Motor & Energy




อีซูซุดึง 3 คนดังจาก 3 วงการร่วมสะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จที่เหนือกว่าในแบบ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์”

posted Jan 17, 2021, 10:13 PM by Maturos Lophong


อีซูซุดึง 3 คนดังจาก 3 วงการร่วมสะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จที่เหนือกว่าในแบบ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์”

หลังจากที่รถอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมด “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” สร้างปรากฏการณ์ ยอดจองสวนกระแส COVID-19 และเศรษฐกิจชะลอตัว ทะลุ 7,000 คันหลังจากเปิดตัวเพียงเดือนเศษ อีซูซุยังคงเดินหน้ารุกตลาด ขยายกลุ่มเป้าหมาย “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ด้วยการจับมือ 3 คนดังจาก 3 วงการร่วมสะท้อนความสำเร็จในแบบฉบับของตัวเอง ตอกย้ำนิยาม “เหนือทุกความเชื่อ...เหนือทุกความสำเร็จ (ORIGINALITY REDEFINED)” ผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่ 18 มกราคมนี้ เป็นต้นไป

กลุ่มตรีเพชร โดย นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว รถธงคันใหม่ของอีซูซุ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ได้สร้างกระแสความร้อนแรงในวงการรถยนต์เมืองไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถได้ครบครัน ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยสมบูรณ์แบบ และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของยนตรกรรมที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ เราจึงเลือกเฟ้นผู้มีชื่อเสียง 3 คนจากวงการต่าง ๆ คือ คุณซี – ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ เจ้าหญิงแห่งวงการไอที, คุณโต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ศิลปินชื่อดัง และคุณรวิศ หาญอุตสาหะ นักธุรกิจและนักสร้างแรงบันดาลใจ มาร่วมสะท้อนการเดินทางสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จด้วยตัวเอง ซึ่งตรงตามนิยาม “เหนือทุกความเชื่อ...เหนือทุกความสำเร็จ” (ORIGINALITY REDEFINED) ของ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” เพราะความสำเร็จไม่มีแพทเทิร์น เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ค้นพบความสำเร็จในแบบฉบับของตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคมนี้เป็นต้นไป โดยเรามั่นใจว่าเราจะสามารถขยายฐานลูกค้าของ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ให้กว้างยิ่งขึ้นไปอีก”


3 คนดังที่เข้าร่วมในโครงการนี้ ประกอบด้วย 

· ซี – ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ “เพราะความสำเร็จไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว” : ความสำเร็จที่เกิดจากการไม่เคยหยุดพัฒนาและเลือกทางเดินให้ตัวเอง เริ่มต้นความฝันด้วยการเป็นนักข่าวรุ่นใหม่ไฟแรงที่นำความหลงใหลด้านไอทีมาต่อยอดเป็นผลงานอันโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ จนได้รับสมญานาม “เจ้าหญิงแห่งวงการไอที”

· โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร “เพราะความสำเร็จมีได้หลายเส้นทาง” : อีกมุมมองของความสำเร็จที่สามารถเลือกเองได้ ผู้สร้างความสำเร็จหลายด้านให้ตัวเองด้วยการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เริ่มต้นจากเส้นทางของนักดนตรีจนมีชื่อเสียง จนก้าวสู่การเป็นศิลปินและโปรดิวเซอร์ระดับประเทศ

· รวิศ หาญอุตสาหะ “เพราะความสำเร็จเรากำหนดเองได้” : ความสำเร็จที่แบ่งปันและเรียนรู้ไปด้วยกัน จากผู้นำเครื่องสำอางแบรนด์ไทยให้ทะยานสู่ความสำเร็จระดับโลก สู่วิทยากรผู้สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ เจ้าของเพจและรายการพอดแคสต์ : Mission to the Moon ที่มีผู้ฟังมากเป็นอันดับต้น ๆ ของไทย


ร่วมติดตามความสำเร็จของคนดังทั้งสามผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ 



YouTube : ISUZU THAILAND OFFICIAL



https://youtu.be/02SxCiu-rMA



Facebook page: All-New Isuzu MU-X https://www.facebook.com/194390934103303/posts/1511312205744496/

ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม ศกนี้ หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official : Isuzu Thailand




มาสด้าฝ่ามรสุมโควิดปิดยอดขายปี 2563 เฉียด 4 หมื่นคัน

posted Jan 11, 2021, 12:25 AM by Maturos Lophong


มาสด้าฝ่ามรสุมโควิดปิดยอดขายปี 2563 เฉียด 4 หมื่นคัน 

ปี 2564 เตรียมปิกอัพใหม่บุกตลาดตั้งเป้าทะลุ 5 หมื่นคัน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 11 มกราคม 2564 – มาสด้าเผยภาพรวมยอดขายปี 2563 พุ่งเกือบ 40,000 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 5% โดยรถยนต์นั่งมาสด้า2 ยังคงครองความนิยมสูงสุด วางแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ทุกเซ็กเมนต์กระตุ้นตลาด โดยเฉพาะปิกอัพ บีที-50 ที่กำลังจะมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับตลาดรถปิกอัพเมืองไทย มุ่งสื่อสารวิสัยทัศน์ Sustainable zoom-zoom 2030 พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 50,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นสูงกว่า 30% และครองส่วนแบ่งการตลาด 6%

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปี 2563 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่เข้ามากระทบ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี จึงทำให้อุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยต้องหยุดชะงัก แต่ด้วยมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของภาครัฐ และความร่วมแรงร่วมใจกันของพี่น้องชาวไทย จึงทำให้ธุรกิจต่างๆ ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นและเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงปลายปี จึงทำให้ตัวเลขที่เกิดขึ้นดีกว่าที่คาดการณ์ไว้




สำหรับตลาดรถยนต์ในปี 2563 จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 1 ล้านคัน (เมื่อต้นเดือนมกราคม) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปี 2562 แต่ท้ายที่สุดแล้วตัวเลขรวมของอุตสาหกรรมทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 7.9 แสนคัน ลดลงประมาณ 20% เช่นเดียวกับมาสด้าที่เคยตั้งเป้าไว้ที่ 50,000 คัน แต่เนื่องจากเกิดการระบาดของโควิด-19 ไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เกิดการ ล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้แนวโน้มและทิศทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาดการณ์ เมื่อกลางปี 2563 มาสด้าจึงได้ปรับเป้าการขายมาอยู่ที่ 45,000 คัน แต่สุดท้ายก็สามารถคว้ายอดขายรวมมาได้ที่ 39,266 คัน หรือลดลงประมาณ 32% ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ แต่ทั้งนี้แล้ว ก็ยังถือว่าเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและตลาดเกิดใหม่ โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งจำนวน 24,839 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวี 11,716 คัน รถปิกอัพ 2,711 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 5%

จากตัวเลขยอดขายนี้ ส่งผลให้รถยนต์มาสด้าภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และภายใต้การออกแบบของโคโดะ ดีไซน์ มียอดขายสะสมสูงเกือบ 3 แสนคัน ภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี และเมื่อย้อนกลับไปดูตัวเลขการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปี จึงทำให้ มาสด้า ประเทศไทย ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดหลักของมาสด้าทั่วโลก ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จในปี 2563 ที่ผ่านมานั้น ล้วนได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ลงทำตลาด หรือตระกูล CX-Series และทุกรุ่นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม




นายชาญชัย กล่าวเสริมว่า “การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รุ่นพิเศษ รวมถึงการปรับโฉมเพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับตลาดรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้เดือนธันวาคม 2563 มาสด้าสามารถทำยอดขายรวมได้สูงที่สุดในรอบปีถึง 5,253 คัน โดยแบ่งเป็น Mazda2 จำนวน 3,084 คัน (ยอดขายสูงสุดในรอบปี) ตามด้วย Mazda CX-30 จำนวน 936 คัน (ยอดขายสูงสุดนับแต่เปิดตัว) Mazda CX-3 จำนวน 457 คัน (ยอดขายสูงสุดในรอบ 2 ปี) Mazda3 จำนวน 391 คัน Mazda CX-8 จำนวน 260 คัน และ Mazda CX-5 จำนวน 124 คัน”

ในปี 2563 แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤต แต่มาสด้ายังคงเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยหันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มากยิ่งขึ้น ทั้งเพื่อสื่อสาร การจำหน่าย และเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงได้เดินหน้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายถึง 12 แห่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรในการทำธุรกิจร่วมกับมาสด้า ซึ่งนับเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เปิดโชว์รูมมากที่สุด และได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรม “มาสด้า คาราวาน ปันสุข” เพื่อแบ่งปันน้ำใจไปยังผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ให้การสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ต ภายใต้ทีม Mazda Innovation Motorsport และสนับสนุนกีฬาฟุตบอล นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อย่างต่อเนื่อง



พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ยังได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2564 พร้อมคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จะมียอดรวมประมาณ 8.4 แสนคัน หรือใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้แล้วก็ยังคงต้องจับตามองว่าการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 จะส่งผลมากน้อยแค่ไหนต่อภาพรวมประเทศไทย เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ สำหรับมาสด้าแล้ว คาดการณ์ไว้ว่าจะประสบความสำเร็จใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา พร้อมมองเป้าจำหน่ายที่จำนวน 50,000 คัน หรือส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 6%”

เพื่อบรรลุเป้ายอดขายดังกล่าว ปีนี้มาสด้าจะเสริมความแข็งแกร่งด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการเปิดตัว All-New Mazda BT-50 อันเป็นการกลับมาอีกครั้ง หรือ Revolutionary Change ที่มาสด้าจะมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในตลาดรถปิกอัพเมืองไทย

“ในปีนี้ เราจะยังคงเดินหน้าสื่อสารเรื่องวิสัยทัศน์ Sustainable zoom-zoom 2030 คือ การแก้ปัญหาที่ต้องเผชิญ เพื่อให้โลกของเรายังคงสวยงาม เพื่อผู้คน และสังคมให้น่าอยู่ตลอดไป โดยยังคงเน้นเรื่อง “ความสนุกในการขับขี่” พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการขายและการบริการ ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นพรีเมียม แบรนด์ที่ส่งมอบคุณค่าและการบริการที่เป็นเลิศให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย” นายชาญชัย กล่าว



นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้านการตลาดว่า ปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะรถยนต์ทุกรุ่นที่เปิดตัวล้วนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในทุกรุ่น ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะไม่มีรถใหม่ลงตลาด และยังเป็นช่วงที่ต้องจำหน่ายรถรุ่นเก่าก่อน ซึ่งถือเป็นช่วงที่ยากลำบาก แต่ทั้งนี้แล้วในปี 2564 เราจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง พร้อมให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

นอกจากการตลาดในส่วนการขายแล้ว การบริการลูกค้าและการเอาใจใส่ตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าครอบครองรถก็นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ มาสด้าได้ทำการปรับปรุงคุณภาพและราคาอะไหล่จนสามารถใกล้เคียงกับตลาด หรือบางชิ้นส่วนมีราคาต่ำกว่าตลาด รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้วยบริการจัดส่งอะไหล่ถึง 2 รอบต่อวัน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนต่างจังหวัด 1 รอบต่อวัน รวมถึงมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพการให้บริการพร้อมแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างความอุ่นใจในการเข้ารับบริการของลูกค้าทุกพื้นที่



นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับมาสด้าสิ่งสำคัญที่ผลักดันให้เราก้าวมาถึงจุดนี้ได้ คือการพัฒนา ไม่ใช่การขาย หลังจากนี้เราจึงอยากให้ความสำคัญกับการทำตลาดมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการบริการหลังการขาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และดึงดูดลูกค้ารายใหม่ให้หันมาใช้รถของเรา ซึ่งในปีนี้ มาสด้าได้ตั้งยอดขายไว้ที่ 50,000 คัน ซึ่งไม่ใช่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่นั่นคือ การตั้งเป้าให้ทีมงานมาสด้าทั้งหมดต้องยกระดับและพัฒนาตนเองให้ก้าวไปสู่จุดนั้นให้ได้”
“ทั้งหมดนี้คือแนวทางในการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในปี 2564 และผมต้องขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตร และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนมาสด้ามาโดยตลอด และมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าส่งมอบรถยนต์ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ตลอดไป” นายธีร์ กล่าวเสริม

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประจำปี 2563 เปรียบเทียบกับปี 2562

ข้อมูลการขายรถ

มกราคม ธันวาคม 2562

มกราคม ธันวาคม 2563

% เปลี่ยนแปลง

มาสด้า2

41,987

21,789

- 48%

มาสด้า3

4,717

3,041

- 36%

มาสด้า CX-3

1,971

2,229

+ 7%

มาสด้า CX-30

-

5,725

n/a

มาสด้า CX-5

3,020

1,623

- 46%

มาสด้า CX-8

745

2,139

+ 187%

มาสด้า BT-50 PRO

5,664

2,711

- 52%

มาสด้า MX-5

25

9

- 64%

ยอดรวม

58,129

39,266

- 32%

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE

โออาร์ มอบรางวัลจากกิจกรรม “Blue Card เที่ยว เลี้ยว ลุ้น”

posted Jan 5, 2021, 12:55 AM by Maturos Lophong


โออาร์ มอบรางวัลจากกิจกรรม “Blue Card เที่ยว เลี้ยว ลุ้น” รวมมูลค่ากว่า 9 ล้านบาท 

มอบรางวัลแก่สมาชิก Blue Card รางวัลใหญ่ รถยนต์ BMW X1 และของรางวัลอื่น ๆ รวมกว่า 1,500 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 9 ล้านบาท โดยมีจำนวนฉลากที่ร่วมลุ้นรับรางวัลถึงกว่า 22 ล้านชิ้น


นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีจากกิจกรรม “บลู การ์ด เที่ยว เลี้ยว ลุ้น” โดยมีรางวัลใหญ่คือ รถยนต์ BMW X1 sDrive 18i (Iconic) จำนวน 3 รางวัล ทองคำมูลค่า 100,000 บาท 3 รางวัล และของรางวัลอื่น ๆ รวมกว่า 1,500 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 9 ล้านบาท 






กิจกรรม “Blue Card เที่ยว เลี้ยว ลุ้น” เป็นกิจกรรมที่ โออาร์ ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ และยังเป็นการมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบลูการ์ด เพื่อตอบแทนที่สนับสนุนสินค้าหรือบริการของโออาร์เป็นอย่างดีมาโดยตลอด

โดย สมาชิก Blue Card ได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้น เมื่อซื้อสินค้าหรือใช้บริการและสะสมคะแนน Blue Card ณ ร้านค้าในเครือโออาร์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้แก่ การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station การซื้อผลิตภัณฑ์หล่อลื่น PTT Lubricants ที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station หรือร้านสะดวกซื้อ Jiffy การซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto การซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร้าน Café Amazon ร้านสะดวกซื้อ Jiffy ร้าน Texas Chicken ร้านฮั่วเซงฮงติ่มซำ และร้าน Pearly Tea





สำหรับในช่วงนี้ ที่โรคโควิด – 19 กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง โออาร์ ขอยืนยันว่า สถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านค้าในเครือโออาร์ มีมาตรการในการรับมือเพื่อช่วงลดการแพร่กระจายของโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด



 ไม่ว่าจะเป็นการจัดแอลกอฮอล์ไว้ให้บริการ ให้พนักงานสวมหน้ากากตลอดเวลาที่ให้บริการ เป็นต้น

จึงขอให้ผู้บริโภคทุกท่านมั่นใจในการเข้าใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านค้าในเครือโออาร์ได้อย่างสบายใจ ติดตามกิจกรรมดี ๆ จาก Blue Card หรือสมัครเป็นสมาชิก Blue Card ได้ที่ www.pttbluecard.com และ Blue Card Mobile Application หรือ โทร. 1365 Contact Center

อีซูซุปลื้มสุดๆ...ยอดจอง “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” แรงไม่หยุด

posted Dec 29, 2020, 12:47 AM by Maturos Lophong



อีซูซุปลื้มสุดๆ...ยอดจอง “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” แรงไม่หยุดทะลุ 7,000 คัน ภายในเดือนเศษ 


อีซูซุยิ้มรับยอดจอง “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ทะยานพุ่งเกิน 7,000 คัน สวนกระแสCOVID-19และเศรษฐกิจชะลอตัวเพราะคุ้มค่าตรงใจผู้ใช้รถชาวไทยทั้งดีไซน์และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสุดล้ำ ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE


กลุ่มตรีเพชร โดย นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “หลังจากที่รถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” เริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ...เหนือทุกความสำเร็จ (ORIGINALITY REDEFINED)” มีกระแสตอบรับจากผู้ใช้รถชาวไทยอย่างท่วมท้นสวนกระแสสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ในขณะที่ตลาดรถยนต์รวมที่ยังคงติดลบอยู่ 25.1% เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายของ 11 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา รวมทั้งตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ติดลบถึง 32.6% ปัจจุบันรถ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” มียอดจองสูงเกินกว่า 7,000 คัน ลูกค้าส่วนใหญ่สนใจจองรุ่นท็อปคือ รุ่น Ultimate ซึ่งสีที่ขายดีเป็นสียอดนิยมอย่าง สีขาวมุกโดโลไมท์ สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิค และสีเงินไอซ์เบิร์ก โดยลูกค้าจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าชื่นชอบในดีไซน์ที่หรูหรา เทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสมบูรณ์แบบของรถที่จัดมาให้แบบเต็มที่ คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับรถประเภทเดียวกัน ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ ทำให้ลูกค้าไม่ลังเลใจที่จะตัดสินใจเป็นเจ้าของรถ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” โดยเราได้ทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมของอีซูซุ และลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เพิ่มเติมด้วย


อีซูซุขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณลูกค้าผู้ใช้รถชาวไทยทุกท่านอีกครั้งที่ไว้วางใจเลือกใช้รถ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” โดยเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะส่งมอบรถให้ทุกท่านอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้ขึ้นกับรุ่นและสีที่ลูกค้าต้องการ โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและระยะเวลาการส่งมอบรถได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ”


สำหรับ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” เหนือทุกความเชื่อ...เหนือทุกความสำเร็จ มีให้เลือก 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ โดยมีให้เลือก 6 สี ได้แก่ น้ำตาลมาราเกซ (Marrakesh Brown) ขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite Pearl White) แดงเอทนา (Etna Red) ดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) เงินไอซ์เบิร์ก (Iceberg Silver) และเงินโบฮีเมียน เมทัลลิค (Bohemian Silver Metallic) แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น


เชิญสัมผัส “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” เหนือทุกความเชื่อ...เหนือทุกความสำเร็จ ที่จะสะท้อนความสำเร็จของคุณที่แตกต่างเหนือใคร ได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com/ Facebook page : All-New Isuzu MU-X และ LINE Official : Isuzu Thailand

กันดั้มก็มา!ฮอนด้ายกทัพโมเดลใหม่บุก Motor Expo 2020

posted Dec 1, 2020, 6:49 PM by Maturos Lophong



กันดั้มก็มา! ฮอนด้ายกทัพโมเดลใหม่บุก Motor Expo 2020 เปิดตัว Monkey Gundam Limited Edition และ New CBR150R พร้อมเปิดรับจอง All New CBR1000RR-R FIREBLADE และ New CBR600RR เป็นครั้งแรก 


เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทย สร้างทอล์คออฟเดอะทาวน์ให้กับงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่พร้อมกันหลายรุ่น นำโดย Monkey Gundam Limited Edition ที่สร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจของ Gundam Series อนิเมะยอดฮิตตลอดกาลของญี่ปุ่น ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นลงบน Monkey ได้อย่างลงตัว ตามด้วยการเปิดตัว New CBR150R รถสปอร์ตฟูลแฟริ่งโฉมใหม่ และ Forza350 Roadsync Edition พร้อมกับการเปิดรับจองซูเปอร์ไบค์รุ่นใหม่ล่าสุด All New CBR1000RR-R FIREBLADE และ New CBR600RR เป็นครั้งแรก



เริ่มต้นด้วย Monkey Gundam Limited Edition ที่ถ่ายทอดความเท่จากคาแรคเตอร์หลักของ Gundam ถึง 2 เวอร์ชัน ประกอบด้วย Monkey RX-78-2 Gundam Limited Edition และ Monkey MS-06S CHAR’s ZAKU II Limited Edition ทั้ง 2 รุ่นตกแต่งด้วยถังน้ำมันหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์ ครอบกรองอากาศออกแบบด้วยลวดลายเฉพาะ ฝาครอบข้างหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมด้วยตราสัญลักษณ์เฉพาะรุ่น ผลิตจากอะลูมิเนียม CNC เพิ่มความพิเศษด้วยเคสกุญแจและพวงกุญแจระบุตัวเลข 1-125 หมายเลขเดียวกับที่แสดงบนตัวรถ แสดงให้เห็นถึงความเป็น Limited ที่มีเพียงเวอร์ชันละ 125 คันเท่านั้น

Monkey Gundam Limited Edition วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 129,900 บาท มาพร้อมกับพรีเมียมบ๊อกเซตสำหรับแฟน Gundam พันธุ์แท้ ด้วย 5 ไอเท็มสุดพิเศษประกอบด้วย กล่องเก็บของอเนกประสงค์ลาย RX-78-2 Gundam เสื้อสเวตเตอร์ ลำโพงบลูทูธ สแตนดี้อะคริลิคเฉพาะรุ่น และผ้าบัฟสุดเท่ 


พร้อมกันนี้ ฮอนด้ายังได้เปิดตัว New CBR150R รถสปอร์ตโฉมใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ “RISE OF THE RACE สายพันธุ์นักแข่ง แรงโดยกำเนิด” สะดุดตาด้วยกราฟิกใหม่ลายเฮกซากอนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความล้ำสมัยของกีฬาอีสปอร์ต แฝงไว้ด้วยสีสันและเส้นสายแบบรถสปอร์ตขนานแท้ ลงตัวกับแฟริ่งและเฟรมที่ได้รับการออกแบบตามหลักแอโรไดนามิค พร้อมระบบกันสะเทือนที่ปรับระดับได้ทั้งหน้าและหลัง เพื่อการควบคุมรถได้ดั่งใจ



New CBR150R โฉมใหม่ มีให้เลือกถึง 4 สไตล์ ได้แก่รุ่น ABS สีเทา-แดง, สีดำ และสีแดง-ดำ ราคาแนะนำที่ 99,700 บาท และรุ่น STD มีเฉพาะสีดำ ราคาแนะนำที่ 92,570 บาท





สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ ฮอนด้ายังได้เปิดตัว Forza350 รุ่นพิเศษ Roadsync Edition ที่มาพร้อมฟังก์ชัน HSVCs (Honda Smartphone Voice Control system) ให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมสมาร์ทโฟน รับสายเข้าหรือโทรออกได้ด้วยเสียง โดยไม่ต้องละสายตาขณะขับขี่ โดยฮอนด้าจะเปิดรับจอง Forza350 Roadsync Edition เฉพาะในงานนี้เท่านั้น ด้วยราคาแนะนำเพียง 175,500 บาท โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 140 คันเท่านั้น พร้อมรับกิฟท์เซ็ทประกอบไปด้วย หูฟัง BT Mini Bluetooth หมวกกันน็อก H2C และเสื้อแจ็คเก็ต Forza350 ทันที


นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้เปิดรับจอง All New CBR1000RR-R FIREBLADE และ New CBR600RR เป็นครั้งแรกภายในงาน โดย All New Honda CBR1000RR-R FIREBLADE รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 999,000 บาท และ CBR1000RR-R FIREBLADE รุ่นพิเศษรหัส SP ราคาแนะนำที่ 1,119,000 บาท ซึ่งลูกค้า 50 คันแรกของรุ่น SP จะได้รับนาฬิกาข้อมือ TISSOT รุ่น T-RACE MARC MARQUEZ 2020 LIMITED EDITION ที่มาพร้อมลายเซ็นเลเซอร์ของ มาร์ค มาร์เกซ ยอดนักบิดแชมป์โลก 8 สมัย จาก เรปโซล ฮอนด้า และ All New CBR600RR ราคาแนะนำที่ 549,000 บาทมาพร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะ 50 คันแรก รับทันที Quick Shifter และสำหรับผู้ที่จองซูเปอร์สปอร์ตทั้ง 2 รุ่น ยังจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรม Honda Track Xperience จำนวน 4 ครั้งอีกด้วย


นอกจากรถรุ่นใหม่หลากหลายสไตล์ ฮอนด้ายังพร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่ของบริการหลังการขายที่เหนือระดับ ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ล่าสุด “My Honda Moto” ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “เทคแคร์ดี สะดวก เช็กง่าย” เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าตลอดอายุการใช้งาน เริ่มตั้งแต่การเช็กข้อมูลตัวรถ, เช็กระยะเวลารับประกัน, แจ้งเตือนการเข้าเช็กระยะ, จองศูนย์บริการพร้อมเลือกเวลาที่ต้องการผ่านแอป, ประเมินราคาก่อนซ่อมเบื้องต้น, เช็กราคาอะไหล่, บอกสถานะการซ่อมและการบริการ พร้อมแจ้งเตือนทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง 

แอปพลิเคชัน “My Honda Moto” สามารถเชื่อมต่อการใช้งานเพื่อเข้ารับการบริการที่ศูนย์ฮอนด้าทั้ง 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Honda Wing Center, Honda Bigwing และ CUB House โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือผ่านระบบปฎิบัติการ iOS และ Android ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


พบกับรถรุ่นใหม่และข้อเสนอพิเศษจากฮอนด้า ภายในงาน Motor Expo 2020 ได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G12 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ หรือติดตาม


รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก 

Honda Motorcycle Thailand : fb.com/hondamotorcyclethailand

CUB House : fb.com/cubhousebyhonda

Honda BigBike : fb.com/HondaBigBikeTH

เปิดแล้ว 2 สาขาใหม่ “โอมาคาเสะ คาร์” โดยกลุ่มตรีเพชร เดินหน้ารุกตลาดรถมือสองไม่หยุด

posted Nov 27, 2020, 12:01 AM by Maturos Lophong


เปิดแล้ว 2 สาขาใหม่ “โอมาคาเสะ คาร์” โดยกลุ่มตรีเพชร เดินหน้ารุกตลาดรถมือสองไม่หยุด 

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท
ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากกระแสตอบรับที่ยังคงดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ www.omakasecar.com ที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดเกือบ 14,000 รายต่อเดือน ยิ่งสร้างความมั่นใจและทำให้กลุ่มตรีเพชรมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าและสานต่อนโยบายจำหน่ายรถมือสองคุณภาพสูงผ่านช่องทางออนไลน์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้ายังคงอยากเห็นรถจริงและทดลองขับจริงเพื่อช่วยในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย เราจึงตัดสินใจขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 สาขา โดยจะพร้อมเปิดให้บริการในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งได้แก่ สาขางามวงศ์วาน ที่เน้นความสะดวกสะดวกสบายในการเดินทาง ติดถนนใหญ่ อยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประตูงามวงศ์วาน สาขานี้จะเน้นรถยนต์นั่งยุโรประดับหรูและรถยนต์นั่งหลากหลายรุ่นให้เลือก อีกสาขาจะอยู่ที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นสาขาต่างจังหวัดสาขาแรก เป็นศูนย์รวมรถมือสองคุณภาพดีขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สามารถโชว์รถเพื่อให้ลูกค้าเลือกชมได้กว่า 500 คัน มีบริการครบวงจรทั้งโชว์รูมรถ ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง อีกทั้งยังมีร้านกาแฟให้นั่งพักผ่อนบนพื้นที่ทั้งหมดกว่า 16 ไร่ เพื่อตอกย้ำว่า “โอมาคาเสะ คาร์” คือรถยนต์มือสองคุณภาพดีตัวจริง เราจึงนำเสนอแต่รถยนต์มือสองเกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น อายุน้อย เลขไมล์น้อย เลขไมล์แท้ มีประวัติการซ่อมบำรุงย้อนหลังที่สามารถตรวจสอบประวัติได้ รถทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ รวมทั้งมีข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำต่าง ๆ และการรับประกันหลังการขาย 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไขการรับประกัน)”

บีซีไอ หนุน กฟภ. รัฐวิสาหกิจรายแรก เปิดตัวหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน

posted Nov 3, 2020, 12:40 AM by Maturos Lophong



บีซีไอ หนุน กฟภ. รัฐวิสาหกิจรายแรก เปิดตัวหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบีซีไอ จับมือร่วมกันเปิดตัวบริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน (eLG on Blockchain) ช่วยลดเวลาดำเนินงานของ กฟภ. ลงได้ 3 เท่า และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าและคู่ค้า โดย กฟภ. เป็นรัฐวิสาหกิจรายแรกของไทยที่ใช้บริการ eLG on Blockchain และเป็นต้นแบบองค์กรภาครัฐที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีนี้เพื่อมุ่งสู่การเป็น Digital Utility ซึ่งบีซีไอคาดว่าภายในสิ้นปี 2563 จะมีหน่วยงานที่ใช้บริการ eLG on Blockchain 58 ราย
นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมารองรับการให้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าเพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ความทันสมัย ตลอดจนความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรได้อีกด้วย โดยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาบริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชนในครั้งนี้ กฟภ. ได้เริ่มเปิดใช้บริการครั้งแรกในเดือนมีนาคมด้านการค้ำประกันการใช้ไฟฟ้า และถัดมาด้านการค้ำประกันงานจัดซื้อจัดจ้างในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นรัฐวิสาหกิจรายแรกของไทย และเป็นตัวแทนของหน่วยงานภาครัฐที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาบริการ eLG on Blockchain ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาครวมเศรษฐกิจของประเทศ



นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโนบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยี ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือของภาคธนาคาร เพื่อสนับสนุนการทำงานของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดย “โครงการหนังสือค้าประกันอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Letter of Guarantee ” เป็น use case แรก ซึ่งถือเป็นระบบงานแรกที่นำบล็อกเชนมาใช้กับการจัดการหนังสือค้าประกัน โดยมีผู้เข้าร่วมใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมให้บริการแล้ว 17 ราย ผู้รับผลประโยชน์ที่เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศและบริษัทในเครือกว่า 50 บริษัท และสำหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเป็นรัฐวิสาหกิจรายแรกของประเทศไทยที่ผู้รับผลประโยชน์เป็นภาครัฐ นอกจากนี้จะยังมีผู้รับผลประโยชน์ที่เป็นภาครัฐเข้าร่วมเพิ่มขึ้นในปลายปีนี้ และขณะนี้โครงการนี้อยู่ระหว่างการทดสอบนวัตกรรมใน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีการติดตามผลการทดสอบและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย มีนโยบายที่ส่งเสริมให้ภาคการเงินมีการพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด และการกำหนดมาตรฐานที่สำคัญร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้งานแต่ละรายสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดร่วมกัน ก่อให้เกิดการแบ่งปันแนวคิดและองค์ความรู้ ส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกัน รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน มีนวัตกรรมรองรับรูปแบบบริการที่หลากหลาย ก่อให้เกิดการเข้าถึงบริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างกว้างขวาง มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย
นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บีซีไอเป็นผู้ให้บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชนแก่ กฟภ. รัฐวิสาหกิจรายแรกที่สามารถเชื่อมต่อบริการ eLG on Blockchain ได้ซึ่งช่วยให้ กฟภ. ลดเวลาการดำเนินงานได้กว่า 3 เท่า ลดต้นทุนองค์กรในส่วนของการจัดการเอกสารและจำนวนพนักงานที่ต้องจัดการงานด้านนี้เพื่อไปเพิ่มคุณค่างานด้านอื่น เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าและคู่ค้า ตลอดจนเพิ่มความถูกต้องแม่นยำที่ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือการปลอมแปลงเอกสาร ปัจจุบันบีซีไอมีผู้ใช้บริการทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวน 48 ราย และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 58 รายภายในสิ้นปี 2563 นี้
หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้องค์กรมีการจัดการที่ดี และจะช่วยผลักดันให้ กฟภ.ก้าวสู่การเป็นองค์กร Digital Utility ได้ในอนาคต โดยปัจจุบันทั้ง กฟภ. และบีซีไอยังมีแผนความร่วมมือการพัฒนาเพื่อเชื่อมต่อเทคโนโลยีบล็อกเชนกับงานหนังสือค้ำประกันให้กับหน่วยงานอื่นของ กฟภ. ด้วย เช่น PEA Fiber ทั้งนี้ บีซีไอวางเป้าหมายขยายการให้บริการไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพิ่มเป็น 200 รายภายในปี 2564
บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตั้งเป้าเพิ่มการใช้งานหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชนเป็น 50% ของหนังสือค้ำประกันทั้งประเทศ ภายใน 3 ปี จากมูลค่าหนังสือค้ำประกันผ่านระบบสถาบันการเงินไทยทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 1.35 ล้านล้านบาท จำนวนมากกว่า 500,000 ฉบับต่อปี
นายสิริวัฒน์ เกียรติเจริญสิน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า บริการ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบบล็อกเชน (Letter of Guarantee on Blockchain) นี้จะช่วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลดต้นทุนในการจัดการเอกสารและการดูแลข้อมูล ตลอดจนลดขั้นตอนในการทำงาน ภายใต้ความปลอดภัยระดับโลก โดยเป็นการรับรองหนังสือค้ำประกัน ผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ อาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งช่วยให้การใช้งานคล่องตัว ปลอดภัย เชื่อถือได้ ป้องกันการปลอมแปลงหนังสือค้ำประกัน รองรับการทำธุรกรรม และสามารถตรวจสอบสถานะได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ สามารถตรวจสอบเอกสารได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 100%
นอกจากความสำเร็จของโครงการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบบล็อกเชน ทางบริษัทกำลังศึกษาการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปต่อยอดไปยัง use case อื่น เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมอื่นนอกจากภาคการเงินอีกด้วย เช่น ที่ได้ดำเนินการเปิดโครงการไปล่าสุดในวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา คือ โครงการหนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Confirmation on Blockchain) ที่เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยมีผู้ร่วมงานประกอบไปด้วย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชี และสถาบันทางการเงิน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาและลดเวลาในการดำเนินการ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังมีอุปสรรคในขั้นตอนการขอหนังสือรับรองทางการเงินที่ค่อนข้างใช้ระยะเวลาค่อนข้างมาก มีความหลากหลายของเอกสาร และข้อมูลไม่ครบถ้วนต้องดำเนินการขอใหม่และใช้ระยะเวลาเพิ่มเติมในการตรวจสอบบัญชี
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น
แชร์

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น...

อีซูซุส่งทัพยนตรกรรม ร่วมงาน “FAST Auto Show Thailand 2020”

posted Oct 28, 2020, 7:36 PM by Maturos Lophong



อีซูซุส่งทัพยนตรกรรม “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” และ “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ครบรุ่น ร่วมงาน “FAST Auto Show Thailand 2020” 

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าปลุกกระแสยานยนต์ไทยช่วงท้ายปี ด้วยการส่งทัพยนตรกรรมปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” และ “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด เข้าร่วมงาน “FAST Auto Show Thailand 2020” จัดแสดงเต็มครบทุกรุ่น รวม 6 คัน พร้อมเปิดให้ผู้สนใจได้ทดลองขับตลอด 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายนศกนี้ ณ ฮอลล์ 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

กลุ่มตรีเพชรโดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “แม้ว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศไทยชะลอตัว แต่กระแสการตอบรับในรถปิกอัพอีซูซุยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป็นรถที่พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถชาวไทยให้ได้รับความคุ้มค่าเงินสูงสุด มีความโดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์ นวัตกรรมการขับขี่ เทคโนโลยีความสะดวกสบาย และความประหยัดน้ำมัน อันเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งไปกว่านั้น อีซูซุยังทุ่มงบประมาณในการสร้างมาตรฐานโชว์รูมและ งานบริการหลังการขายให้เหนือระดับยิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ในงาน FAST Auto Show 2020 อีซูซุจึงไม่เพียงจัดแสดงรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” แบบครบทุกรุ่น และ “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด แต่ยังนำโชว์รูมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The TOUCH” มานำเสนอภายในบูธอีซูซุอีกด้วย เพื่อร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อรถได้มีโอกาสเลือกชมและทดลองขับรถปิกอัพอีซูซุได้อย่างใกล้ชิด พร้อมเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษได้อย่างครบครันในงานเดียว”


สำหรับยนตรกรรมที่อีซูซุนำไปจัดแสดงในงาน FAST Auto Show 2020 ได้แก่

· ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก! ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ เพื่อดุลยภาพของการขับขี่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่นก้าวล้ำไปอีกขั้น สะท้อนรสนิยมของผู้ที่ได้ครอบครอง โดยมีเกียร์อัตโนมัติให้เลือก ทุกรุ่นในรุ่นความสูงมาตรฐาน ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ช่วยในการควบคุมรถได้ง่าย ทุกสถานการณ์อย่างครบครัน ได้แก่ ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESC (Electronic Stability Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System) ระบบช่วย ออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทาง ลาดชัน HDC (Hill Descent Control) จัดโชว์ครบทั้งเครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รวมทั้งหมด 4 คัน ดังนี้

- ออลนิว อีซูซุ วีครอส 4x4 เครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ พรีเมียมสปอร์ต ออฟโรดสีส้ม Valencia Topaz Metallic

- ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ เครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 4 ประตู สีฟ้า Polynesian Blue

- ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ เอส เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกียร์อัตโนมัติ สีขาว Siberian White

- ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สีเงิน Silver

· ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ ไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นล่าสุดจากอีซูซุ พร้อมนิยามใหม่ “ท้าทายทุกลิมิต...สุดขีดสไตล์เอ็กซ์” (INFINITE X-LIFE) ยนตกรรมดีไซน์เท่เหนือชั้น จัดเต็มด้วยชุดแต่ง X-Stylish Package ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน สะกดทุกสายตา ด้วยแนวคิด การออกแบบ BOLD but EMOTIONAL ถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสายพันธุ์สปอร์ตที่หลงใหลในความเร็ว แรง เร้าใจ พร้อมพิเศษ! ระบบกรองอากาศเข้าห้องโดยสาร High Efficiency Filter ช่วยดักฝุ่นขนาดเล็กได้ถึงระดับ PM 2.5 ตอบโจทย์ครบทุกฟังก์ชั่นใช้งานด้วยสีขาวและสีดำ ทั้งแบบ 2 ประตู และ 4 ประตู ในรุ่น SPEED และ HI-LANDER 

- ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 2 ประตู เกียร์อัตโนมัติ สีดำบาวาเรียน ไมก้า (BAVARIAN BLACK MICA) เติมเต็มด้วยอารมณ์เรซซิ่งในทุกรายละเอียด อาทิ กระจังหน้าสีดำ Glossy Black พร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง โฉบเฉี่ยว ชุดแต่งสเกิร์ตรอบคัน พร้อมกันชนหน้า-หลัง ลายเคฟลาร์ โดดเด่นด้วยเส้นขอบล่างสีแดง ดีไซน์ลู่ลม เสริมความสปอร์ตให้ตัวรถ ล้ออัลลอย 16 นิ้ว สีดำ Glossy Black ไฟหน้า หล่อเข้ม ISUZU Vision Bi-LED เพิ่มความสว่าง ส่องได้ไกลและกว้างขึ้น ปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ ได้ 4 ระดับ พร้อม Auto Lights Off และไฟท้าย Dual-Sonic LED ภายในเด่นสะดุดตาด้วยชุดแต่งคอนโซลหน้าใหม่ ไล่เฉดสีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X ใหม่! เบาะนั่งทูโทนสีดำแดง ทรงสปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย พร้อมสัญลักษณ์ X สีแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า พวงมาลัยเพาเวอร์มัลติฟังก์ชั่น พร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง (Tilt & Telescopic) พร้อมชุดคันเกียร์และเบรกมือดีไซน์หุ้มหนัง ที่สุดแห่งปิกอัพไลฟ์สไตล์สปอร์ตตัวจริง

- ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น HI-LANDER เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 4 ประตู สีขาวมุกเอเวอเรสต์ (EVEREST PEARL WHITE) ดีไซน์ใหม่รอบคัน…ด้วยกระจังหน้า สีดำ Glossy Black พร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง สเกิร์ตกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมขอบล่างสีเงิน ล้ออัลลอยใหม่ สีดำ Glossy Black เท่ ดุดัน โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง ขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้าหล่อเข้ม ISUZU Vison Bi-LED ปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ ได้ 4 ระดับ พร้อม Auto Lights Off ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์และเปิดประตูรถ พร้อม Multifunctional Daylight แบบ Built-in ส่องสว่างในเวลากลางวัน และเป็นไฟหรี่ในเวลากลางคืน และไฟท้าย Dual-Sonic LED โดดเด่นมีสไตล์แบบ Clear Lens ให้ความสว่างชัดเจน กันชนท้าย Integrated Bumper ดีไซน์สปอร์ตเท่ สีเดียวกับตัวรถ ภายในหรูหรา ดุดัน ด้วยชุดแต่งคอนโซลหน้าสีดำ Piano Black พร้อมสัญลักษณ์ X เติมความเร้าใจด้วยปุ่มควบคุมและสวิตช์ต่าง ๆ มาพร้อมกับชุดแต่งแผงข้างประตูสีดำ Piano Black และเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ ทรงสปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย พร้อมปักสัญลักษณ์ X ด้ายแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า หน้าจอ Smart MID ขนาดใหญ่ 4.2 นิ้ว แบบ TFT (Thin-film Transistor Technology) ที่แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ พวงมาลัยเพาเวอร์มัลติฟังก์ชั่นดีไซน์หุ้มหนังเดินด้ายแดง พร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง (Tile & Telescopic) 

เชิญชมและร่วมทดลองขับทัพยนตรกรรมอีซูซุได้ในงาน FAST Auto Show 2020 งานแสดงรถยนต์ รถมือสองและของแต่งรถแห่งปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 ณ ฮอลล์ 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official : Isuzu Thailand

ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ก้าวสู่ปีที่ 9 จัดเต็มรถใหม่ป้ายแดง – รถใช้แล้ว – อุปกรณ์ตกแต่งโมดิฟายด์

posted Oct 8, 2020, 8:13 PM by Maturos Lophong


ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ก้าวสู่ปีที่ 9

 จัดเต็มรถใหม่ป้ายแดง – รถใช้แล้ว – อุปกรณ์ตกแต่งโมดิฟายด์ 

ค่ายรถแบรนด์ดัง – ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว อุปกรณ์ตกแต่ง ยกทัพเข้าร่วมงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2020” ชูไฮไลต์รถรุ่นใหม่ รถยนต์มือสองคุณภาพดีให้เลือกสรร พร้อมข้อเสนอทางการเงินจาก “กรุงศรี ยูสด์ คาร์” ผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน และแคมเปญลุ้นรับของรางวัลทุกวัน

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2020 กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ที่ท้าทายมาก เนื่องจากต้องประสบภาวะวิกฤติโควิด -19 ที่ส่งผลกระทบทำให้ต้องเลื่อนการจัดงานจากเดิมที่มีขึ้นวันพุธที่ 1 – วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563 มาเป็นวันพุธที่ 28 ตุลาคม – วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ณ ฮอลล์ 105 – 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

“วิกฤติในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายที่ทุกคนต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ ทั้งผู้จัดงาน และพันธมิตรค่ายรถทั้งรถยนต์ใหม่ และรถยนต์ใช้แล้ว โดยความพร้อมในตอนนี้ถือว่า 100 % ทุกแบรนด์ทุกบริษัทยืนยันการเข้าร่วมงานเต็มพื้นที่ 16,000 ตร.ม. ของฮอลล์ 105-106 รวมถึงพื้นที่ด้านหน้า ฮอลล์ 106 ไบเทค”
นายพัฒนเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางวิกฤติในครั้งนี้ ยังมีโอกาส เพราะพฤติกรรมของลูกค้าที่กังวลใจเรื่องสุขภาพทำให้หลีกเลี่ยงการใช้รถในระบบขนส่งสาธารณะ และหันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมตลาดรถมือสองในช่วงที่ผ่านมาลดลง 15% ในขณะที่รถยนต์ใหม่ป้ายแดงหดตัวลง 37% ในครึ่งปีแรก

“ในครึ่งแรกของปี 2563 ตลาดรถยนต์ ทั้งรถยนต์ใหม่ป้ายแดง และรถมือสองชะลอตัว เนื่องจากวิกฤติโควิด-19 แต่ครึ่งหลังแนวโน้มตลาดเริ่มปรับตัวดีขึ้น อันเป็นผลจากมาตรการเยียวยาต่างๆ ที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือประชาชน การผ่อนคลายล็อกดาวน์ทำให้ธุรกิจเดินหน้า บริษัทรถยนต์เปิดตัวรถรุ่นใหม่หลายรุ่น ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดรถยนต์เริ่มฟื้นตัว”
นายพัฒนเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮไลต์ภายในงานปีนี้ นอกจากจะมีรถยนต์มือสองมาเข้าร่วมอย่างคับคั่งแล้ว ในส่วนของรถใหม่มีรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้ามานำเสนอกับลูกค้า ซึ่งการจัดงานในปีที่ผ่านมา ค่ายเอ็มจี ได้เปิดตัว เอ็มจี แซดเอส อีวี รถยนต์ไฟฟ้า 100% และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ดังนั้นในปีนี้ก็คาดว่ารถรุ่นใหม่ที่นำมาจัดแสดงภายในงานจะได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน

“นอกจากนี้ คนไทยเริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และให้ความสนใจและติดตามความก้าวหน้าของนวัตกรรมความก้าวหน้าของรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ดังจะเห็นจากสัดส่วนยอดขายของรถยนต์ในกลุ่มนี้ที่เพิ่มต่อเนื่อง และเมื่อดูจากข้อมูลผลการวิจัยจากหลายสถาบันได้เปิดเผยข้อมูลเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ต่างประเมินในทิศทางเดียวกันว่าในระยะยาวของอุตสาหกรรมยานยนต์มีปัจจัยด้านความพร้อมของโครงสร้างและเทคโนโลยี มีส่วนผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV (Electric vehicles) มีแนวโน้มถูกลงและจะเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในหรือ ICE (Internal Combustion Engine) มากขึ้น”

นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า ผู้ประกอบการรถยนต์ใหม่ที่เข้าร่วมงานในปีนี้ มีจำนวน 11 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ MG, Approved Certified Used Car by MG, HONDA, ISUZU, MAZDA, THAIRUNG, MITSUBISHI, NISSAN, SUZUKI, SUBARU, TOYOTA โดยมีไฮไลต์จากแบรนด์ เอ็มจี ภายในงานปีนี้ลูกค้าจะได้เห็นรุ่น เอ็มจี เอชเอส ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (MG HS Plug-in Hybrid) ที่งานเป็นครั้งแรก และยังมีไฮไลต์จากแบรนด์อื่นๆ อาทิ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต จีที-พลัส (Mitsubishi Pajero Sport GT-Plus) ใหม่ และ นิว อีซูซุ เอ็กซ์ -ซีรีส์ 2020 (New Isuzu X-Series 2020) ชุดแต่ง X-Stylish Package มีให้เลือก 2 รุ่น Sport Racing ในรุ่น SPEED และ Sport Premium รุ่น HI-LANDER



นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า ผู้ประกอบการรถยนต์มือสองที่เข้าร่วมงานในปีมีจำนวนทั้งสิ้น 15 ราย ได้แก่ วิสาร ออโต้คาร์, DDS คาร์เซ็นเตอร์, โย รัชดา, ศูนย์รถยนต์ 54 นิวัฒน์, THE ONE, CarDeeSureOK, เจ มอเตอร์เทรด, A.T.CARSALE, อมรวารันตี โดยเบนซ์อมรรัชดา, รถเศรษฐี, เบสท์ เซอร์วิส,ดา ศรีนครินทร์, NBP CAR, รถบ้านคุณเอ็กซ์ By AUTO MASTER, UNIQUE AUTO โดยผู้ประกอบการทุกรายต่างมีความพร้อมในการเข้าร่วมงาน และมีประสบการณ์ตรงที่ได้จากการออกงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา



“แนวโน้มการซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่จะได้รับความนิยมสูงในตลอดช่วงนี้ คือ กลุ่มรถระดับพรีเมี่ยม รถมินิเอ็มพีวี รถพีพีวี และรถปิกอัพขับเคลื่อนสี่ล้อ เนื่องจากสามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ โดยราคาเฉลี่ยรถยนต์ใช้แล้วในตลาดอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท ในขณะที่ภายในงานคาดว่าจะมีราคาเฉลี่ยสูงกว่าท้องตลอดและกลุ่มรถระดับพรีเมี่ยม ยังคงจะได้รับความนิยม”


นายอัษฎาวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในปีนี้ ยังคงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะซื้อรถยนต์มือสองด้วยการรับการซื้อคืน 100% ตามเงื่อนไข 5 ข้อ คือ 1. ไม่ไฟไหม้ 2. ไม่จมน้ำ 3. ไม่มีการตัดต่อ 4. โอนทะเบียนได้ถูกกฎหมาย 5. ไม่มีการชนหนัก และพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มือสองทุกคันภายในงานยังจะได้รับบัตรกำนัลในการใช้บริการที่ “บี-ควิก” อีกด้วย




นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ผู้บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รองประธานจัดงาน กล่าวว่า การเข้าร่วมจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นปีแรกของกลุ่มกรังด์ปรีซ์ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหม่ โดยมีการมาเติมส่วนที่น่าสนใจให้กับงาน ได้แก่ อุปกรณ์ตกแต่ง โมดิฟายด์ มอเตอร์สปอร์ต อี-สปอร์ต ที่จะเข้ามาเสริมทัพให้การจัดงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ยิ่งใหญ่สมการรอคอยอีกด้วย


สิ่งสำคัญอีกประการ ที่จะนำมาใช้ในงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2020 คือการนำประสบการณ์จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งล่าสุดที่จัดภายใต้วิถีใหม่ “NEW NORMAL” ตามมาตรการของ ศบค.มาใช้อย่างเคร่งครัด อาทิ มีจุดคัดกรองผู้ชมงานก่อนเข้างาน จุดบริการเจลแอลแอลกอฮอล์ทั่วบริเวญงาน ทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากที่มีลูกค้าเข้าชมตัวรถ รวมถึงรถทดสอบที่จัดเตรียมไว้ด้านหลังฮอลล์ด้วย โดยทั้งหมดได้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการ 15%


นางกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนผู้สนับสนุนหลักของงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า “นับเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่กรุงศรี ออโต้ ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักของงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ โดยเราพร้อมอยู่เคียงข้างพันธมิตรและลูกค้าทุกท่าน ด้วยบริการสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร ตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ในปีนี้ เราได้คัดสรรโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า “กรุงศรี ยูสด์ คาร์” อาทิ รู้ผลอนุมัติสินเชื่อไวภายใน 15 นาที ดาวน์น้อย ผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน พร้อมแพคเกจพิเศษรับประกันอะไหล่รถยนต์ (Krungsri Auto Extended Warranty) นานสูงสุด 2 ปี หรือ 70,000 กิโลเมตร รวมถึงของสมนาคุณมากมาย นอกจากนี้ เรายังมีนวัตกรรม “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท” ที่ให้ลูกค้าประเมินวงเงิน รู้ผลภายใน 3 นาที ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ก่อนเลือกซื้อรถทำให้การซื้อขายรถภายในงานสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น กรุงศรี ออโต้ เชื่อมั่นว่างาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ในปีนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์มือสองครึ่งปีหลังให้กลับมาคึกคักมากขึ้นอีกครั้ง สอดคล้องกับสภาพตลาดที่มีแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เพราะความคุ้มค่าของรถยนต์มือสองเหมาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถส่วนตัวเพื่อใช้งานในยุคที่การเว้นระยะห่างทางสังคมยังมีความสำคัญ”

นายพัฒนเดช กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า การจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ในปีนี้ ยังคงความเข้มข้นและแกร่งยิ่งขึ้นเมื่อมีพันธมิตรใหม่อย่างค่าย “กรังด์ปรีซ์” เข้ามามาเสริมทัพ โดยเชื่อมั่นว่างานในปีนี้จะเป็นเวทีกลางในการพบปะระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้งรถยนต์ใหม่ หรือรถยนต์ใช้แล้ว ที่สำคัญผู้มาซื้อรถยนต์ภายในงานได้รับสิทธิประโยชน์และลุ้นรับของรางวัลพิเศษมากมายตลอดการจัดงาน อาทิ ลุ้นรับรางวัลประจำวันทุกวัน ได้แก่บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 1,000 บาท วันละ 5 รางวัล และ รางวัลใหญ่บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 100,000 บาท และพิเศษสุดในวันสุดท้ายของงานร่วมลุ้นรางวัล เครื่องดูดฝุ่น Dyson รุ่น V8 Slim Fluffy + มูลค่า 14,900 บาท

ใบปลิวมีมูลค่า อย่าทิ้ง สามารถ นำมาเป็นคูปองส่วนลด 2,000 บาท ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่บูท Dyson ภายในงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2020


งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2020 จะมีขึ้นระหว่างวันพุธที่ 28 ตุลาคม – วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ที่ ณ ฮอลล์ 105 – 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยงานเปิดให้เข้าชมฟรี!ไม่มีค่าใช้จ่าย

อีซูซุรับมอบรางวัล "Product Innovation Awards 2020"

posted Aug 25, 2020, 11:47 PM by Maturos Lophong   [ updated Aug 25, 2020, 11:50 PM ]





อีซูซุรับมอบรางวัล "Product Innovation Awards 2020"จากนิตยสาร Business+


กลุ่มตรีเพชร โดยคุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับ

มอบรางวัล "Business+ Product Innovation Awards 2020"


โดย “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ...พลิกโลก! และ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ได้รับคัดเลือกให้เป็นสินค้านวัตกรรมแห่งปีพ.ศ. 2563 ประเภทรถปิกอัพและรถยนต์อเนกประสงค์ตามลำดับ

ซึ่งเป็นผลจากการโหวตของประชาชนทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยนิตยสาร Business+ ด้วยความร่วมมือกับทีมบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ณ C asean Ratchada กรุงเทพฯ

1-10 of 120