Lifestyle & Events





Soft Opening สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล

posted Jan 17, 2022, 12:27 AM by Maturos Lophong   [ updated Jan 17, 2022, 12:42 AM ]


Soft Opening

สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล


หลังจากระดมสรรพกำลัง จากมวลหมู่สมาชิกช่างภาพมืออาชีพ มาร่วมขับเคลื่อนภารกิจกันในรูปของ“ชมรมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล” อยู่ระยะหนี่ง ถึงเวลาที่ “สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล” เปิดตัวสู่สาธารณะ เพื่อผลักดันภารกิจให้มวลเหล่าช่างภาพสื่อมวลชนร่วมอุดมการณ์ ในการตอบแทนสังคมทุกรูปแบบในช่วงต่อไป


งาน Soft Opening เปิดตัวของสมาคมฯ ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากพลตำรวจตรี อธิศวิส กมลรัตน์ ผู้บังคับการกองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง









กิตติพันธ์ ขันติศีลชัย นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล กล่าวถึงการเปิดตัวของสมาคมในครั้งนี้ว่า คณะกรรมการบริหารของสมาคม มีความปรารถนาที่จะทำงานตามปณิธานที่วางไว้ว่า จะสร้างสรรค์สวัสดิการคืนกลับสู่สมาชิกสมาคมฯ และตอบแทนสังคมด้วยกิจกรรมด้านต่าง ๆ

พร้อมกันนี้ทางสมาคมฯ ได้จัดงาน “รื่นเริงสุขสันต์ รับขวัญปีใหม่” ให้กับหมู่มวลสมาชิก และตัวแทนประชาสัมพันธ์ บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ที่ให้การสนับหนุนมาโดยตลอด

งานเปิดตัว “สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล” ครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2565 ณ ร้านโก๋พลัส ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด





คิทแคท ต่อยอดความอร่อยกับ Made with KitKat ลุยขยายฐานผู้บริโภค จับมือแบรนด์ดังเพิ่มมูลค่า

posted Jan 13, 2022, 12:44 AM by Maturos Lophong


คิทแคท ต่อยอดความอร่อยกับ Made with KitKat ลุยขยายฐานผู้บริโภค

จับมือแบรนด์ดังเพิ่มมูลค่า ด้วยความคิดสร้างสรรค์


กรุงเทพฯ 12 มกราคม 2565 – หากพูดถึงสโลแกนสินค้าติดหูแล้ว จะต้องมี ‘คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท’ หรือ ‘Have a break, have a KITKAT’ ของแบรนด์คิทแคท ขึ้นมาในใจใครหลายคนอย่างแน่นอน เพราะนอกจากสโลแกนสุดคลาสสิกแล้ว คิทแคทยังขึ้นแท่นเป็นแบรนด์ช็อกโกแลตอันดับหนึ่งของโลกที่คนหลาย ๆ รุ่นโปรดปรานอีกด้วย นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1935 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า 85 ปี ที่แบรนด์คิทแคทไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ความสนุกและพร้อมส่งต่อความสุขให้ผู้บริโภคในทุกเทศกาลมาโดยตลอด โดยในช่วงปีที่ผ่านมากระแสการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ต่าง ๆ ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงโดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ด้วยจุดประสงค์เพื่อต้องการจะนำเสนอเมนูที่หลากหลาย เป็นเอกลักษณ์ และสร้างความสนใจให้กับผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ คิทแคท จึงต่อยอดความสุข ส่งต่อความอร่อยให้กับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยการเปิดตัวธุรกิจ Made with KitKat ส่งไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับโพรเฟชชันนัล นำเสนอวัตถุดิบหลากหลายรูปแบบเพื่อรังสรรค์เมนูใหม่ที่แสนอร่อย ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่กับรสชาติและรสสัมผัสที่ทุกคนคุ้นเคยในสไตล์คิทแคท เพิ่มความสะดวกพร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มรวมถึงโอกาสในการสร้างธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน

คุณเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า “สำหรับคิทแคทแล้ว เรานับว่าเป็นแบรนด์ช็อกโกแลตอันดับหนึ่งของโลกที่อยู่มายาวนานเกือบร้อยปี โดยในประเทศไทยเรามีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 12% ด้วยจุดเด่นของรสชาติและเอกลักษณ์ของรสสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เราครองใจคอช็อกโกแลตและขนมหวานทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกได้อย่างไม่น่าสงสัย ในช่วงปีที่ผ่านมาเรามองเห็นถึงโอกาสการต่อยอดธุรกิจของคิทแคทให้ไปได้ไกลมากขึ้น และทำให้คิทแคทเป็นได้มากกว่าช็อกโกแลตแท่ง ที่พร้อมจะสร้างความอร่อยให้กับทุกเมนูผ่านธุรกิจ Made with KitKat เพื่อบุกตลาดในกลุ่ม B2B ที่เป็นธุรกิจอาหารซึ่งเป็นการขยายฐานลูกค้ารวมถึงสร้างสรรค์แนวคิดทางธุรกิจใหม่ ๆ โดยเรามองเห็นเทรนด์การทำธุรกิจในลักษณะ co-branding ที่สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางธุรกิจไปพร้อมกัน เราจึงได้จับมือกับร้านและแบรนด์ชื่อดังต่าง ๆ ล่าสุดคือ ปังสยาม ที่นำ “เค้กโบราณหน้าคิทแคท” ตัวใหม่เข้าขายทางร้านสะดวกซื้อ ซึ่งได้รับผลตอบรับดีเกินคาด เพราะนอกจาก Made with KitKat เป็นตัวช่วยที่จะเพิ่มรสชาติเมนูของร้านให้โดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น ในมุมของผู้บริโภคเองก็มีความเชื่อมั่นในรสชาติของคิทแคทอยู่แล้ว ทำให้เกิดการคิดค้นเมนูแปลกใหม่ในรสชาติที่คุ้นเคยจนทุกคนต้องอยากมาลองชิม โดยเค้กโบราณหน้าคิทแคทของปังสยามสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 65% ภายใน 1 เดือนที่ออกสินค้ามา





และในช่วงต้นปีใหม่นี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความสนุก ส่งต่อทุกความสุขด้วยการมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านการสร้างสรรค์เมนูพิเศษร่วมกับแบรนด์คุณภาพล่าสุดคือ ปังสยาม ที่วางขายผ่าน 7-11 โดยยังเปิดโอกาสให้แบรนด์ที่สนใจสามารถร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ โดยเราพร้อมสนับสนุนและมีทีมเชฟผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยให้คำแนะนำอีกด้วย” คุณเครือวัลย์ กล่าวเสริม

Made with KitKat มาพร้อมผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นวัตถุดิบทั้งหมด 4 รูปแบบ คือ

1. KitKat Spread สเปรดช็อกโกแลตรสชาติที่ทุกคนคุ้นเคย พร้อมเวเฟอร์ผสานความลงตัว ไม่ทิ้งรสสัมผัสกรุบกรอบในสไตล์คิทแคท

2. KitKat Big Chunk Mix-in จากคิทแคทแบบแท่งนำมาบดพร้อมโรยหน้า เพิ่มความพิเศษให้กับคุณในทุกเมนู

3. KitKat 2 Finger Unwrap รูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ชิ้นพอดีคำ มาในฟอร์มที่ไม่ใส่ห่อแยกชิ้น ช่วยลดโลกร้อนพร้อมเพิ่มความสะดวกมากขึ้น

4. KitKat Bites Mix-in ช็อกโกแลตบอลขนาดกำลังดี โรยหน้าตกแต่ง หรือใส่ในส่วนประกอบขนม ก็อร่อยได้เต็มคำ






ผู้ที่สนใจร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Made with KitKat สามารถติดต่อ Nestlé professional เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

Website: https://www.nestleprofessional.co.th/

Facebook: https://www.facebook.com/NestleProfessionalThailand/

YouTube: https://www.youtube.com/c/NestleProfessionalThailand





เนสท์เล่เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลก ครอบคลุม 190 ประเทศทั่วโลก พนักงานเนสท์เล่กว่า 308,000 คนต่างมี พันธสัญญาต่อเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ในการเปิดพลังแห่งอาหารเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี สำหรับทุกคนในวันนี้และในอนาคต (Unlocking the power of food to enhance quality of life for everyone, today and for generations to come) เนสท์เล่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้คนและสัตว์เลี้ยงครอบคลุมในทุกช่วงวัย มากกว่า 2,000 แบรนด์ ทั้งที่เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก เช่น เนสกาแฟ เนสเพรสโซ แม็กกี้ ตลอดจนแบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบในท้องถิ่นอย่าง ตราหมี หรือมิเนเร่ บริษัทฯ ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบัน เนสท์เล่ก่อตั้งมานานกว่า 150 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

“คุณหญิงกัลยา” เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร

posted Jan 11, 2022, 12:10 AM by Maturos Lophong



“คุณหญิงกัลยา” เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร นำร่องวิทยาลัยเกษตรฯ มหาสารคาม สร้างโมเดลผลิตผู้ประกอบการด้านเกษตรรุ่นใหม่ ทันสมัย ทันโลก




ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร นำร่องวิทยาลัยเกษตรฯ มหาสารคาม สร้างต้นแบบแหล่งผลิตผู้ประกอบการด้านการเกษตรรุ่นใหม่ ที่ทันสมัย ทันโลก ก่อนขยายไปทุกวิทยาลัยเกษตรฯ ทั่วประเทศ







ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เเละนโยบาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) นายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช) และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) ลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร พร้อมติดตามการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และหลักสูตรชลกร ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 9-10 มกราคม 2565 ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายที่จะยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) ทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างโอกาส และผลิตผู้ประกอบการด้านการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงเชิงพาณิชย์ โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเกษตรและแต่ละพื้นที่ ผนวกกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริง โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคามจะเป็นต้นแบบนำร่องในการเป็นแหล่งสร้างผู้ประกอบการด้านการเกษตรรุ่นใหม่ ทันสมัย ทันโลก “วิทยาลัยเกษตรฯ จะเป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านการเกษตรรูปแบบใหม่ โดยการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในวิทยาลัยฯ มาผนวกกับการท่องเที่ยวเกษตรผสมผสานด้วยระบบการบริหารจัดการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของบุคลากร นักเรียน นักศึกษา เป็นการต่อยอดนำวิถีเกษตรของวิทยาลัยฯ ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างการเรียนรู้วิถีเกษตรและสร้างรายได้ ให้กับนักศึกษาในวิทยาลัย เป็นการต่อยอดอาชีพในอนาคต เรามีเป้าหมายที่จะยกระดับผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรให้มีอาชีพที่มั่นคง สร้างผู้ผลิต สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่”ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว


นายปรัชญา ตะภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม กล่าวว่า วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม พร้อมรับนโยบายดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการส่งเสริมให้นักศึกษาอาชีวะเกษตรได้รับการพัฒนาศักยภาพ คุณภาพ และยกระดับให้เป็นอาชีพที่มั่นคงสู่การเป็นต้นแบบของเกษตรกรยุคใหม่ ตลอดจนพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรแก่ชุมชน

 สำหรับโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตรที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จะเป็นการเยี่ยมชมวิถีชีวิตเกษตรชุมชน และเกษตรสมัยใหม่ชีววิถี ซึ่งเป็นผลงานของนักศึกษาปัจจุบันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม



 รวมไปถึงติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และการจัดการหลักสูตรชลกร โดยปัจจุบันการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำจะเน้นในการให้ชุมชนมีส่วนร่วม และสร้างชลกรในวิทยาลัย ผ่านหลักสูตรชลกร ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 1 ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากดร.คุณหญิงกัลยาให้เรียนฟรีทุกคน จนจบหลักสูตร ทั้งนี้นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรชลกรแล้ว วิทยาลัยยังได้ดำเนินการจัดการฝึกอบรมให้แก่ประชาชนและชุมชนใกล้เคียง ในโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ด้วยระบบบ่อปิด และบ่อเปิด ในหลักสูตรระยะสั้นซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่จำนวนมาก




ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ คว้ารางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ

posted Jan 4, 2022, 12:01 AM by Maturos Lophong




ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ คว้ารางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ




นางสาวอริสา อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการ และ นายธนภูมิ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด รับรางวัลชนะเลิศการประกวดนวัตกรรมในเวทีระดับนานาชาติ International Innovation Awards: IIA2021 จัดโดยองค์กร Enterprise Asia ประเทศสิงคโปร์ สาขานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมอัลมอนด์ แบรนด์ 137 ดีกรี ที่คิดค้นนวัตกรรมการผลิตจากถั่วอัลมอนด์คั้นสดเต็มเมล็ด และยังคงคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ เพื่อเป็นเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค

ซีพีแรม VG for Love เสิร์ฟเมนู "ข้าวกะเพราหมูกรอบ แพลนต์เบสต์" จำหน่าย 7-Eleven ใกล้บ้านคุณ "อร่อยง่ายไม่มีเนื้อสัตว์"

posted Dec 28, 2021, 11:43 PM by Maturos Lophong



ซีพีแรม VG for Love เสิร์ฟเมนู "ข้าวกะเพราหมูกรอบ แพลนต์เบสต์"



จำหน่าย 7-Eleven ใกล้บ้านคุณ "อร่อยง่ายไม่มีเนื้อสัตว์"


ซีพีแรม ภายใต้ตราสินค้า “ VG for Love ” เอาใจชาววีแกนและมังสวิรัติกับเมนูเสิร์ฟเมนู "ข้าวกะเพราหมูกรอบ แพลนต์เบสต์" หอมกลิ่นใบกะเพรา รสชาติจัดจ้าน กลมกล่อมกำลังดี หมูกรอบผลิตด้วยวัตถุดิบจากพืช แต่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสเสมือนหมูกรอบแท้ๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวกล้องหอมมะลิ ไม่ขัดสี มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ 7-Eleven ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล #อร่อยง่ายไม่มีเนื้อสัตว์

ปันบุญ-ลดหย่อนภาษีได้ X2 แถมได้บุญ

posted Dec 20, 2021, 12:42 AM by Maturos Lophong   [ updated Dec 20, 2021, 12:43 AM ]

ลดหย่อนภาษีได้ X2 แถมได้บุญ


ช่วงเทศกาลลดหย่อนภาษีปีนี้ นางพรรณวลัย อินทราพิเชฐ หัวหน้าบริหารการตลาดลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) จัดโครงการ “โค้งสุดท้ายปลายปี ได้ลดหย่อนภาษี X2 แถมได้บุญ” ชวนคนไทยบริจาคผ่าน “ปันบุญ” โดย ทีทีบี ช่องทางบริจาคเงินออนไลน์ที่ปลอดภัย สะดวก เชื่อถือได้ เงินบริจาคส่งตรงถึงมูลนิธิทันที และข้อมูลบริจาคจะถูกส่งตรงไปยังกรมสรรพากรแบบอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริจาคไม่ต้องขอและเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน และเมื่ออยากขอลดหย่อนตอนสิ้นปีหรือตอนยื่นภาษี ผู้บริจาคสามารถตรวจสอบเงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation จาก My Tax Account ในเว็บไซต์กรมสรรพากรได้ง่าย ๆ ทำให้การยื่นภาษีสะดวก โดยเมื่อเลือกบริจาคเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและสถานศึกษา 10 แห่งที่ร่วมโครงการ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่าของยอดเงินที่บริจาคจริง หรือเลือกบริจาคให้มูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลอื่น ๆ กว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อลดหย่อนภาษีได้เท่ากับยอดบริจาคจริงเช่นกัน โครงการดี ๆ อิ่มบุญ อิ่มใจ แถมช่วยลดหย่อนภาษีได้แบบนี้ คลิกเลยที่ https://www.punboon.org/



#ปันบุญ #punboonbyttb

#ทีเอ็มบีและธนชาตเปลี่ยนเป็นทีทีบี #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น

#TMBThanachart #ttb #MakeREALChange

The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition

posted Dec 16, 2021, 12:46 AM by Maturos Lophong


The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition

แกรนด์ ไซโก เผยโฉมเรือนเวลาอิดิชั่นพิเศษเฉพาะบนช่องทางออนไลน์

พร้อมอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดจาก Virtual Boutique


เดินหน้ายกระดับสู่ช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบไปอีกขั้น Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลก เผยโฉม The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ครั้งแรกของการรังสรรค์เรือนนาฬิกาพิเศษที่นำเสนอขายเฉพาะบนช่องทางออนไลน์เท่านั้น ให้แฟนๆ และเหล่านักสะสมนาฬิกาได้ร่วมสัมผัสความพิเศษและเก็บไว้ในคอลเลคชั่นแล้ววันนี้ พร้อมพัฒนา 3 ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน Virtual Boutique: www.grandseikoboutiquethailand.com

เพื่อตอบโจทย์การช้อปออนไลน์ที่เข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้น




หลังจากสร้างประสบการณ์ครั้งสำคัญสู่โลกออนไลน์ช้อปปิ้งด้วยการเปิดตัว Grand Seiko Virtual Boutique แห่งแรกของโลก โดยฝีมือการพัฒนาจากทีมงานของประเทศไทย ล่าสุด Grand Seiko ได้เปิดตัวเรือนเวลาพิเศษในงาน “The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition” รุ่น SBGA469 Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ซึ่งจะจัดจำหน่ายเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ให้เหล่าแฟนๆ ได้สัมผัสความงามและเก็บสะสม พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน Virtual Boutique ผ่าน VDO โฆษณาที่นำแสดงโดยลูกค้าคนสำคัญของแบรนด์อีกด้วย



สำหรับ นาฬิการุ่น SBGA469 The First Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ถูกออกแบบให้หน้าปัดมีสีน้ำเงิน katsuiro (คัตสึ-อิโระ) หนึ่งในเฉดสี Iindigo blue ซึ่งเป็นสีประจำของแบรนด์ pattern ลวดลายบนหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ออกแบบให้มีลวดลายและ texture คล้ายกับโขดหินของเทือกเขา Hotake ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกับ Shinshu watch studio ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ Grand Seiko Spring drive ตัวเรือนเป็น stainless steel ขนาด 40 mm และถูกนำไปผ่านกระบวนการ heat treatment ที่อุณหภูมิ 800 องศา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานต่อการเกิดรอย ส่วนตัว movement เป็น spring drive +/- 1 วินาทีต่อวัน ซึ่งถือได้ว่าเที่ยงตรงที่สุดในโลกสำหรับนาฬิกาที่ operate โดยกระปุกลาน และยังสะสมพลังงานได้ถึง 72 ชั่วโมงอีกด้วย



และนอกจากการเปิดตัว The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition แล้ว ทาง Grand Seikoยังได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดบน Virtual Boutique บูติกเสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ นั่นคือ ฟีเจอร์ Book an appointment ระบบการจองนัดหมายวันเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญจาก แกรนด์ ไซโก นำคอลเลคชั่นนาฬิกาสุดหรูไปให้ชมได้ทุกที่ในประเทศไทย หรือนัดหมายเข้าชมนาฬิการุ่นใหม่และรุ่นลิมิเต็ดอิดชั่นก่อนใครที่ร้านบูติกที่ใกล้ที่สุด อีกทั้งระบบได้มีการนำ Google Map Platform มาช่วยค้นหาและแสดงตำแหน่งที่อยู่บนแผนที่ โดยเมื่อพิมพ์ค้นหา ระบบจะแสดงที่อยู่ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ช่วยให้กรอกข้อมูลง่าย และถูกต้องยิ่งขึ้น ต่อด้วยฟีเจอร์ Try On สัมผัสนาฬิกา Grand Seiko ทุกเรือนในแบบเสมือนจริงทุกคอลเลคชั่น และสุดท้าย 360 Virtual View ที่สามารถค้นหาภาพพาโนรามาของคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่มีรายละเอียดของนาฬิกา เช่น แสงและเงา พื้นผิวบนหน้าปัด ความหนาของนาฬิกา และความยาวและขนาด
ของสาย เป็นต้น





มร. ฮิโรยูกิ อาคาชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไซโก (ประเทศไทย) กล่าวว่า “จากความสำเร็จของการ Launch Virtual Boutique Online ที่ผ่านมา ทางแบรนด์ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนแบรนด์เป็นอย่างดี พวกเราเห็นจำนวนการเข้าชม Virtual Boutique และการพูดคุยคำถามของลูกค้าผ่านทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใดการที่ลูกค้าให้ความเชื่อถือบริษัทในการซื้อนาฬิกาผ่าน boutique online ถือได้ว่าเป็นก้าวเดินที่มั่นคงยิ่งขึ้น ดังนั้น
ทางแบรนด์จึงมุ่งมั่นที่จะขอมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นไปอีกระดับ และเพื่อสร้างความประทับใจอย่างสูงสุดให้กับเหล่าสาวกคนรักนาฬิกา ผ่านงาน The first Grand Seiko online exclusive edition พร้อมด้วยการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ของ Boutique Online ในครั้งนี้”



แฟนๆ Grand Seiko และเหล่าคนรักนาฬิกา สามารถเข้าชมและช้อปออนไลน์ผ่าน Virtual Boutique บูติกเสมือนจริงแห่งแรกของ Grand Seiko บูติกที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน พร้อมรับบริการผ่านฟีเจอร์มากมายที่สะดวกสบาย ทันสมัย สัมผัสประสบการ์ที่มีคุณภาพแบบไร้รอยต่อ (Seamless Customer Experience) ได้แล้ววันนี้ ที่ www.grandseikoboutiquethailand.com



เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรไทยต่อเนื่อง

posted Dec 6, 2021, 11:06 PM by Maturos Lophong



เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรไทยต่อเนื่อง

เปิดงาน “ตลาดจริงใจ มาหา…นคร” ครั้งแรกใจกลางกรุงเทพ ยกทัพของดีทั่วไทย จากเกษตรกรทั่วประเทศถึงมือคนเมือง


กรุงเทพฯ 3 ธันวาคม 2564 – บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ต่อยอดความสำเร็จด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีรายได้ที่ยั่งยืน เปิดตลาดจริงใจ Farmers’ Market ครั้งแรกใจกลางกรุงเทพฯ ในชื่องานว่า “ตลาดจริงใจ มาหา...นคร” ชวนคนเมืองเลือกซื้อผลิตผลทางการเกษตรคุณภาพชั้นเลิศ ที่ยกขบวนมาทั้งผักผลไม้ปลอดสารพิษ และของดีประจำท้องถิ่น กว่า 1,000 รายการ ส่งตรงจากเกษตรกรไทยทั่วประเทศ ที่ปลูกเองและนำมาขายเอง ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะถึงมือเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME โดยตรง ซึ่งจากการดำเนินโครงการตลาดจริงใจที่ผ่านมา เซ็นทรัล รีเทล ได้ช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้ว 6,632 ครัวเรือน และสร้างรายได้ต่อปีให้เกษตรกรไทยไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท





นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า “จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรไทยเพื่อกระจายผลผลิตออก ตลาด สู่พันธกิจองค์กรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เกษตรกรมีอาชีพ รายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยเราได้ใช้ศักยภาพ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ต่างๆ ในการทำงานร่วมกันกับเกษตรกรอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร จนสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เป็นรูปธรรม และต่อยอดมาเป็นโครงการ ตลาดจริงใจ Farmers’ Market ที่ชูจุดเด่นเรื่องการคัดสรรผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ มาวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตได้เป็นผลสำเร็จ ทำให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้โดยตรงกับผู้บริโภค ทั้งยังเป็นตลาดต้นแบบที่ปลอดถุงพลาสติก 100 % โดยเริ่มสาขาแรกที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี จนประสบความสำเร็จกลายเป็นโมเดลต้นแบบในหลายพื้นที่แต่ละจังหวัด โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 26 สาขา ครอบคลุม 24 จังหวัด ใน 4 ภาค ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้ว 624 ชุมชน 359 อำเภอ 6,632 ครัวเรือน ส่งผลให้รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 3 เท่า และสร้างรายได้ให้เกษตรกรต่อปีมากกว่า 200 ล้านบาท”




สำหรับงาน “ตลาดจริงใจ มาหา...นคร” ในปีนี้ ยึดแนวคิด “ใส่ใจ ภูมิใจ และสุขใจ” ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและ SME แล้ว ยังถือเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศในช่วงปลายปีให้คึกคักอีกด้วย โดยผู้มาร่วมงานจะได้พบกับกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย ในรูปแบบวิถีชุมชนและเพลิดเพลินไปกับสินค้าจากเกษตรกรไทย ภายใต้กรอบแนวทางปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐ ในการดูแล เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งความพิเศษยิ่งขึ้น คือ ลูกค้าสามารถเลือกช้อปสินค้าในตลาดจริงใจผ่านแพลตฟอร์มออมนิแชแนลได้อีกด้วย ได้แก่ Tops Application – Food & Grocery ซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์อันดับ 1 ของไทย, บริการ Personal Shopper ผ่าน Line : @TopsThailand และ Grab Mart ในแอปพลิเคชั่น Grab สั่งผ่านแอป ส่งเร็วภายใน 1 ชม. ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ให้ลูกค้าเลือกช้อปสินค้าดีมีคุณภาพได้ทุกที่ทุกเวลา








อย่าพลาด! มาเยี่ยมชม “ตลาดจริงใจ มาหา...นคร” (Farmers’ Market) และเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาจริงใจจากเกษตรกรไทย ตั้งแต่วันที่ 3 – 7 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 น. – 21.30 น. ณ ดิ อิเวนต์ ฮอลล์ ชั้น 3 เซ็นทรัลชิดลม หรือ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : จริงใจ Farmers’ Market, Line @jjfarmersmarket


###

เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็นทรัล รีเทล เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย และเป็นบริษัทเรือธงด้าน ค้าปลีกซึ่งเป็นรากฐานของกลุ่มเซ็นทรัล มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีก 3,641 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2564) นำเสนอสินค้าหลากหลายประเภท (Multi-category) ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format) อาทิ ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มออมนิแชนแนล ธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มแฟชั่น เน้นสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ภายใต้ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) และรีนาเชนเต (Rinascente); (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ เน้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้าน ภายใต้ ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์, เพาเวอร์บาย, เหงียนคิม, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, และเมพ (e-book); (3) กลุ่มฟู้ด เน้นสินค้าของสดและของใช้บริโภคในครัวเรือน ภายใต้ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ เดลี่, แฟมิลี่มาร์ท, บิ๊กซี/โก! และลานชี มาร์ท; และ (4) กลุ่มพร้อพเพอร์ตี้ เน้นให้เช่าพื้นที่ค้าปลีกแก่บุคคลภายนอกและร้านค้าในเครือฯ ภายใต้ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์, ท็อปส์ พลาซ่า, และบิ๊กซี/โก! โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 56 จังหวัด, ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 39 จังหวัด, และประเทศอิตาลี ในเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2564)

พระราม 9 ไก่ย่าง ขอเป็นหน่วยเสบียงกองหลังสนับสนุนบุคคลากรทางการแพทย์แนวหน้า

posted Nov 9, 2021, 1:42 AM by Maturos Lophong   [ updated Nov 22, 2021, 8:19 PM ]


พระราม 9 ไก่ย่าง ขอเป็นหน่วยเสบียงกองหลังสนับสนุนบุคคลากรทางการแพทย์แนวหน้า เดินสายส่งอาหารกล่อง “ข้าวไก่ย่าง ลาบหมู-ไก่” เมนูรางวัลมิชลิน 2 ปีซ้อน กว่าพันๆ กล่อง เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มพลัง

มอบแล้วที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ มือกลางวัน 2 วันติด 25- 27 ต.ค. และ ศูนย์วัคซีน ม. รามคำแหง อังคาร 2 พ.ย. 2564พร้อมมอบต่อไป ให้กับศูนย์บริกา รฉีดวัคซีนอื่นๆ ที่มีความต้องการ สามารถแจ้ง

โดยมีโครงการ “ข้าวไก่ย่างพร้อมลาบหมู-ไก่” เมนูรางวัลมิชลิน 2 ปีซ้อน ล่าสุด ได้จัดข้าวกล่องดังกล่าวสำหรับ่มือกลางวันกว่า 200 กล่อง ให้กับ บุคคลากรทางการแพทย์ ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ มื้อกลางวัน 2 วัน เมื่อ 26-27 ตุลาคม ที่ผ่านมา


และเดินสายส่งให้ ศูนย์วัคซีน มหาวิทยาลัยรามคำแหง 100 กล่อง พร้อม น้ำส้มคั่นสดๆ ปลอดสารพิษอีก 150 ขวด ร่วมมอบจาก โรงเรียนอนุบาลสิริกาญจน์รัต เพื่อบุคคลากรทางการ แพทย์ ในวันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน 

ยิ่งกว่านี้ ยัง่พร้อมสนับสนุนอาหารกล่อง เมนูรางวัลมิลิน นี้ให้กับศูนย์บริการวัคซีนอื่นๆ ที่มีความต้องการอาหารกลางวัน สามารถแจ้งความประสงค์ได้โดยตรง ร้านพระราม9 ไก่ย่าง ขอเป็นหน่วยเสบียงกองหลังสนับสนุนบุคคลากรทางการแพทย์แนวหน้า เพื่อเป็นพลังในการให้บริการประชา ชนทั่วไป ให้ปลอดภัยจากโรคระบาดโควิด19 โดยถ้วนหน้ากัน


กลุ่มผู้ติดเชื่อและผู้กักตัวอยู่ที่บ้าน ปลื้ม พระราม 9 ไก่ย่าง จัด ข้าวไก่ย่าง-ลาบหมู่-ไก่ เมนูรางวัลมิชลิน 2 ปีซ้อน จัดส่งให้ถึงบ้าน ฟรี ทั้งค่าอาหารและค่าจัดส่ง 

พระรามม 9 ไก่ย่าง ได้มอบอาหารกล่อง ดังกล่าว รวมกว่า 1,000 กล่องแล้ว โดยช่วงที่โควิดระบาดหนัก พระราม 9 ไก่ย่าง ยังได้ช่วยเหสือกลุ่มผู้ติดเชื่อและผู้กักตัวอยู่ที่บ้านอีกมากมายที่ได้แจ้งความประสงค์มา โดยบริการจัดส่งอาหารกล่อง ดังกล่าว ฟรี ทั้งค่าอาหารและค่าจัดส่ง ส่งให้ถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “คนไทยเราไม่ทิ้งกัน” เป็นการคืนกำไรสังคม ซึ่งกลุ่มผู้ติดเชื่อและผู้กักตัวอยู่บ้านต่างมีความประทับใจ พระราม9 ไก่ย่างเป็นอย่างมาก



ออมสินห่วงใยเฟส 2 จับมือ กทม.และสหพัฒน์ฯ มอบกล่องห่วงใยยังชีพ 30,000 กล่อง

posted Oct 13, 2021, 10:20 PM by Maturos Lophong

ออมสินห่วงใยเฟส 2 จับมือ กทม.และสหพัฒน์ฯ มอบกล่องห่วงใยยังชีพ 30,000 กล่อง

ช่วยผู้เดือดร้อนจากโควิด-19 ทั่ว กทม.

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารออมสิน ได้จัดทำโครงการออมสินห่วงใย ส่งกำลังใจให้สังคม เพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคม โดยการเปิดเพจเฟสบุ๊คออมสินห่วงใยขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางความช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้เดือดร้อนจากโควิด-19 และเป็นช่องทางให้เข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ล่าสุด ธนาคารได้จัดทำโครงการออมสินห่วงใยฯ ระยะที่ 2 โดยร่วมกับกรุงเทพมหานคร และบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) จัดทำกล่องออมสินห่วงใย หรืออาหารแห้งเพื่อดำรงชีพ จำนวน 30,000 กล่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อยู่ ซึ่งจะส่งมอบ ณ พื้นที่สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานเขตหลักสี่ เขตจอมทอง และ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร รวมถึงพื้นที่หน้าสาขาของธนาคารออมสินอีก 7 แห่ง ได้แก่ สาขามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาดอนเมือง สาขาคลองจั่น สาขามีนบุรี สาขาราษฎร์บูรณะ สาขาตลิ่งชัน และธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ซึ่งจะทยอยส่งมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวตลอดเดือนตุลาคม 2564 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและรักษาระยะห่างทางสังคมตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด



อนึ่ง โครงการออมสินห่วงใย ส่งกำลังใจให้สังคม ระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา 


โดยการให้ความช่วยเหลือใน 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ 1) การบริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พักคอย กทม. โรงพยาบาลสนาม และการจัดหาอุปกรณ์การแพทย์สนับสนุนศูนย์เอราวัณ 2) บริการจัดส่งยาและสิ่งของจำเป็น ด้วยทีมงานไรเดอร์ออมสินห่วงใยและรถตู้ สนับสนุนงานจัดส่งยาต้านไวรัสและส่งความช่วยเหลืออื่น ๆ 3) จัดหาอาหารปรุงสุกและอาหารแห้ง สนับสนุนงานของพันธมิตรและกลุ่มจิตอาสา เช่น เพจอีจัน เพจเราต้องรอด กลุ่มเส้นด้าย เป็นต้น และ 4) การบริจาคทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ให้ทางราชการยืมใช้ทำประโยชน์ในการจัดทำเป็นสถานที่กักตัว ซึ่งที่ผ่านมา ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนไปแล้วร่วม 500,000 ราย


1-10 of 195