นต้น ดังนั้นในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในการดูแลสุขภาพครบวงจร จึงได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะเรื่อง สุขภาพของคนไทย ที่จะทำอย่างไรให้คนไทยหันมาดูแลและใส่ใจในเรื่องของการออกกำลังกายมากขึ้น




บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการ “BODi Design” หุ่นในฝัน...คุณปั้นได้ ซึ่งเป็นจัดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก ด้วยโปรแกรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่ช่วยปั้นหุ่นในฝันของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากโค้ชหนุ่มสุดหล่อ โค้ช (มิกกี้) นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ที่จะมาเป็นโค้ชในการฝึกสอนพร้อมให้คำแนะนำในการให้ความรู้และแนวคิดในการออกกำลังกายและหลักโภชนาการที่ถูกต้อง เพื่อดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกๆคน

นายแพทย์สิทธวีร์ กล่าวเสริมว่า ผู้สมัครในกลุ่มเอ็กซ์คลูซีฟโปรแกรม จำนวน 30 ท่าน จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Private Workout By Coach Micky ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมเฟซบุ๊กกลุ่มปิด

By Coach Micky เข้าร่วมไลน์กรุ๊ป By Coach Micky และเข้าร่วมกิจกรรม Meet and Greet ขณะที่ผู้สมัคร กลุ่มสแตนดาร์ดโปรแกรม จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมเฟซบุ๊คกลุ่มปิด By Coach Micky และกิจกรรม Meet and Greet เท่านั้น




สำหรับระยะเวลาการแข่งขันเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม จนถึง 31 สิงหาคม 2563 ชิงรางวัลเงินสดรวม

มูลค่า 150,000 บาท สำหรับผู้ชนะอันดับที่ 1 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 80,000 บาท ผู้ชนะอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 40,000 บาท ผู้ชนะอันดับ 3 ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท และรางวัล Popular Vote จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท โดยจะประกาศรายชื่อผู้ชนะภายในวันที่ 9 กันยายน 2563

“หลังจากเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ที่สนใจ

และตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี ซึ่งจะเห็นได้จากผู้สมัครในกลุ่มเอ็กซ์คลูซีฟโปรแกรม ครบ 30 ท่าน

ตามจำนวน จนต้องทำการปิดรับสมัครก่อนกำหนด ขณะที่กลุ่มสแตนดาร์ดโปรแกรมก็ยังสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม

ได้ตามปกติ” นายแพทย์สิทธวีร์ กล่าว



นายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ (SCM) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯ มุ่งสร้างชุมชน ของคนที่มีสุขภาพดี หรือที่เรียกว่า “Wellness & Wellbeing community” ความสุขที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สติปัญญา และสังคม ซึ่งผู้ที่จะมีความสุขได้นั้นจะต้องสามารถบริหารจัดการอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนอายุ 35 ปีขึ้นไป ให้คนกลุ่มนี้มีร่างกายที่เฟิร์ม สติปัญญาดี มายด์เซ็ทดี (Mindset) อันจะส่งผลต่อผลลัพธ์ชีวิตที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะคน ที่อาจท้อแท้ และหมดพลังใจในการต่อสู้ในชีวิต โดยที่ SCM นี้ เราจะมุ่งสร้างพลังแห่งชัยชนะ สร้างมายด์เซ็ท (Mindset) ที่ดี มีแบบอย่างให้เห็น เน้นการสื่อสารความเป็นไอคอนของแบรนด์ออกไป สร้างการรับรู้ว่าคนที่เข้าร่วม Community นี้ ไม่เพียงแต่จะได้สุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่ดี แต่ยังได้เครื่องมือในการสร้างชีวิตด้วย ไปจนถึงการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่จะร่วมกันต่อสู้เพื่อชัยชนะ ไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน

สำหรับโครงการ “BODi Design” หุ่นในฝัน...คุณปั้นได้ มองว่าจะเป็นการช่วยสนับสนุนและผลักดันให้คนไทยหันมาใส่ใจและดูแลในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก และการรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ตามหลักโภชนาการ เพื่อเสริมสร้างการมีสุขภาพที่ดีให้กับตนเองและคนรอบข้าง นอกจากนี้ยังเป็นการต่อยอดในการขยายกลุ่มตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพของบริษัทฯ ในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนัก เป็นต้น

นายนพกฤษฏิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “BODi Design” หุ่นในฝัน...คุณปั้นได้ จะได้รับนั้น คือ ความรู้ในหลักสูตรที่เข้มข้นจากโค้ชผู้เชี่ยวชาญ รู้เทคนิคการเป็นโค้ชให้กับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เรียนรู้เทคนิคการออกกำลังกายด้วยตัวเอง เรียนรู้เคล็ดลับการลดไขมันที่ถูกวิธี ได้ความรู้ในเรื่องโภชนาการ รวมถึงแรงบันดาลใจ

ในการออกกำลังกายพร้อมทั้งประสบการณ์ตรงในการปั้นหุ่นให้ดีขึ้น และสร้างสังคมคนมีสุขภาพดี โดยผู้ที่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับเกียรติเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ BODi Design ในเรื่องการดูแลสุขภาพและรูปร่าง ให้แก่บริษัทฯ

สำหรับผลิตภัณฑ์ชุด BODi Design เป็นเซ็ตอาหารเสริมที่ทางบริษัทฯ ได้คัดสรรให้กับลูกค้า เพื่อกระชับรูปร่าง และดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ช่วยปั้นหุ่นในฝันของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากโค้ชมิกกี้ มาช่วยให้ความรู้ในเรื่องของหลักโภชนาการและสอนการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี พร้อมกับการสร้างมายด์เซ็ท (Mindset) ที่ดีในการดูแลร่างกาย ซึ่งเหมาะกับทุกคนที่ต้องการปรับปรุงรูปร่างตัวเอง ผู้ที่มีไขมันส่วนเกิน ผู้ที่อยากดูแลรูปร่างให้สมส่วน ผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย



นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ BODi Design Set ชุดสำหรับรับประทาน 30 วัน ซึ่งสามารถเลือกผ่อนชำระได้ ในอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน หรือสูงสุด 6 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-511-5951

นายนนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้เป็นส่วนร่วมในโครงการ “BODi Design” หุ่นในฝัน...คุณปั้นได้ ด้วยการเป็นโค้ชผู้ฝึกสอนให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยเฉพาะผู้ที่สมัครเข้ามาในกลุ่มเอ็กซ์คลูซีฟโปรแกรม ที่จะได้ดูแลกันอย่างไกล้ชิด เพื่อการปั้นหุ่นและสร้างสุขภาพที่แข็งแรงของทุกๆ ท่าน ทั้งนี้ จะใช้ความรู้และความสามารถที่มีอยู่นำมาฝึกสอนให้กับผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้อย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเป็นโค้ชให้กับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เรียนรู้เทคนิคการออกกำลังกายด้วยตัวเอง เรียนรู้เคล็ดลับการลดไขมันที่ถูกวิธี ได้ความรู้ในเรื่องโภชนาการ รวมถึงแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายพร้อมทั้งได้รับประสบการณ์ตรงในการปั้นหุ่นให้ดีขึ้น และได้ร่วมสร้างสังคมของผู้ที่รักสุขภาพร่วมกันกับ ซัคเซสมอร์ ในครั้งนี้

มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ชุมชน สู้วิกฤติโควิด-19

posted Jun 10, 2020, 9:32 PM by Maturos Lophong

มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย
ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ชุมชนอิ่มท้องพร้อมอิ่มใจ สู้วิกฤติโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ชุมชนได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวนี้ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ผู้ดำเนินโครงการบ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก (Ronald McDonald House) จึงร่วมส่งมอบกำลังใจ และอาหารปลอดภัยให้แก่ญาติผู้ป่วยเด็กและประชาชนที่เข้ารับการรักษา ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนผู้บริจาคโลหิต ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และประชาชนในชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านพักพิงฯ ต่างๆ ในโครงการของทางมูลนิธิฯ ซึ่งอาจได้รับกระทบทางด้านเศษฐกิจเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

มร.เฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “มูลนิธิฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัวในประเทศไทยมากว่า 19 ปี ผ่านการดำเนินกิจกรรม 3 โครงการหลัก ได้แก่ ห้องสันทนาการโรนัลด์ แมคโดนัลด์, หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ และบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ซึ่งในแต่ละโครงการ มูลนิธิฯ ได้ดำเนินงานใกล้ชิดกับทีมบุคลาการทางการแพทย์ ทำให้เรารับทราบปัญหา และตระหนักถึงสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ทางมูลนิธิฯ พร้อมด้วยพันธมิตร ผู้มีจิตอาสา จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบกำลังใจ แบ่งปันเมนูอาหารแสนอร่อยให้กับญาติของผู้ป่วยเด็ก

และผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมถึงประชาชนในชุมชนต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”



มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้ส่งมอบหลากหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยอย่างปลอดภัย โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา ได้แก่ ชุดอาหารแมคโดนัลด์ จาก บริษัท แมคไทย จำกัด, เครื่องดื่มมินิทเมด สแปลช จากบริษัทโคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด, เครื่องดื่ม BSC Corn Soy จากบริษัทไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), นมตราหมี UHT รสมอลต์ เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ไมโล ผลิตภัณฑ์อาหารเช้าโกโก้ครั้นช์ ซีเรียล พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสแม็กกี้ จากบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และผลิตภัณฑ์ไก่ จากบริษัท ไทสัน โพลทรี่ (ไทยแลนด์) จํากัด 


ปัจจุบัน มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ดำเนินงาน 3 โครงการหลัก ได้แก่ การสร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการเด็ก โรนัลด์ แมคโดนัลด์ (Ronald McDonald Playroom) ณ หอผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาลของรัฐบาลและสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 36 ห้องทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กๆ ที่เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงเด็กๆ ที่รอพบคุณหมอ ได้ใช้เป็นสถานที่ผ่อนคลายหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ให้บริการผู้ป่วยเด็กไปแล้วกว่า 330,000 คน โครงการที่ 2 คือ หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ ภายใต้โครงการ ‘สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี’ (Ronald McDonald Dental Care Unit) โดยมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ร่วมกับ มูลนิธิฯ พร้อมด้วยพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร มูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) และ กลุ่มบริษัท ตันจง ให้บริการด้านทันตสุขภาพ ทั้งด้านการรักษาและป้องกันให้กับเด็กด้อยโอกาสและยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

ปัจจุบันหน่วยรถฯ ออกเดินทางไปแล้วทั้งสิ้น 55 จังหวัด ให้บริการตรวจรักษาฟันไปแล้วมากกว่า 33,000 คน หรือโดยเฉลี่ย 6,600 คนต่อปี และอีกหนึ่งโครงการที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งคือ บ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก (Ronald McDonald House) ให้บริการที่พักชั่วคราวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็ก ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ โรงพยาบาลศิริราช ปัจจุบันบ้านพักพิงฯ ทั้ง 4 หลังได้ให้บริการที่พักแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กไปแล้วกว่า 38,000 คืนต่อปี โดยภายในปีนี้ มูลนิธิฯ มีแผนจัดสร้างบ้านพักพิงฯ แห่งใหม่ในต่างจังหวัด เพื่อขยายความช่วยเหลือให้แก่ผู้ป่วยเด็กและครอบครัวมากยิ่งขึ้นต่อไป 

ท่านสามารถแบ่งปันและมอบโอกาสให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้โดยบริจาคออนไลน์ผ่าน www.rmhc.or.th หรือผ่าน Bank Application โดยสแกน QR Code บนกล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.rmhc.or.th และ facebook/rmhcthailand

ฟิลิป เวน เตรียมมาตรการเปิดคลับ ฝ่าวิกฤต COVID -19 (โควิด-19)

posted May 19, 2020, 9:58 PM by Maturos Lophong


ฟิลิป เวน เตรียมมาตรการเปิดคลับ ฝ่าวิกฤต COVID -19 (โควิด-19) 

พร้อมปรับรูปแบบการให้บริการ สอดรับ “New Normal"

กรุงเทพฯ - ฟิลิป เวน คลับสุขภาพและความงามระดับไฮเอนด์สำหรับสุภาพสตรี หนึ่งเดียวในเมืองไทยและเอเชียแปซิฟิก เตรียมความพร้อมเปิดให้บริการ หลังมีประกาศปลดล็อคจากภาครัฐ พร้อมปรับรูปแบบการให้บริการเพื่อให้สอดคล้องกับ “New Normal” ของผู้บริโภค

นางสาวพรทิพย์ เวสารัชเวศย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟิลิป เวน ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า หลังวิกฤต Covid – 19 ที่ยืดเยื้อมากว่าระยะเวลา 3 เดือน ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนไป วิถีการบริการก็เปลี่ยนไปด้วย จนกลายเป็นความปกติใหม่ที่เรียกกันว่า “New Normal” เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) การให้ความสำคัญกับความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หรือ การพกเจลล้างมือ เป็นต้น ซึ่งทางฟิลิป เวน ได้มีการปรับมาตรฐานการบริการในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อวางแผนป้องกันเชื้อไวรัส COVID–19 (โควิด-19) แบบเชิงรุก โดยหลังจากที่มีประกาศคลายล็อคดาวน์จากรัฐบาล ฟิลิป เวน ได้เตรียมมาตรการต่างๆกว่า 28 ข้อ เพื่อให้สอดคล้องกับ “New Normal” พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยมีหัวข้อหลักๆที่สำคัญดังนี้



1. ตรวจสแกนเชื้อไวรัส COVID–19 (โควิด-19) ให้พนักงานทุกคนก่อนเปิดให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานตลอดจนผู้มาใช้บริการ ท่านสมาชิก ในเรื่องความปลอดภัย

2. ฉีดพ่นฆ่าเชื้อ 100% ของพื้นที่บริการ ด้วยเครื่องพ่นละอองฝอย (ULV) ที่ได้มาตรฐาน

3. นัดหมายล่วงหน้า จำกัดจำนวนคน เพื่อลดความแออัดตามหลักการ Social Distancing

4. ติดตั้งอุโมงค์สเปรย์ฆ่าเชื้อหน้าทางเข้าคลับ เพื่อทำความสะอาดและช่วยฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อโรคต่างๆ บนร่างกายและเสื้อผ้า

5. มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของลูกค้า และพนักงานก่อนเข้าพื้นที่ หากลูกค้ามีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาขึ้นไป ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ และหากเป็นพนักงานให้หยุดปฏิบัติงานทันที

6. Tracking ข้อมูลลูกค้าและพนักงานเพื่อเป็นการคัดกรองพื้นฐานเบื้องต้น

7. ทำฉากกั้นแยกส่วน ด้วย 3 Shield: Face Shield/Food Shield/Counter Shield และสัญลักษณ์ เพื่อเว้นระยะห่าง 2 ม.

8. พนักงานที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดลูกค้า ต้องสวมใส่ Face Shield และ Mask เสมอ

9. เพิ่มจุดวางแอลกอฮอล์ ทุกๆ 200 ม. ทั่วทั้งคลับ

10. ทำการฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมทุกๆ 30 นาที



ทั้งนี้ ฟิลิป เวน มีความพร้อมอย่างเต็มที่ ที่จะเปิดให้บริการในวันที่ 15 พ.ค. นี้ โดยในช่วงแรกจะเริ่มเปิดในส่วนของแฮร์ สตูดิโอ (Hair Studio) และบาร์อาหารสุขภาพ (Health Juice Bar) ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจที่ได้รับการผ่อนคลายระยะที่ 2 ตามที่ได้รับอนุญาตให้เปิดได้ก่อน โดยยึดถือหลักปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐอย่างเคร่งครัด และพร้อมจะเปิดบริการเต็มรูปแบบครบวงจร ในทันทีที่มีประกาศจากภาครัฐ นางสาวพรทิพย์กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ ฟิลิป เวน ประเทศไทยนั้น ดำเนินธุรกิจในรูปแบบคลับสุขภาพและความงามระดับไฮเอนด์ ครบวงจรสำหรับสุภาพสตรี ปัจจุบันเปิดให้บริการ 2 สาขา ประกอบด้วย คลับราชประสงค์ และคลับลาดพร้าว บนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร พร้อมบริการด้วยผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญเฉพาะทางกว่า 150 ท่าน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้หญิงยุคใหม่ทั้งนี้ กว่า 4 ทศวรรษในธุรกิจความงามและสุขภาพ ฟิลิป เวน ได้มุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวม ครบครันทั้ง Fitness, Aerobic Studio, Pilates Studio และโปรแกรมความงาม ไม่ว่าจะเป็น Slimming, Facial, Spa, Hair Studio และ Health Juice Bar ประกอบกับแนวคิด HQ (Health Quotient) ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพควบคู่กับความงามเพื่อให้เกิดความแข็งแรงและสุขภาพดีจากภายในสู่ความงามภายนอกที่แท้จริง

 

 

บาจา มอบรองเท้า “SAFETY SHOES” ให้กับบุคลากรทางการแพทย์

posted May 4, 2020, 10:41 PM by Maturos Lophong   [ updated May 4, 2020, 10:43 PM ]

 

บาจา มอบรองเท้า “SAFETY SHOES” ให้กับบุคลากรทางการแพทย์


จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันที่ผู้คนทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะภาคเอกชนที่มีจิตสำนึกร่วมรับผิดชอบต่อคนรอบข้างและสังคมไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน จัดโครงการ “BATA WALK WITH YOU TOGETHER WE CAN FIGHT” ร่วมสนับสนุนรองเท้า “SAFETY SHOES” จำนวน 1,076 คู่ ที่ผ่านการออกแบบและประกอบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง น้ำหนักเบา กันลื่น กันน้ำมัน กันสารเคมี ช่วยดูดความชื้น ป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับของเท้า จึงช่วยระบายอากาศได้ดีขณะใส่เดินและทำงาน เพื่อนำไปมอบให้กับ 5 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลมหาราช โรงพยาบาลบ้านเหลือม และสถาบันบำราศนราดูร สำหรับแจกจ่ายให้บุคลากรทางการแพทย์ได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป 

ทั้งนี้ บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด ขอส่งมอบกำลังใจไปยังคนไทยทุกคน โดยเฉพาะ ทีมแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลังความสามารถ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคนไทย จะร่วมมือร่วมใจกันเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเราจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน







1-10 of 122