Marketing‎ > ‎

เนสกาแฟ ปักหมุดแบรนด์กาแฟที่ยั่งยืน

posted Sep 28, 2020, 12:35 AM by Maturos Lophong

เนสกาแฟ ปักหมุดแบรนด์กาแฟที่ยั่งยืน ประกาศเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ยกพอร์ตฯ ให้นำไปรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2565 ฉลองวันกาแฟสากล 


เปิดตัวแคมเปญเนสกาแฟ เดย์ 2020 “เชื่อมทุกความผูกพัน ชงเพื่อความยั่งยืน”


นายวิคเตอร์ เซียห์ (ซ้าย) ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า นายโจโจ้ เดลา ครูซ (ขวา) ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) พร้อมนางสาวนาริฐา วิบูลยเสข (กลาง) ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ประกาศพันธกิจด้านความยั่งยืน เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ให้นำไปรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2565 โดยนำร่องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ให้เป็นซอง Mono Structure ที่ผลิตจากพลาสติกตระกูลเดียวกันที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ครั้งแรกของโลก ต่อยอดจากเนสกาแฟ โพรเทค โพรสลิม และเนสกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มยังเป็นแบรนด์แรก ๆ ในตลาดที่สามารถเปลี่ยนมาใช้กระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลได้ 100% ทั้งหมดในเดือนตุลาคมนี้ ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งความยั่งยืน ขานรับพันธกิจเนสท์เล่ระดับโลกในการสร้างสรรค์อนาคตปลอดขยะ เดินหน้าฉลองวันกาแฟสากลยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยร่วมกันเปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “เนสกาแฟ เดย์ 2020” ภายใต้แนวคิด “เชื่อมทุกความผูกพัน ชงเพื่อความยั่งยืน” โดยนำซองเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู มาอัพไซคลิ่ง เป็นวัสดุรักษ์โลกอย่างไม้เทียม (Wood Plastic Composite- WPC) สำหรับทำเป็นโต๊ะอาหารเพื่อมอบให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ 100 โรงเรียน พร้อมกับนำไปใช้ตกแต่งเนสกาแฟฮับ 7 สาขา และใช้ตกแต่งในเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ นอกจากนี้ ยังมีการประกวดผลงานการสร้างสรรค์ไอเท็มใหม่ โดยร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง นำกระป๋องอะลูมิเนียมใช้แล้วมาสร้าง Prototype หุ่นยนต์สั่งการด้วยเสียงที่สามารถแจกตัวอย่างเครื่องดื่มได้ โดยใช้งบประมาณในแคมเปญนี้ 200 ล้านบาท
กรุงเทพฯ – 28 กันยายน 2563: เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งที่ครองใจคนไทย ประกาศพันธกิจด้านความยั่งยืน ลุยเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ให้นำไปรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2565 ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งความยั่งยืน ขานรับพันธกิจเนสท์เล่ระดับโลกในการสร้างสรรค์อนาคตปลอดขยะ เดินหน้าฉลองวันกาแฟสากลยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ด้วยการส่งแคมเปญเนสกาแฟ เดย์ 2020 ภายใต้คอนเซ็ปท์ “เชื่อมทุกความผูกพัน ชงเพื่อความยั่งยืน” โชว์เคสผลงานอัพไซเคิลสุดเจ๋ง ชุบชีวิตซองเนสกาแฟเบลนด์ แอนด์ บรูให้เป็นหลากไอเท็ม อาทิ โต๊ะอาหาร และ เฟอร์นิเจอร์สุดอีโคที่เนสกาแฟฮับ และเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ โดยใช้งบประมาณในแคมเปญนี้ 200 ล้านบาท 

เปิดกลยุทธ์พิชิตความยั่งยืนฉบับเนสกาแฟ

แคมเปญเนสกาแฟ เดย์ ในปีนี้เป็นการต่อยอดจากอินไซต์ของวิถีใหม่ของผู้บริโภคที่ไม่เพียงใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แต่ยังใส่ใจโลก เพราะจากผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคของกันตาร์ (Kantar) พบว่า ขยะพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งในประเทศไทย โดยคนไทยกว่า 63% ระบุว่า ขยะพลาสติกเป็น 1 ใน 5 อันดับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่ากังวล สอดคล้องกับข้อมูลของกรมมลพิษเมื่อปี 2562 พบว่า คนไทยสร้างขยะพลาสติกมากถึง 1.14 กิโลกรัม ต่อคนต่อวัน รวมทั้งมีขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยประมาณ 27.04 ล้านตันต่อปี


นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ระดับโลกที่มีเป้าหมายเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้รีไซเคิลได้หรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ภายในปี 2568 และสอดคล้องกับแผนการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 ของภาครัฐอีกด้วย โดยเนสกาแฟมี 2 กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ได้แก่ การนำเสนอนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สีเขียวออกสู่ตลาดเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคสายรักษ์โลกอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างอนาคตที่ปลอดขยะ ด้วยการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมาอัพไซเคิลเป็นไอเท็มต่าง ๆ 


นางสาวนาริฐา วิบูลยเสข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เนสกาแฟเป็นแบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งในประเทศไทย ในแต่ละนาทีมีคนไทยดื่มเนสกาแฟมากถึง 20,000 แก้ว หรือ คิดเป็น 300 แก้วต่อวินาที เราให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืนเป็นอันดับแรก จึงได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อโลกสีเขียวอย่างไม่หยุดยั้ง และมีเป้าหมายจะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้นำไปรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2565 โดยนำร่องจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู และกลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟพร้อมดื่ม ก่อนจะขยายไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

“เมื่อปีที่แล้ว เราได้ริเริ่มเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ภายนอกของเนสกาแฟ โพรเทค โพรสลิมมาเป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษเป็นครั้งแรกของเนสกาแฟทั่วโลก เพื่อทดแทนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกเอาใจคอกาแฟรักษ์โลก มาถึงปีนี้ โจทย์ใหญ่ของเนสกาแฟ คือ การออกแบบซองเนสกาแฟให้นำไปรีไซเคิลได้ เพราะซองกาแฟปกติจะใช้วัสดุหลายชนิด เพื่อเก็บรักษาคุณภาพของกาแฟที่ดีไว้ ทำให้รีไซเคิลได้ยาก”

จากโจทย์ดังกล่าว ทีมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของเนสท์เล่ ประเทศไทย จึงได้ริเริ่มพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกขึ้น โดยจับมือกับบริษัทผู้ผลิตฟิล์มลามิเนตชั้นนำ ร่วมกับทีมวิจัยและทีมวิศกรจากสวิสเซอร์แลนด์และสิงคโปร์พัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นแบบออกมากว่า 20 ต้นแบบ ใช้เวลาคิดค้นกว่า 2 ปี จึงประสบความสำเร็จในการพัฒนาซองเนสกาแฟ โพรเทค โพรสลิมให้เป็นนวัตกรรมแบบ Mono Structure ที่ผลิตจากพลาสติกตระกูลเดียวกัน มาพร้อมคุณสมบัติในการกักเก็บรสชาติ กลิ่น และความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ในซองจนถึงมือผู้บริโภคและสามารถนำไปรีไซเคิลได้เป็นครั้งแรกของโลก เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา


“จากความสำเร็จครั้งนี้ เนสกาแฟได้นำนวัตกรรมดังกล่าวขยายผลให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรูทั้งหมด ภายในไตรมาส 1 ปี 2564 โดยตอนนี้ได้เริ่มทยอยเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู สูตรน้ำตาลน้อยลง 25% และสูตรไม่มีน้ำตาลทรายแล้ว นับว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่ได้ริเริ่มนวัตกรรมนี้เป็นประเทศแรกในโลก และจะนำไปเผยแพร่และทดลองในเนสท์เล่ประเทศอื่น ๆ ต่อไป” 


สำหรับในกลุ่มธุรกิจกาแฟอื่น ๆ นางสาวนาริฐา เสริมว่า “มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อโลกเช่นกัน อาทิ กลุ่มกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม เนสกาแฟถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ในตลาดที่สามารถเปลี่ยนมาใช้กระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลได้ 100% ทั้งหมดในเดือนตุลาคมนี้ หลังจากทยอยเปลี่ยนมาใช้กระป๋องอะลูมิเนียมใน 2 รสชาติ คือ ลาเต้ และ แบล็คไอซ์ตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา และล่าสุดคือ เอสเปรสโซ โรสต์”



เชื่อมทุกความผูกพันด้วยกาแฟรักษ์โลก

สำหรับกลยุทธ์ถัดมา นางสาวนาริฐา กล่าวว่า “เนสกาแฟมีโรดแม็ปในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟที่ใช้แล้วด้วยการนำไปอัพไซเคิล เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพลาสติกสูงสุด ดังนั้นแคมเปญเนสกาแฟ เดย์ในปีนี้ จึงขอเชิญชวนคอกาแฟทั่วประเทศมาเชื่อมทุกความผูกพันภายใต้ธีม “เชื่อมทุกความผูกพัน ชงเพื่อความยั่งยืน”


เริ่มจากการนำซองผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรูที่คอกาแฟส่งมาร่วมชิงโชคกับเนสกาแฟทุกปี ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 100 ล้านซองมาเพิ่มมูลค่าด้วยการอัพไซคลิ่งเป็นวัสดุรักษ์โลกอย่างไม้เทียม (Wood Plastic Composite- WPC) สำหรับทำเป็นโต๊ะอาหารเพื่อมอบให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ 100 โรงเรียน พร้อมกับนำไปใช้ตกแต่งเนสกาแฟฮับ


ใน 2 สาขาใหม่ คือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต และหมอชิต ก่อนจะทยอยเปลี่ยนใน 5 สาขาเดิม ได้แก่ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม อารีย์ อนุสาวรีย์ชัย ศาลาแดง และช่องนนทรี นอกจากนี้ จะนำวัสดุอัพไซคลิ่งจากซองเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู มาตกแต่งในเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ อีกด้วย ซึ่งจะเป็นต้นแบบของร้านเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ต่อไปในอนาคต 


เรามีกิจกรรมดี ๆ เพื่อต่อยอดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ด้วยการประกวดผลงานการสร้างสรรค์ไอเท็มใหม่ โดยเราได้ร่วมมือกับอาจารย์วิทยาลัยสารพัดช่าง ระยอง นำกระป๋องอะลูมิเนียมใช้แล้วมาสร้าง Prototype หุ่นยนต์สั่งการด้วยเสียงที่สามารถแจกตัวอย่างเครื่องดื่มได้ เพื่อให้เห็นว่า ขยะสามารถนำไปใช้ต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวมได้ ซึ่งจะเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป เราหวังว่า การประกาศพันธกิจสู่ความยั่งยืนในครั้งนี้จะเป็นสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์สีเขียวกันมากขึ้น และสร้างสรรค์สังคมไทยให้ปลอดขยะในอนาคต”


นอกจากนี้ นางสาวนาริฐา ยังทิ้งท้ายถึงอีกหนึ่งความพิเศษของแคมเปญเนสกาแฟ เดย์ในปีนี้ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ Red Pillar 2020 ซึ่งยังคงแกนหลักของไอเดียที่ต้องการเชื่อมทุกความผูกพัน พร้อมส่งต่อสมการความผูกพันครั้งใหม่ ด้วยธีม “สมการความผูกพันที่ไม่สิ้นสุด” ตอกย้ำความเป็นแบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งในใจคนไทยมากว่า 47 ปี พร้อมไฮไลท์ที่เชื่อว่าต้องถูกใจคอกาแฟ ด้วยการนำ 8 แบรนด์แอมบาสเดอร์เนสกาแฟที่ล้วนเป็นนักแสดงแถวหน้าของไทยมาร่วมแสดงในเว็บฟิล์มตัวใหม่ ซึ่งจะออนแอร์ครั้งแรกทางเฟซบุ๊กและยูทูบเนสกาแฟในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
Comments