Lifestyle & Events





Kaspy แอปพลิเคชัน สัญชาติไทย แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าเกษตรที่มีส่วนช่วยพัฒนาวงการเกษตรไทย

posted Apr 8, 2021, 1:25 AM by Maturos Lophong   [ updated Apr 8, 2021, 1:28 AM ]


Kaspy แอปพลิเคชัน สัญชาติไทย แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าเกษตรที่มีส่วนช่วยพัฒนาวงการเกษตรไทยภายใต้คอนเซ็ป “Kaspy เกษตรครบ จบในแอปเดียว”


ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศแห่งการทำเกษตรกรรมหรือมีอาชีพหลักเป็นเกษตรกรแต่แปลกที่เกษตรกรไทยกลับมีรายได้น้อยและเป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่ไม่คิดที่จะทำเลย ซึ่งปัญหาสำคัญน่าจะอยู่ที่ช่องทางการขายที่ไม่สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ทางบริษัท แคสปี้ จำกัด เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงสร้าง Kaspy แอปพลิเคชัน สัญชาติไทย แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าเกษตร โดยเกษตรกรจะเป็นผู้กำหนดราคาขายเอง นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับเกษตรกรเพื่อพัฒนาวงการเกษตรไทยในทุกมิติ



คุณอั๋น – รังสิ ทุวิรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคสปี้ จำกัด กล่าวว่า ผมมีแนวคิดที่อยากจะแก้ปัญหาดังกล่าวจึงได้ลงมือศึกษาข้อมูลเป็นเวลากว่า 4 ปี ซึ่งพบว่าปัญหาของเกษตรกรไทยคือ ขาดความรู้ด้านการพัฒนาสินค้าให้เกิดคุณค่า ทั้งในแง่ของการสร้างแบรนด์ และการใช้นวัตกรรมต่างๆ ทั้งยังขาดช่องทางการขาย โดยเฉพาะการขายผ่านโลกออนไลน์ ที่เป็นช่องทางการขายสำคัญในยุคปัจจุบันและถือเป็นการเพิ่มกลุ่มผู้ซื้อให้กว้างขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอนเทนต์ การตอบแชท และการขนส่ง รวมถึงการบรรจุสินค้าเพื่อไม่ให้สินค้าเสียหายก่อนถึงมือผู้บริโภค เหล่านี้ทาง Kaspy จะช่วยให้ความรู้แก่เกษตรกรและมีการลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอเพื่อทราบถึงปัญหาต่างๆของเกษตรกรแล้วนำมาร่วมกันแก้ไข นอกจากนี้ยังมีการสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรที่ใช้เคมีในการทำการเกษตรเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบ “อินทรีย์” โดยใช้เกษตรกรด้วยกันที่ทำอินทรีย์แล้วประสบความสำเร็จมาแบ่งปันแนวคิดและความรู้ รวมถึงชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการทำเกษตรอินทรีย์ ที่จะปลอดภัยทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตเอง คือผมอยากให้เกษตรกรทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขเหมือนกับชื่อ Kaspy ที่ผมตั้งขึ้นมาจากคำว่า Kaset + Happy นั่นเองครับ





คุณไมค์ – วุฒิชัย ชีวะสุทโธ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แคสปี้ จำกัด กล่าวว่า ในด้านของแอปพลิเคชัน Kaspy จะเป็นการซื้อขายสินค้าเกษตรเป็นหลักไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่ไก่และเมล็ดพันธุ์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ที่ทุกอย่างผ่านการคัดสรรค์มาอย่างดี โดยมีการแบ่งหมวดหมู่อย่างชัดเจน เช่น สินค้าปลอดภัย สินค้าไร้สาร สินค้าอินทรีย์ และสินค้า Kaspy คัดสรร ที่เป็นสุดยอดสินค้าที่ผ่านการคัดเลือกในหลายๆด้าน เรียกว่าเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยม ซึ่งคุณสมบัติหลักที่ทาง Kaspy ให้ความสำคัญคือ ต้องเป็นผู้ผลิตสินค้าที่ดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค เป็นเกษตรกรที่ไม่เห็นผลกำไรเป็นที่ตั้ง แต่เป็นผู้ผลิตของดีแต่ราคาจับต้องได้ และสุดท้ายต้องเป็นคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทาง Kaspy มีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้ผู้บริโภคได้มั่นใจว่าจะได้ทานผักและผลไม้ที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน ซึ่ง Kaspy เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาเป็นได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเรามีการขายทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ B2C B2B และ C2C ในกรณีของ C2C คือ ในช่วงโควิด 19 เมื่อต้นปี 2563 ผู้คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น เริ่มมีการปลูกผักกินเองในครัวเรือนซึ่งหลายบ้านกินไม่ทัน ทาง Kaspy ก็เปิดโอกาสให้นำผักผลไม้มาขายบนแพลตฟอร์มนี้ได้ ซึ่งสามารถเป็นรายได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้ทาง Kaspy ยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้เกิดการแบ่งปันกันในชุมหรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะมีหมวดหมู่ “แบ่งปัน” ใครที่มีสินค้าที่ต้องการแบ่งปันให้ผู้อื่นโดยไม่คิดค่าสินค้า ก็สามารถโพสต์ลงในหมวดหมู่แบ่งปันได้ ต่อไปทาง Kappy จะมีการพัฒนาแอปพิเคชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีฟีเจอร์ใหม่ๆที่เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อต่อไป




นอกจากนี้ คุณอั๋น – รังสิ ทุวิรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคสปี้ จำกัด กล่าวต่อว่าผมมีโอกาสได้ไปเรียนรู้การดำเนินธุรกิจ กับโครงการพอแล้วดี The Creator ซึ่งได้รับประโยชน์ในการนำมาปรับความคิดด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมากและเล็งเห็นว่าพี่น้องในโครงการต่างก็เป็นผู้ประกอบการ และ เกษตรกรที่มีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจรวมถึงแนวคิดในการดำเนินชีวิตที่ดีมากๆ คำนึงถึงผู้คนและสิ่งแวดล้อมนอกเหนือไปจากผลกำไร ตรงกับความตั้งใจของ Kaspy เช่นกัน จึงมาเป็นแผนต่อยอดที่ Kaspy จะมีส่วนร่วมสนับสนุนความตั้งใจของคนกลุ่มนี้ กลายเป็นที่มาของหมวดหมู่สินค้ากลุ่มโครงการพอแล้วดี ซึ่งจะเป็นสินค้าเกษตร หรือสินค้าแปรรูปทางการเกษตร ที่ได้ถูกคัดเลือกมาแล้ว โดยทาง Kaspy และ โครงการพอแล้วดี ยังได้รับการสนับสนุนจากทางไปรษณีย์ไทยด้านการขนส่งสินค้าในราคาพิเศษ โดยจะมีลงนาม MOU กันด้วย

เสนาหอย กล่าวว่า ผมเริ่มหันมาทำ “วินฟาร์ม” ก็เพราะอยากมีอาชีพเป็นเกษตรกรที่ผลิตผักผลไม้ที่ปลอดภัย ผมจึงเริ่มศึกษาตั้งแต่การทำดิน ลงน้ำ และขั้นตอนการปลูกทั้งหมด และมีการพัฒนาความรู้ให้กับตัวเองอยู่เสมอๆ ซึ่งยิ่งผมได้ทำก็ยิ่งสนุกและมีความสุขกับมันมากๆ ผมดีใจที่ได้เห็นผลผลิตที่ตัวเองปลูก กับมือและดีใจยิ่งกว่าที่ได้เห็นผู้บริโภคได้กินผักผลไม้ที่ปลอดภัยจากฝีมือการปลูกของผม โดยผมให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าเกษตรที่ดีและปลอดภัย เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าหรือผู้บริโภคนั่นคือความตั้งใจตั้งแต่ต้นของเรา และเมื่อเราได้มาทำงานร่วมกับ “Kaspy” ผมยิ่งมีความสุขและสนุกมากขึ้นเพราะได้นำสินค้าของ “วินฟาร์ม” มาขายบนแอป Kaspy แอปขายสินค้าเกษตรสัญชาติไทย ซึ่งผมชอบ Kaspy ตรงที่เขาเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาเป็นผู้ขายได้ แต่คนๆนั้นต้องผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพจริงๆ และที่สำคัญ Kaspy ยังใส่ใจในเรื่องการช่วยพัฒนาความรู้ให้กับเกษตรกรด้วยโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่และเรื่องการขนส่งสินค้า ซึ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการช่วยเกษตรกรให้มีช่องทางการขายที่มากขึ้น



คุณฟิวส์ วานิชย์ วันทวี (ว.ทวีฟาร์ม) กล่าวว่า คนที่อยู่ในภาคของเกษตรกรรมส่วนใหญ่มักจะขาดความรู้เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การขายออนไลน์ ซึ่งทำให้ขาดโอกาสการขายในวงกว้าง แต่พอมีตัวกลางแบบ “Kaspy” ผมว่าสามารถช่วยเกษตรกรได้เยอะเลยในเรื่องการขายออนไลน์ อย่างผมจากเมื่อก่อนที่มีการขายแบบ B2B เท่านั้น แต่ปัจจุบันก็เริ่มมีลูกค้าแบบ B2C มากขึ้น ทำให้ผมมีฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น และอย่างที่รู้กันลูกค้าออนไลน์เป็นลูกค้าที่มีจำนวนมาก ถ้าเราทำตลาดตรงนี้ได้ก็ถือว่าเพิ่มโอกาสในการขายให้กับเกษตรกรได้มากขึ้นด้วย และ Kaspy มีการทำงานกับหน่วยงานด้านการขนส่งทำให้การขนส่งเป็นไปแบบสะดวกสบายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นของแห้งหรือของสด ก็สามารถส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคได้อย่างปลอยภัย



คุณต่อ ธนพงษ์ วงศ์ชินศรี หรือคุณต่อ เพนกวิน อีท ชาบู กล่าวว่า ความสำคัญของร้านอาหารที่จะทำให้รสชาติอาหารอร่อยก็ต้องเกิดจากการมีวัตถุดิบที่ดีและปลอดภัย ที่สำคัญต้องเป็นวัตถุดิบที่มีอย่างสม่ำเสมอ มีการเชื่อมต่อต้นน้ำของผู้ผลิตวัตถุดิบให้มาเจอกับกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นร้านอาหาร โรงแรมหรือรีสอร์ท เป็นไอเดียที่ดีมาก ๆ เพราะผมมองเห็นว่ามันจะเป็น model ที่ win win win กันทุกฝ่าย และยังมีการผลักดันให้เกิดระบบธุรกิจที่มีความเกื้อกูล บวกกับเล็งเห็นถึงความสำคัญของวัตถุดิบที่ดีที่มาจากชุมชนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีคุณค่า



คุณกอล์ฟ สุรัมภา หยกโชติสกุล เจ้าของแบรนด์กาแฟ Brew Flavor กล่าวว่า เมื่อเริ่มมาเป็นผู้ประกอบการทำให้ได้เรียนรู้ว่าการเป็นผู้ประกอบการที่ดีจะหยุดเรียนรู้ไม่ได้ ถ้าเรามองว่าทุกวันนี้มีใครทำอะไรอยู่แล้วบ้าง เราต้องคิดและทำให้ต่างจากเขา ซึ่งแน่นอนก็ต้องดีกว่าด้วยเช่นกัน ซึ่งการเรียนรู้จะเป็นกระบวนการในการพัฒนาตนให้ดีกว่าเมื่อวาน นอกจากนี้เราก็ต้องเรียนรู้ว่าผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการอะไรไปพร้อมๆกัน การที่มีแอป Kaspy ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรง รู้ถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ซึ่งสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาสินค้าให้ออกได้ดีถูกใจผู้บริโภค

ภายในงานยังมีการเปิดตัวเหล่า เกษตรกรและผู้ประกอบการกลุ่มสินค้า Kaspy คัดสรร รวมถึงได้นำสินค้า Kaspy คัดสรรมาให้ผู้ร่วมงานได้รู้จัก รับชม ทดลองชิม อีกทั้งยังมีเชฟสุดพิเศษมาทำอาหารจากวัตถุดิบคัดสรรให้ได้เพลิดเพลินกันอีกด้วย



“สินิตย์” รมช.พาณิชย์ เยี่ยมชมตลาดนัด GIพร้อมเผยเดินหน้าสร้างช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง

posted Mar 31, 2021, 2:18 AM by Maturos Lophong




“สินิตย์” รมช.พาณิชย์ เยี่ยมชมตลาดนัด GI

พร้อมเผยเดินหน้าสร้างช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง



นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใกล้ชิดประชาชน เยี่ยมชมตลาดนัด GI ชวนช๊อป ชิม ชิล และร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ GI ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2564 ณ ลานเอนกประสงค์ชั้น 3 บริเวณหน้าอาคารกรมทรัพย์สินทางปัญญา ยันพร้อมเดินหน้าส่งเสริมผลักดันการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้กับสินค้า GI ไทยอย่างยั่งยืน




นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นสนับสนุน ผลักดัน ขับเคลื่อนการส่งเสริมการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าการตลาดของการจำหน่ายสินค้า GI ไทยอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าส่งเสริมการคุ้มครอง GI ทั้งในไทยและต่างประเทศ และได้ดำเนินการในประเทศร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยรายการใหม่ๆ ล่าสุดขึ้นทะเบียน GI เพิ่ม 2 รายการ คือ

ข้าวหอมขาวเจ๊กชัยนาท และถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน ทำให้ปัจจุบันมีสินค้า GI ของไทยที่ขึ้นทะเบียนมีทั้งสิ้น 136 รายการ ครอบคลุม 76 จังหวัด ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับสินค้า GI ให้สูงขึ้น หลังจากที่ผ่านมาสินค้า GI ไทยสร้างมูลค่าทางการตลาดโดยรวมได้กว่า 36,000 ล้านบาท”

นายสินิตย์ กล่าวว่า “ตลาดนัด GI ณ ลานเอนกประสงค์ชั้น 3 บริเวณหน้าอาคารกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดเป็นประจำทุกสิ้นเดือนเป็นอีกช่องทางที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

จัดขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า GI ไทย และสร้างรายได้ให้แก่สินค้าชุมชนที่เป็น GI โดยในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มีนาคม - 1 เมษายน 2564 ซึ่งมีสินค้าที่น่าสนใจ และตรงกับความนิยมของผู้บริโภค ได้แก่ ปลาทูแม่กลอง ละมุดสุโขทัย ลูกหยียะรัง ข้าวไร่ลืมผัวเพชรบูรณ์ สับปะรดบ้านคา มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร ส้มโอนครชัยศรี เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด ทุเรียนป่าละอู พริกไทยจันท์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม น้ำตาลมะพร้าวแม่กลอง

ขนมหม้อแกงเมืองเพชร น้ำตาลโตนดเมืองเพชร กาแฟเขาทะลุ กล้วยเล็บมือนางชุมพร เผือกหอมบ้านหมอ ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว และปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี





ทั้งนี้ นอกจากการส่งเสริมการจดทะเบียน GI ทั้งในและต่างประเทศแล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ยังให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบควบคุมตรวจสอบคุณภาพสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ว่าจะได้รับสินค้า GI ที่มีคุณภาพและมาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง พร้อมเดินหน้าส่งเสริม

ด้านการตลาด โดยเฉพาะการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้า GI ต่าง ๆ ได้ทาง Facebook เพจ GI Thailand เพื่อร่วมสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบการ GI ให้สามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้




อพวช. เปิดตัว “NSM Science Square @ The Street Ratchada”

posted Mar 2, 2021, 12:37 AM by Maturos Lophong


อพวช. เปิดตัว “NSM Science Square @ The Street Ratchada”

แหล่งเรียนรู้สุด “SCREAM” แห่งใหม่ใจกลางกรุง

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดตัวพื้นที่การเรียนรู้แบบสร้างสรรค์แห่งใหม่ใจกลางกรุง ในชื่อ “NSM Science Square @ The Street Ratchada” ณ ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 ผลักดันเป็นสุดยอดแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบ “SCREAM” ที่จะชวนคุณมาปลดปล่อยจินตนาการและสร้างประสบการณ์ผ่านการเล่น เรียนรู้ ในนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างสนุกสนาน ทั้งสร้างสรรค์แรงบันดาลใจผ่านการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง โดยรองรับคนทุกเพศทุกวัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า “อพวช. มีภารกิจในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แก่สังคมไทย และเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่ผู้เข้าชมสามารถมาเรียนรู้และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง โดยปัจจุบันเราเปิดให้บริการ 4 พิพิธภัณฑ์ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ และพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ที่ คลองห้า ปทุมธานี และในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่ทาง อพวช. ได้เปิดตัวพื้นที่การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ในชื่อ “NSM Science Square @ The Street Ratchada” หรือ “จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา” ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่เสริมสร้างประสบการณ์ และแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการและกิจกรรมเสริมศึกษาให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไปอย่างหลากหลาย ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 ที่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดย NSM Science Square @ The Street Ratchada จะเน้นรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ ที่เรียกว่า “SCREAM” ย่อมาจาก S = SCIENCE : วิทยาศาสตร์ C = Coding : การเขียนโค้ด R = Robotics : การพัฒนาและสร้างหุ่นยนต์ E = Engineering : วิศวกรรมศาสตร์ A = ART : ศิลปศึกษา และ M = Mathematic : คณิตศาสตร์ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมมากมายในคอนเซ็ปต์ที่จะให้ทุกคนได้ลองสำรวจ (Explore) ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน (Enjoy) และสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ (Inspire) ไปกับกิจกรรมที่คุณได้ลองลงมือทำด้วยตัวเอง”




สำหรับไฮไลท์ในส่วนของนิทรรศการ เราได้นำ นิทรรศการ “สวนปริศนา” LOGICAL PARK ที่จะชวนไปค้นพบเรื่องราวการไขปริศนาที่สนุกสนาน และท้าทายความคิด ด้วยชิ้นงานสื่อสัมผัส ในรูปแบบเกม ที่จะทำให้การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และตรรกศาสตร์ เป็นเรื่องที่ง่ายและไม่น่าเบื่ออีกต่อไป โดยภายในนิทรรศการจะประกอบไปด้วยทั้งหมด 5 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซนอัลกอริทึม โซนความน่าจะเป็น โซนตรรกศาสตร์ โซนการเขียนโปรแกรม และโซนเกมปริศนา ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมเสริมศึกษาที่น่าสนใจและห้ามพลาด อาทิ

กิจกรรม Imaginarium (Blue Box) : สนามเด็กเล่นแห่งจินตนาการ สนุกสนาน สร้างสรรค์ เสริมสร้างจินตนาการจากของเล่นรูปทรงตัวต่อขนาดต่าง ๆ ที่สามารถต่อรูปทรงได้ตามจินตนาการแบบไร้ขีดจำกัด

กิจกรรม Inspire Lab : กิจกรรมห้องทดลองวิทยาศาสตร์ พัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับเยาวชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผ่านกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์




กิจกรรม Innovation Space : กิจกรรมเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะด้านการเป็นนักประดิษฐ์สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ด้วยตนเอง โดยการแก้ไขปัญหาตามโจทย์ที่กำหนด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สร้างผลงาน ลงมือปฏิบัติตามกระบวนการทาง STEM Education

กิจกรรม I-SCREAM : พื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ฝึกฝนทักษะ และเรียนรู้สิ่งรอบตัว เพื่อถ่ายทอดเรื่องราววิทยาศาสตร์ โดยใช้ศิลปะในการสื่อสาร เพื่อให้เกิดความสนุกสนานและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ อาทิ Theatre for story-telling,โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย, Science painting เป็นต้น

กิจกรรม Explorium : กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ธรรมชาติ สวมบทบาทเป็นนักธรรมชาติวิทยา สืบค้นไขความลับของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ฝึกจำแนกสิ่งมีชีวิตตามหมวดหมู่ และตื่นตาตื่นใจกับตัวอย่างสัตว์สตัฟฟ์





ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กล่าวร่วมแสดงความยินดีในการเปิดแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ในครั้งนี้ว่า “สำหรับศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา มีแนวคิดในการเป็นพื้นที่สำหรับกลุ่มครอบครัวและกลุ่มวัยรุ่น ให้มีพื้นที่ในการพักผ่อน ทำกิจกรรมร่วมกัน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยเน้นการสร้างชุมชนของกลุ่มคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน ให้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และใช้เวลาว่างร่วมกัน ซึ่งรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ อพวช. ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ของเรา ซึ่งการเปิดแหล่งเรียนรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ ในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ถือเป็นสิ่งใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็มให้เป็นศูนย์การค้าที่ครบถ้วนในทุกด้าน รวมทั้งจะทำให้เกิดกลุ่มผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่ ๆ ที่สนใจด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งถือเป็นช่องทางสร้างความสุขให้ทุกคนในสังคม และพัฒนาสังคมไทยให้เด็กและเยาวชนไทยได้รักและสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น และถ้าพูดถึงความพร้อมด้านพื้นที่ ทางเดอะ สตรีท ฯ มีความพร้อมทุกด้าน เพราะสามารถเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน และมีที่จอดรถเพียงพอสำหรับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้เรายังมีความพร้อมด้านร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง อีกด้วย ในครั้งนี้ทางศูนย์การค้า เดอะ สตรีท ฯ ถือเป็นก้าวแรกแห่งความร่วมมือครั้งสำคัญและยินดีอย่างเต็มที่ในการที่จะสนับสนุนการดำเนินงานต่าง ๆ ของ อพวช. ต่อไปในอนาคต ”

ผศ.ดร.รวิน ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “อพวช. หวังว่า “NSM Science Square @ The Street Ratchada” แห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าให้กับสังคมไทยในการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต รวมทั้งได้สร้างความสุขให้กับทุก ๆ คนในครอบครัว ซึ่งในอนาคตเราจะมีการหมุนเวียนในการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจ รวมทั้งกิจกรรมใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน”


พิเศษ! ในช่วงเปิดตัวเดือนแรก มี.ค. 64 นี้ เมื่อซื้อกิจกรรมภายในจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ทุก 300 บาท จะได้รับบัตรอภินันทนาการส่วนลดมูลค่า 100 บาท ทันที! สำหรับ “NSM Science Square @ The Street Ratchada” เด็ก ,นักเรียน-นักศึกษา , สูงอายุ เข้าชมนิทรรศการ ฟรี! ผู้ใหญ่เสียค่าเข้าชม ราคา 20 บาท ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันเวลา 10.00 - 19.00 น. ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0 2577 9970 หรือ FACEBOOK : NSMScienceSquare

TIP ปันรัก #3 Ep: LoveFromHome

posted Feb 19, 2021, 12:31 AM by Maturos Lophong   [ updated Feb 19, 2021, 12:32 AM ]


TIP ปันรัก #3 Ep: LoveFromHome มิติใหม่ของปาร์ตี้แบบ New Normal

มิติใหม่ของการจัดปาร์ตี้แบบ New Normal 

 ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ และทีมงานสื่อสารองค์กร ทิพยประกันภัย จัดงาน “TIP ปันรัก #3 Love From Home”

 ขอบคุณสื่อมวลชน ในวันแห่งความรัก แบบ New Normal จัดกิจกรรมได้แบบปลอดโควิด - 19 ผ่านระบบ Zoom


 มีสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมมากมาย โดยไม่ต้องมารวมตัวกันในงานเหมือนทุกปีแต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในความสุข สนุกสนานทุกกิจกรรมเสมือนอยู่ภายในงานจริงๆ 


 ท่ามกลางบรรยากาศที่สนุกสนาน อบอุ่น ได้รับประทานอาหารร่วมกัน และอบอวลไปด้วยความรัก ตลอด 4 ชั่วโมงของการจัดกิจกรรม พร้อมจับสลากและมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ให้กับสื่อมวลชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมทุกคนอีกด้วย




บาร์บีคิวพลาซ่า จับมือ แสนสิริ ประกาศกลยุทธ์เด็ด ปี 64 เปิดตัวแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

posted Feb 8, 2021, 11:17 PM by Maturos Lophong



“แสนสิริ x บาร์บีคิวพลาซ่า กระจายความสุข” สร้างความสุขลั่น สนั่นเมือง

-การผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจร้านอาหาร และ วงการอสังหาฯ-

-พร้อมสั่นสะเทือน ฉีกทุกกฎกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่-


-ยกทัพจัดเต็มโปรโมชั่น และดีลดีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อแฟนบาร์บีคิวพลาซ่า และลูกบ้านแสนสิริ-

9 กุมภาพันธ์ 2564, กรุงเทพฯ: “บาร์บีคิวพลาซ่า” ผู้นำธุรกิจร้านอาหาร ตัวจริงเรื่องปิ้งย่าง นำโดย บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างโอกาสทางการตลาดกลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ประกาศผนึกกำลังกับ “แสนสิริ” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย โดย ชลีรัตน์ ต่อจรัส ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ประกาศเดินหน้ารุกตลาด พร้อมเผยพันธกิจหลักกับโปรเจ็คสุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2564 เปิดตัวแคมเปญ “แสนสิริ x บาร์บีคิวพลาซ่า กระจายความสุข” ที่สร้างกระแสฮือฮาจากไวรัลแคมเปญบนโลกโซเชียล ที่คนไทยทั้งประเทศต่างพูดถึง พร้อมยกทัพกระจายความสุขจัดเต็มโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษสุดคุ้มมากมาย มาในรูปแบบ Privilege สุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ การเดินหน้าช่วยคนไทยได้มีบ้านง่ายขึ้น และอิ่มอร่อยไปกับครั้งแรกของแคมเปญสุดปังจากบาร์บีคิวพลาซ่า ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน

ด้านหัวเรือใหญ่จากบาร์บีคิวพลาซ่า คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างโอกาส ทางการตลาดกลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เผยว่า “ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทางบาร์บีคิวพลาซ่า ได้มาจับมือเป็นพันธมิตรหลักกับ แสนสิริ ภายใต้แนวคิด Stay with customers ซึ่งการอยู่เคียงข้างลูกค้าในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์หลักของ ฟู้ดแพชชั่น โดยเน้นย้ำในเรื่องการให้ความสำคัญกับการดำรงชีวิตด้วยปัจจัยสี่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้คน ครั้งนี้จึงเป็นการร่วมมือผนึกกำลังครั้งใหญ่ของสองอุตสาหกรรม ในการทำโมเดล Licensing Partnership จากการที่เรามีความแข็งแกร่งและเชี่ยวชาญเรื่องการทำ Character Marketing ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการต่อยอดสำหรับการสร้างรายได้ช่องทางใหม่ให้กับองค์กร ด้วยการใช้มาสคอต บาร์บีกอน ที่เป็นตัวแทนของความสุข ไป Stay with customers ในทุก ๆ กิจกรรมการตลาด และเพื่อสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ เช่น การขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็น GON Lover สำหรับครั้งนี้จึงถือเป็นการเชื่อมต่อวงการธุรกิจร้านอาหาร และ วงการอสังหาฯ เข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง โดยได้รับผลตอบรับดีจนเกิดกระแสไวรัลแคมเปญทั้ง ออฟไลน์ และออนไลน์ ซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ปี 2564 ที่จะยกขบวนความอร่อยมาพร้อมโปรโมชั่น และดีลดี ๆ มากมายมากระจายความสุขให้คนไทยทั้งประเทศและลูกบ้านแสนสิริ อาทิ ชุดอาหารสุดพิเศษ “แสนสิริ มงGON” “GON Gang Delivery” “GON Food Truck” และ “GonGangFlix จาก Gon Gang Club” เพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสนุก และ ความสุขให้แก่คนไทยทั้งประเทศ”

ครั้งแรกในประเทศไทย!! สิทธิพิเศษจาก บาร์บีคิวพลาซ่า เฉพาะสำหรับลูกบ้านครอบครัวแสนสิริ

· แสนสิริ มงGON ชุดอาหารในชื่อชุดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เป็นการผสมผสานชื่อเมนู จาก แสนสิริ และ บาร์บีกอน (แบรนด์คาแรคเตอร์) เข้าไว้ด้วยกัน โดยสั่งชุดแสนสิริ มงGON ได้ที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ทุกสาขา สำหรับชุดหมู ในราคาเพียง 249 บาท ชุดเนื้อ ในราคาเพียง 259 บาท และสามารถสั่งกลับบ้านได้ด้วย

· GON Gang Delivery ให้บริการเดลิเวอรี่พิเศษ และเพิ่มสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกบ้านแสนสิริ 134 โครงการ ในแบบฉบับ GON Lover ตัวจริงเรื่องปิ้งย่าง ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยส่งตรงถึงบ้านแล้ว! สมาชิกลูกบ้านแสนสิริรับโค้ดส่วนลดพิเศษ 100 บาท ได้ทาง Sansiri Home Service Application แล้วนำโค้ดส่วนลดไปสั่งอาหารได้ที่ LINE@GONGANG เมื่อสั่งอาหารใดก็ได้จาก GON Gang Delivery ยอดสั่งซื้อตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป

· GON Food Truck ครั้งแรก! ของบาร์บีคิวพลาซ่า กับ รถ GON Food Truck ที่พร้อมทักทายทุกคน และพร้อมเสิร์ฟความอร่อยในสไตล์ GON ปิ้งย่าง เปิดตัวครั้งแรกที่โครงการแสนสิริ ในคอนเซ็ปต์ “Happiness Through Food” ส่งมอบความสุขผ่านมื้ออาหารในรูปแบบสนุกสุด Fun สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และเข้าถึงได้ง่าย

· GON GANG FLIX จาก Gon Gang Club สิทธิพิเศษใหม่ในรูปแบบ Subscription Model แพ็คเก็จพิเศษ ที่จะเชื่อมต่อระหว่างลูกบ้านแสนสิริ และแฟนบาร์บีคิวพลาซ่า ที่มากกว่าคำว่าเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะมาพร้อมดีลดีแห่งปี มอบให้แก่ลูกค้าคนสำคัญแบบคุ้มเกินคุ้มอย่างแน่นอน

“เพราะความเชื่อที่ว่า หมดยุคของการเก่งคนเดียวแล้ว ต้องขอขอบคุณทางแสนสิริที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม เพื่อการสร้างความแข็งแกร่งของการทำโปรเจ็คการตลาดรูปแบบใหม่ในครั้งนี้ ตั้งแต่การพาบาร์บีกอน ออกจากหน้าร้าน ไป Work Form Home ที่โครงการต่าง ๆ ของแสนสิริ ต่อด้วยกระแสไวรัล นั่น GON ป่ะ บนโซเชียลมีเดีย ที่ทุกคนต่างพูดถึง โดยเป้าหมายของบาร์บีคิวพลาซ่า เราคาดหวังว่าจะปั้น Licensing “บาร์บีกอน” เสมือน “ณเดชน์” ที่มีความหล่อ น่ารัก ใครเห็นก็มีแต่รอยยิ้มและความสุขเพื่อ Stay home with more joy หรือ การส่งมอบและกระจายความสุขถึงบ้าน ผ่านมื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะมอบให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ สุดท้ายอยากให้ติดตามแบรนด์ในเครือฟู้ดแพชชั่นอย่าง ฌานา โภชา จุ่มแซบฮัท เรดซัน และแบรนด์ น้องใหม่ หมูทอดกอดคอ รวมถึงอีกหนึ่งแพลตฟอร์มหลักอย่าง LINE@GONGANG ที่ปี 64 จะมีโปรโมชั่น และดีลดีมามอบให้อย่างแน่นอน” บุณย์ญานุช กล่าวปิดท้าย



ชลีรัตน์ ต่อจรัส ผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่อยู่อาศัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของลูกค้ากลุ่มเรียล ดีมานด์ ที่มองหาเพื่ออยู่อาศัยเองและตอบโจทย์ Work from Home แสนสิริ จึงนำแคมเปญที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ‘แสนสิริ ผ่อนให้ 24 เดือน*’ กลับมาอีกครั้งในปีนี้ พร้อมกับเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ที่คนไทยทุกคนต่างเฝ้ารอคอย นั่นก็คือ แคมเปญโปรโมชั่นแรงแห่งปี “แสนสิริ x บาร์บีคิวพลาซ่า กระจายความสุข” และสิทธิพิเศษเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับบาร์บีคิวพลาซ่า ผู้นำธุรกิจร้านอาหาร ตัวจริงเรื่องปิ้งย่าง เพื่อกระจายความสุขแลส่งกำลังใจให้กับทุก ๆ คน ในช่วงสถานการณ์นี้ได้สู้ต่อ และมีพลังในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในฐานะ market mover นับเป็นครั้งแรกของวงการอสังหาฯ ที่จับมือข้ามธุรกิจกับผู้นำด้านอาหารอย่างครบวงจร ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งหวังให้คนไทยทั้งประเทศได้ “มีบ้านง่ายขึ้น และอิ่มท้อง” ผ่านแนวคิดกลยุทธ์และโอกาสในการรุกตลาดรูปแบบใหม่ ๆ ที่แตกต่าง ด้วยการผนึกพันธมิตรผู้นำล่าสุดอย่าง ฟู้ด แพชชั่น เพื่อนำพาองค์กรแสนสิริและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเราให้อยู่รอดอย่างแข็งแกร่งในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ได้ โดยตั้งเป้าสร้างยอดขายกว่า 1,500 ล้านบาท จากแคมเปญความร่วมมือครั้งนี้”

“สำหรับทิศทางกลยุทธ์การรุกตลาดอสังหาฯของแสนสิริ เราต้องการสร้างเอนเกจเมนท์กับกลุ่มเป้าหมายควบคู่กับการขายโครงการ ด้วยการสร้างโมเมนต์แห่งความสุขร่วมกัน (Joyful Together Experience) ผ่านคาแรกเตอร์สนุกๆของบาร์บีกอนที่มามอบความสุข โดยวางแผนขยายฐานตลาดลูกค้าใหม่ๆ แบบผสมผสานในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงทุกเพศทุกวัยในทุกเซ็กเมนท์ ครอบคลุมทุก brand touchpoints ในชีวิตผู้บริโภคแบบ On-Life เพื่อยืนหยัดการเป็นแบรนด์ที่พร้อมอยู่ข้างทุกคนเสมอในทุกสถานการณ์ สู่การเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้ (Brand Love) ตอกย้ำจุดยืนแบรนด์แสนสิริที่เข้าถึงทุกคนและจับต้องง่ายในแนวคิด ‘Made for Life เพื่อชีวิตดีดีของทุกคน ตั้งแต่การสร้างกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียผ่าน story telling ร่วมกันเพื่อชวนให้คนติดตามและมีส่วนร่วมตลอดแคมเปญ อาทิ เล่นเกมส์ชิงรางวัลตลอดแคมเปญ, เปิดตัว Tiktok Sansiri official @sansiriplc ที่ GON ชวนเหล่า Tiktokers มาร่วมกระจายความสุข Spread Joy ทั่วเมืองตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ ผ่าน #SansiriSpreadJoy #MadeForJoy ตลอดจนกิจกรรมการตลาดมากมายที่จะมาเซอร์ไพรส์ลูกบ้านแสนสิริ แฟมิลี่ กว่า 100,000 ครอบครัว


แสนสิริ ควง บาร์บีคิว พลาซ่า กระจายความสุขให้คนไทยทั้งประเทศแบบ 4 ต่อ

มีบ้านง่ายขึ้น กับ “แสนสิริ ผ่อนให้ 24 เดือน*” และ รับเพิ่มอีกกับโปรโมชั่นเด็ด พร้อมสิทธิพิเศษ

อีกมากมายจาก ‘GON ให้เพิ่ม’ ที่โครงการบ้าน คอนโดฯ และ ทาวน์โฮมพร้อมอยู่ รวม 59 โครงการ

ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 11 ก.พ. – 31 มี.ค. นี้เท่านั้น

· ต่อที่ 1 แสนสิริ ผ่อนให้ทั้งต้นทั้งดอกเน้นๆ ไปเลย 24 เดือน*

· ต่อที่ 2 GON ให้คุณได้ลุ้นเพิ่มโปรพิเศษอีกเพียบ* อาทิ ทองคำ, ส่วนลด on top,บัตรกำนัลเงินสด, ได้ค่าส่วนกลาง

เพิ่ม, เครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด และเฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ต

· ต่อที่ 3 ลูกค้าบาร์บีคิวพลาซ่า ชวนเพื่อนมาซื้อโครงการแสนสิริ รับค่าแนะนำไปเลยสูงสุด

200,000 บาท*

· ต่อที่ 4 รับ ฟรี! gift voucher ชุดหมูพิเศษ ‘แสนสิริ มงGON’ ไปกินที่ร้าน Bar B Q plaza เพียงเยี่ยมชมโครงการแสนสิริและร่วมกิจกรรมถ่ายภาพ* กับบาร์บีกอนที่โครงการบ้าน คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮม จากแสนสิริ



“แสนสิริ และ บาร์บีคิวพลาซ่า มุ่งหวังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยคนไทยทุกคนและสังคมได้มีความสุข มีรอยยิ้ม และมีกำลังใจให้สู้ต่อไปในช่วงเวลานี้อย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับเรา ซึ่งเราหวังว่าจะช่วยสานต่อความหวังของทุกคนให้เป็นจริงได้ด้วยการมีบ้านเป็นของตัวเอง ไปพร้อมกับกิจกรรมที่เราตั้งใจมอบให้คนไทยทุกคน” ชลีรัตน์ กล่าวสรุป

#MadeForJoy #แสนสิริxGONกระจายความสุข #GONให้เพิ่ม

 

Peppermint Field Mask Drop “สูตรสำหรับใส่แมสก์โดยเฉพาะ แค่ดรอปก็สดชื่น”

posted Dec 29, 2020, 12:44 AM by Maturos Lophong



Peppermint Field Mask Drop 

“สูตรสำหรับใส่แมสก์โดยเฉพาะ แค่ดรอปก็สดชื่น”

นวัตกรรมใหม่สุดคูล ครั้งแรกของเมืองไทย ให้คุณใส่แมสก์ได้นานขึ้น



ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ชีวิตวิถีใหม่แบบ new normal แมสก์ (หรือหน้ากากอนามัย) คือ Must Have Item ชิ้นสำคัญที่ใครๆ ก็ต้องมี แต่รู้ไหมว่าหลายคนยังคงเลือกที่จะไม่ใส่แมสก์ หรือใส่แบบไม่ปิดจมูก เพราะรู้สึกอึดอัด หายใจไม่สะดวก…


จบทุกความกังวล ด้วยนวัตกรรรมใหม่สุดคูล! ขอแนะนำ “Peppermint Field Mask Drop” ครั้งแรกของเมืองไทยกับน้ำยาใส่แมสก์โดยเฉพาะที่จะเปลี่ยนทุกประสบการณ์ความอึดอัดจากการใส่แมสก์ ให้มีความหอมสดชื่น ช่วยให้คุณสวมใส่แมสก์ได้ยาวนานขึ้น ทั้งยังไม่ทำให้แสบตา มีให้เลือกถึง 2 กลิ่น



· Mask Drop: Fresh Mint Scent 

แมสก์ดรอป กลิ่น เฟรชมิ้นท์ หลอดสีขาว หอมละมุน สดชื่น ด้วยกลิ่นของเฟรชมิ้นท์

· Mask Drop: Black Mint Scent

แมสก์ดรอป กลิ่นแบล็คมิ้นท์ หลอดสีดำ หอมเข้น ด้วยกลิ่นของยูคาลิปตัส


Peppermint Field Mask Drop ดียังไง?


ü ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดเวลาใส่แมสก์ 

ü สูตรเฉพาะสำหรับใส่แมสก์ หอม เย็น ไม่แสบตา

ü ช่วยดับกลิ่นลมหายใจภายใต้แมสก์

ü ช่วยดับกลิ่นเหม็นของแมสก์ ให้แมสก์มีกลิ่นหอม

ü สามารถใช้ได้กับแมสก์ทุกประเภท


รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมเลือก Peppermint Field Mask Drop ให้เป็นหนึ่งในไอเท็มติดกระเป๋าของคุณ พกไว้อุ่นใจกว่า รับรองว่าปีใหม่นี้การ์ดดีไม่มีตกแน่นอน จะซื้อให้ตัวคุณเองหรือหาเป็นของขวัญแสนถูกใจผู้รับ แค่เข้าไปที่ Shopee คลิก: https://bit.ly/374Imoo ราคาเพียง 39 บาท เท่านั้น!


เกษตรกรเลี้ยงกุ้งประสานเสียง ตั้งการ์ดป้องกันโควิด19 รัดกุมทุกขั้นตอน

posted Dec 21, 2020, 6:34 PM by Maturos Lophong


เกษตรกรเลี้ยงกุ้งประสานเสียง ตั้งการ์ดป้องกันโควิด19 รัดกุมทุกขั้นตอน
ย้ำกุ้งไทยปลอดภัย ปลอดโควิด บริโภคได้อย่างมั่นใจ

นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยมีมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด19 ในระดับสูงมาโดยตลอด ด้วยความร่วมมือของ กรมประมง สมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย สมาคมกุ้งไทยและสมาคมที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนผู้ผลิตกุ้ง และเกษตรกร โดยทุกภาคส่วนเข้มงวดกับมาตรการและแนวทางการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโควิด19 อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการให้ความรู้แก่เกษตรกรซึ่งเป็นต้นทางการผลิตสัตว์น้ำ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ดำเนินการอย่างเข้มข้น

"ยืนยันกุ้งไทยปลอดภัย การผลิตทุกๆขั้นตอน มีมาตรการที่เข้มงวด ภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี GAP (Good Aquaculture Practice) ของกรมประมง ขณะที่ความปลอดภัยของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในฟาร์ม และทีมงานจับกุ้ง มีการควบคุมการทำงาน รวมถึงการเข้าออกฟาร์มอย่างรัดกุม โดยดำเนินมาตรการป้องกันตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีความปลอดภัยในการผลิต 100% ส่วนสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นที่สมุทรสาคร เป็นโรคที่เกิดจากคนสู่คน ไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กุ้ง ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคใดๆ" นายบรรจง กล่าว



ด้าน นายครรชิต เหมะรักษ์ ประธานเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย กล่าวว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งร่วมกันยกระดับมาตรฐานกุ้งไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการระบาดของโควิด19 เกษตรกรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ได้ยกระดับการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิดอย่างเข้มงวด ตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงให้กับแรงงานในภาคการผลิต ขณะที่กระบวนการเลี้ยงทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและควบคุมของกรมประมง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยสูงสุด พร้อมทั้งมีมาตรการในการควบคุมและตรวจสอบสินค้าที่จัดจำหน่ายในแหล่งจำหน่าย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่ากุ้งไทย สด สะอาด ปลอดภัย ก่อนถึงมือผู้บริโภค

"ขอย้ำว่าในกระบวนการผลิตกุ้ง มุ่งปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิดอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว ทั้งพนักงานที่ทำงานในฟาร์ม การลงกุ้งเลี้ยง กระบวนการจับกุ้ง ไปจนถึงการขนส่งเข้าโรงงานแปรรูป ที่ทั้งหมดดำเนินการอย่างรัดกุม จนกระทั่งถึงสถานที่จำหน่าย ที่ผลิตภัณฑ์ต้องมีใบรับรองว่าผ่านการตรวจสอบและยืนยันความปลอดภัยทุกครั้ง ผู้บริโภคจึงเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์กุ้งไทยปลอดภัย ปลอดสาร ปลอดโควิด และบริโภคกุ้งได้อย่างมั่นใจ" นายครรชิต กล่าว




ทั้งนี้ ดร. วิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง ได้ชี้แจงไว้ก่อนหน้านี้ว่า สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโรคโควิด19 ในสัตว์น้ำนั้น ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการตรวจพบโรคโควิด19 ในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแต่อย่างใด 

อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานการเกิดโรคจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกันนี้ อาทิ SAR CoV2 และ MERS ในสัตว์น้ำที่เป็นสัตว์เลือดเย็นมาก่อน จึงขอให้ผู้บริโภคมั่นใจในการบริโภคสัตว์น้ำ ด้วยการเลือกรับประทานสัตว์น้ำที่สด สะอาด และปรุงสุกใหม่เสมอ เพื่อความปลอดภัย 

สอดคล้องกับ คำแนะนำของ นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ที่ระบุว่ามีโอกาสน้อยที่อาหารจะปนเปื้อนเชื้อโควิด19 จากข้อมูลตัวอย่างที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนก็แนะนำให้รับประทานอาหารสุกร้อน ล้างมือบ่อยๆ และสวมใส่หน้ากากอนามัย

“พีที” ชวนคนไทยสุขเต็มแมกซ์ไปกับ “แมคโดนัลด์”

posted Dec 20, 2020, 10:07 PM by Maturos Lophong   [ updated Dec 20, 2020, 10:26 PM ]


“พีที” ชวนคนไทยสุขเต็มแมกซ์ไปกับ “แมคโดนัลด์” 

เพิ่มสิทธิประโยชน์แบบดับเบิ้ลผ่านแมกซ์การ์ด 1 ม.ค. 64 นี้


 สถานีบริการน้ำมันพีที จับมือพันธมิตร “แมคโดนัลด์” พร้อมเสิร์ฟความสุขแบบดับเบิ้ลแมกซ์รับปีใหม่ ใช้คะแนนสะสมแลกรับส่วนลด 100 บาททุกเมนูที่ร้านแมคโดนัลด์ พร้อมมอบของขวัญวันเกิดแมคซันเดอร่อยสดชื่นให้ฟรี! ความพิเศษแบบนี้เฉพาะสมาชิกบัตรพีทีแมกซ์การ์ดเท่านั้น

นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที เปิดเผยว่า ปี 2563 นับเป็นอีกปีที่ประสบความสำเร็จในการทำให้บัตร Max Card เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการเติมความสุขแก่สมาชิกผู้ถือบัตรที่มีกว่า 14 ล้านรายทั่วประเทศ ซึ่งคิดเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ผ่านสิทธิประโยชน์และบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่จัดเต็มอย่างจุใจโดยเฉพาะความร่วมมือกับร้านค้าพันธมิตรที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 400 รายทั่วประเทศ ซึ่งในปี 2564 เราไม่หยุดยั้งในการเชื่อมโยงพันธมิตรที่แข็งแกร่งตามเป้าหมายที่วางไว้ว่า Max Card ต้องเป็นมากกว่าบัตรสะสมคะแนนและแลกของรางวัลทั่วไปโดยสามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง
โดยตลอดทั้งปี 2564 เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลักอย่าง “แมคโดนัลด์” โดยวันนี้ (4 ธ.ค.) ได้รับเกียรติจากนายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมคไทย จำกัด มาร่วมมอบประสบการณ์ความสุขเต็มแมกซ์แก่ลูกค้าผู้ถือบัตร Max card ผ่านแอพพลิเคชั่น PT Max Rewards ดับเบิ้ลความสุข 2 ต่อ ต่อแรก ใช้ 300 คะแนนแลกส่วนลด 100 บาทสำหรับทุกเมนูเพียงกดรับรหัสแล้วแสดงสิทธิ์ก่อนชำระเงินต่อพนักงานที่ร้านแมคโดนัลด์ (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) รหัสมีระยะเวลาใช้งาน 1 วัน จำกัด 1 รหัสต่อ 1 ใบเสร็จ โดย 1 บัตรสมาชิกสามารถใช้ได้ 2 สิทธิ์ต่อเดือน จำกัดจำนวน 30,000 สิทธิ์ตลอดรายการ ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดหรือโปรโมชั่นอื่น หรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ต่อที่สอง ร่วมฉลองวันเกิดแก่สมาชิกบัตร Max card รับฟรีแมคซันเด 1 ถ้วยทันที โดยสมาชิกสามารถกดรับสิทธิ์จากลิงค์ที่ได้รับทาง SMS ในเดือนเกิด แล้วนำรหัสที่ได้ไปแสดงสิทธิ์กับพนักงาน ชวนกดรับความสุขเต็มแมกซ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2564 นี้



“เราอยากให้สมาชิกผู้ถือบัตร Max Card รู้สึกถึงความคุ้มค่าและความใส่ใจต่อทุกความสุขของลูกค้าและยิ่งในวันพิเศษเช่นวันเกิด โดยที่ผ่านมาลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมายจากสถานีบริการน้ำมัน สถานีบริการแก๊ส LPG และร้านค้าในเครือ ไม่ว่าจะเป็น รับน้ำดื่ม 1 ขวดเมื่อเติมน้ำมันหรือแก๊ส LPG ไม่จำกัดยอดซื้อขั้นต่ำ, รับฟรีเครื่องดื่มร้อนเย็นที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยและคอฟฟี่เวิลด์, รับส่วนลด 50% เมื่อซื้อน้ำมันเครื่องแมกซ์นิตรอนที่ร่วมรายการ, รับส่วนลดซื้อสินค้าราคาพิเศษที่ร้านสะดวกซื้อแมกซ์มาร์ท และรับฟรีแผ่นน้ำหอมปรับอากาศที่ออโต้แบคส์ แต่ในปี 2564 จะพิเศษขึ้นอีกเมื่อจับมือกับแมคโดนัลด์ร่วมเสิร์ฟความสุขด้วยไอศครีมแมคซันเดทำให้วันเกิดเป็นวันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขยิ่งขึ้น” พร้อมศักดิ์ กล่าว 

สามารถติดต่อข่าวสารความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ptstation หรือ PT Call Center 1614 ทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น


.

ดีต่อใจ ... เครื่องสำอางรักษ์โลก PURE CARE BSC VEGAN “HEALTHY & BEAUTY WORKSHOP”

posted Dec 15, 2020, 1:05 AM by Maturos Lophong



ดีต่อใจ ... เครื่องสำอางรักษ์โลก 


PURE CARE BSC VEGAN “HEALTHY & BEAUTY WORKSHOP”


ร่วมไขเคล็ดลับสวยจากภายในสู่ภายนอก


PURE CARE BSC โดย บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เพื่อผิวสาวชาวเอเชีย จัดงาน PURE CARE BSC VEGAN “HEALTHY & BEAUTY WORKSHOP” 

กิจกรรมดีๆของเครื่องสำอางรักษ์โลก แนะนำผลิตภัณฑ์ดีต่อใจ PURE CARE BSC VEGAN ที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ และไม่ทดลองกับสัตว์ ภายในงานพบกับ WORKSHOP โยคะหน้าเด็กเพื่อผิวหน้าอ่อนเยาว์ (YOGA FOR BEAUTY) โดยครูโยคะมากประสบการณ์ คุณครูจิจี้ - ศิริภัสสร์ อยู่พิทักษ์ 
พร้อมร่วมพูดคุยกับแขกรับเชิญพิเศษ บูม-จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต นักแสดงดาวรุ่ง ที่จะมาเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพและการดูแลผิวพรรณ และทดลองผลิตภัณฑ์ PURE CARE BSC VEGAN กับคุณธนกฤต อนุพันธ์ ผู้เชียวชาญด้านผิวพรรณและความงาม พิเศษ!ผู้ที่ลงทะเบียนร่วมงานรับของที่ระลึกภายในงาน วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2563 เวลา 15.00 – 17.00 น. ชั้น G แผนก Beauty Hall ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ชวนคุณมาอิ่มสุข THE MALL DINING EAT & JOY

posted Dec 7, 2020, 11:06 PM by Maturos Lophong

 

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ชวนคุณมาอิ่มสุขได้บ่อย สะสมความอร่อยได้ทุกวัน

ลุ้นรับฟรี ทริปสมุย กับแคมเปญ THE MALL DINING EAT & JOY


เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ร่วมกับ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญ “THE MALL DINING EAT & JOY” อิ่มสุขได้บ่อย สะสมความอร่อยได้ทุกวัน ชวนสายไดนิ่งเตรียมพบความอร่อยได้ทุกวัน รับสิทธิ์พิเศษสุดคุ้ม ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมที่พัก สุดหรูบนเกาะสมุย 3 วัน 2 คืนให้ไปอิ่มกันแบบฟินๆ ริมชายทะเล พร้อมรับโปรโมชั่นจากร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมรายการอีกมากมาย งานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 31 มกราคม 2564 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ทุกสาขา





THE MALL DINING EAT & JOY อิ่มสุขได้บ่อย สะสมความอร่อยได้ทุกวัน ชวนนักชิมมาอิ่มที่ร้านอาหารในศูนย์ฯครบ 500 บาท รับสิทธิ์สะสมความอร่อยได้ 1 สิทธิ์ เพื่อเป็น 20 TOP FREQUENTDINER (สะสมขั้นต่ำ 30 สิทธิ์/ตลอดรายการ) รับแพคเกจทริปสมุย ที่พัก Avani+ Samui Resort ห้อง Pool Villa 3 วัน 2 คืน พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส 20 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 48,120 รวมมูลค่า 962,400 บาท ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยแบบฟินๆ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษจากร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมรายการ อาทิ AU BON PAIN, CASA LAPIN, CHESTER'S, DAIDOMON, EARW THAI, HUA SENG HONG, LEAMCHAROEN SEAFOOD, MAESRIRUEN, MOMO PARADISE, YAYOI, SIZZLER และอีกมากมาย

พิเศษ! สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ รับบัตรกำนัลศูนย์ฯ สูงสุด 200 บาท (เมื่อรวมใบเสร็จอิ่มครบ 500 บาท) และสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ รับบัตรกำนัลห้างฯ 100 บาท (เมื่อรวมใบเสร็จอิ่มครบ 500 บาท) พร้อมรับเพิ่มอีก 100 บาทเมื่อแลก 30 Smile Points


ร่วมอิ่มสุขได้บ่อย สะสมความอร่อยได้ทุกวัน พร้อมรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม และโปรโมชั่นมากมายกับแคมเปญ “THE MALL DINING EAT & JOY” งานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 31 มกราคม 2564 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์




 

1-10 of 181