Health & Beauty‎ > ‎

“ธาดากรุ๊ป” เดินหน้าปั้นแบรนด์ “เฟซแลบส์”

posted Nov 5, 2018, 9:54 PM by Maturos Lophong

นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟซแลบส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือธาดากรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเวชสำอาง สกินแคร์ ด้วยการสร้างแบรนด์ เฟซแลบส์ เนื่องจากมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้มานานด้วยการผลิตสินค้าให้กับคลินิกต่างๆ และจากการเปิด ธาดาคลินิก สำหรับรักษาสิวฝ้า และโรคผิวหนังมามากกว่า 46 ปี

ล่าสุดจึงได้ขยายตลาดเข้าสู่ตลาดเอนด์ยูสเซอร์โดยตรง ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงมากกว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี และเติบโตเฉลี่ย 5-6% ต่อปี โดยแยกเป็นกลุ่มเวชสำอางอินเตอร์แบรนด์ประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโตดีเช่นกัน ซึ่งเฟซแลบส์จะเข้ามาแข่งขันในตลาดกลุ่มนี้ที่มีผู้เล่นเกือบ 10 แบรนด์ แต่มีรายใหญ่ 2-3 ราย เช่น ลาโรซโพเซ กับยูเซอรีน

บริษัทฯ ได้ลงทุนไปแล้วรวมกว่า 50 ล้านบาท เพื่อศึกษาวิจัยและทำตลาดในช่วงแรก เริ่มวางสินค้าตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (2560) ใน 3 โมเดิร์นเทรดหลัก คือ ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต, กูร์เม่ต์มาร์เก็ตของเดอะมอลล์ และบิวเทรียม บิวตี้แมกซ์ รวมทั้งร้านค้าทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาที่จะเข้าในเชนใหม่ๆ อีก เช่น วัตสัน บู๊ทส์ เป็นต้น

"ราคาเราจะต่ำกว่าอินเตอร์แบรนด์ เช่น เจลล้างหน้า ขนาด 59 กรัม ราคา 150 บาท หรือแอนติเอจจิ้ง ขนาด 15 กรัม ราคา 750 บาท อีกทั้งเราจะมีไซส์ที่เล็กกว่าเพื่อความสะดวกของการใช้ด้วย ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเรามีโรงงานผลิตเอง ตั้งเป้าหมายยอดขายปีหน้าไว้ที่ 100 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขายติดท็อปทรีในอินเตอร์แบรนด์ภายใน 5 ปี" นายธราดลกล่าว

ปัจจุบันมี 8 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ กลุ่มทำความสะอาด กลุ่มโทนเนอร์ กลุ่มเอสเซนส์บำรุงผิว กลุ่มลดเลือนริ้วรอย กลุ่มผิวขาว กลุ่มบำรุงผิวหน้า กลุ่มกันแดด และกลุ่มฟื้นฟูผิว ซึ่งในปีหน้าคาดว่าจะมีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มอีก เพื่อสร้างโอกาสในการทำตลาด เช่น สกินแคร์สำหรับเด็ก สกินแคร์สำหรับผู้สูงอายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรือธงขณะนี้คือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเจลล้างหน้า มี 4 กลุ่มตามสภาพผิวคือ ผิวแพ้เป็นพิเศษ ผิวแห้งแพ้ง่าย ผิวธรรมดาแพ้ง่าย ผิวมันแพ้ง่าย

“ปัจจุบันคนที่เป็นผิวแพ้ง่ายมีจำนวนมาก ซึ่งบางคนก็ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลหรือคลินิก เพราะต้องการที่จะหาซื้อมาใช้เองก็ได้ตรงนี้เป็นตลาดที่น่าสนใจที่เราจะเข้ามาตอบสนองความต้องการได้ อีกทั้งราคาเราก็ไม่สูงมาก ถูกกว่าอินเตอร์แบรนด์ด้วย เราจับกลุ่มพรีเมียมแมส ซึ่งผลิตภัณฑ์เฟซแลบส์ สามารถตอบโจทย์ได้ แล้วแต่ประเภทของผิวที่แตกต่างกันไป” นายธราดลกล่าว

นอกจากทำตลาดในไทยแล้ว ยังมีแผนที่จะรุกตลาดต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะตลาดประเทศจีนที่เป็นตลาดที่ใหญ่และคนจีนมักจะนิยมสินค้าสกินแคร์แบรนด์ของไทยด้วย โดยจะเน้นช่องทางออนไลน์ และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งคาดว่าภายใน 5 ปีจากนี้จะมียอดขายรวมในไทยประมาณ 1,000 ล้านบาท
Comments