Marketing‎ > ‎

เดลี่ฟู้ดส์ ปรับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานแบรนด์ “พาเลซ”

posted Jul 24, 2018, 12:02 AM by Maturos Lophong   [ updated Jul 24, 2018, 12:16 AM ]
ปรับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานแบรนด์ “พาเลซ” รับตลาดช่วงขาขึ้นด้วยกลยุทธ์ “4R” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน หลอดบีบ 3 รสชาติใหม่ ช็อกโกแลต สตรอเบอรี่ งาดำ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เติมรสชาติใหม่ๆ ให้ชีวิต” โดยดึงนักร้องหนุ่ม “โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เตรียมเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ที่มีไ ลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง ชื่นชอบในแบบไม่ซ้ำใคร ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปี สูงกว่า 20 ล้านหลอด หรือคิดเป็น 30% ของมูลค่าตลาดรวม

นายอิทธิพล ปฏิมาวิรุจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมข้นหวานภายใต้แบรนด์พาเลซ กล่าวว่า “ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ตลาดนมข้นหวานและนมข้นจืดของประ เทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อ เนื่อง มาจากปัจจัยทางการตลาดด้านต่างๆ อาทิ การขยายตัวในกลุ่มธุรกิจโฮเรก้า (HoReCa) ประกอบด้วย โรงแรม (Hotel) ภัตตาคาร (Restaurant) และคาเฟ่ (Cafe) หรือร้านกาแฟขนาดเล็ก

รวมไปถึงการปรับตัวของกลุ่มผู้ป ระกอบการในธุรกิจนมข้นหวานที่พั ฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองไลฟ์ สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ ยนแปลงไปในปัจจุบัน ได้แก่ การดีไซน์บรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ทันส มัยสะดวกต่อการใช้งาน การคิดค้นสูตรที่คำนึงถึงสุขภาพ ผู้บริโภค และการเพิ่มรสชาติใหม่ที่สามารถ นำไปรับประทานในรูปแบบต่างๆ เพิ่มเติมจากการเป็นส่วนผสมเพีย งอย่างเดียว ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน และนมข้นจืดในประเทศไทยมีมูลค่า ทางการตลาดรวมทั้งสิ้นกว่า 8,000-10,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นกลุ่มนมข้นหวาน 80% และและกลุ่มนมข้นจืด 20% ซึ่งแบรนด์พาเลซ มีส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งสิ้น 20%

โดยบริษัทฯ ได้เล็งเห็นโอกาสการเติบโตทางธุ รกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน จึงได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ปรับแผนยุทธศาสตร์ทางการตลาด พร้อมปรับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ นมข้นหวานภายใต้ แบรนด์พาเลซ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบ “4R” เพื่อมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่ นใหม่ที่นิยมความแตกต่างไม่ซ้ำแ บบใคร และถือเป็นตลาดที่มีการเติ บโตอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจาก “รีเฟรช” (Refresh) การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ พาเลซ จากเดิมที่ผู้บริโภคหลายคนมองว่ าเป็นแบรนด์เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบ การ โดยเพิ่มความสนุก และความสดใสให้กับแบรนด์ ด้วยการดึงนักร้องหนุ่ม “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” มาร่วมเป็นแอมบาสเดอร์ ถ่ายทอดเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่ สะท้อนถึงคอนเซ็ปต์

“เติมรสชาติใหม่ๆ ให้ชีวิต” เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เกิดค วามสนใจและเกิดการรับรู้ ในแบรนด์พาเลซ ควบคู่ไปกับการ “รีโพสิชั่นนิ่ง” (Re-Positioning) ที่นำจุดเด่นของแบรนด์ในเรื่องข องความหอม หวาน คงรสชาติความอร่อยให้กับเครื่อง ดื่ม และเรื่องสุขภาพ มาสร้างเป็นตำแหน่งทางการตลาดให ม่ของแบรนด์

“รีลอนช์” (Re-Launch) ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ส่งผลิตภัณฑ์ครีมเทียมข้นหวานในรูปแบบหลอดบีบลงแข่งขันทำตลา ดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจแ ละมียอดจำหน่ายทะลุเกินกว่าเป้า ที่ตั้งไว้ถึง 6 ล้านหลอด จึงทำให้บริษัทฯ ได้เดินหน้าพัฒนารสชาติใหม่อีก 3 รสชาติ ที่ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใ หม่ในปัจจุบัน ได้แก่ พาเลซดิป รสช็อกโกแลต จับกลุ่มหนุ่มสาวออฟฟิตที่ชื่นช อบความสดชื่นในเวลาเช้า จากความเข้มข้นของช็อกโกแลตอย่างแท้จริง พาเลซดิป รสสตรอเบอร์รี่ เอาใจสาวกสตรอเบอร์รี่กับความสด ที่ให้รสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน และ พาเลซดิป รสงาดำ ฉีกกฎนมข้นหวานเพื่อคนรักสุขภาพ กับประโยชน์ของงาดำ

สำหรับความพิเศษของผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้ง 3 รสชาตินี้ นอกจากจะนำไปรับประทานคู่กับขนม ทานเล่นแล้ว ยังสามารถนำไปผสมกับน้ำร้อนหรือ เครื่องดื่มเย็น ชงรับประทานได้ทันที อีกทั้งยังได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ใน รูปแบบหลอดบีบให้มีความทันสมัยม ากยิ่งขึ้น พกพาสะดวก และที่สำคัญคือการปิดแน่นหนาสาม ารถป้องกันสิ่งปลอมปนเข้าไปได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการใช้ง านของผู้บริโภค

กลยุทธ์สุดท้ายคือ “รีมายด์” (Re-Mind) ถือเป็นกลยุทธ์ตัวสำคัญที่นำมาใ ช้ให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในตั วผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีการสื่อสารผ่านช่ องทางต่างๆ แบ่งออกเป็น การทำโฆษณาผ่านสื่อหลัก (Above The Line) ที่ให้น้ำหนักสูงถึง 40% เนื่องจากเป็นการปรับภาพลักษณ์แ ละการทำการตลาดครั้งใหญ่ของบริ ษัทฯ จึงต้องการสร้างการรับรู้แก่กลุ่ มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านการโฆษณาทางโทรทัศน์ จอแอลอีดี สื่อเคลื่อนที่ และการสนับสนุนรายการโทรทัศน์ต่ างๆ เป็นต้น และกระตุ้นการรับรู้สู่กลุ่มเป้ าหมายหลักที่เป็นกลุ่มคนรุ่ นใหม่ด้วยการสื่อสารผ่านช่ องทางออนไลน์ (Online) อีก 30% พร้อมทั้งตอกย้ำการรับรู้ด้วยกิ จกรรมทางการตลาด (Below The Line) อีก 30% ได้แก่ การจัดคาราวาน โรดโชว์ ไปตามออฟฟิตใจกลางเมือง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เกิดการทดล องชิมผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังได้เตรียมแผนสำหรับการขยายช่ องทางการจัดจำหน่าย โดยแบ่งออกเป็น กลุ่ม B2B ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 70% ด้วยการใช้กลยุทธ์การจำหน่ายผ่า นผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่ (Distributor) ทั้ง 77 จังหวัด พร้อมทั้งได้วางทีมตัวแทนจำหน่า ยของบริษัทฯ ลงพื้นที่กระจายทั่วทุกภูมิภาคข องประเทศไทยเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ า โฮเรก้า (HoReCa) ทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่เปิดใหม่ รวมถึงการจัดทำโปรโมชั่นพิเศษสำ หรับกลุ่มลูกค้า B2B โดยเฉพาะ

ส่วนกลุ่ม B2C ที่มีสัดส่วน 30% จะมีการปรับเปลี่ยนช่องทางการจั ดจำหน่ายเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมการซื้ อสินค้าของผู้บริโภคจะนิยมความส ะดวก ใช้บริการในจุดที่เป็นทางผ่าน ชอบสั่งซื้อของออนไลน์ โดยทางบริษัทฯ จะหันมาเพิ่มช่องทางการจำหน่ายใ นกลุ่ม Convenient Store มากขึ้น โดยเฉพาะร้านค้าในสถานีบริการน้ำ มัน อาทิ SPAR สถานีบริการน้ำมันบางจาก MaxMart สถานีบริการน้ำมันพีที และร้านค้าอื่นๆ ได้แก่ SuperSave / Sun108 / Lemon Green เป็นต้น

นายอิทธิพล กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับการปรับกลยุทธ์ทางการตลา ด และการปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแ บรนด์พาเลซในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจา กกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายภายในปีนี้ โดยคาดว่า ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานหลอดบีบทั้ง 3 รสชาติใหม่ และผลิตภัณฑ์ครีมเทียมข้นหวานหล อดบีบ จะมียอดจำหน่ายสูงกว่า 20 ล้านหลอด และคาดว่าจะครองส่วนแบ่งทางการต ลาดผลิตภัณฑ์นมข้นหวานและนมข้นจื ดได้ถึง 30 % จากเดิมที่มี 20%”
Comments