IT



SiS จับมือ Nutanix เปิดตัว “Private Cloud as a Service”

posted Sep 2, 2020, 1:55 AM by Maturos Lophong




SiS จับมือ Nutanix เปิดตัว “Private Cloud as a Service” 


บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจ IT Distribution ในประเทศไทย และเป็นผู้ให้บริการ Cloud สำหรับองค์กรภายใต้ชื่อ "SiS Cloud Services" ร่วมมือกับ Nutanix Thailand ผู้นำด้าน platform สำหรับ Enterprise Cloud จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวบริการ “Private Cloud as a Service” บริการคลาวด์รูปแบบใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการระบบที่ยืดหยุ่นเหมือน public cloud เพิ่ม ลดการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนได้ รวมถึงมี infrastructure สำหรับใช้งานแบบส่วนตัว ตอบโจทย์ความต้องการของ IT ยุคใหม่ที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าในการใช้งาน และปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้งานได้อย่างคล่องตัวเพื่อตอบรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในอนาคต โดยมี นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ที่ 3 จากขวา) นายพันธนา ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้จัดการทั่วไปแผนกคลาวด์ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากขวา) และ นายทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท Nutanix (Thailand) (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมแถลงข่าว ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน เมื่อเร็วๆนี้


บุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา

1. นายธเนศ สัตตะรุจาวงษ์ Territory Account Manager บริษัท Nutanix (Thailand)

2. นายสุรักษ์ ธรรมรักษ์ SE Manager บริษัท Nutanix (Thailand)

3. นายทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท Nutanix (Thailand)

4. นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

5. นายพันธนา ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้จัดการทั่วไปแผนกคลาวด์ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

6. นายทวีศักดิ์ สินพิพัฒน์มงคล ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

โครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” ปีที่ 3

posted Aug 27, 2020, 8:02 PM by Maturos Lophong   [ updated Aug 27, 2020, 11:27 PM ]


ซีพีแรม ร่วมกับ มีเดียอาตส์ มจธ. ตอกย้ำความสำเร็จ 

เดินหน้าชวน นร.- นศ. ทั่วประเทศ สร้างพลัง “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste”

ตระหนักลดความสูญเปล่าทางอาหารอย่างต่อเนื่อง ปีที่ 3


บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับ สาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดตัวโครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” ปีที่ 3 เชิญชวนนักเรียน - นักศึกษาทั่วประเทศ แชร์ไอเดีย สร้างพลังผ่านคลิปวีดีโอความยาว 3 นาที ณ ห้อง GREAT ROOM ชั้น 3 โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากนายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด และผศ.บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานสาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ในปีนี้ ซีพีแรม ร่วมกับ มีเดียอาตส์ มจธ. เชิญชวนนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวดคลิปวิดีโอ “ คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste ” โดยโครงการดังกล่าว ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยโครงการดังกล่าวเริ่มต้นจากการตั้งคำถามจากสิ่งที่เราเห็นจากอาหารในจานที่เราทานไม่หมด กองอยู่ตรงหน้าที่มีแต่เศษอาหารเหลือจากการทาน หรือแม้แต่ผักและผลไม้ที่เน่าเสียอยู่ในตู้เย็น ประกอบกับการพูดถึงของคนทั้งโลก รวมถึงองค์กรยูนิเซฟถึงความยากจน การโหยหาอาหาร ความหิวโหยของเด็กน้อยในแอฟริกา หรือประเทศที่อยู่ในสภาวะสงคราม ที่ทำให้ขาดแคลนอาหาร รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ แม้แต่ในประเทศไทยเองที่ได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินทอง เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ อยู่ที่ไหนไม่อดตาย แต่ก็ยังมีในหลายพื้นที่ห่างไกล ที่ยังขาดแคลนอาหาร อาหารไม่เพียงพอ เข้าถึงอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ มีให้เห็นในข่าวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญ ในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง และลดความสูญเปล่าทางอาหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม 

นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า ซีพีแรมได้ดำเนินการลด Food Loss ในองค์กรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังส่งเสริมการลด Food Waste ในกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องเช่นกันในระยะหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามแนวทาง Food 3S (Food Safety, Food Security และ Food Sustainability) ขององค์กร โดย S ตัวที่สอง ที่เรียกว่า Food Security หรือความมั่นคงทางอาหารที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างปลอดภัย และมั่นคง ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อย่างใดขึ้นก็ตาม มีความสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ที่วางเป้าหมายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 โดยมีเป้าหมายหนึ่งคือโลกที่ปราศจากความหิวโหย (Zero Hunger) ด้วยการมีความมั่นคงทางอาหาร และปลอดจากภาวะการหิวโหยทุกรูปแบบ ซึ่งทุกคนจะสามารถเข้าถึงอาหารจากการกระจายอย่างทั่วถึง และมีคุณค่าโภชนาการได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี และตลอดไป

 ขณะที่การจะเกิดความมั่นคงทางอาหารได้นั้น จะต้องมีทรัพยากรหรือวัตถุดิบทางอาหารอันจะเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรอาหารและการผลิตร่วมกัน ระหว่างผู้ผลิตอาหารและเกษตรกร ตลอดจนอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมวัตถุดิบทั้งหมด และรวมไปถึงกระบวนการจัดจำหน่ายที่จะช่วยส่งต่ออาหารไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย อันจะต้องมีความใส่ใจของการสร้างความมั่นคงทางอาหารร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการในการบริโภคและวัตถุดิบที่มีอย่างยั่งยืน และสำหรับ S ตัวที่สาม ที่เรียกว่า Food Sustainability เป็นการดูแลกระบวนการผลิตและส่งมอบให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเมื่อถึงปลายน้ำคือผู้บริโภค ก็จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยกันให้เกิดความยั่งยืน เพราะหากมีการบริโภคแบบทิ้งขว้างจนกลายเป็นความสูญเปล่าของอาหารก็จะส่งผลกระทบไปยังสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลจากโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นมาทั่วโลกจะกลายเป็นอาหารสูญเปล่าที่ไม่ถูกทาน (Food Waste) หากนำไปฝังกลบจะก่อเกิดก๊าซมีเทนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก หรือโลกร้อน การดำเนินการโครงการประกวดคลิปวิดีโอ “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” จึงเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสูญเปล่าทางด้านอาหาร และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องในอนาคต 

นายวิเศษ ยังกล่าวต่ออีกว่า วันนี้ซีพีแรมได้ดีเดย์เปิดเพจ Facebook ที่ชื่อว่า “ กินหมดจด ไร้ Food Waste ” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน และแชร์ไอเดียตลอดจนแรงบันดาลใจในการลดความสูญเปล่าทางอาหาร หรือ Food waste ซึ่งเป็นการขยายผลสู่ทุกกลุ่มคนในสังคม โดยจะมีการจัดแคมเปญในการร่วมแบ่งปันไอเดีย และมีการมอบรางวัลให้ผู้โชคดี ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวแคมเปญ และกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนในได้ที่ Facebook : กินหมดจด ไร้ Food Waste 

ด้านผศ.บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานสาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักในเรื่องลดความสูญเปล่าทางอาหารอย่างจริงจัง เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต การสร้างสรรค์สื่อเพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ เป็นการบูรณาการศาสตร์ด้านการผลิตสื่อสร้างสรรค์ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราอาจจะไม่สามารถหยุดเหตุกาณ์อันเลวร้ายนี้ได้ แต่เราเป็นจุดเล็กๆ ที่ผสานรวมกันจนเกิดพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เหตุกาณ์ดังกล่าวชะลอการเกิดขึ้นได้ และหวังว่าถ้าคนที่ได้เห็นผลงานสร้างสรรค์ดังกล่าวจะส่งผลให้มีความตระหนักและเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในการลดความสูญเปล่าทางอาหาร จนสามารถสร้างความอิมแพคในสังคมและโลกใบนี้ เหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าวอาจจะหยุดการเกิดขึ้นได้

จากข้อมูลโครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกในแต่ละปี หรือประมาณ 1.3 พันล้านตัน จะกลายเป็นความสูญเปล่าทางอาหาร หรือ Food Waste และถูกปล่อยให้เน่าเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 3.3 พันล้านตันต่อปี จำนวนอาหารที่ถูกทิ้งขว้างเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 31 ล้านล้านบาท และเพียงพอนำไปเลี้ยงดูผู้คนที่หิวโหยได้มากถึง 870 ล้านคน และจากสถานการณ์ขาดแคลนอาหารของประชากรโลก ผู้คนที่อดอยากหิวโหยจำนวน 870 ล้านคนนั้น จำนวนเกินกว่าครึ่งหรือราว 552 ล้านคน อาศัยอยู่ในภูมิเอเชียแปซิฟิค ซึ่งนับรวมประเทศไทยด้วยเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติความสูญเปล่าทางอาหารเกิดจาก ระบบการจำหน่ายมีกระบวนการควบคุมที่ไม่เหมาะสม การซื้อสินค้า และการเตรียมอาหารที่มากเกินจำเป็น ไปจนถึงความสูญเปล่าทางอาหารจากการบริโภค ทั้งในส่วนที่เหลือทาน และเลือกบริโภค รวมถึงสหประชาชาติ ยังตั้งเป้าลดความสูญเปล่าทางอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิต และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี 2573

คิวรอน ยอดขายออนไลน์พุ่ง จับมือช้อปปี้จัด “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล”

posted May 24, 2020, 11:20 PM by Maturos Lophong


คิวรอน เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจโควิด ยอดขายออนไลน์พุ่ง ตั้งเป้าปี 63 เติบโต 100 ล้านบาท 

เดินหน้าโกยยอด จับมือช้อปปี้จัด “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล”

ผนึกกำลังส่งมอบผลิตภัณฑ์ความสวยความงามให้หญิงไทย ขนทัพสินค้า อัดโปรลดจัดหนักกว่าทุกปี

เตรียมช้อปรับความสวยงาม พร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ วันเดียวเท่านั้น!!!

บริษัท คิวรอน จำกัด (Kuron Co.,Ltd.) ผู้นำด้านอุปกรณ์สุขภาพและความงาม จับมือ ช้อปปี้ ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมแคมเปญใหญ่ “ช้อปปี้ แบรนด์ส เฟสติวัล” เอาใจคุณผู้หญิง คืนกำไรให้ลูกค้า ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมสวยมั่นใจสู้ภัยวิกฤตโควิด-19 ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ และดีลสุดคุ้มใน “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” ลดจัดหนักกว่าทุกครั้ง กับกองทัพสินค้าเพื่อความสวยความงาม เลอซาช่า และสินค้าในเครือคิวรอน อาทิ สปาร์คเคิล, คิวรอน, เจสันฯลฯ ช้อปสุดคุ้มราคาสบายกระเป๋า รับส่วนลดสูงสุดถึง 70% พร้อมแจกโค้ดรับเงินคืนเพิ่มอีกสูงสุด 60% สินค้าดีราคาเด็ดจัดให้ช้อปได้วันที่ 23 พฤษภาคมนี้ เพียงวันเดียวเท่านั้น คาดแคมเปญนี้จะสร้างยอดขายให้คิวรอนมีการเติบโตของการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 100%”




นายธิติ รัตตมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวรอน จำกัด เปิดเผยถึงความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับช้อปปี้ ว่า “ช้อปปี้ ถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่เป็นผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เป็นอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์มอันดับหนึ่งที่ครองใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย คิวรอนและช้อปปี้เราเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นมากว่า 3 ปี ปัจจุบันลูกค้าของคิวรอนมีการสั่งซื้อสินค้าในเครือคิวรอนผ่านช่องทางออนไลน์ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์เลอซาช่าที่มียอดการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์สูงสุดอันดับหนึ่งของคิวรอน ซึ่งช้อปปี้ถือเป็นหนึ่งช่องทางในการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ของเรา และด้วยสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเป็นวงกว้าง ทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด คิวรอนเองถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากการปิดสถานประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นช่องทางหลักของการจำหน่ายสินค้าหน้าร้าน แต่เรายังมีช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์ ซึ่งคิวรอนยังคงสร้างยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้นสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามเมื่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีแนวโน้มสูงขึ้น ภาคธุรกิจจึงต้องปรับแผนการตลาดเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ คิวรอนเองเราก็มีการปรับแผนงานกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อตอบรับและตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา ซึ่งเราให้ความสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดและความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้าเราเป็นหลัก โดยในปี 2563 นี้ คิวรอนตั้งเป้าบุกตลาดออนไลน์ และยังคงจับมือ ช้อปปี้ พันธมิตรหลักแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ดำเนินธุรกิจสร้างความแข็งแกร่งในการทำตลาดออนไลน์ร่วมกัน ภายใต้กลยุทธ์ “Beauty Smart Living” เพื่อยกระดับให้กับคนไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ จากแบรนด์หลักในเครือคิวรอน อาทิ เลอซาซ่า (LESASHA), สปาร์คเคิล (SPARKLE), เจสัน (JASON) และยังมีแบรนด์น้องใหม่ แบร์ (BEAR) ชุดเครื่องครัวแบรนด์อันดับหนึ่งจากประเทศจีน, ไอออนนี่ (IONIE) เครื่องฟอกอากาศพกพา จากประเทศเกาหลี และ สมูท สกิน IPL กำจัดขน จากประเทศอังกฤษ เป็นต้น เราเดินหน้ารุกการขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ดึงผู้บริโภคสู่อีคอมเมิร์ซ สร้างการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อการเข้าถึงลูกค้า พร้อมสร้างการรับรู้ไปสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น และจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้นเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งในปี 2563 นี้ เราตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 100 ล้านบาทเมื่อจบสิ้นปี มั่นใจว่าเราสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าแน่นอน”



นายเดชฤทธิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายโอเปอเรชั่น บริษัท คิวรอน จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า “สำหรับกิจกรรม ‘ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล’ ที่คิวรอนได้ขยายความร่วมมือกับ ช้อปปี้ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในปีนี้ คิวรอนยกทัพขบวนสินค้ามาเอาใจสาวๆ พร้อมคืนกำไรให้ลูกค้า ลดจัดหนักกว่าทุกครั้งด้วยโปรโมชั่นพิเศษลดสูงสุดถึง 70% พร้อมแจกโค้ดรับเงินคืนเพิ่มอีกสูงสุด 60% และดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากผลิตภัณฑ์สินค้าในเครือคิวรอน อาทิ เลอซาซ่า (LESASHA), สปาร์คเคิล (SPARKLE), เจสัน (JASON), คิวรอน (KURON), แบร์ (BEAR) ,ไอออนนี่ (IONIE) ฯลฯ เตรียมช้อปพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ เพียงวันเดียวเท่านั้น!!! เราคาดว่าแคมเปญนี้จะสร้างยอดขายให้คิวรอนมีการเติบโตของการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 100%”

ด้านนายศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับคิวรอนในครั้งนี้ว่า “จากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้การจับจ่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าผู้ซื้อใช้เวลาบนแพลทฟอร์มช้อปปี้นานขึ้นเฉลี่ย 20% ต่อสัปดาห์ ประกอบกับสินค้าประเภทความงามและของใช้ส่วนตัวยังคงเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักช้อปชาวไทย ด้วยเหตุนี้ช้อปปี้จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายความร่วมมือกับคิวรอน แบรนด์พันธมิตรชั้นนำต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และในโอกาสเฉลิมฉลองแคมเปญ “ช้อปปี้ แบรนด์ส เฟสติวัล” นี้ ทั้งสองพันธมิตรได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” ที่มอบโปรโมชั่น และดีลสุดพิเศษ พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสินค้ายอดนิยมจากแบรนด์ในเครือคิวรอน อาทิ เลอซาช่า, สปาร์คเคิล, และเจสัน ได้อย่างสะดวกสบายและคุ้มค่าจากที่บ้าน ภายใต้แนวคิด #ShopeeFromHome #อยู่บ้านก็ช้อปปี้ได้”




“ในฐานะอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์มอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วประเทศ ประกอบกับความเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำในกลุ่มสินค้าประเภทอุปกรณ์เสริมความงามของคิวรอน ที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้ใช้งานช้อปปี้ และเปี่ยมด้วยศักยภาพในการผลิตและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพหลากหลายเทียบเท่าอินเตอร์แบรนด์ ‘ช้อปปี้’ เชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นสนับสนุนแบรนด์และผู้ประกอบการให้สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจผ่านโลกอีคอมเมิร์ซ โดยทั้งสองพันธมิตรจะยังคงเดินหน้าขยายร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งานทุกคนตลอดไป” นายศิวกร กล่าว

เตรียมช้อปกันแบบนอนสต็อปตลอด 24 ชั่วโมง ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ลดจัดหนักกว่าทุกครั้ง วันเดียวและครั้งเดียวในรอบปีกับ “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” ได้ที่ https://shopee.com/sbd-kuron ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Lesasha Official Shop บน Shopee: https://shopee.co.th/kuron_beauty

Promotions.co.th ยืนหนึ่งเว็บไซต์โปรโมชั่น

posted Mar 26, 2020, 1:15 AM by Maturos Lophong


Promotions.co.th ยืนหนึ่งเว็บไซต์โปรโมชั่น-ส่วนลด อัพเดทสินค้าบริการข่าวสาร ครอบคลุม ฉับไว ชนะใจนักช้อป 

เว็บไซต์ Promotions.co.th แหล่งรวมข่าวสารโปรโมชั่น และคูปองส่วนลดสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ ไว้ในที่เดียว พร้อมสร้างคอมมูนิตี้นักช้อปสุดสมาร์ท ด้วยการรวบรวมความรู้ เทคนิคการซื้อสินค้า ดีลสินค้าและบริการล่าสุดกับข่าวประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งยังอัพเดทข้อมูลจากต่างประเทศเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชม พร้อมเป็นช่องทางโฆษณาผลิตภัณฑ์และบริการอันดับต้นๆ ของเมืองไทย วางตำแหน่งเว็บไซต์ “ด่านแรก” ที่นักช้อปมือโปรต้องเข้ามา “เช็คก่อน” ตัดสินใจซื้อ ปัจจุบันมีผู้เข้าชมมากกว่า 3 ล้านคนต่อเดือน สามารถจูงใจผู้ซื้อและส่งผู้ซื้อไปยังเว็บไซต์ของเจ้าของสินค้าหรือบริการโดยตรง และยังเป็นเว็บไซต์เดียวของไทยที่สามารถทำรายได้สูงสุดบนมาร์เก็ตเพลสยอดนิยมอย่าง LAZADA

เมื่อการค้นหาโปรโมชั่น และคูปองส่วนลดสินค้าเปรียบเสมือนการเตรียม “อาวุธ” ก่อนไปออกรบสำหรับนักช้อปมือโปร ส่งผลให้เว็บไซต์ Promotions.co.th กลายเป็นขวัญใจของนักช้อปไปโดยปริยาย เพราะที่นี่มีข้อมูลข่าวสารทุกอย่างที่นักช้อปอยากรู้และอยากได้อย่างแท้จริง เมื่อคลิกเข้าไปที่ www.Promotions.co.th นักช้อปจะได้พบกับโค้ดส่วนลดออนไลน์หรือคูปองส่วนลดให้กับผู้เข้าชม พร้อมทั้งข้อมูลโปรโมชั่นอื่น ๆ ที่หลั่งไหลกันมาให้ประโยชน์อย่างจุใจ



พีรพล เจนทรัพย์สิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรโมชั่นส์ แอนด์ คูปอง จำกัด กล่าวว่า “เว็บไซต์ของ Promotions.co.th มีการจัดหมวดหมู่สินค้าและบริการอย่างครอบคลุม ง่ายต่อการเข้าถึงและคำนึงถึงความสนใจ ของนักช้อปเป็นหลัก ได้แก่ สินค้าความงาม (Beauty) สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้าน (Home Appliances) อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศเป็นที่สนใจมากที่สุด ตลอดจนผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อ รีไฟแนนซ์รถยนต์ รวมทั้งดีลเด็ด ๆ สำหรับบริการท่องเที่ยวทั้งการจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ที่ขนกันมาลดราคาอย่างสะใจ โดยมีความโดดเด่นที่การสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วยหัวข้อโดนใจ ใช้คำสื่อสารเข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน สนองความต้องการอยากรู้และสนใจ พร้อมนำเสนอเนื้อหาตรงใจนักช้อป อย่างยิ่ง”

“นอกจากนั้น เว็บไซต์ Promotions.co.th ยังช่วยสร้างสังคมนักช้อปให้เลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างชาญฉลาด โดยมีทั้งข้อมูลข่าวสาร เทคนิคการซื้อสินค้า การหาดีลเด็ด ๆ โดนใจมากมาย ยิ่งในช่วงนี้ผู้บริโภคมีความต้องการรู้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 อย่างมาก จึงจัดให้มีเรื่องราวต่างๆ ที่อัพเดททั้งในประเทศและข้อมูลจากต่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชม เช่น “รวมประกันไวรัสโคโรน่า 2020” อัพเดทสถานที่และเวลาซื้อหน้ากากอนามัย หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ต่อเนื่องจากวิกฤติการแพร่กระจายของโควิด-19 อย่าง “9 เทคนิคลับเช็คส่วนลด Grab สำหรับคนทำงานที่บ้านในปี 2563” เป็นต้น อีกทั้งยังรวมรีวิวสินค้าที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ทุกหมวดหมู่มาไว้ที่เดียวกัน จึงง่ายต่อการค้นหา ควบคู่ไปกับรีวิวการใช้งานและราคาสินค้าจากเว็บไซต์ของไทยและต่างประเทศเพื่อให้สะดวกต่อการพิจารณาและการตัดสินใจของผู้ใช้งานทุกคน”

และจากสถิติผู้เข้าชมเฉลี่ยเดือนละ 3 ล้านคนของเว็บไซต์ Promotions.co.th ในปัจจุบัน ยังสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคยุคนี้ว่า พวกเขาต้องการหาข้อมูลจำนวนมากและน่าเชื่อถือก่อนการตัดสินใจ และจะควักเงินซื้อก็ต่อเมื่อรู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้นเว็บไซต์ Promotions.co.th จึงเป็น “เครื่องมือทางการตลาด” ขั้นยอดสำหรับแบรนด์สินค้าและบริการ เหมาะสำหรับใช้พื้นที่นี้เป็นช่องทางโฆษณาประชาสัมพันธ์ เสนอโปรโมชั่นจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมานั้น บรรดาคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่นำเสนอออกไปผ่านการให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารนั้นสามารถสอดแทรกเรื่องราวของสินค้าและบริการของเจ้าของแบรนด์ โดยสามารถทำได้อย่างสอดคล้องและกลมกลืน จึงสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้ซื้อคลิกไปยังเว็บไซต์ของเจ้าของสินค้า หรือ บริการโดยตรงได้อีกด้วย 

ปัจจุบัน Promotions.co.th ได้สร้างพาร์ทเนอร์มากมาย และสามารถครองใจนักช้อปให้เข้ามาหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ โดยเป็น “ประตูด่านแรก” ที่นักช้อปรู้สึกวางใจ เชื่อมั่นว่าการช้อปปิ้งครั้งนั้นจะดีที่สุดและคุ้มค่ามากที่สุด นั่นจึงส่งผลให้ Promotions.co.th กลายเป็นเว็บไซต์ไทยเพียงเว็บไซต์เดียวที่สามารถทำรายได้สูงสุดบนแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ อย่าง LAZADA โดดเด่นที่การมอบคูปองส่วนลดให้กับผู้เข้าชม พร้อมทั้งโปรโมชั่นอื่น ๆ อีกมากมายอย่างต่อเนื่อง และทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ อย่างกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Phillips จับมือกับ LAZADA ฉลอง Birthday โดยแจกเจลล้างมือแอลกอฮอล์ให้กับผู้ซื้อ 1,000 คนแรก หรือ LAZADA BIRTHDAY PRE-SALE เลือกของ จ่ายมัดจำ จองก่อนส่ง เป็นต้น

เหล่านักช้อปทั้งหลายสามารถเข้าไปเรียนรู้เรื่องราวของสินค้าและบริการที่สนใจ หรืออัพเดทข้อมูลการตลาด ใหม่ ๆ พร้อมสนุกกับการเก็บโค้ดคูปองส่วนลดต่าง ๆ เช่น ส่วนลด LAZADA ได้แล้วที่ www.promotions.co.th เว็บไซต์เดียวที่ตอบโจทย์วิถีช้อปปิ้งอย่างคุ้มค่ามากกว่าที่เคย และสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทาง Promotions.co.th ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือโดยการโฆษณาผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการต่าง ๆ ให้ฟรี!! โดยสามารถติดต่อได้ที่ https://promotions.co.th/contact-us

ชาร์ป เปิดตัว Smart Innovative Solutions

posted Feb 20, 2020, 1:49 AM by Maturos Lophong



ชาร์ป เปิดตัว Smart Innovative Solutions ก้าวสำคัญสู่ธุรกิจทรงประสิทธิภาพ

ในงาน “SHARP SMART SOLUTIONS AND DEALER CONVENTION 2020”

มร. โยชิฮิโระ ฮาชิโมโตะ (สองจากซ้าย) กรรมการผู้บริหาร สำนักงานประธานกรรมการ ภาคพื้นอาเซียน บริษัท ชาร์ป สำนักงานใหญ่ และมร. โรเบิร์ต อู๋ (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ชาร์ป ไทย และ ชาร์ป มาเลเซีย ร่วมด้วยนายบรรสาน บุนนาค (สองจากขวา) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และดร. มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เปิดตัว Smart Innovative Solutions โซลูชั่นอัจฉริยะเพื่อภาคธุรกิจในงาน “SHARP SMART SOLUTIONS AND DEALER CONVENTION 2020”


· ชาร์ป เผยวิสัยทัศน์การส่งเสริมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะเพื่อภาคธุรกิจ

· ชาร์ป ส่งมอบเครื่องฟอกอากาศเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์แก่โรงพยาบาลและรถโดยสารประจำทาง เพื่ออากาศที่สะอาดและบริสุทธิ์แก่คนไทย

· ชาร์ป เล็งหาโอกาสสร้างความร่วมมือกับ ดีป้า เพื่อเสริมประสิทธิภาพทางธุรกิจให้แก่กลุ่มธุรกิจ SME



ชาร์ป เผยวิสัยทัศน์สู่แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจในอนาคตสำหรับภาคธุรกิจไทย โดยจัดแสดงระบบนิเวศสมาร์ทโซลูชั่นแบบครบวงจร นำโดยเทคโนโลยี AIoT, 8K Ecosystem และเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์เพื่อรับมือกับความท้าทายของธุรกิจในยุคปัจจุบันและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย

‘Changing the World with 8K+5G and AIoT’ นับเป็นวิสัยทัศน์ของชาร์ปในการนำโซลูชั่นอัจฉริยะสำหรับภาคธุรกิจและภายในที่อยู่อาศัย ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของผู้บริโภคภายใต้ 8 ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน การศึกษา ความบันเทิง สังคม ความปลอดภัย การแพทย์และสุขภาพ อสังหาริมทรัพย์และการจัดซื้อ รวมถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยต่อชีวิตบนท้องถนน ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การสร้างสรรค์การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกภาคส่วน ซึ่งถือเป็นการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และเป็นการสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการได้อย่างแท้จริง

“ชาร์ปมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เราได้ดำเนินตามวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ ซึ่งก็คือ ‘Changing the World with 8K+5G and AIoT’ โดยการมอบ Smart Innovative Solutions เพื่อผลักดันสังคมไทยให้เข้าสู่การใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น สมาร์ทโซลูชั่นที่มาจัดแสดงภายในงานวันนี้ ได้แก่ Smart Office, Smart Education, Smart Signage, Smart Homes และ Smart Hospitality รวมไปถึง โซน 8K ไฮไลท์สำคัญของเราที่จะแสดงให้เห็นถึงขีดสุดของความคมชัดของจอโทรทัศน์ที่รองรับความละเอียดสูงสุด ชัดกว่าจอโทรทัศน์แบบ Full HD ถึง 16 เท่า นอกจากนี้เรายังภูมิใจนำเสนอ โซนพลาสม่าคลัสเตอร์ สาธิตการทำงานเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ที่ชาร์ปพัฒนาขึ้นเพื่อมอบอากาศที่สะอาดและบริสุทธิ์กว่าให้สังคมไทย” มร. โรเบิร์ต อู๋ กรรมการผู้จัดการ ชาร์ป ไทย และ ชาร์ป มาเลเซีย กล่าว

ชาร์ป สมาร์ท โซลูชั่น จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเติบโตของ 8K+5G Ecosystem และเทคโนโลยี AIoT ในสังคมไทย ดังนี้: 


Smart Office: สร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ด้วยกระดานอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive Whiteboard) และการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ มอบประสบการณ์การทำงานสุดล้ำด้วยเครื่องพิมพ์ที่สามารถเชื่อมต่อได้ทุกที่ รวมไปถึงระบบการจองห้องประชุมที่ช่วยให้การจองห้องประชุมในทุกพื้นที่กลายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น

Smart Education: สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยกระดานอินเตอร์แอคทีฟและ Smart Professional Service ที่ช่วยสนับสนุนบริการการเรียนรู้ เอื้อประโยชน์ต่อผู้เรียนอันจะนำไปสู่การสร้างสังคมอัจฉริยะในอนาคต

Smart Signage: ดึงดูดความสนใจของลูกค้าด้วยเนื้อหาและภาพอันคมชัด พร้อมผสานเทคโนโลยีระบบตรวจจับใบหน้าเพื่อการเสนอโปรโมชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยี จอ LCD อัจฉริยะโปร่งแสง ขนาด 90 นิ้วสุดล้ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับติดตั้งบริเวณกระจกตู้โชว์สินค้า ที่ลูกค้าสามารถดูสินค้าจริงชมข้อมูลในจอได้พร้อมๆ กัน

Smart Homes: ลดภาระด้านงานบ้านเพื่อให้สมาชิกในบ้านได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นด้วยบริการ SHARP COCORO LIFE (บ้าน, ห้องครัว, การซักล้าง และสัตว์เลี้ยง) นอกจากนั้นยังมี Google Assistant ที่ช่วยให้ทุกคนสามารเพลิดเพลินกับเนื้อ สาระ ความบันเทิง ผ่านแอปพลิเคชั่น และเกมส์ Android ผ่านจอทีวีขนาดใหญ่ที่บ้านได้อย่างจุใจอีกด้วย

Smart Hospitality: ระบบอินเตอร์แอคทีฟและโซลูชั่นที่จะช่วยนำเสนอโฆษณา วิดีโอ หรือการถ่ายทอดสด ซึ่งจะช่วยให้โรงแรมสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมแก่แขกคนพิเศษได้มากยิ่งขึ้น

ชาร์ป ในฐานะแบรนด์ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกอันแข่งแกร่งด้านนวัตกรรม จนส่งผลให้มีชื่อเสียงด้าน 8K+5G Ecosystem อันเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งประกอบด้วยโซลูชั่นแบบครบวงจรที่ช่วยจำลองภาพของโลกแห่งอนาคตอันนำไปสู่การค้นพบใหม่ที่น่าตื่นเต้น พร้อมเชื่อมต่อผู้คนและสังคมผ่านเทคโนโลยี AIoT – การผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และโลกแห่งอินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ ชาร์ป ยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติโลกใบนี้ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้บทบาทของการเป็นผู้นำด้านการริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างมากมาย

นอกจากนี้ ชาร์ปได้ขยายธุรกิจสู่ Dynabook ผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่มาพร้อมกับอัตลักษณ์ใหม่ที่โดดเด่น ในฐานะแบรนด์แรกที่ดูแลขั้นตอนการออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และคุมการผลิตเองทั้งหมดอย่างครบวงจร เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า Dynabook จะเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ ปลอดภัย น่าเชื่อถือและมีความทนทานระดับชั้นนำในอุตสาหกรรม

Smart Life

ชาร์ป ไม่เพียงต้องการยกระดับความเป็นอยู่ของคนไทยเท่านั้น แต่ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยการริเริ่ม 2 โครงการ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ที่จะช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้แก่คนในสังคมไทย

เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ เทคโลยีที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดย ชาร์ป ผ่านการรับรองว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยยับยั้งสารก่อภูมิแพ้ แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส รวมถึงกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้อากาศสะอาดและบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น


ชาร์ป ได้ส่งมอบเครื่องฟอกอากาศจำนวน 200 เครื่องให้โรงพยาบาล 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เพื่อมอบอากาศที่สะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีแก่ผู้ที่มาใช้บริการในแต่ละโรงพยาบาล


นอกจากนี้ ชาร์ป ยังได้ร่วมมือกับแพลน บี ในการมอบอากาศบริสุทธิ์และสดชื่นแก่ผู้โดยสารรถประจำทางในกรุงเทพมหานคร โดยได้ทำการติดตั้งเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ในระบบแอร์ของรถประจำทางทั้งหมด 4 สาย จำนวนกว่า 10 คัน ได้แก่ สาย 29, 52, 147 และ 167

Smart Productivity


ชาร์ป ตอกย้ำการสนับสนุนประเทศไทย โดยเร่งมองหาโอกาสการสร้างความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เพื่อช่วยขับเคลื่อนแผนงานขององค์กรในการการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของประเทศไทย โดยโครงการที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของไทยให้สามารถปรับตัวสู่รูปแบบการทำงานในแนวทางใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยสมาร์ทโซลูชั่น


มร. โรเบิร์ต อู๋ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลถือเป็นกระแสนิยมที่ส่งผลกับธุรกิจทุกขนาดทั่วโลก ในขณะที่ประเทศไทยยังคงก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ชาร์ป มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อประโยชน์ต่อทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน และด้วยประสบการณ์ด้านนวัตกรรมกว่า 100 ปี จึงอาจเรียกได้ว่า ชาร์ป ถือเป็นพันธมิตรที่น่าไว้วางใจและเหมาะสมอย่างยิ่ง ในการร่วมรับมือกับความท้าทายเพื่อประโยชน์ของภาคอุตสาหกรรมและสังคมของประเทศไทย”

CAT เปิด SPACE ให้สัมผัสประสบการณ์วาร์ปสปีดหมื่นเม็ก

posted Feb 13, 2020, 6:50 PM by Maturos Lophong   [ updated Feb 13, 2020, 6:50 PM ]






CAT เปิด SPACE ให้สัมผัสประสบการณ์วาร์ปสปีดหมื่นเม็กแรงสุดทะลุโลก



CAT โชว์วิสัยทัศน์แห่งอนาคต นำประสบการณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแรงสุดทะลุโลก กับความเร็ว 10,000 Mbps มาให้ได้สัมผัสที่ SPACE by CAT ชั้น 7 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัล เวิลด์ โดยวางรูปแบบให้ SPACE by CAT เป็นแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับสังคม ภายใต้คำถามที่ว่า “ชีวิตจะเป็นอย่างไรถ้ามีเน็ตหมื่นเม็กไว้ใช้งาน” ชูจุดแข็งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ รายหลักเชื่อมต่อคอนเทนต์ทั่วโลกมากที่สุดจาก Thailand IX โดยนำเสนอต้นแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รูปแบบต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งสาระ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ และนวัตกรรม มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ตั้งเป้าเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ และกลุ่มอาชีพด้านดิจิทัล


ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก และเมื่ออินเทอร์เน็ตมีความเร็วและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นไปอีกระดับ ก็จะทำให้เกิดพัฒนาการที่สำคัญกับการดำเนินธุรกิจและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคม

“ด้วยแนวคิด Customer Centric ซึ่งเป็นหนึ่งใน Brand DNA ของ CAT ที่ต้องการเข้าถึงลูกค้า
เข้าใจความต้องการ และปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าให้มากที่สุด ทำให้ CAT ต้องการนำประสบการณ์ของการใช้อินเทอร์เน็ตในอนาคตที่มีความเร็วสูงระดับวาร์ปสปีดหมื่นเม็ก (Warp Speed 10,000 Mbps) แรงสุดทะลุโลก มานำเสนอให้ประชาชนได้สัมผัสที่ SPACE by CAT ชั้น 7 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัล เวิลด์”

“CAT ตั้งใจที่จะนำเสนอประสบการณ์ต่างๆ ในโลกแห่งอนาคตว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับ 10,000 Mbps หรือ 10 Gbps ไว้ใช้งาน เช่น เราจะไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์ที่เก็บข้อมูลจำนวนมากไว้ในเครื่อง เนื่องจากสามารถเรียกใช้โดยตรงจากคลาวด์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หรือเราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคอนโซลเกม หรือการ์ดกราฟิกราคาแพงในการเล่นเกมที่มีความซับซ้อน ภาพคมชัดระดับ 8K หรือมีความสมจริงรายล้อม ตัวอย่างเช่น VR โดยทั้งภาพและเสียงเราสามารถดึงคอนเทนต์มาใช้งานได้ด้วย แบนด์วิดท์ระดับสูงนี้ รวมไปถึงการใช้ประโยชน์ในสาขาอาชีพต่างๆ อาทิ กลุ่ม Blogger/Vlogger ที่ต้องอัพโหลด คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ หรือการสตรีมมิ่ง/ส่งไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับวงการแพทย์เพื่อประกอบการวินิจฉัยโรคและเชื่อมโยงในขั้นตอนการรักษา ซึ่งการรับ - ส่งข้อมูลต่างๆเหล่านี้จะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้แบบเรียลไทม์ทันที โดย CAT จะนำเสนอประสบการณ์จากวิสัยทัศน์ดังกล่าวไว้ที่ SPACE by CAT ในพื้นที่นี้จะเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างให้บุคคลทั่วไปเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่จำกัดเฉพาะลูกค้าของ CAT เท่านั้น” ดร.ดนันท์ กล่าว



นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอส เอฟ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ CAT เลือกพื้นที่ของโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ในการเปิด SPACE ให้เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งโรงภาพยนตร์ก็เป็นศูนย์รวมของความบันเทิงและความสุขของทุกๆ คนอยู่แล้ว นอกจากนี้ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เป็นโรงภาพยนตร์ที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง จึงพร้อมตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนั้นการมีพื้นที่สาธารณะที่จะช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ต่อยอดความสุขและจินตนาการ โดยเฉพาะก่อนหรือหลังชมภาพยนตร์ จึงน่าจะเป็นการช่วยสร้างประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่พิเศษมากขึ้น และยังสอดคล้องกับนโยบายของ เอส เอฟ ที่เราอยากส่งมอบช่วงเวลาที่พิเศษให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการทุกคนครับ

ด้าน นางสาวพิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ หรือใบเฟิร์น นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า สำหรับตนเองต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ทั้งศึกษาหาข้อมูล และหาตัวอย่างเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการแสดง การทำงาน รวมถึงเพื่อความบันเทิงส่วนตัว

“ต้องยอมรับเลยว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมากๆ และจากประสบการณ์การเดินทางไปหลายประเทศ เฟิร์นก็มั่นใจมากว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ไม่แพ้ประเทศอื่นๆ เลยนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะช่วยให้เราประหยัดเวลามากขึ้น อย่างเวลาเฟิร์นต้องส่งเดโมงาน หรืออัพคลิปให้แฟนคลับ ถ้าได้อินเทอร์เน็ตเร็วๆ เราก็มั่นใจไม่ต้องคอยลุ้นว่าอัพผ่านหรือเปล่า หรือไปทำงานอื่นต่อได้ทันที อีกอย่างเฟิร์นเป็นคนชอบดูหนังมากค่ะ เวลาดูหนังในโรงภาพยนตร์เรื่องไหนแล้วชอบมากๆ ก็จะรอซื้อเก็บไว้ในคลาวด์ ซึ่งจะเห็นความแตกต่างชัดมากว่าเน็ตช้าหรือเร็วยังไง วันนี้ประทับใจมากๆ เลยค่ะที่จะมีพื้นที่ให้ทุกคนสามารถมาสัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบนี้ได้”

ดร.ดนันท์ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอเชิญชวนให้ทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับวาร์ปสปีดหมื่นเม็กได้ที่ SPACE by CAT แห่งนี้ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ CAT ยินดีเปิดให้บุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป Youtuber, Game Caster, Blogger/Vlogger, และ เหล่า Influencer ได้ใช้ SPACE by CAT ได้อย่างเต็มที่ และมุ่งหวังว่า SPACE by CAT จะช่วยให้ทุกคนได้รับรู้ประสบการณ์ในรูปแบบดิจิทัล ไลฟ์สไตล์บนเครือข่ายความเร็วสูง ซึ่งเป็นความตั้งใจของ CAT ในการพัฒนาเพื่อส่งต่อความก้าวหน้าให้เกิดขึ้นในทุกวงการ

ซัมซุงเปิดตัว “กาแลคซี่ เอส 20” พร้อมสมาร์ทโฟนพับได้รุ่นใหม่ “กาแลคซี่ ซี ฟลิป”

posted Feb 12, 2020, 1:50 AM by Maturos Lophong




ซัมซุงเปิดตัว “กาแลคซี่ เอส 20” พร้อมสมาร์ทโฟนพับได้รุ่นใหม่ “กาแลคซี่ ซี ฟลิป”


สองสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนที่จะเปิดมุมมองการสื่อสารแห่งทศวรรษใหม่

สานต่อความสำเร็จสมาร์ทโฟนแฟลกชิปยอดนิยม ‘กาแลคซี่ เอส 20’ พร้อมปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนด้วยสุดยอดเทคโนโลยีกล้องวิดีโอที่ดีที่สุดของซัมซุง ให้คุณถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง 8K และสามารถแคปเจอร์ภาพจากวิดีโอมาเป็นรูปถ่าย Hi-res ได้ง่ายๆ ในคลิกเดียวด้วยฟีเจอร์ 8K VDO Snap นอกจากนี้ ฟีเจอร์การถ่ายภาพแบบใหม่ Single Take ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกภาพและวิดีโอได้หลากหลายถึง 14 แบบ ด้วยการบันทึกในช็อตเดียว กาแลคซี่ เอส 20 ยังมาพร้อมกล้องความละเอียดสูงสุดถึง 108 ล้านพิกเซล ร่วมกับเทคโนโลยีสเปซ ซูม (Space Zoom) ที่สามารถซูมได้สูงสุดถึง 100 เท่า

สิ้นสุดการรอคอย! กับสมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกในไทย ‘กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G’ พร้อมให้คนไทยได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่เหนือกว่าของการสื่อสารยุคใหม่ก่อนใคร

ครั้งแรกของซัมซุงกับนวัตกรรมจอกระจกพับได้ ‘กาแลคซี่ ซี ฟลิป’ สมาร์ทโฟนพับได้โฉมใหม่ขนาดกะทัดรัด ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นและสวยงามทันสมัยกับการพับในแนวตั้ง ที่สุดของการออกแบบและนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนแบบเดิมๆ

กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ มีวางจำหน่ายในประเทศไทย 3 รุ่น ได้แก่ กาแลคซี่ เอส 20 สี Cosmic Grey, Cloud Blue และ Cloud Pink ราคา 28,900 บาท กาแลคซี่ เอส 20 พลัส สี Cosmic Grey, Cloud Blue และ Cosmic Black ราคา 31,900 บาท กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G สี Cosmic Grey และ Cosmic Black ราคา 39,900 บาท เริ่มเปิดจอง พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม นี้

กาแลคซี่ ซี ฟลิป มาในสี Mirror Purple และ Mirror Black เตรียมวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทย 200 เครื่องแรกในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มีนาคม 2563 ในราคา 44,900 บาท

กรุงเทพฯ, 12 กุมภาพันธ์ 2563 – ซัมซุงเปิดทศวรรษใหม่ของ ‘ซัมซุง กาแลคซี่’ เผยโฉมสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด นำโดย กาแลคซี่ เอส 20 (Galaxy S20) สมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่จะมาพลิกกฎการถ่ายภาพและวิดีโอแบบเดิมๆ ด้วยนวัตกรรมกล้องวิดีโอที่ดีที่สุดของซัมซุง พร้อมฟีเจอร์ใหม่ตอบโจทย์มิลเลนเนียลที่รักการบันทึกและแชร์โมเมนต์โดนใจบนโซเชียลมีเดีย และ กาแลคซี่ ซี ฟลิป (Galaxy Z Flip) สมาร์ทโฟนพับได้โฉมใหม่ ที่โดดเด่นและสวยงามทันสมัยกับการพับในแนวตั้ง มาพร้อมนวัตกรรมจอกระจกพับได้เป็นครั้งแรก ดีไซน์การใช้งานที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นพิเศษนี้ จะเปลี่ยนนิยามของการถ่ายภาพ การแบ่งปันประสบการณ์ และการเพลิดเพลินไปกับคอนเทนท์บนสมาร์ทโฟนไปอย่างสิ้นเชิง

ออกแบบอนาคตของการสื่อสารด้วย กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์


ในทศวรรษใหม่นี้ เทคโนโลยี 5G จะมาพลิกโฉมการสื่อสารและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้คนบนโลก ซัมซุงในฐานะผู้นำนวัตกรรมสมาร์ทโฟน พร้อมแล้วที่จะกำหนดนิยามของยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกในประเทศไทย ‘กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมาร์ทโฟนแฟลกชิปซีรีส์ใหม่ในตระกูล กาแลคซี่ เอส ประกอบด้วย กาแลคซี่ เอส 20, กาแลคซี่ เอส 20 พลัส และ กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G

พลิกทุกกฎเกณฑ์ของการถ่ายภาพและวิดีโอด้วย กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์



จากเทรนด์ของคนในปัจจุบันที่นิยมถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตนเองผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้ ‘กล้อง’ กลายเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ซึ่งกาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ใช้งาน ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีกล้องวิดีโอที่ดีที่สุดของซัมซุง ที่ทำงานด้วย AI อันทรงพลังและเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ที่สุดของซัมซุง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถบันทึกทุกโมเมนต์สำคัญได้อย่างดีที่สุด



วีดีโอคมชัด ประสบการณ์เสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์: กาแลคซี่ เอส 20 สามารถถ่ายวิดีโอด้วยความคมชัดระดับ 8K เพื่อให้ผู้ใช้ได้บันทึกโลกที่พวกเขามองเห็นด้วยสีและคุณภาพที่สมจริงที่สุด รวมถึงแคปเจอร์ภาพนิ่งจากวิดีโอ 8K ดังกล่าวในรูปแบบภาพความละเอียดสูง (Hi-Res) ได้ทันที ด้วยฟีเจอร์ 8K VDO Snap ทั้งนี้ ด้วยระบบ Super Steady ที่ป้องกันการสั่น รวมถึงการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวด้วย AI จึงทำให้ภาพวิดีโอที่มีการเคลื่อนไหวสูงดูนิ่งและนุ่มนวลเสมือนถ่ายโดยใช้อุปกรณ์กันสั่น Gimbal

หนึ่งการบันทึกภาพกับความเป็นไปได้ไม่รู้จบ: โหมดถ่ายภาพอัจฉริยะ Single Take ให้ผู้ใช้งานได้ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอในรูปแบบที่หลากหลายมากสูงสุด 14 แบบ ผ่านการกดบันทึกในช็อตเดียว ไม่ว่าจะเป็นแบบ Live Focus, Cropped, Ultra Wide กว้างถึง 120 องศา โดยผ่านเทคโนโลยีกล้อง AI เพื่อให้ไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญที่เกิดขึ้น

ที่สุดของความคมชัดในทุกรายละเอียด: ด้วยเซนเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ของกาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ ทำให้ภาพมีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซลในกาแลคซี่ เอส 20 และ

กาแลคซี่ เอส 20 พลัส และสูงถึง 108 ล้านพิกเซล ในกาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G ซึ่งทำให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง คมชัดแม้ต้องซูม, ครอป และแก้ไขภาพ พร้อมกันนี้ จากการรับแสงที่มากขึ้นผ่านเซนเซอร์ขนาดใหญ่ และความก้าวล้ำไปอีกขั้นของกาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G ที่มีความสามารถในการสลับสับเปลี่ยนระหว่างโหมดความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล กับโหมด 12 ล้านพิกเซล ผ่านเทคโนโลยี Nona-binning ที่สามารถรวมพิกเซลเก้าเม็ดเป็นหนึ่งเดียวที่ระดับเซ็นเซอร์ จึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับภาพที่มีคุณภาพสูงขึ้นแม้ในสภาพแสงน้อยก็ตาม

พลังซูมเหนือระดับ: ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ด้วยพลังของเทคโนโลยีสเปซ ซูม (Space Zoom) ที่เป็นการทำงานร่วมกันของ Hybrid Optic Zoom, Super Resolution Zoom และ AII-powered digital Zoom จึงทำให้กาแลคซี่ เอส 20 สามารถซูมภาพทุกสิ่งที่ต้องการให้เข้ามาใกล้อย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถในการซูมถึง 30 เท่าในกาแลคซี่ เอส 20 และกาแลคซี่ เอส 20 พลัส หรือก้าวล้ำไปอีกขั้นกับกาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G ซึ่งใช้ AI อันทรงพลังและการประมวลผลภาพหลายภาพเข้าด้วยกันในขณะซูมไกล เพื่อให้ผู้ใช้ได้ซูมภาพขั้นสูงสุดถึง 100 เท่า พร้อมสัมผัสกับภาพอันคมชัดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทำสิ่งที่รักได้ดียิ่งขึ้นด้วย กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์

เพลิดเพลินกับเพลงโปรดเฉพาะตัว: ด้วยความร่วมมือระหว่าง Spotify และ Bixby Routines ผู้ใช้จะได้เพลิดเพลินกับซาวด์แทร็กส่วนตัว (personalized soundtrack) ที่ปรับเปลี่ยนตามกิจวัตรประจำวันของตนเอง นอกจากนี้ ด้วยฟีเจอร์ Music Share ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเพื่อนของคุณผ่านเทคโนโลยี Bluetooth และสามารถควบคุม เปิด เปลี่ยนเพลงไปยังเครื่องเสียงรถยนต์หรือลำโพง ทำให้ผู้ใช้และเพื่อนได้สนุกกับการผลัดเปลี่ยนกันเป็นดีเจได้อย่างสนุกสนานตลอดการเดินทาง

วิดีโอแชทผ่าน Google Duo: ผู้ใช้ กาแลคซี่ เอส 20 สามารถวิดีโอแชทได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น และด้วยเทคโนโลยี 5G กาแลคซี่ เอส 20 จะช่วยยกระดับการสนทนาทางวิดีโอขึ้นไปอีกขั้น จากการทำงานร่วมกับ Google Duo ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้จะได้สัมผัสกับฟีเจอร์ Duo ใหม่ในกาแลคซี่ เอส 20 และสามารถเพลิดเพลินกับภาพที่คมชัดระดับ Full HD[1] ได้ตั้งแต่เริ่มต้นกดปุ่ม Duo เพื่อใช้งานวิดีโอแชท ซึ่ง Google Duo สามารถทำงานร่วมกันได้กับทุกระบบปฏิบัติการ ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถสนทนาผ่านวิดีโอได้กับทุกคนอย่างไม่มีข้อจำกัด และเมื่อใช้เลนส์ไวด์ (Wide lens) ผู้ใช้จะสามารถพูดคุยกับเพื่อนได้พร้อมกันสูงสุดถึง 8 คน

สัมผัสประสบการณ์แห่งความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด


กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมที่ทุกคนรอคอย ซึ่งสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ คืออุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยสูงที่สุด จากการปกป้องด้วย ซัมซุง น็อกซ์ (Knox) แพลตฟอร์มความปลอดภัยสมาร์ทโฟนชั้นนำของอุตสาหกรรม ที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ระดับชิปจนถึงซอฟต์แวร์


กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ มาพร้อมแบตเตอรี่อัจฉริยะความจุสูง และที่ชาร์จ 25W โดยรุ่น กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G ยังสามารถรองรับระบบชาร์จเร็ว Super Fast Charge 45W ทุกรุ่นมาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด (Storage) 128 GB สำหรับ กาแลคซี่ เอส 20 และ กาแลคซี่ เอส 20 พลัส มาพร้อมหน่วยความจำ (RAM) 8 GB และในรุ่น กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G มาพร้อมหน่วยความจำ (RAM) 12 GB

ทั้งนี้ กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ ยังมาพร้อมกับ One UI 2 ซึ่งนำเสนอการออกแบบที่กระชับเรียบง่าย โดยผู้ใช้สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เพื่อควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านผ่านแอปพลิเคชั่น SmartThings ติดตามกิจกรรมด้านสุขภาพผ่าน Samsung Health รวมถึงชำระค่าบริการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ผ่าน Samsung Pay



กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ มีวางจำหน่ายในประเทศไทย 3 รุ่น ได้แก่ กาแลคซี่ เอส 20 สี Cosmic Grey, Cloud Blue และ Cloud Pink ราคา 28,900 บาท กาแลคซี่ เอส 20 พลัส สี Cosmic Grey, Cloud Blue และ Cosmic Black ราคา 31,900 บาท กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G สี Cosmic Grey และ Cosmic Black ราคา 39,900 บาท เริ่มเปิดจอง พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม นี้


สู่ทศวรรษใหม่ของสมาร์ทโฟนจอพับได้ กับ กาแลคซี่ ซี ฟลิป



หาก กาแลคซี่ โฟลด์ (Galaxy Fold) คือผู้ปฏิวัติวงการและบุกเบิกยุคของสมาร์ทโฟนพับได้ วันนี้ กาแลคซี่ ซี ฟลิป (Galaxy Z Flip) ได้กลายเป็นผู้กำหนดทิศทางของสมาร์ทโฟนพับได้ในทศวรรษใหม่นี้อีกครั้ง โดยเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกใน ตระกูล Z พอร์ตโฟลิโอใหม่ล่าสุดจากซัมซุง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาด พร้อมเดินหน้าต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีจอพับได้ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจและเซอร์ไพรส์อีกมากมายนับจากนี้

เมื่อแฟชั่นมาบรรจบกับเทคโนโลยี

ดีไซน์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่หลงใหลในแฟชั่น ขณะเดียวกันก็มีความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทุกองค์ประกอบของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี



สไตล์ที่พกพาได้ในกระเป๋า – กาแลคซี่ ซี ฟลิป เมื่อพับแล้วจะมีขนาดเล็กเท่ากระเป๋าสตางค์ จึงสามารถใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าถือได้อย่างสบาย แม้จะมีขนาดกะทัดรัดพอดีมือ แต่เมื่อกางออกจะพบกับหน้าจอสวยงามขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว[2] นอกจากนี้ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ยังโดดเด่นสะดุดตาด้วยเฉดสีที่ทันสมัย ดีไซน์โค้งมนสะท้อนความเรียบหรู เพิ่มเสน่ห์ด้วยรูปแบบการพับในแนวตั้งที่สามารถพับปิดได้อย่างนุ่มนวล

ครั้งแรกของโลกกับจอกระจกพับได้ – หน้าจอแบบ Infinity Flex Display ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป มาพร้อม Ultra Thin Glass (UTG) หรือนวัตกรรมแผ่นกระจกที่สามารถโค้งงอได้ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยทีมวิจัยและพัฒนาของซัมซุง ช่วยให้จอภาพมีความเพรียวบาง มอบสัมผัสที่หรูหราและทันสมัยแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนสมาร์ทโฟนพับได้ อีกทั้งกล้องหน้าของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ถูกออกแบบให้อยู่บริเวณกึ่งกลางด้านบน จึงไม่มีรอยบากบนหน้าจอมากวนใจ ด้วยสัดส่วนของจอที่ 21.9 : 9 กาแลคซี่ ซี ฟลิป ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้เพลิดเพลินกับคอนเทนต์โปรดโดยเฉพาะคอนเทนต์ประเภทภาพยนตร์ในอัตราส่วนภาพที่ 21 : 9

กลไกบานพับแบบใหม่ – กาแลคซี่ ซี ฟลิป ใช้กลไกบานพับแบบใหม่ที่เรียกว่า Hideaway Hinge ซึ่งเป็นผลงานออกแบบทางวิศวกรรมที่คำนึงถึงความสวยงาม ประกอบด้วยกลไก Dual CAM ขนาดเล็กที่ช่วยให้ทุกการพับเป็นไปอย่างนุ่มนวลและมั่นคง โดยสามารถกางออกและหยุดได้ตามองศาที่ต้องการเหมือนกับบนหน้าจอแล็ปท็อป ระบบบานพับ Hideaway Hinge ยังผสานการทำงานเข้ากับเทคโนโลยีระดับสูงของซัมซุง ในการใช้เส้นใยไนลอนที่พัฒนาขึ้นพิเศษเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมและฝุ่นที่เข้ามาในบานพับ


ประสบการณ์ครั้งใหม่บน ‘สมาร์ทโฟนจอพับได้’

กาแลคซี่ ซี ฟลิป ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องที่สามารถพับได้หลายระดับ ไปจนถึงการใช้งานแบบแฮนด์ฟรี ทำให้ กาแลคซี่ ซี ฟลิป แตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ

การใช้งานแบบแฮนด์ฟรี – ดีไซน์ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ช่วยทลายข้อจำกัดในการใช้งานสมาร์ทโฟน เพราะเมื่อตัวเครื่องสามารถกางออกได้ทุกองศาและตั้งวางได้ จึงสามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้แบบโดยไม่ต้องใช้มือจับเครื่อง สามารถถ่ายเซลฟี่หรือวิดีโอแชทผ่านแอปพลิเคชัน Google Duo พร้อมเผยบรรยากาศรอบตัวและแสดงท่าทางได้มากกว่าที่เคย

โหมด Flex – ซัมซุงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Google ในออกแบบโหมด Flex ที่ออกแบบขึ้นพิเศษเพื่อรองรับคอนเทนต์บนดีไซน์จออันเป็นเอกลักษณ์ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป เมื่อกางหน้าจอออกและเครื่องอยู่ในแนวตั้ง (Free-standing) จอแสดงผลจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนโดยอัตโนมัติ ให้ผู้ใช้สามารถดูภาพหรือวิดีโอที่จอด้านบน และสามารถควบคุมคอนเทนต์เหล่านั้นที่จอด้านล่าง หรือขณะที่สตรีมคอนเทนต์ YouTube[3] ในจอบน ก็สามารถค้นหาวิดีโออื่นๆ หรือเขียนคอมเมนต์ใต้วิดีโอได้พร้อมกันที่หน้าจอด้านล่าง

ปฏิวัติวงการกล้องสมาร์ทโฟน – กาแลคซี่ ซี ฟลิป สามารถตั้งวางเองได้ ผู้ใช้จึงสามารถบันทึกภาพได้สะดวกยิ่งขึ้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม จะตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพกรุ๊ปช็อต หรือถ่ายภาพกลางคืนก็สามารถทำได้ เป็นตัวช่วยในการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียด้วยภาพถ่ายจากมุมที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้องหรือแม้กระทั่งใช้มือจับเครื่อง และเมื่อในขณะพับเครื่องพับก็สามารถถ่ายภาพเซลฟี่คุณภาพสูงได้อย่างง่ายดายด้วยกล้องหลัง นอกจากนี้ Night Mode ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ยังสามารถถ่ายวิดีโอ Hyperlapse ในเวลากลางคืนหรือในที่มีแสงน้อยให้มีชีวิตชีวาได้โดยไม่ต้องพึ่งแฟลช อีกทั้งยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการถ่ายวิดีโอในอัตราส่วน 16 : 9 ซึ่งเป็นขนาดที่ดีที่สุดสำหรับการอัพโหลดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย

ไม่พลาดทุกการแจ้งเตือน – ถึงแม้จะอยู่ในโหมดพับก็ไม่พลาดที่จะรับข้อความ สายโทรศัพท์ หรือการแจ้งเตือนต่างๆ และยังสามารถเช็ควัน เวลา และสถานะของแบตเตอรี่ ได้อย่างรวดเร็วผ่าน Cover Display[4] ด้านหน้าที่แสดงผลแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ สามารถรับสายได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเปิดตัวเครื่อง หรือตอบข้อความได้อย่างรวดเร็วเพียงแตะที่แถบ Cover Display แล้วเปิดเครื่อง

Multi-Active Window – ใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันได้อย่างราบรื่นด้วยฟีเจอร์ Multi-Active Window เพียงลากและวางแอปพลิเคชันที่ต้องการใช้งานใน Multi-Window Tray ก็สามารถเลื่อนดูบทความแฟชั่นล่าสุดที่หน้าต่างบน และเลือกซื้อไอเท็มโปรดไปพร้อมๆ กันในหน้าต่างด้านล่าง[5]

กาแลคซี่ ซี ฟลิป มาในสี Mirror Purple และ Mirror Black เตรียมวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทย 200 เครื่องแรกในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มีนาคม 2563 ในราคา 44,900 บาท

ซัมซุงแต่งตั้ง สุพัฒน์ ลายระยะพงศ์ นำทัพกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที

posted Feb 10, 2020, 6:55 PM by Maturos Lophong



ซัมซุงแต่งตั้ง สุพัฒน์ ลายระยะพงศ์ นำทัพกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที

ซัมซุงประกาศแต่งตั้ง นายสุพัฒน์ ลายระยะพงศ์ ดำรงตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีภารกิจหลักในการรับผิดชอบส่วนการบริหารและวางแผนกลยุทธ์ของธุรกิจโทรคมนาคมและไอที เพื่อสานต่อการเป็นผู้นำตลาดอันดับหนึ่งในประเทศไทยและสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นายสุพัฒน์เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารธุรกิจอย่างรอบด้าน ในฐานะผู้บริหารองค์กรชั้นนำต่างๆ อาทิ หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจ ของโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทในกลุ่มธุรกิจ สยามซีเมนต์ กรุ๊ป

นายสุพัฒน์เข้าร่วมงานกับไทยซัมซุง เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2561 ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ด้านธุรกิจผู้ให้บริการเครือข่าย โดยในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง ได้สร้างผลงานอันโดดเด่นในการพัฒนาแผนธุรกิจร่วมกันกับ ผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานสู่ผู้บริโภคที่ดีที่สุด รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของทีมให้แข็งแกร่ง ส่งผลให้ไทยซัมซุงเติบโตในช่องทางผู้ให้บริการเครือข่ายอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา


ในฐานะหัวหน้ากลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที นายสุพัฒน์ จะมีหน้าที่รับผิดชอบภารกิจที่สำคัญ เพื่อต่อยอดความสำเร็จธุรกิจโทรคมนาคมและไอทีของไทยซัมซุงตามวิสัยทัศน์ The Next 10 Years ในการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ ที่มุ่งมั่นจะสร้างนิยามใหม่ของประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนของผู้คนทั่วโลก


นายสุพัฒน์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และได้ผ่านหลักสูตรอบรมสำหรับการบริหารธุรกิจและผู้นำองค์กรจาก London Business School, INSEAD และ Thai Institution of Director Association

# # # # #

เกี่ยวกับ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จุดประกายแรงบันดาลใจและสร้างวิถีแห่งอนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยบริษัทได้สร้างนิยามใหม่ให้กับโลกของโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ แท็บเล็ต กล้องถ่ายภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อุปกรณ์การแพทย์ ระบบเครือข่าย สารกึ่งตัวนำและ LED โซลูชั่น สำหรับข่าวสารล่าสุด ท่านสามารถเยี่ยมชม Samsung Newsroom ได้ที่ news.samsung.com

ไอเทมต้องโดนที่บล็อกเกอร์บอกต่อ!! “Lazada Men’s Festival”

posted Jan 29, 2020, 11:46 PM by Maturos Lophong



ไอเทมต้องโดนที่บล็อกเกอร์บอกต่อ!! “Lazada Men’s Festival” 

หนุ่มๆ ขาช้อปเตรียมตัวให้พร้อมกับแคมเปญ “Lazada Men’s Festival ช้อปสะใจ ไอเทมต้องโดน” ครั้งแรกของลาซาด้ากับแคมเปญที่มีทุกอย่าง สำหรับผู้ชายทุกสไตล์หลากหลายแนวหรือแม้แต่สาวๆ ที่กำลังมองหาของขวัญพิเศษให้คุณหนุ่มๆ ก่อนเทศกาลแห่งความรัก พลาดไม่ได้กับไอเทมโดนๆ แนะนำโดยบล็อกเกอร์ชื่อดัง มาพร้อมคูปองส่วนลด 999 บาท และดีลลดแรงกว่าเดิม สูงสุดถึง 80% ให้ช้อปกันแบบสะใจ 3 วันเต็มๆ ตั้งแต่วันที่ 1 – 3 กุมภาพันธ์ 2563

ภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “จากความสำเร็จของการจัดแคมเปญ Women’s Festival เพื่อเจาะกลุ่มผู้หญิงยุคใหม่ในปีที่ผ่านมา ประเดิมต้นปีนี้ ลาซาด้าจึงต่อยอดด้วยการนำเสนอแคมเปญ Lazada Men’s Festival เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ ซึ่งจากสถิติพบว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้มีแนวโน้มช้อปออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยชูกลยุทธ์การใช้ Influencer Marketing ด้วยบล็อกเกอร์ชื่อดังจากหลากหลายวงการที่เป็นกูรูสินค้าในแต่ละประเภทในการมัดใจลูกค้า”

Blogger’s Favorites ไอเทมดี บล็อกเกอร์บอกต่อ

เริ่มที่บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวอย่าง “บาส” ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ เจ้าของเพจท่องเที่ยวสุดฮิปอย่าง “Go Went Go” เล่าว่า “ไอเทมคู่ใจของนักเดินทางคงหนีไม่พ้นกล้องบันทึกภาพ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพแล้วกล้องถือเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับตนนั้นใช้ Sony a7III เพราะเป็นกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสที่ให้สเปคมาครบในราคาประหยัด และอีกชิ้นที่ขาดไม่ได้สำหรับสายเที่ยวแบบเอ็กซ์ตรีมกับ GoPro Hero 8 Black ซึ่งเชื่อว่าทุกคนรู้จักดีอยู่แล้ว กล้อง อึดทน ใช้ง่ายเหมาะกับการถ่าย vlog หากใครที่กำลังมองหากล้องดีๆ อยู่ขอแนะนำ 2 ตัวนี้เลย”

มาที่หนุ่มหล่อสายนายแบบ “แมน” ธฤษณุ สรนันท์ The Face Men Thailand Season 1 เล่าว่า “ด้วยความที่ตนเป็นนายแบบจึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลใบหน้าและรูปร่างค่อนข้างมาก ส่วนตัวจะไม่ชอบทาสกินแคร์หลายๆ ตัวจึงจะเลือกใช้ไอเทมดูแลผิวหน้าที่เป็นเนื้อเซรั่มอย่าง NIVEA Men Extra White Super Serum SPF50 ตัวนี้ซึมซาบเร็ว มีวิตามินช่วยฟื้นบำรุงผิว สำหรับรูปร่างจะใช้ Lowell Whey protein concentrate เข้ามาช่วยในการเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มกล้าม นอกจากนี้ก็จะเป็นไอเทมแฟชั่นที่อยากแนะนำ อย่างนาฬิกา Seiko Prospex Automatic Samurai และรองเท้ากีฬาเท่ๆ Adidas Ultra Boost Unisex”

ต่อด้วย “ภัทร Droidsans” วรภัทร มงคลวิรกุล IT Blogger ตัวท็อปของไทย ที่รีวิวสินค้า IT Gadget มาแล้วกว่าพันชิ้น เล่าว่า “ไอเทมเด็ดที่มักจะถูกถามถึงเสมอคงจะเป็นสมาร์ทโฟนสเปคดีๆ ราคาโดนๆ ซึ่งมือถือสองรุ่นนี้ตอบโจทย์มาก ทั้ง OPPO A5 2020 ที่ให้สเปคมาแรงมากพร้อมกับกล้องหลังถึง 4 ตัวในราคาไม่ถึงหมื่นสำหรับใครที่งบน้อยแนะนำตัวนี้เลย และ realme X2 Pro รุ่นท็อปที่อัดสเปคเทพๆ มาครบที่สุดเท่าที่เคยมีมาของเรียลมี อัดสเปคมาครบทั้งกล้อง และเกม ชาร์จไว เป็นมือถืออีกรุ่นที่จัดเต็มให้แบบไม่มีกั๊ก ในราคาเบาๆ”

ปิดท้ายด้วย “กวาง เดียร์ลอง” หรืออาริศา เสียงลือชา สตรีมเมอร์สาวหน้าใหม่แห่งวงการสตรีมที่จะมาแนะนำอุปกรณ์เล่นเกมส์สุดปัง เธอเล่าว่า “สำหรับไอเทมเด็ดที่อยากบอกต่อนั้นเป็นไอเทมที่เจ้าตัวบอกติดมากๆ ช่วงนี้เลยกับ Nintendo Switch รุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์ที่เล็กลง เบาลง พกพาสะดวก ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็เอาไปเล่นได้ทุกที่ และโน๊ตบุ๊ค ASUS Notebook ROG STRIX รวบรวมการออกแบบที่มีความคล่องตัว เหมาะสำหรับการเล่นเกมส์อย่างจริงจัง ถูกใจคอเกมส์แน่นอน” 

ช้อปสินค้าแนะนำจากบล็อกเกอร์ชื่อดัง ได้ที่ https://bit.ly/2O6L2bn


พบกับ Lazada’s Men’s Festival จากสินค้าสำหรับผู้ชายทุกหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า IT, แฟชั่น, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย, เกมส์ และอุปกรณ์ยานยนต์ต่างๆ เรียกได้ว่าครบ จบ ทุกความต้องการที่ลาซาด้า 1 – 3 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น

· ลดแรงกว่าเดิม สูงสุดถึง 80%

· แจกคูปองส่วนลดสูงสุด 999 บาททุก 10.00 – 12.00 น. แบบไม่อั้น เริ่ม 31 ม.ค. นี้

· Flash Sale สินค้าสุดฮิตเริ่มต้นที่ 9 บาทเท่านั้น

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/2TYLXyl

#LazadaMensFestivalTH #LazadaTH

###

เกี่ยวกับลาซาด้า (Lazada)

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 ลาซาด้า กรุ๊ป เป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ด้วยการนำเสนอธุรกิจการค้าและเทคโนโลยีอันทันสมัย พร้อมระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง และเครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ลาซาด้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วภูมิภาค พร้อมความมุ่งมั่นที่จะให้บริการเหล่านักช็อปออนไลน์กว่า 300 ล้านคนภายในปี 2030 ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ลาซาด้าได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญของกลุ่มอาลีบาบาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับการขับเคลื่อนโดยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ซัมซุงปฏิวัติวงการ! เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศ

posted Jan 20, 2020, 10:19 PM by Maturos Lophong



ซัมซุงปฏิวัติวงการ! เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวในโลก

ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าพรีเมียมเซกเมนต์เป็น 25% ในปีนี้ พร้อมขึ้นแท่น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำภายใน 3 ปี


“วินด์ฟรี พรีเมียม พลัส” (Wind-Free™ Premium Plus) สุดยอดเครื่องปรับอากาศเทคโนโลยีวินด์ฟรีรุ่นล่าสุดจากซัมซุง มาพร้อมไลน์อัปใหม่ปี 2020 ที่ผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ทั้งดีไซน์และประสิทธิภาพเพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้งและการใช้งาน ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าพรีเมียมเซกเมนต์เป็น 25% ในปีนี้ พร้อมขึ้นแท่น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำภายใน 3 ปี ชูจุดขายฟีเจอร์อัจฉริยะเพื่อสุขภาพ
โดดเด่นด้วยโซลูชันอากาศบริสุทธิ์เพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวในโลก ที่มาพร้อมระบบฟอกอากาศละเอียดถึง PM1.0 เพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นโดยเทคโนโลยี Wind-Free™ พัฒนาใหม่ล่าสุด ให้ห้องเย็นอย่างทั่วถึงโดยไม่มีลมปะทะตัว
เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานรวมทั้งยังประหยัดพลังงานด้วยฟังก์ชันอัจฉริยะ AI Auto Cooling ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานด้วย Motion Detect Sensor และเพิ่มเติมความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ผ่านระบบ SmartThingsTM




ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมระบบปรับอากาศ ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี เปิดตัว “วินด์ฟรี พรีเมียม พลัส” (Wind-Free™ Premium Plus) สุดยอดเครื่องปรับอากาศรุ่นล่าสุด พร้อมไลน์อัปใหม่ปี 2020 ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Intelligent Air Care Solutions for Health’ ชูโซลูชันอากาศบริสุทธิ์เพื่อสุขภาพ พร้อมรับมือปัญหาฝุ่นควันด้วยระบบฟอกอากาศในตัวที่ละเอียดถึงอนุภาค PM1.0 และประสิทธิภาพในการทำความเย็นแบบสบายตัวของเทคโนโลยี Wind-Free™ เอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องปรับอากาศระบบลมเย็นไม่ปะทะตัวรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมนวัตกรรม AI อันชาญฉลาด ที่เรียนรู้และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากพฤติกรรมของผู้ใช้

นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของซัมซุงในทศวรรษใหม่ตามแนวคิด Age of Experience จะคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และออกแบบนวัตกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ส่วนบุคคลที่มอบความสะดวกสบาย สนุกสนาน และมีความหมายมากกว่าที่เคย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น”

“การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศวินด์ฟรี พรีเมี่ยม พลัส พร้อมไลน์อัปใหม่ในปีนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของซัมซุงในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมากว่า 1 ทศวรรษ รวมถึงความเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมระบบปรับอากาศ โดยนำเสนอโซลูชันที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้ใช้งานและครอบครัว ทั้งระบบฟอกอากาศในตัวที่ช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ รวมไปถึงเทคโนโลยี Wind-Free™ อันยอดเยี่ยมเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องปรับอากาศซัมซุง ที่สำคัญยังมาเพิ่มเติมความสามารถด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะไม่ว่าจะเป็น AI เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งาน หรือ Internet of Things สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังคำนึงถึงประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของผู้ใช้งานและช่างเซอร์วิสตั้งแต่การติดตั้งและการใช้งาน ไปจนถึงการบริการหลังการขาย การทำการตลาดจึงมุ่งเน้นการสื่อสารถึงประสบการณ์จริงที่พวกเขาจะได้รับ โดยเฉพาะแคมเปญดิจิทัลซึ่งเจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายหลักตามกลยุทธ์ของปีนี้คือลูกค้ากลุ่มพรีเมียม โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเซกเมนต์นี้เป็น 25% ในปีนี้ พร้อมขึ้นแท่น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำภายใน 3 ปี” นายเฉลิมพงษ์ กล่าวเสริม

เครื่องปรับอากาศ “วินด์ฟรี พรีเมียม พลัส” (Wind-Free™ Premium Plus) เป็นเครื่องปรับอากาศรุ่นสูงสุดในไลน์อัปใหม่ของปีนี้ ซึ่งเป็นเครื่องปรับกาศระบบลมเย็นไม่ปะทะตัวรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ในขณะที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้ใช้งานอย่างสูงสุด

ประสิทธิภาพการทำความเย็นที่ดีที่สุด

ผู้ใช้สามารถสัมผัสกับประสบการณ์เย็นสบายอย่างที่สุด ทั้งยังดีต่อสุขภาพเนื่องจากไม่มีกระแสลมปะทะตัว จนอาจทำให้ไม่สบายได้ ด้วยเทคโนโลยี Wind-Free™ และโหมดทำความเย็นอัตโนมัติ 3 ขั้นตอน เริ่มต้นด้วยโหมด Fast Cooling เพื่อทำความเย็นอย่างรวดเร็ว จากนั้นระบบจะเข้าสู่โหมดที่ 2 เพื่อตั้งค่าระดับความชื้นให้เหมาะสม สุดท้ายเมื่ออุณหภูมิคงที่แล้ว ระบบจะปรับเป็นโหมด Wind-Free™ เพื่อคงความเย็นอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอผ่านช่องอากาศขนาดเล็กจำนวนมากถึง 23,000 Micro Holes

โหมด Fast Cooling ใหม่ จะช่วยทำความเย็น ให้ห้องเย็นรวดเร็วมากขึ้น ทั้งยังครอบคลุมทุกพื้นที่ของห้อง ไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่มุมใดก็จะสามารถสัมผัสกับความเย็นสบายได้อย่างทั่วถึง ทั้งยังมีเทคโนโลยี ดิจิตอล อินเวอร์เตอร์ บูสท์ (Digital Inverter Boost) ช่วยลดระยะเวลาการทำงานของตัวเครื่อง ให้ประสิทธิภาพความเย็นทันใจเร็วขึ้นถึง 43 เปอร์เซ็นต์

ยกระดับการทำงานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ชุดครื่องปรับอากาศวินด์ฟรี พรีเมี่ยม พลัส ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะการทำงานให้ชาญฉลาดมากขึ้นด้วยฟีเจอร์ AI Auto Cooling ที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานเครื่องปรับอากาศให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ โดยระบบจะวิเคราะห์สภาพห้อง พร้อมปรับอุณหภูมิให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้ รวมถึงวิเคราะห์สภาพอากาศภายนอกอาคารเพื่อปรับไปยังโหมดที่เหมาะสมที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมและตั้งค่าเครื่องปรับอากาศผ่านแอปพลิเคชัน SmartThings ระบบควบคุมอัจฉริยะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ กำหนดเวลา รวมถึงตรวจสอบการใช้พลังงาน อีกทั้งยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงพลังงานที่สูญเปล่า อาทิ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับไม่พบผู้ใช้ในห้อง ระบบจะเพิ่มอุณหภูมิหรือเปิดโหมด สแตนด์บายอัตโนมัติ

โดดเด่นด้วยนวัตกรรมล้ำหน้า

เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่นี้ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานได้สูงถึงร้อยละ 73 ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล อินเวอร์เตอร์ บูสท์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจึงสามารถรักษาอุณหภูมิให้เย็นสบาย และยังมาพร้อมกับฉลากประหยัดไฟ A+++ จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งยังได้รับค่าระดับประสิทธภาพพลังงานสูงสุดจากการทดสอบแบบ SEER และ SCOP ในยุโรป

นอกเหนือจากนั้นยังมีฟีเจอร์ โมชัน ดีเทค เซ็นเซอร์ (Motion Detect Sensor) หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ที่อยู่ภายในห้อง สามารถเลือกให้ลมตามตัวหรือไม่ปะทะตัวก็ได้ นอกจากนี้เมื่อใดที่ไม่มีความเคลื่อนไหวระบบจะปรับเปลี่ยนการตั้งค่าโดยอัตโนมัติเพื่อให้ความเย็นคงที่พร้อมหลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น

เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าเดิม

เพื่อตอบสนองความต้องการในการดูแลสุขภาพของผู้ใช้ ซัมซุง วินด์ฟรี พรีเมียม พลัส จึงถูกออกแบบมาเพื่อสุขภาพของผู้ใช้อย่างแท้จริงด้วยตัวกรองอากาศขั้นสูง PM1.0 ที่สามารถดึงเอาอากาศทั่วทั้งห้องเข้ามา พร้อมดักจับอนุภาคขนาดเล็กเพื่อเปลี่ยนเป็นอากาศบริสุทธิ์ได้เร็วขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับตัวกรอง PM2.5 แตกต่างที่สามารถถอดล้างได้เพื่อคงประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้ตลอดอายุการใช้งานและถ้าใช้งานร่วมกับเครื่องฟอกอากาศของซัมซุง The Cube ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟอกอากาศให้มากขึ้นไปอีกด้วย

มากไปกว่านั้นในรุ่น Wind-Free™ Premium และ Wind-Free™ ยังมีตัวกรองพิเศษ Tri-Care Filter ที่เน้นปกป้องสุขภาพผู้บริโภคเพิ่มจากเดิมด้วยการตรวจจับฝุ่นขนาดเล็กพร้อมยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศด้วยสารเคลือบพิเศษ “ซีโอมิค” นอกจากนั้นทางซัมซุงยังคิดค้นพัฒนาแผ่นกรองชั้นแรก ให้สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่ายและสะดวก โดยไม่ต้องเปิดตัวเครื่อง อย่างแผ่นกรองอากาศ Easy Filter Plus ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบฟอกอากาศให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือมาพร้อมกับระบบออโต้ คลีน 3 ขั้นตอน (3 Step Auto Clean) ที่จะทำงานทันทีที่ผู้ใช้สั่งเปิด โดยพัดลมจะเริ่มเป่าลมเพื่อไล่เศษฝุ่นและความชื้นออกจากคอยล์เย็น ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราช่วยให้อากาศสะอาด เตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานครั้งถัดไป

มั่นใจทุกการใช้งาน รับประกันยาวนานยิ่งขึ้น

มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกัน 10 ปี สำหรับคอมเพรสเซอร์อินเวอร์เตอร์ และการรับประกัน 3 ปีสำหรับคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น ในทุกรุ่นของเครื่องปรับอากาศซัมซุง นอกจากนี้ สำหรับเครื่องปรับอากาศ Wind-Free™ ทุกรุ่นรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ด้วยการขยายการรับประกันค่าแรง อะไหล่ แผงวงจร และ มอเตอร์พัดลมนานถึง 3 ปีทันที เมื่อซื้อเครื่องปรับอากาศซัมซุงรุ่นวินด์ฟรีทุกรุ่น และลงทะเบียนรับสิทธิ์ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 63 นี้ รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.sswarranty.com/windfreewarranty

ชุดเครื่องปรับอากาศ ซัมซุง วินด์ฟรี พรีเมี่ยม พลัส มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 10,000 BTU สำหรับห้องขนาด 9-13 ตร.ม และ 12,000 BTU สำหรับห้องขนาด 13-17 ตร.ม ราคาเริ่มต้นที่ 35,900 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง โทร 0-2689-3232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้านได้ที่ 1-800-29-3232

1-10 of 107