Health & Beauty‎ > ‎

TDSA คาดปี 2017 จะเติบโต 5-8%

posted Apr 24, 2017, 12:26 AM by Maturos Lophong


สมาคมการขายตรงไทย (Thai Direct Selling Association หรือ TDSA) ประกาศผลประกอบการธุรกิจขายตรงไทยในไตรมาสแรก มีอัตราการเติบโต 3% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกปี 2016 แม้ว่าเศรษฐกิจยังไม่เอื้อ ชี้ชัดปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจขายตรงไทยเติบโตมาจาก โมเดลธุรกิจที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ อีกทั้งยังมีสินค้าคุณภาพที่หลากหลายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และระดับราคา รวมถึงการเข้าถึงผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เจาะจง ชัดเจนมากขึ้นด้วยสื่อดิจิทัล คาดสิ้นปี 2017 จะสร้างการเติบโตขึ้น 5-8% ส่งผลให้มีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 70,000 ล้านบาท นอกจากนี้สมาคมฯ เตรียมพร้อมจัดงาน “TDSA AWARD 2017” วันแห่งเกียรติยศและเชิดชูเกียรติให้แก่นักธุรกิจขายตรงไทยดีเด่นที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและจริยธรรมที่ดี โดยในปีนี้มีนักธุรกิจขายตรงดีเด่นที่ได้รับโล่เกียรติยศทั้งสิ้น 95 ท่าน คาดมียอดผู้เข้าร่วมงาน 1,500 คน

นางสุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย เผยว่า “ผลประกอบการรวมของธุรกิจขายตรงไทยใน ไตรมาสแรก มีอัตราการเติบโต 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2016 จากปัจจัยของการเป็นโมเดลธุรกิจที่มอบโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ที่ต้องการประกอบธุรกิจส่วนตัว และผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมจากงานประจำ จะเห็นได้จากตัวอย่างของบริษัทสมาชิกที่มีจำนวนคนรุ่นใหม่ทยอยเข้าสู่ธุรกิจมากขึ้นถึง 30% อีกทั้งสินค้าที่นำเสนอในธุรกิจขายตรงมีคุณภาพ มีความหลากหลายทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์และระดับราคา สามารถครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในทุกเพศทุกวัย โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ 45%, กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนบุคคล 22% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้าน เช่น เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองน้ำ มีสัดส่วนอยู่ที่ 12%

อีกหนึ่งปัจจัยที่เสริมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจขายตรงไทยคือการใช้สื่อดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันเข้ามามีอิทธิพลจนสามารถทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด หันมานิยมช้อปปิ้งออนไลน์ เลือกสินค้าที่เหมาะสมตรงกับคาแรกเตอร์ หรือตรงกับความต้องการของตัวเองมากยิ่งขึ้น ทำให้การนำเสนอสินค้าจะต้องมีการสื่อสารในแนวที่ใช่ ในอารมณ์ที่ชอบ เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ประกอบกับคนรอบข้างสามารถสร้างอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อมากขึ้นด้วย เช่น เพื่อน, บล็อกเกอร์ หรือผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายวงการต่างๆ ที่จะแนะนำหรือรีวิวสินค้า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายๆ บริษัทในธุรกิจขายตรงเริ่มตื่นตัวและหันมาเพิ่มช่องการสื่อสาร เพื่อสร้างแบรนด์ คอนเนคชั่น กับผู้บริโภคในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ มากขึ้น อาทิ เฟซบุ๊ก ไลน์ เป็นต้น ในขณะเดียวกันสื่อดิจิทัลก็ยังกลายเป็นเครื่องมือในการขยายโอกาสทางธุรกิจ ช่วยเพิ่มจำนวนนักธุรกิจขายตรง ที่ประหยัดเวลา สะดวกและรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นของสินค้าจากหลากหลายช่องทางก็ตาม แต่ยังมั่นใจในธุรกิจขายตรงสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างถ่องแท้ ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ทั้งกับดาวน์ไลน์ อัพไลน์ หรือผู้บริโภค ยังคงเป็นจุดเด่นที่มีเอกลักษณ์ของธุรกิจขายตรง โดยคาดว่าตลอดปี 2560 ธุรกิจขายตรงจะเติบโต 5-8% ซึ่งจะส่งผลให้มีมูลค่าตลาดมากกว่า 70,000 ล้านบาท”

นอกจากนี้ภายในงาน ยังได้แถลงข่าวการจัดงาน “TDSA AWARD 2017” เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นักธุรกิจอิสระของบริษัทสมาชิกในฐานะ “นักธุรกิจขายตรงดีเด่น” ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและจริยธรรมที่ดี จำนวน 65 รหัส 95 คน จาก 23 บริษัทสมาชิกของสมาคมฯ โดยคาดว่าปีนี้จะมีผู้สนใจเข้ารวมงานทั้งสิ้นกว่า 1,500 คน โดยกำหนดมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560 ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ ชั้น 1 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
Comments