Marketing




เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตั้งการ์ดสูงสู้วิกฤตโควิด –19 ชูบริการ 5 ช่องทางการช้อป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา

posted Jul 13, 2021, 1:55 AM by Maturos Lophong


เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตั้งการ์ดสูงสู้วิกฤตโควิด –19

ชูบริการ 5 ช่องทางการช้อป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา

เพียง คลิก แชท โทรสั่ง ช้อปสบาย ง่าย สะดวก ปลอดภัย ไร้สัมผัส




เดอะมอลล์ กรุ๊ป เล็งเห็นถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เดินหน้าตั้งการ์ดสูง ปรับแผนสู้โควิด – 19 พร้อมให้ความร่วมมือภาครัฐ และรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ชูบริการ 5 ช่องทางการช้อป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา เพียง คลิกผ่านเว็ปไซต์ MONLINE.COM และ GOURMETMARKETTHAILAND.COM, แชทผ่าน M CHAT & SHOP, โทรสั่งผ่าน CALL TO ORDER, ช้อปสบายผ่าน LIVE PERSONAL SHOPPER และMLUXE ONLINE PERSONAL SHOPPER (EMPORIUM, EMQUARTIER) ง่าย สะดวกปลอดภัย ไร้สัมผัส พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านคุณ เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป





นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (Miss Voralak Tulaphorn ; Chief Marketing Officer, The Mall Group Co., Ltd.) กล่าวว่า “จากประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) วันที่ 9 กรกฏาคม 2564 เรื่องมาตรการล็อกดาวน์ พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด 10 จังหวัด เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในวงกว้าง โดยให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว อย่างน้อย 14 วัน รวมทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฏาคม 2564 เป็นต้นไป โดยศูนย์การค้าเปิดได้เฉพาะส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกขายยา แผนกอาหาร แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ด ธนาคารและสถาบันการเงิน ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือหรือระบบสื่อสาร และหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังเปิดให้บริการตามปกติทุกวัน 



เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้า โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตระหนักถึงความจำเป็นในด้านอุปโภคบริโภค จึงได้จัดบริการ 5 ช่องทางการช้อป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา การันตีสินค้าคุณภาพของแท้ 100% ช้อปง่าย สะดวก ปลอดภัย ไร้สัมผัส พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้าน



5 ช่องทางการช้อป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ดังนี้



· คลิก : MONLINE.COM และ GOURMETMARKETTHAILAND.COM เว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ เพียงกดเข้าเว็บไซต์ www.monline.com ช้อปสะดวกทุกที่ อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้ ตลอด 24 ชั่วโมง แบบ “คลิกเดียวถึงห้างฯ” เสมือนไปเดินช้อปเองที่ เดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม,
ดิ เอ็มควอเทียร์ และสยามพารากอน ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าหลัก อาทิ BEAUTY HALL, WOMEN & MEN FASHION, POWER MALL, SPORTS MALL, THE LIVING, WATCH GALLERIA, BETREND และ GOURMET MARKET รวมไปถึงร้านดังใน INSTAGRAM นอกจากนี้ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ที่สุดของซูเปอร์มาร์เก็ตมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำความเป็นเวิล์ดคลาส กูร์เมต์ เดสติเนชั่น ครบครันด้วยสินค้าคุณภาพ ทั้งวัตถุดิบและอาหารชั้นเลิศที่ดีที่สุดจากไทยและต่างประเทศ โดดเด่นด้วยกลุ่มสินค้าFRESH PRODUCTS และ สินค้านำเข้า เปิดตัวเว็บไซต์ www.gourmetmarketthailand.com เอาใจนักช้อปออนไลน์ให้ได้ช้อปสินค้าจาก
พรีเมี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ต ครบครันด้วยสินค้าคุณภาพทั้งวัตถุดิบและอาหารชั้นเลิศ ช้อปสะดวก ง่าย คลิกเดียวจบ สด ครบจากทุกมุมโลก พร้อมอัพเดทโปรเด็ดๆผ่านทางไลน์แอปพลิเคชั่น @gorumetmarketth

· แชท : M CHAT & SHOP แชทมา ช้อปให้ จัดส่งถึงที่ สั่งซื้อสินค้าทุกชิ้น ทุกแผนก ภายในห้างฯ ได้ง่ายๆ ที่บ้านเหมือนมาช้อปด้วยตัวเอง ผ่านช่องทาง LINE Application เพียงเพิ่มเพื่อน LINE @monlineth และแชทสั่งสินค้ากับพนักงาน เสมือนมี Personal Shopper ส่วนตัว ให้บริการแนะนำและช่วยเลือกซื้อสินค้าอย่างใกล้ชิด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมจัดส่งสินค้าถึงที่ทั่วไทย ส่งฟรี เมื่อช้อปครบ 1,500 บาท ขึ้นไป โดยให้บริการทุกวัน หรือคลิกดูสินค้าแนะนำได้ที่เว็บไซต์ www.monline.com

· โทรสั่ง : CALL TO ORDER บริการสั่งสินค้าทางโทรศัพท์ เพียงโทรมาช้อปสินค้าได้ทั้งห้างฯ
ทุกชั้น ทุกแผนก รวมทั้ง กูร์เมต์ มาร์เก็ต ผ่าน Call Center ทุกสาขา ยกเว้น สาขา เดอะมอลล์ ท่าพระ สั่งได้เฉพาะสินค้าในแผนกซูเปอร์มารเก็ตเท่านั้น ต้ังแต่เวลา 10.00 น.- 19.00 น.




บริการ Call Center เปิดให้บริการทุกวัน ทุกสาขา ต้ังแต่เวลา 10.00 น. - 19.00 น.

พารากอน CALL CENTER โทร. 02-690-1000

เอ็มโพเรี่ยม, เอ็มควอเทียร์ CALL CENTER โทร. 02-269-1000

เดอะมอลล์ บางกะปิ CALL CENTER โทร. 02-173-1000

เดอะมอลล์ บางแค CALL CENTER โทร. 02-487-1000

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน CALL CENTER โทร. 02-555-1000

เดอะมอลล์ ท่าพระ CALL CENTER โทร. 02-469-1000

เดอะมอลล์ รามคำแหง CALL CENTER โทร. 02-310-1000

เดอะมอลล์ โคราช CALL CENTER โทร. 044-231-666

044-231-000 กด 1

พิเศษ สั่งซื้อสินค้าจาก GOURMET MARKET ครบ 1,500 บาท จัดส่งฟรี (เฉพาะพื้นที่ กทม.) สำหรับสินค้าแผนกอื่น มีค่าบริการจัดส่ง 100 บาท (เฉพาะพื้นที่กทม. และปริมณฑลเท่านั้น) โดยให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 19.00 น. นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถรับสิทธิ์โปรโมชั่นแบบเดียวกับที่ทางห้างฯ จัดอีกด้วย


· ช้อปสบาย : LIVE PERSONAL SHOPPER มิติใหม่แห่งการช้อปปิ้ง สะดวกสบายกับผู้ช่วยส่วนตัวที่เดินซื้อสินค้าแทน พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเลือกสินค้าอย่างใกล้ชิด ลูกค้าสามารถ
เลือกซื้อ และชมสินค้าได้โดยตรงกับพนักงานแบบ Real-Time ผ่านรูปแบบ VDO CALL เหมือน
เดินช้อปปิ้งที่ห้างฯ ด้วยตนเอง บริการครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าหลัก ทุกชั้น ทุกแผนกในห้างสรรพสินค้า เพียงโทรมา ช้อปสินค้าผ่านบริการ Call To Order แจ้งประเภทสินค้าและข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ LIVE PERSONAL SHOPPER ติดต่อกลับในรูปแบบ VDO CALL

· MLUXE ONLINE PERSONAL SHOPPER (เอ็มลักซ์ ออนไลน์ เพอเซอนัล ช้อปเปอร์) บริการรูปแบบใหม่ล่าสุด เฉพาะที่ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์ ที่ให้ลูกค้า ช้อปคอลเลคชั่นพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกภายในศูนย์การค้าได้ที่บ้าน พร้อมสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว เพื่อให้มั่นใจกับทุกไอเท็มที่คุณเลือก เพียงเป็นเพื่อนกับ LINE @EMDISTRICT



สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ M CHAT & SHOP, CALL TO ORDER และ LIVE PERSONAL SHOPPER
เราพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า โดยสามารถเลือกรับสินค้าด้วยตนเองหรือส่งสินค้าถึงบ้านผ่าน
3 ช่องทาง ดังนี้

1. DRIVE THRU บริการส่งของถึงรถ นัดเวลาแล้วขับรถมารับได้เลยไม่ต้องหาที่จอด ไม่ต้องลงจากรถ

2. PICK UP บริการนัดรับ และตรวจสอบความถูกต้อง ณ จุดนัดรับสินค้าก่อนชำระเงิน

3. HOME DELIVERY บริการจัดส่งถึงบ้าน ส่งฟรี เมื่อช้อป 1,500 บาทขึ้นไป


เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เราพร้อมให้บริการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเต็มสรรพกำลัง เพิ่มความมั่นใจขั้นสูงสุด เนื่องจากพนักงานที่เข้าปฏิบัติการได้รับวัณซีนเป็นเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เราก้าวข้ามผ่านวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุดในเร็ววัน

เครือสหพัฒน์ ลุยจัดงานใหญ่ “สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 25” ภายใต้รูปแบบสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์

posted Jun 22, 2021, 12:32 AM by Maturos Lophong


เครือสหพัฒน์ ลุยจัดงานใหญ่ “สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 25” ภายใต้รูปแบบสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์

ช้อปสุดปัง ทุกแพลตฟอร์ม “Shopee–Lazada-JD Central–SahaGroupOnline-Shop Channel”

ยกทัพกว่า 200 แบรนด์ดังลดกระหน่ำสูงสุด 80% พร้อมโปรโมชันที่พลาดแล้วต้องเสียดาย 1-4 ก.ค.นี้



นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ กล่าวว่า สหกรุ๊ปแฟร์เป็นมหกรรมจำหน่ายสินค้าเครือสพัฒน์ที่มีประวัติการจัดงานมายาวนานและได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 25 ภายใต้รูปแบบสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ช้อปสุดปัง ทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทุกคนควรเว้นระยะห่างทางสังคม อีกทั้งยังสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่นิยมการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น







งานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 25 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1-4 กรกฎาคม 2564 พบกับสินค้าในเครือสหพัฒน์ที่ยกทัพมาให้ช้อปตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน 5 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ของไทย ได้แก่ Shopee, Lazada, JD Central, SahaGroupOnline, Shop Channel และยังสามารถเข้าไปซื้อที่ช่องทางการขายของแต่ละแบรนด์ได้ด้วย โดยสามารถดูรายชื่อแบรนด์และโปรโมชันได้ที่ sahagroupfair.com นอกจากนี้ ในเว็บนี้ยังมีกิจกรรมตลอดงาน อาทิ การไลฟ์สดจัด Flash Sale พูดคุยกับดาราชื่อดัง แฟชั่นโชว์ เวิร์กชอป และการแจกคูปองส่วนลดเพื่อนำไปลดเพิ่มใน 5 แพลตฟอร์ม




ในงานนี้จะมีสินค้าและบริการคุณภาพดีมาจำหน่ายในราคาพิเศษ รวมกว่า 200 แบรนด์ กว่า 20,000 รายการ แบ่งสินค้าออกเป็น 10 หมวด คือ แฟชั่น ชุดชั้นใน สุขภาพ ความงาม ของใช้แม่และเด็ก ของใช้ในครัวเรือน อาหารและเครื่องดื่ม บริการ/สื่อการเรียนรู้ สินค้าสังฆภัณฑ์ และ อสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วยสินค้าใหม่ สินค้าขายดี และสินค้า Clearance ที่นำมาลดพิเศษสูงสุดถึง 80% อาทิ วาโก้ บีเอสซี แอร์โรว์ ลาคอสท์ แอล เอราวอน กี ลาโรช KMA เชอริล่อน อองฟองต์ แอ็บซอร์บา ฟาร์มเฮ้าส์ มาม่า มองต์เฟลอ ริชเชส ซื่อสัตย์ เอสเซ้นต์ เปา ซิสเท็มมา โชกุบุสซึ คิเรอิคิเรอิ เวลแคร์ และพิเศษสำหรับปีนี้จะมีการจำหน่ายสินค้าจากร้านดองกิ โซรุฮะ ไดโซะ รถซูเปอร์คาร์ และรถยนต์มือ 2

นอกจากการจำหน่ายสินค้าแบบ B2C ให้กับผู้สนใจทั่วไปแล้ว จะมีการจำหน่ายสินค้าแบบ B2B ให้กับร้านค้า





ในงานปีนี้ยังมีโปรโมชันจากสถาบันการเงินและเครือข่ายมือถือ โดยผู้ซื้อทั่วไปจะได้รับส่วนลดและเครดิตเงินคืนจากบัตรธนาคารกรุงไทย ออมสิน กสิกรไทย กรุงเทพ กรุงศรี ไทยพาณิชย์ เคทีซี เฟิร์สช้อยส์ ส่วนร้านค้าจะได้รับส่วนลดและเครดิตเงินคืนจาก SME Bank และ AIS รวมทั้งได้ซื้อสินค้าราคาพิเศษ

“ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่เครือสหพัฒน์ยกงานสหกรุ๊ปแฟร์มาไว้บนออนไลน์ ซึ่งปีนี้จะจัดยิ่งใหญ่และเต็มรูปแบบกว่าปีที่ผ่านมา เพราะเราได้ร่วมกับ 5 แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ของไทยมาร่วมกันจำหน่ายสินค้าพร้อมกันเป็นครั้งแรก เพื่อให้ช้อปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละแบรนด์จะจัดโปโมชันพิเศษมาก นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังสามารถเข้าไปเก็บคูปองส่วนลดจาก sahagroupfair.com เพื่อนำไปซื้อที่แพลตฟอร์ม ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีโปรโมชันพิเศษมอบให้ด้วย ความพิเศษแบบนี้มีเพียงปีละครั้ง เป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะได้ซื้อของกินของใช้ราคาประหยัด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19” นายธรรมรัตน์ กล่าว

สยาม คานาเดี่ยน กรุ๊ป เปิดตัวฟู้ดดีฮับ ศูนย์อาหารแช่แข็งระดับพรีเมี่ยมบนอีคอมเมิร์ซ

posted May 26, 2021, 10:16 PM by Maturos Lophong




สยาม คานาเดี่ยน กรุ๊ป เปิดตัวฟู้ดดีฮับ ศูนย์อาหารแช่แข็งระดับพรีเมี่ยมบนอีคอมเมิร์ซ



กางแผนขยายช่องขายบนอีมาร์เกตเพลสชั้นนำ ปูพรมเจาะตลาดคอนซูเมอร์


สยาม คานาเดี่ยน กรุ๊ป เปิดตัว ฟู้ดดีฮับ ศูนย์รวมการจัดจำหน่ายอาหารแช่แข็งพรีเมียมบนออนไลน์ ปูพรมเจาะตลาดคอนซูเมอร์ จับช่องทางจัดจำหน่ายผ่านอีมาร์เกตเพลสแถวหน้าทั้ง Lazada ,Shopee JD Central พร้อมเล็งเพิ่มช่องทางขายของตนเองผ่านโซเซียลมีเดียและเว็บไซต์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สังคมเร่งรีบ และนิวนอร์มอล ชูอาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน 5 ประเภท อาทิ อาหารทะเลสดแช่แข็ง เบเกอรี่แช่แข็ง อาหารทะเลกับเนื้อสัตว์ทดแทน อาหารทานเล่น และเนื้อสัตว์ยอดนิยม เผยมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานและพร้อมปรุงปีที่ผ่านมา 21,000 ล้านบาท มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 3-5% ต่อปี ตั้งเป้าหมายรายได้ 10 ล้านบาทต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้า



นายชัยพัฒน์ คุณาภิวัฒน์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำประเทศไทย ฟู้ดดีฮับ (FoodDeeHub) ภายใต้กลุ่มบริษัท สยาม คานาเดี่ยน กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและส่งออกอาหารแช่แข็งระดับพรีเมี่ยมมากกว่า 34 ปี เปิดเผยว่า จากวิถีการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจากอดีตค่อนข้างมาก การดำเนินชีวิตมีความเร่งรีบ เน้นความสะดวก รวดเร็ว นิยมซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้านมากขึ้น และนิยมปรุงอาหารรับประทานเองมากขึ้น ดังนั้นการเลือกซื้ออาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง จึงเป็นตัวเลือกสำคัญที่เข้าตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ (New normal lifestyle) ของคนในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เนื่องจากว่าผู้บริโภคสามารถซื้อเก็บไว้ได้นาน อายุการเก็บรักษา (Shelf life) 1 ถึง 2 ปี และช่วยลดความเสี่ยงจากการไปซื้อของตามตลาด หรือห้างร้านที่แออัดได้ อีกทั้งเทคโนโลยีการผลิตอาหารในปัจจุบัน ทำให้อาหารแช่แข็งนอกจากจะเก็บรักษาได้นานแล้ว ยังสามารถคงคุณภาพและสารอาหารได้ครบถ้วน รวมไปถึง Hygienic standard ซึ่งจากปัจจัยข้างต้นสนับสนุนและเร่งให้อัตราการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานและอาหารพร้อมปรุงให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2563 แนวโน้มของกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานและอาหารพร้อมปรุง มีมูลค่าทางตลาดรวมประมาณ 21,000 ล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 3-5% ต่อปี





ล่าสุดได้ เปิดตัว ฟู้ดดีฮับ ศูนย์รวมการจำหน่ายอาหารแช่แข็งระดับพรีเมี่ยมบนอีคอมเมิร์ซ ด้วยเป้าหมายผลักดันให้ ฟู้ดดีฮับ กลายเป็นออนอนไลน์ฮับสำหรับจัดจำหน่ายอาหารแช่แข็งคุณภาพที่สะอาดปลอดภัยได้มาตราฐาน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคยุคสังคมเร่งรับ และยุคนิวนอร์มอล โดยผ่านช่องทางจัดจำหน่ายของผู้ประกอบการอีมาร์เกตแพลส Lazada ,Shopee ในปัจจุบันและเตียมจำหน่ายผ่าน JD Central เพิ่มเติมในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาช่องทางขายของตนเองผ่านโซเชี่ยลมีเดียเฟสบุ๊กแฟนเพจของฟู้ดดีฮับและเว็บไซต์ฟู้ดดีฮับเร็วๆนี้ด้วยเช่นกัน


ทั้งนี้จะมีกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งพร้อมปรุงและพร้อมรับประทานภายใต้แบรนด์สินค้าของเราเอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ 1 อาหารทะเลสดแช่แข็ง (Frozen seafood) แบรนด์ Natural Coast ได้แก่ ปลาแซลมอน หอยเชลล์ยักษ์ กุ้ง ปลาหมึก ปลาดอรี่ เนื้อหอยลายปรุงสุก ปูนิ่ม วากาเมะ วัตถุดิบอาหารญี่ปุ่น ฯลฯ กลุ่มที่ 2 เบเกอรี่แช่แข็ง (Frozen Bakery) แบรนด์ Club Gourmet ได้แก่ เมนูช็อกโกแลตลาวาเค้ก (Chocolate Lava Cake) และ ทิรามิสุ (Tiramisu)นำเข้าจากดินแดนต้นตำหรับในยุโรป กลุ่มที่ 3 อาหารทะเลกับเนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช (Frozen plant-based food) ซึ่งปัจจุบันอาหารในกลุ่มนี้ยังมีอาหารพร้อมปรุง (Ready to Cook) รวมอยู่ด้วย 5 เมนู ดังนี้ หมูกรอบ (ไร้หมู) ซี่โครงหมู (ไร้หมู) ปลาเค็ม (ไร้ปลา) ทอดมันปลา (ไร้ปลา) ลูกชิ้นกุ้ง (ไร้กุ้ง) และนอกจากนั้นกำลังจะเปิดตัวอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) เพิ่มเติมอีกด้วย ได้แก่ เมนูข้าวกะเพราหมู (ไร้หมู) และ กะเพราไก่ (ไร้ไก่) ไรซ์เบอร์รี่ ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยสินค้ากลุ่มนี้ เนื้อทำมาจากพืชนี้ล้วนๆ ภายใต้แบรนด์ Meatoo ซึ่งเน้นการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารวิถียั่งยืนและส่งเสริมสุขภาพที่ดีด้วยโปรตีนจากพืชให้ทานอร่อยและทานง่าย กลุ่มที่ 4 คือ อาหารทานเล่น (Food for Fun, Food for Family) เช่น ซาลาเปา ขนมจีบ ฮะเก๋า ถุงทอง ทอดมันกุ้ง ฯลฯ และล่าสุดได้เพิ่มอาหารกลุ่มที่ 5 เนื้อสัตว์ยอดนิยม อาทิ เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อเป็ด และเนื้อไก่ อีกด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกจับจ่ายสินค้าคุณภาพที่มีความหลากหลาย ตรงทุกความต้องการจากที่เดียว ตามสโกแกน “อร่อย ครบ จบ ที่ฟู้ดดีฮับ”


ด้วยความชำนาญและประสบการณ์ในธุรกิจนี้ ทางบริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสจากวิกฤตสถานการณ์โควิด-19 และได้ตัดสินใจขยายธุรกิจไปยังส่วนของการขายตรงสู่ผู้บริโภค (B2C) ในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2563 โดยทางผู้บริหารต้องการที่จะใช้เซอร์วิสหลัก (Core business) ซึ่งได้รับการยอมรับจากลูกค้าต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดหาวัตถุดิบ(Sourcing) การควบคุมคุณภาพ (Quality control) และระบบโลจิสติกส์ (Cold Chain Logistics) เป็นต้น มาใช้ในการทำตลาด B2C ในประเทศไทย โดยเฉพาะปัจจุบันแนวโน้มการทำตลาดออนไลน์มีการเติบโตอย่างมาก


“ถึงแม้เราเพิ่งเริ่มเข้ามาในตลาด B2C แต่ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 34 ปี ในตลาด B2B ทำให้เรามั่นใจว่าจะเป็นรากฐานที่ทำให้เราสามารถขยายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในทุกๆแบรนด์ภายใต้ ฟู้ดดีฮับ (FoodDeeHub) ให้เติบโตและได้รับความเชื่อใจจากผู้บริโภคเช่นเดียวกับตลาด B2B ด้วยปัจจัยหลักคือความหลากหลายและคุณภาพของสินค้า เสริมด้วยปัจจัยบวกเรื่องพฤติกรรมไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้ และการขยายฐานลูกค้าให้กับฟู้ดดีฮับ (FoodDeeHub) มากยิ่งขึ้น” นายชัยพัฒน์ คุณาภิวัฒน์กุล กล่าว



ทางด้านนางสาวดุษฎีลักษณ์ อัครสกุลเกียรติ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการและผลิตภัณฑ์ ฟู้ดดีฮับ (FoodDeeHub) ภายใต้กลุ่มบริษัท สยาม คานาเดี่ยน กรุ๊ป จำกัด กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการตลาดแบบ 360 องศา คือ เน้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งนี้จากแนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเน้นการทำตลาดช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เนื่องจากยุคนิวนอร์มอล โดยการทำตลาดแบบออนไลน์จะช่วยกระจายและขยายสินค้าได้ครอบคลุมมากกว่า


“วันนี้ ฟู้ดดีฮับ ยังถือว่าเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ใน E-commerce แต่ด้วยจุดแข็งและผลิตภัณฑ์ เสริมด้วยการจัดโปรโมชั่นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด การจัดโปรแถม ซึ่งฟู้ดดีฮับเลือกใช้ระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตราฐานสำหรับสินค้าทุกตัว เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าสูงสุดจนกระทั่งถึงมือลูกค้า ถึงแม้ค่าบริการในการขนส่งจะสูงกว่าการขนส่งด้วยรถร้อน โดยทางฟู้ดดีฮับ ได้แบ่งเบาลูกค้าในด้านค่าขนส่งมากกว่าครึ่ง โดยคิดค่าขนส่งทั่วไทย เพียงแค่ 99 บาทต่อออร์เดอร์ในขณะนี้” นางสาวดุษฎีลักษณ์ อัครสกุลเกียรติ กล่าว



ทางด้านนาย วัชระ แก้วขาว ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ฟู้ดดีฮับ (FoodDeeHub) ภายใต้กลุ่มบริษัท สยาม คานาเดี่ยน กรุ๊ป จำกัด กล่าวเสริมว่า ทางบริษัทใส่ใจต่อการรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยสะท้อนผ่านการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้(Recyclable packaging) ออกแบบถุงให้มีผนึกซิปล๊อค (Resealable zip-lock bags) โดยมีเจตนาให้ลูกค้าสามารถนำถุงไปใช้ซ้ำภายในครัวเรือนได้อีกด้วย


ทางด้านระบบโลจิสติกส์ เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทาง ฟู้ดดีฮับ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากสินค้าทุกกลุ่มเป็นอาหารแช่แข็ง (Frozen) โดยทางฟู้ดดีฮับ มีคลังเก็บสินค้าและการขนส่งที่มีการควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน GSDP (Good Storage and Distribution Practices) ยิ่งไปกว่านั้น Service Provider ทางด้านการขนส่งที่เราใช้บริการนั้น มีความเชี่ยวชาญและมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศไทย ดังนั้นทุกออร์เดอร์จึงส่งตรงถึงทุกบ้านในทุกพื้นที่ เรียกได้ว่าไม่ต้องลำบากใจกับคำว่า “อยู่นอกพื้นที่ให้บริการ” อีกต่อไป


เกี่ยวกับ ฟู้ดดีฮับ

ฟู้ดดีฮับ เป็นศูนย์กลางจำหน่ายอาหารแช่แข็งพร้อมปรุงและพร้อมทานระดับพรีเมี่ยม ของกลุ่มบริษัท สยาม คานาเดี่ยน จำกัด ซึ่งคัดสรรมาอย่างดีมาจากหลากหลายแหล่งวัตถุดิบชั้นดี จากพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจด้านอาหารของบริษัทฯทั่วโลก มีบริการส่งตรงถึงหน้าบ้านทั่วไทย บริษัท สยาม คานาเดี่ยน ฟู้ด จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2530 และเติบโตอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 30 ปี มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นผู้นำเข้า-ส่งออกอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง ผลไม้และผักแช่เยือกแข็ง อาหารกระป๋อง รวมทั้งเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกคุณภาพเยี่ยมให้แก่ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง ผู้ค้ารายย่อย และผู้จัดจำหน่ายกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และมีเครือข่ายกว่า 9 สาขาใน จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย พม่า บังคลาเทศ ฮ่องกง อเมริกาใต้ (อาร์เจนตินา) โปแลนด์ อีกด้วย



หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทฯ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์https://www.fooddeehub.com/ และ https://www.siamcanadian.com/

บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง เบทาโกร เดินหน้าเต็มสูบ ลุยตลาดโมเดิร์นเทรด ชูคอนเซ็ปต์ “GON ชวนช้อป อร่อยฟิน กินอยู่บ้าน”

posted May 11, 2021, 1:16 AM by Maturos Lophong   [ updated May 11, 2021, 1:22 AM ]


บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง เบทาโกร เดินหน้าเต็มสูบ

ลุยตลาดโมเดิร์นเทรด ส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพ และปลอดภัยสูง

ชูคอนเซ็ปต์ “GON ชวนช้อป อร่อยฟิน กินอยู่บ้าน”


บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของประเทศ เจ้าของแบรนด์ดัง บาร์บีคิวพลาซ่า, จุ่มแซบฮัท, ฌานา, โภชา และหมูทอดกอดคอ ปล่อยหมัดเด็ดดึงเอาแบรนด์พี่ใหญ่อย่าง บาร์บีคิวพลาซ่า ตัวจริงเรื่องปิ้งย่าง นำโดยบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหารฟู้ดแพชชั่น จับมือผนึกกำลัง เครือเบทาโกร ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย นำโดยกฤษณะ วุฒิประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาดกลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร เปิดตัวโปรดักส์ใหม่ “ชุดหมูเบทาโกร X บาร์บีกอน” และ “ชุดหมูเอสเพียว X บาร์บีกอน” เพื่อร่วมกันขยายช่องทางขายใหม่ ไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ประกาศเดินหน้ารุกหนักตลาดโมเดิร์นเทรด เน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ยังคงออกมาเลือกช้อปอาหารสด ไปประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้าน เข้าถึง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในช่วงวิกฤติโควิด 19 ระลอกสาม



คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร ฟู้ดแพชชั่น เผยว่า “การตัดสินใจจับมือกับเบทาโกร คือการเพิ่มช่องทางการขายสินค้า สู่การวางจำหน่ายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ช่วยเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ และเป็นครั้งแรกที่มีการเก็บค่า GP กับพาร์ทเนอร์ ในแบบที่ฟู้ดแพชชั่นยังไม่เคยทำมาก่อน โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในการจับมือเป็นพันธมิตรใหม่กันแบบระยะยาว ในการทำกลยุทธ์การตลาดแบบ Licensing Partnership เพื่อร่วมผนึกกำลังส่งเสริม และสนับสนุนการยกระดับวงการอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยส่งมอบชุดอาหารสดที่มีคุณภาพ และปลอดภัยสูงไปยังผู้บริโภคในราคาเป็นมิตร ท่ามกลางวิกฤติโควิด 19 ระลอก 3 พร้อมเดินหน้าบุกตลาดโมเดิร์นเทรดอย่างเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ที่ยังคงออกมาเลือกช้อปผลิตภัณฑ์อาหารสด กลับไปประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้าน”

โดยครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเดิมที่ฟู้ดแพชชั่น ทำการทดสอบตลาด เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ วางจำหน่ายชุดอาหารพร้อมปรุง GON Ready To Cook ไปเมื่อเดือนก่อน ก่อนการจับมือกับเครือเบทาโกร ออกผลิตภัณฑ์อาหารสด “ชุดหมูเบทาโกร x บาร์บีกอน” วางขายในราคาเพียง 299 บาท หาซื้อได้แล้วันนี้ ที่บิ๊กซี 28 สาขา สำหรับ “ชุดหมูเอสเพียว X บาร์บีกอน” วางขายในราคาเพียง 399 บาท หาซื้อได้ที่ วิลล่า มาร์เก็ต กูร์เมต์ มาร์เก็ต ท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และเดียร์ ทัมมี่ รวม 79 สาขา ในกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 จะขยายจุดวางจำหน่ายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ จากกรุงเทพฯ ออกสู่ตลาดต่างจังหวัด กว่า 400 สาขา ครอบคลุมกับความต้องการของฐานลูกค้าแฟนบาร์บีคิวพลาซ่า”





ด้านผู้บริหารหัวเรือใหญ่จากเบทาโกร กฤษณะ วุฒิประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร กล่าวว่า “การร่วมมือกันครั้งนี้ นับเป็นการผนึกกำลังที่ดึงจุดเด่นของทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยผู้บริโภคจะได้รับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์คุณภาพดี สด สะอาด ปลอดภัย ที่ถือเป็นจุดเด่นของเบทาโกร และความอร่อยจาก บาร์บีคิว พลาซ่า ซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังถือเป็นการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น พร้อมสร้างโอกาสทางการตลาดในการขยายฐานลูกค้าร่วมกัน และเพิ่มความหลากหลายให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสด เพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงความอร่อยเหมือนการนั่งรับประทานอาหารที่ร้านได้สะดวกมากขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์โควิด19 นี้”

สอบถามรายละเอียดและอัพเดทโปรโมชั่นดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.barbqplaza.com และติดตามกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก GON LIVE ได้ทาง Facebook @Bar B Q Plaza




ร้าน “อร่อยดี” ลุยต่อขยายฐานลูกค้า เปิดตัวคีย์ออส ครั้งแรกที่ปั้ม ปตท. #สั่งเจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ ต้องอร่อยดี ในปั้มปตท.

posted Apr 9, 2021, 1:39 AM by Maturos Lophong


ร้าน “อร่อยดี” ลุยต่อขยายฐานลูกค้า

เปิดตัวคีย์ออส ครั้งแรกที่ปั้ม ปตท.

#สั่งเจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ ต้องอร่อยดี ในปั้มปตท.


"อร่อยดี" แบรนด์ร้านอาหารไทยจานด่วน ในเครือ CRG ประกาศลุยต่อด้วยการขยายแพลตฟอร์มการขาย ปูพรมเปิด “คีย์ออส” เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น พร้อมดันเมนูฮิต อิ่มครบจบทุกมื้อ ขายง่าย ทานสะดวก เป็นแรร์ไอเท็มสุดๆ ของร้านอย่าง เจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ & หมูทอด นำทัพ พร้อม จัดโปรโมชั่น ฉลองเปิดคีย์ออสสาขาแรก ก่อนเล็งทำเลยอดฮิต อย่าง ภายในปั๊ม ปตท. ทั้งนี้ในปัจจุบัน ร้านอร่อยดี สามารถขยายสาขาครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไปแล้วกว่า 20 แห่ง อนาคตเตรียมปั้นร้านโมเดลไซส์เล็กเปิดขายแฟรนด์ไชส์หาพันธมิตรร่วม


คุณธนพล ธรรพสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG (Mr. Tanapoln Tunpasit - Head of Thai &Chinese Cuisine)





“แบรนด์อร่อยดี ร้านอาหารในเครือซีอาร์จี เปิดให้บริการอาหาร “รสชาติคุ้น อิ่มครบ จบทุกมื้อ” นอกจากบริษัทฯ ลงทุนเองแล้ว ยังหาพันธมิตรในรูปแบบแฟรนด์ไชส์ ซึ่งตลอดสองปีทีผ่านมาได้รับความสนใจ ทำให้ขยายสาขารวดเร็วไปแล้วกว่ายี่สิบสาขาทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ทั้งนี้ ตามนโยบายของแบรนด์ ไม่เน้นขยายสาขาอย่างรวดเร็ว แต่จะเน้นให้สาขาแต่ละแห่งสามารถให้บริการกลุ่มลูกค้าอย่างเต็มที่ ซึ่งหลังเปิดร้านอาหารอร่อยดีในย่านชุมชน แหล่งงาน ปั๊มทวัสดุ ฯลฯ จนกระจายทั่วกรุงเทพฯ แล้ว ทางแบรนด์มีความ คิดที่อยากจะเปิดเพิ่มขึ้นอีก แต่เป็นไซส์ย่อยลงมาเพื่อให้ร้านเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม และแมสมากขึ้น ที่สุดจึงมาลงตัวกับการขยาย Platform Model ขนาดเล็ก เตรียมเปิด AroiDee kiosk จะคิกออฟสาขาแรก ณ ปั้ม ปตท.วิภาวดี 11 ในวันที่ 7 เม.ย. นี้

สำหรับ Model kiosk เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก อีกทั้งสามารถสร้างยอดขายได้มากขึ้น เพราะจากสถานะการณ์ปัจจุบัน การขายแค่เพียงหน้าร้าน และ Delivery ไม่เพียงพอ การขยายฟอร์แมทรูปแบบโมเดลขนาดเล็ก เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น จะช่วยเสริมทัพความแข็งแกร่งให้อร่อยดี อีกทั้งรูปแบบ kiosk ยังสามารถขยายสาขาได้ไว ลงทุนไม่มาก





จุดขายอีกอย่างคือเมนูคัดสรรมาให้บริการ แปลกใหม่จนต้องติด #สั่งเจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ ต้องอร่อยดี ในปั้มปตท. เมนูไฮไลท์ คือ ร้านเจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ & หมูทอด ซึ่งจุดเด่นอยู่ตรงที่ โจ๊กหมู และโจ๊กหน้าแน่นต่าง ๆ ที่เสิร์ฟแบบไม่หวงหน้า จัดเต็มแบบถึงเครื่อง รวมถึงชุดหมูทอดเริ่มต้นที่ 45 บาท นอกจากเจาะกลุ่มเป้าหมาย Mass ด้วยทำเลสะดวกสบาย ราคาที่เข้าถึงง่ายแล้ว ยังได้กลุ่ม พิเศษเพิ่มเติม เช่น Grab & Go และ Aggregators อีกด้วย

สำหรับ Model kiosk ใน ปั้ม ปตท.วิภาวดี 11 สาขาแรก ถือเป็นการทดลองตลาด ดูฟี๊ดแบ๊คและยอดขาย ก่อนเตรียมขยายเพิ่มด้วยการลงทุนเองและเปิดขายเฟรนด์ไชส์ โดยรายละเอียดเบื้องต้นที่ตั้งไว้ของ Model kiosk หากมีผู้สนใจ งบประมาณลงทุนอยู่ที่ 180,000-200,000 บาท ตั้งเป้าสร้างยอดขายเท่าไหร่ 150,000 บาท/เดือน Location ที่จะนำ AroiDee kiosk เฟสแรกจะเป็นปั๊ม PTTOR เริ่มจากกรุงเทพและปริมณฑล หากได้รับผลตอบรับดี ในอนาคตจะขยายไปทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าแผนการขยายสาขา สำหรับปี 2564 เฉพาะโมเดลเล็ก การขยายสาขาอยู่ที่ 20 สาขา

“เราไม่เน้นการเปิดขยายสาขาเยอะๆ แต่ต้องมั่นใจจริงๆ ก่อน ถึงจะเปิดสาขา ซึ่งเราเป็นแบรนด์อยู่ในเครือซีอาร์จี มีความเชี่ยวชาญเรื่องการมองโลเคชั่นระดับหนึ่งอยู่แล้ว ฉะนั้นผู้ที่สนใจแบรนด์อร่อยดี อยากซื้อแฟรนไชส์ สามารถมั่นใจได้เลย จุดเด่น AroiDee kiosk เป็นร้านขนาดเล็ก ตรงคอนเซปต์ สะดวกทาน เน้นขายอาหารที่กลุ่มลูกค้าคุ้นเคย เช่น โจ๊ก,ยำ,ตือคาโค (เผือกทอด,มันมอด,ข้าวโพดทอด) และขนมหวานเย็น โดยช่วงแรกได้แบรนด์อาหารที่มีชื่อเสียงของร้านและพันธมิตร อาทิ นำ เจ๊เกียงโจ๊กกองปราบ & หมูทอด และ Shanghai Moon อาอี๊ เตาทึงร้อน – เย็น ต้นตำรับเยาวราชกว่า 40 ปี ฯลฯ มาให้บริการทางแบรนด์มีความมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี นอกจากจะได้กลุ่มลูกค้าที่กว้าง จับตลาดแมสมากขึ้น ยังสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ประกอบการและพันธมิตรไม่จำเป็นต้องลงทุนมาก แต่สามารถที่จะเปิดร้านค้าขายได้เลย

 

 

เจดีเซ็นทรัล เผยทิศทางธุรกิจ ปี 64 พร้อมมอบรางวัลแก่สุดยอดแบรนด์ ในงาน JD CENTRAL JOYFUL AWARDS 2021

posted Feb 25, 2021, 12:58 AM by Maturos Lophong


เจดีเซ็นทรัล เผยทิศทางธุรกิจ ปี 64 พร้อมมอบรางวัลแก่สุดยอดแบรนด์

ในงาน JD CENTRAL JOYFUL AWARDS 2021 เป็นครั้งแรก

ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ


เจดีเซ็นทรัล จัดงาน JD CENTRAL JOYFUL AWARDS 2021 เพื่อมอบรางวัล ทั้งหมด 9 สาขา23 รางวัล ให้กับสุดยอดแบรนด์บนแพลตฟอร์ม JD CENTRAL เป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของคู่ค้าและพันธมิตร พร้อมเผยเทรนด์ธุรกิจ E-Commerce ปี 2021 และทิศทางการเติบโตของเจดีเซ็นทรัล เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจออนไลน์

นายก่อลาภ สุวัชรังกูร ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เจดีเซ็นทรัล ผู้นำด้านเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย เปิดเผยถึงงาน JD CENTRAL JOYFUL AWARDS DAY ว่า “การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรวมตัวของแบรนด์ต่างๆประจำปี เพื่ออัปเดตเทรนด์อีคอมเมิร์ซในปี 2564 และรับทราบถึงทิศทางการดำเนินงานของเจดีเซ็นทรัลแล้ว เรายังจัดมอบรางวัลให้กับสุดยอดแบรนด์ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้ค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ หรือธุรกิจขนาดกลาง รวมถึงธุรกิจเอสเอมอีบนแพลตฟอร์มของเจดีเซ็นทรัล ที่มีความโดดเด่น และได้รับการโหวตจากผู้ใช้งานของเรา

“และในงานครั้งนี้เจดีเซ็นทรัลยังได้จัดสัมมนาเรื่อง เทรนด์ของธุรกิจ Ecommerce ในไทย และบทบาทของ Ecommerce ต่อระบบเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อยเพื่อช่วยภาพรวมเศรษฐกิจ” โดยได้รับเกียรติจาก คุณฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ - รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) มาร่วมบรรยาย เพื่อเป็นการติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการไว้ใช้วางแผนหรือปรับตัวในการดำเนินธุรกิจต่อไป เพราะเรามุ่งมั่นให้ผู้ค้าทุกรายบรรลุเป้าหมาย และประสบความสำเร็ตตามที่ตั้งเอาไว้” นายก่อลาภ กล่าวเสริม





สำหรับรางวัล JD CENTRAL JOYFUL AWARDS จัดขึ้นเป็นครั้งแรก มีรางวัลในสาขาต่างๆ รวม 9 สาขา และมีผู้ได้รับรางวัล ดังนี้

1. รางวัล SUPER JOY AWARD มอบให้แบรนด์หรือผู้ขายที่มีความเป็นเลิศในทุกด้าน ได้แก่ Foremost

2. รางวัล JOY Users’ Choice เป็นรางวัลที่โหวตมาจากนักช้อป ได้แก่ Adidas

3. รางวัล JOY Most Trusted Seller มอบให้กับผู้ขายที่มียอดขายสินค้าสูง ยอดส่งคืนสินค้าต่ำ โดยผู้ได้รับรางวัลคือ KONIG Official Store

4. รางวัล JOY Most Rising Star มอบให้กับแบรนด์หรือผู้ขาย ที่ช่วยเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ ให้กับเจดีเซ็นทรัลได้มากที่สุด ผู้ได้รับรางวัลคือ

- กลุ่ม 3C คือ Notebook Store

- กลุ่ม FMCG คือ Hygiene

- กลุ่ม FASHION คือ SABINA Official Store

- กลุ่ม HEALTH & BEAUTY คือ WATSONS Official Store

- กลุ่ม HOME & LIVING คือ Dreamstown Official Store

- กลุ่ม HOME APPLIANCES คือ VERASU Official Store

- กลุ่ม GLOBAL คือ Xiaomi Mall

5. รางวัล JOY Best Selling Star มอบให้กับแบรนด์หรือผู้ขายที่มียอดขายสูงสุดในปี 2020

- กลุ่ม 3C คือ Topvalue.com

- กลุ่ม FMCG คือ Panomrung Rice Official Store

- กลุ่ม FASHION คือ WACOAL Official Store

- กลุ่ม HEALTH & BEAUTY คือ LIONSHOPONLINE Official Store

- กลุ่ม HOME & LIVING คือ PASAYA Official Store

- กลุ่ม HOME APPLIANCES คือ PowerBuy Official

- กลุ่ม GLOBAL คือ JOYBUY

6. รางวัล JOY Super Star มอบให้กับร้านค้าที่ได้รับเรตติ้งสูงที่สุดจากลูกค้า รวมถึงมียอดสั่งซื้อสูงสุด ได้แก่ ร้าน CTWTime

7. รางวัล JOY Best Supporter มอบให้กับแบรนด์หรือผู้ขายที่ร่วมงานกับเจดีเซ็นทรัลมาตั้งแต่เริ่มต้น และให้ความร่วมมือ สนับสนุน ในทุกๆ ด้านอย่างเต็มที่ ได้แก่ OPPO Official Store

8.รางวัล JOY Super Partner มอบให้กับกลุ่มพันธมิตรที่สนับสนุน JD CENTRAL ตั้งแต่วันเริ่มเปิดตัวในประเทศไทย ได้แก่

- กลุ่ม ธุรกิจบัตรเครดิต คือ T1 CREDIT CARD

- กลุ่ม customer loyalty program คือ dtac reward

9. รางวัล JOY Super SME มอบให้กับผู้ขายที่เข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขายของเจดีเซ็นทรัลและมียอดขายดีที่สุด

- ด้าน Performance คือ ร้านข้าวคุณนาย Official Store

- ด้าน Participate คือ ร้านมะม่วงหิมพานต์เผาโบราณ แม่เฒ่าเอียด

“รางวัล JD CENTRAL JOYFUL AWARDS นี้ เป็นการการันตีถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของแบรนด์และผู้ขาย และยังเป็นการขอบคุณแบรนด์และผู้ขายที่ได้ร่วมกันส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีให้กับลูกค้า ผ่านคุณภาพของสินค้า ราคา โปรโมชั่น การส่งมอบสินค้า และบริการอื่นๆ เพื่อให้แพลตฟอร์มเจดีเซ็นทรัล เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและสบายใจทุกครั้งที่มาช้อปปิ้งกับเจดีเซ็นทรัล” นายก่อลาภ กล่าวสรุป



เจดีเซ็นทรัล รับประกันแบรนด์แท้ 100% การันตี ความมั่นใจ หากพบของปลอมชดเชย 3 เท่า พร้อมส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว คลิกเพื่อช้อปปิ้ง สินค้าคุณภาพดีได้ที่ www.jd.co.th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JD CENTRAL ได้บน AppStore และ PlayStore หรือติดตามผ่านทาง Facebook: JD CENTRAL



#JDCENTRAL #ช้อปของดีการันตีของแท้ #shoppingonline #JDCENTRALJOYFULAWARDS

โตชิบา ตอกย้ำยอดขายโตกว่า 20% เปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 50 รุ่น พร้อมรุกตลาดปี 2564 ผ่าน Online Multi-Platform

posted Feb 23, 2021, 1:07 AM by Maturos Lophong




โตชิบา ตอกย้ำยอดขายโตกว่า 20%

เปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 50 รุ่น พร้อมรุกตลาดปี 2564 ผ่าน Online Multi-Platform


บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด นำโดย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร (กลาง) เดินหน้าจัดงานประชุมผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศประจำปี 2564 ผ่าน Online Multi-Platform (Facebook live และ Zoom) ชูผลประกอบการปี 2563 ด้วยยอดขายโตขึ้น 26% โดยเฉพาะสินค้าหมวดตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก สำหรับปี 2564 ได้ขนทัพสินค้าใหม่เปิดตัวรุกตลาดกว่า 50 รุ่น อาทิ ตู้เย็นไซด์บายไซด์, ตู้เย็นมัลติดอร์, เครื่องซักผ้า, เตาอบไมโครเวฟ, พัดลม และเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก พร้อมชูกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ทั้งการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออฟไลน์ และออนไลน์ การสร้างประสบการณ์เกี่ยวกับสินค้า การสร้างภาพลักษณ์ย้ำความเป็นแบรนด์คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ต่อยอดนิยาม DetailsMatter (เพราะเราใส่ใจ...) เน้นความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตผู้บริโภคต่อไป



ซีพี เฟรชมาร์ท ร่วมฉลองตรุษจีนมั่งมีปีฉลู

posted Jan 27, 2021, 12:33 AM by Maturos Lophong   [ updated Jan 27, 2021, 12:35 AM ]



ซีพี เฟรชมาร์ท ร่วมฉลองตรุษจีนมั่งมีปีฉลู เปิดจองชุดไหว้มหามงคล พร้อมรับโชค 2 ต่อ 


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โดยซีพี เฟรชมาร์ท ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนปี 2564 จัดแคมเปญชุดไหว้ซาแซและโหงวแซ พร้อมส่งฟรีถึงบ้าน เปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ถึง 7 ก.พ.นี้ ตั้งเป้ายอดขายกว่า 40 ล้านบาท


นายชัยยุทธ ทิพย์สุวรรณพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2564 ซีพี เฟรชมาร์ท มีความพร้อมด้านกำลังคนและการให้บริการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า พร้อมคุมเข้ม 9 มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทั้งในร้านค้า พนักงาน ลูกค้า รวมถึงการขนส่งสินค้า เพื่อเสิร์ฟอาหารคุณภาพ ปลอดภัยให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างเพียงพอ

"บริษัทฯ ได้เก็บข้อมูลและสำรวจความต้องการของลูกค้าล่วงหน้า จึงตั้งเป้าว่า ภาพรวมการจับจ่ายของไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้น่าจะคึกคัก และจะสามารถจำหน่ายชุดไหว้มหามงคลได้ถึง 45,000 ชุด คาดว่าจะมียอดขายกว่า 40 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 15% จากปีที่ผ่านมา" นายชัยยุทธ กล่าว

สำหรับชุดไหว้มหามงคลในปีนี้ ซีพี เฟรชมาร์ท ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปให้เลือกสรรหลากหลายชุด ได้แก่ ชุดไหว้ซาแซ 3 อย่าง ทั้งไก่ต้มพร้อมเครื่องใน เป็ดพะโล้พร้อมเครื่องใน และสะโพกหมูต้มสุก (หมูบะแซ) ราคา 788 บาท และชุดไหว้โหงวแซ 5 อย่าง ประกอบด้วย เป็ดย่าง ไก่ต้มน้ำปลาพร้อมเครื่องใน สะโพกหมูต้มสุก ปลากระพงนึ่ง และกุ้งต้มสุก ราคา 1,258 บาท พร้อมของไหว้เสริมมงคล อาทิ ชุดผลไม้ 5 อย่าง ส้มมงคล แอปเปิ้ล สาลี่ ขนมเข่ง ขนมเทียน เป็นต้น

ซีพี เฟรชมาร์ท จัดโปรโมชั่นพิเศษรับปีฉลู สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการในร้าน เพียงจองชุดซาแซ รับอั่งเปามูลค่า 50 บาท 1 ใบ และกล่องถนอมอาหาร 1 ใบ จองชุดโหงวแซ รับอั่งเปา มูลค่า 50 บาท 2 ใบ และกล่องถนอมอาหาร 3 ใบ ส่วนลูกค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ รับเพิ่มบัตรกำนัลสตาร์บัค มูลค่าสูงสุด 200 บาท พร้อมบริการส่งฟรี



ทั้งนี้ สามารถสั่งจองชุดไหว้ได้ที่ร้าน ซีพี เฟรชมาร์ท ทั้ง 321 สาขาทั่วประเทศ หรือโทร 1788 หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ www.cpfreshmartshop.com ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 7 ก.พ. 2564 โดยรับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 4-12 ก.พ. 2564./



ถอดรหัสโดนัทแบรนด์ระดับโลก “ดังกิ้น” ด้านกลยุทธ์การบริหาร การจัดวางองค์กรในยามวิกฤต

posted Dec 20, 2020, 11:51 PM by Maturos Lophong

ถอดรหัสโดนัทแบรนด์ระดับโลก “ดังกิ้น” 

ด้านกลยุทธ์การบริหาร การจัดวางองค์กรในยามวิกฤต 

และแนวทางการรับมือ ทิศทางในปี 2021

ต้องเรียกว่าปี 2020 นี้แทบจะเป็นตัวชี้วัด ตัวจริงทางธุรกิจในแทบทุกอุตสาหกรรม ทั้งการค้าและบริการ ด้วยวิกฤตที่ถาโถมตั้งแต่ต้นปี กลางปี และก็ยังหวั่นๆ ว่าคลื่นลมจะกลับมาโหมกระหน่ำอีกเมื่อไหร่ ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องพลิกกระบวนท่าการตลาด ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจกันยกใหญ่ และโดนัทแสนอร่อยอย่าง “ดังกิ้น” เอง ก็ยอมรับว่ามีช่วงกราฟขาลงที่ชวนใจหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็กู้วิกฤตทวนกระแสกลับขึ้นมารักษาความเป็นแบรนด์ระดับโลกได้ด้วยกลยุทธ์ที่น่าจับตามอง มีการเติบโตสวนกระแสตลาดในภาวะวิกฤต

นายภาคิน เพ็ญภาคกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในภาพรวมของตลาดโดนัทนั้น ต้องบอกเลยว่า สร้างความท้าทายให้ผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ด้วยถ้ามองเผินๆ อาจเป็นสิ่งที่สามารถเลือกบริโภคในปริมาณที่ลดลงได้ แต่ตัวเลขที่ปรากฏออกมานั้นกลับสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นให้วงการอย่างมากเมื่อ ซึ่งผลประกอบการภาพรวมถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าดีกว่าที่คาดเอาไว้ โดยภาพรวมบริษัทฯ ยังมีกำไรเติบโตอยู่ประมาณ 30-35 %

กลยุทธ์หลักสำคัญ มี 3 แก่นหลัก เพื่อติดติดสปีด โตสวนวิกฤต แก่นแรกคือ Management: Down to earth ตัวสินค้าแข็งแรงเป็นเรื่องของหน้าบ้านที่กลุ่มเป้าหมายรับรู้ แต่อีกส่วนที่ทำงานกันหนัก และให้ความสำคัญไม่แตกต่างก็คือการบริหารงานภายใน ที่ในมุมของการนั่งแท่นบริหารสูงสุด

นายภาคิน กล่าวว่า “การทำงานของผม ไม่เคยนั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง แล้วประเมินภาพ สั่งการ หรือวาดความเป็นไปได้ในอากาศ แต่การเข้าไปพูดคุยกับทีมงานหลังบ้านด้วยตัวเองถึงความเป็นไป สถานการณ์จริงที่ต้องเผชิญต่างหาก ที่ทำให้เรากลับมาวางหมากเส้นทางการการตลาดต่อไปได้ รวมถึงการเข้าใจความต้องการของ stakeholder ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้เมื่อเกิดภาวะวิกฤตขึ้น เราสามารถเข้าเจรจากันโดยตรง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์สูงสุดร่วมกัน เพราะสุดท้ายการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่แค่กับลูกค้านอกบ้าน แต่ลูกค้าในบ้านเองก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าเรานั่งในใจลูกค้าในบ้านได้ ผนึกกำลังกัน ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนอกบ้านก็ไม่เกินมือ”


แก่นที่ 2 คือ Overview: Flexibility is the key เข้าใจการบริหารงานอย่างตรงจุดแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้ก้มหน้าก้มตาไม่หันมองมาไม่ได้ก็คือ เทรนด์ หรือกระแสของตลาดที่มีขึ้น-ลง, เข้า-ออก อยู่ตลอดเวลา ทำให้คำตอบของแก่นสุดท้ายเป็นการมองภาพกว้างให้ออกและพร้อมจะปรับเปลี่ยน “ให้ทัน” ตามสถานการณ์ตรงหน้า เพราะบางครั้งการเต็มใจปรับเปลี่ยนรูปแบบทางการตลาดอาจไม่ทันต่อการหมุนผ่านของกระแสอันเกรี้ยวกราดในยุคนี้ เห็นได้จากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไป บริษัทได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในการขยายสาขาในปีนี้ได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 20 สาขา และมียอดขายด้าน Delivery เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 %


“หู ตาต้องไว อะไรที่ไม่เข้าใจ ต้องเปิดใจรับฟังให้ทันการณ์”

อีก Key ที่ นายภาคิน เพ็ญภาคกุล ได้ฝากไว้



แก่นสุดท้ายคือ Power Question: What's next ด้วยเชื่อว่าความคำถามที่ดี จะส่งผลต่อการไปต่อที่โตกระโดด เมื่อกำลังจะหมดปี 2020 ที่ผันผวนหนัก ปีหน้าจะใช้ไม้ไหนเข้าโต้คลื่น ซึ่งจากการลงพื้นที่ สำรวจตลาดด้วยตัวเอง ทำให้เห็นช่วงว่างของตลาดใหม่ๆ และจากกลยุทธ์การบริหารภาพรวม ทำให้ตัดสินใจขยายสาขาสวนกระแสแบรนด์อื่นๆ ถือเป็นการตัดสินใจที่สร้างความแปลกใจให้ตลาดไม่น้อย สำหรับในสภาวะที่ไม่เอาแน่เอานอนไม่ได้ในภาพใหญ่นี้


“การวางแพลนต่อไปยังปีหน้า 2021 นั้น เรามองว่า จะขยายไปในพื้นใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยไป ในปัจจุบัน “ดังกิ้น” มีอยู่ทั้งหมด 296 สาขา โดยในปีหน้าตั้งเป้าจะเปิดอีกอย่างน้อย 60 สาขา ทั้งรูปแบบที่เป็นร้านเต็มรูปแบบและคีออส พร้อมการขยายเข้าไปช่องทางใหม่ๆ เช่น โรงพยาบาล และไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างค้าส่งมากขึ้น จากการสำรวจ customer insight มาแล้วพบว่าโดนัทนั้น เป็นสิ่งที่ “อร่อย ง่าย และเร็ว” หมายถึงสามารถซื้อแล้วไปต่อได้เลย ไม่ต้องเสียเวลารอหน้าร้านมาก อีกทั้งหยิบทานได้ตลอดเวลาหิว และช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้หลังจากการบริโภคเข้าไปทันที นี่จึงเป็นอีกจุดแข็งที่ทำให้การขยายตลาดเข้าไปในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายใช้ Lifestyle ที่รวดเร็ว และไม่ต้องการเสียเวลารออาหารนานๆ ต้องการ

ทางด้าน นางสาวระวีพรรณ์ ประกอบวรรณกิจ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โกลเด้นโดนัท (ประเทศไทย) จำกัด กุนซือหญิงเหล็กแห่ง “ดังกิ้น” เผยกลยุทธ์การตลาดว่า ในปี 63 นี้ ดังกิ้น ได้ถูกพูดถึงกันอย่างต่อเนื่องตลอดปี ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ Clear 'brand identity' ตัวตนของแบรนด์ตัวเองว่า เราต้องการส่งมอบประสบการณ์ และความรู้สึกแบบไหนไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา เพื่อไม่ให้เข้าถึงระหว่างทางที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของ “ดังกิ้น” ที่ตอกเสาแบรนด์คาแรคเตอร์ชัดเจนในการย้ำภาพขนมโดนัท ที่ผู้บริโภคจะได้ทั้งความอร่อยและสนุกสนาน ดังนั้นไม่ว่าจะกี่แคมเปญ หรือการ Launch Product ในช่วงไหนก็จะต้องตอบสนอง กระตุ้นการรับรู้ด้านอารมณ์ความสนุกและอร่อยให้ได้อย่างชัดเจน


ซึ่งจุดนี้ Customer Centric strategy เป็นสิ่งแรกที่ถูกดึงขึ้นมาเป็นหมากเด็ดเสมอในการคิดเพื่อตอบโจทย์การเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภค รวมทั้งการสร้าง Customer Journey Experience ให้ได้เข้ามาสัมผัสกับความเป็น “ดังกิ้น” ที่ต้องการส่งผ่านความอร่อยพร้อมอารมณ์สนุกเข้าไปในทุก Touch Point ของกลุ่มเป้าหมาย

“อย่างในแคมเปญที่เราได้ดึงตัวสองหนุ่ม “ไบร์ท-วิน” มาร่วมงานในการเปิดตัวคอลเล็กชั่น #Still2getherCollection พร้อมด้วยโดนัท Candy Crack ก็นับเป็นอีกความสำเร็จที่ให้เราได้ Earned Media สูงมากจากการที่ทั้งฐานแฟนคลับของสองหนุ่มเองที่กำลังมาแรง และตัวลูกเล่นของ โดนัท Candy Crack ที่เคาะแล้วมีเสียง ที่บางกลุ่มก็เอาไปครีเอท Content ต่อได้สนุกขึ้น เช่น การเคาะเป็นเพลง หรือ อัดเสียงเคาะลง Social Media ส่วนตัวจำนวนมากในหลากหลาย platform ไม่ว่าจะเป็น facebook, Instagram, twitter และ tiktok เพราะ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของโดนัท และสร้างความสนใจให้กับเพื่อนได้แชร์ต่อๆ กัน” นางสาวระวีพรรณ์ กล่าว และกล่าวต่ออีกว่า


ซึ่งพื้นฐานมาจากการที่แบรนด์ที่เข้าใจวิถีกลุ่มเป้าหมายนั้น นอกจากสินค้าต้องกินได้อร่อย ยุคนี้สินค้าต้อง instagramable ทำให้สินค้าที่ทำให้เกิด user generated content เป็นที่มาของการได้ Earned Media นั่นเอง

เมื่อภาพกว้างมองได้ไกล และกลยุทธ์เสริมความแข็งแรงของแบรนด์สอดคล้อง เป็นผลให้การรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องที่ไม่เกินมือ แถมยังเปรยหมัดเด็ดว่าให้อดใจรอผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่จะมาเขย่าความสนุกครั้งใหม่อย่างเร้าใจแน่นอน แต่ยังขอไม่เปิดเผยตอนนี้ อดใจรอติดตามกันได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า

นางสาวระวีพรรณ์ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า มูลค่าตลาดโดนัทปี 2563 นี้ อยู่ประมาณ 3,300 ล้านบาท ซึ่งดังกิ้นมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 32 % โดยในปีหน้า บริษัทฯ ได้เตรียมงบประมาณการทำตลาดไว้ที่ 70 ล้านบาท ซึ่งรวมไปถึงการลงทุนเปิดร้านใหม่ และงบเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยวางเป้าหมายเติบโตจากปีนี้ ไม่น้อยกว่า 10-15 % อีกด้วย

ซีพีแรม จับมือ มีเดียอาตส์ มจธ. ตอกย้ำความสำเร็จสร้างพลัง “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste”

posted Dec 20, 2020, 10:00 PM by Maturos Lophong   [ updated Dec 20, 2020, 10:01 PM ]



ซีพีแรม จับมือ มีเดียอาตส์ มจธ. 

ตอกย้ำความสำเร็จสร้างพลัง “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste”

ตระหนักลดความสูญเปล่าทางอาหารอย่างต่อเนื่อง ปีที่ 3

บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับ สาขามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดำเนินโครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” เป็นปีที่ 3 เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องลดความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในการลดความสูญเปล่าของอาหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม โดยการแชร์ไอเดีย สร้างพลังผ่านวีดีโอคลิปความยาว 3 นาที ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา เป็นอย่างมาก

โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ปี 2561 – ปัจจุบัน มีจำนวนผลงานส่งเข้าร่วมโครงการกว่า 840 ผลงาน และได้ดำเนินการจัดงานประกาศรางวัลการประกวดคลิปวิดีโอ “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” ปีที่ 3 ขึ้น ณ โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ สามย่าน ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ 



โดยภายในงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากคุณวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท ซีพีแรม จำกัด และผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานสาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากคุณเบญจมาส โชติทอง ผู้อำนวยการฝ่ายบริการทางวิชาการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ สถานการณ์ Food Waste วิกฤตโลก? ” อีกด้วย



โดยจุดเริ่มต้นของโครงการดังกล่าว เกิดจากการตั้งคำถามจากสิ่งที่เราเห็นจากอาหารในจานที่เราทานไม่หมดกองอยู่ตรงหน้า ที่มีแต่เศษอาหารเหลือจากการทาน หรือแม้แต่ผักและผลไม้ที่เน่าเสียอยู่ในตู้เย็น ประกอบกับการพูดถึงของคนทั่วโลก รวมถึงองค์กรยูนิเซฟถึงความยากจน การโหยหาอาหาร ความหิวโหยของเด็กน้อยในแอฟริกา หรือประเทศที่อยู่ในสภาวะสงครามที่ทำให้ขาดแคลนอาหาร รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ แม้แต่ในประเทศไทยเองที่ได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ อยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย แต่ก็ยังมีในหลายพื้นที่ห่างไกล ที่ยังขาดแคลนอาหาร อาหารไม่เพียงพอ เข้าถึงอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ ซึ่งมีให้เห็นในข่าวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และลดความสูญเปล่าทางอาหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม

อนึ่ง การสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยถึงความสำคัญของการลด Food Waste แม้วันนี้เรายังไม่เห็นตัวชี้วัดเชิงปริมาณที่เด่นชัดนัก แต่เราก็เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เราจะเห็นคนไทยบริโภคอาหารได้หมดจดไม่เหลือไว้โดยสูญเปล่าเพิ่มขึ้น คนไทยเลือกซื้อหรือเลือกตักรับประทานอาหารแต่พอเหมาะไม่กินทิ้งกินขว้างเพิ่มขึ้นนั้นแสดงให้เห็นถึงการ “รักอาหาร” และ “รักสิ่งแวดล้อม” มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิด “ความยั่งยืนของอาหาร” ขึ้นนั้นเอง

นอกจากนี้ ซีพีแรมยังได้เปิดเพจ Facebook ที่ชื่อว่า “สังคมไทย ไร้ Food Waste”พร้อมกันนี้ยังได้เปิดกลุ่ม ที่ชื่อว่า “กินหมดจด ไร้ Food Waste” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนและแชร์ไอเดีย ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจในการลดความสูญเปล่าทางอาหาร หรือ Food Waste ซึ่งเป็นการขยายผลสู่ทุกกลุ่มคนในสังคม โดยจะมีการให้ความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงจัดแคมเปญในการร่วมแบ่งปันไอเดียและมีการมอบรางวัลให้ผู้โชคดีที่มาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Facebook : “สังคมไทย ไร้ Food Waste”




ซีพีแรม ดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมอย่างเกื้อกูล ยังคงเดินหน้าสร้างความตระหนักในการลดความสูญเปล่าของอาหาร ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ลุยปลูกฝังสังคมลดการกินทิ้งขว้าง เพื่อยกระดับสู่ความยั่งยืนทางอาหาร และร่วมส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้ทุกคนสืบไป



1-10 of 206