Motor & Energy




อีซูซุรับมอบรางวัล "Product Innovation Awards 2020"

posted Aug 25, 2020, 11:47 PM by Maturos Lophong   [ updated Aug 25, 2020, 11:50 PM ]





อีซูซุรับมอบรางวัล "Product Innovation Awards 2020"จากนิตยสาร Business+


กลุ่มตรีเพชร โดยคุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับ

มอบรางวัล "Business+ Product Innovation Awards 2020"


โดย “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ...พลิกโลก! และ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ได้รับคัดเลือกให้เป็นสินค้านวัตกรรมแห่งปีพ.ศ. 2563 ประเภทรถปิกอัพและรถยนต์อเนกประสงค์ตามลำดับ

ซึ่งเป็นผลจากการโหวตของประชาชนทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยนิตยสาร Business+ ด้วยความร่วมมือกับทีมบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ณ C asean Ratchada กรุงเทพฯ

บิ๊กมอเตอร์เซล 2020 มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่

posted Aug 24, 2020, 9:48 PM by Maturos Lophong   [ updated Aug 24, 2020, 10:19 PM ]

บิ๊กมอเตอร์เซล 2020 มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่

อัดโปรแรง “ใหม่ถูกดี” มาที่เดียวคุ้ม!!

21-30 สิงหาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา


Big Motor Sale 2020 มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ จัดโดย บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยเต็มสูบ จับมือร่วมกับแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำ จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม “ใหม่ถูกดี” ตอกย้ำการเป็นเจ้าของสโลแกนโดนใจผู้บริโภค “อยากได้รถ จบในงานเดียว” ช้อปเพลินเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า BTS พร้อมการดูแลด้วยมาตรฐานสุขอนามัยครบเครื่องแบบ New Normal รวม 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันนี้ - 30 สิงหาคม ศกนี้ ที่ไบเทค บางนา
โดยรถยนต์รุ่นไฮไลท์และโปรโมชั่นสุดคุ้ม จากแบรนด์รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ ที่เข้าร่วมงาน “บิ๊กมอเตอร์เซล 2020” ในปีนี้ ได้แก่ 

· MG โดย บริษัท บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดโชว์รถในงานครบทุกรุ่น พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจ โดยหนึ่งในไฮไลท์คือ MG EXTENDER รุ่น Giant Cab รถกระบะเพื่อการค้าขายเคลื่อนที่ยอดนิยม

· HONDA โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชู “ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่” และ “ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่” เป็นไฮไลท์เด่น พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือข้อเสนอ “Double Smile”ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท หรือ ฮอนด้าช่วยผ่อน และข้อเสนออื่นๆ อีกมากมายสำหรับลูกค้าที่จองรถฮอนด้าภายในงาน

· TOYOTA โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มอบฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมอัตราดอกเบี้ย 1.85% หรือรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.29%, แพคเกจรับประกันและบำรุงรักษามูลค่า 34,000 บาท สำหรับรถยนต์โคโรลล่า ครอส รุ่นใหม่ปี 63 นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นดาวน์ 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1, ผ่อนสบายเริ่มต้นในอัตราต่าง ๆ, อุปกรณ์ตกแต่งราคาพิเศษ *เงื่อนไขและรุ่นรถยนต์เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
· MITSUBISHI โดย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่” “พลัสทางเลือกใหม่ ให้ชีวิตเหนือระดับ” ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,349,000 บาท พร้อมจัดแสดงรถครบทุกรุ่น โดยมีโปรโมชั่นแนะนำ เช่น ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีในรายการ "LET’S GOLD ลุ้นทอง ลุ้นล้าน" ลุ้นรับรางวัลสร้อยคอทองคำรวมมูลค่า 1 ล้านบาท หรือเลือกรับข้อเสนอพิเศษ 'ขับฟรี 90 วัน' (เฉพาะลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ) พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี, ฟรีรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร 

· SUZUKI โดย บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด นำขบวนรถทุกรุ่นมาจัดแสดง พบรุ่นเด็ด “SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION” แต่งพิเศษและโปรโมชั่นพิเศษ ครบครัน เช่น ขับฟรี 90 วัน, อัตราผ่อนขั้นต้นเริ่มต้นเพียง 1,999 บาท*, ฟรีประกันภัยชั้น 1 ปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ระยะเวลา 3 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

· SUBARU โดย บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด มอบอัตราดอกเบี้ย 0% 60 เดือน ขับฟรี 90 วัน ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตรและฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับ “ซูบารุ เอ็กซ์วี” และ ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตรและฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับ “ซูบารุ ฟอเรสเตอร์”

· PEUGEOT โดย บริษัท เบลเฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนออัตราผ่อนเริ่มต้น 15,999 บาท/เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 17,999 บาท/เดือน ในรุ่นรถที่บริษัทกำหนด และข้อเสนอพิเศษกับชุดเครื่องเสียง Hi-End จาก FOCAL เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด 

· MASERATI โดย มาเซราติ ประเทศไทย นำเสนออัตราผ่อนเริ่มต้น 59,999 บาท ตรวจสอบรุ่นรถและรายละเอียดเพิ่มเติมที่บูธมาเซราติ

· BMW / MINI / BMW Motorrad โดย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด จัดโปรโมชั่นดาวน์ 0% หรือผ่อนดาวน์ 0% นาน 10 เดือน, รับสิทธิ์ warranty นานถึง 8 ปี, แจกทองคำน้ำหนักรวม 10 บาท ตลอด 10 วัน และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

· YAMAHA โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดเต็มโปรโมชั่นแรงต่อเนื่องในงาน Big Motor Sale 2020 พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 135,000 บาทและดอกเบี้ยพิเศษต่ำสุด 0.99%

· BRIDGESTONE โดย บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองยางรถยนต์ไฟร์สโตนทุกขนาด จำนวน 4 เส้น รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 500 บาท, เมื่อจองยางรถยนต์บริดจสโตน ขอบ 13-16 นิ้ว จำนวน 4 เส้น รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 1,500 บาทและเมื่อจองยางรถยนต์บริดจสโตน ขอบ 17-20 นิ้ว จำนวน 4 เส้น รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท 

· MAZDA โดย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยกขบวนสกายแอคทีฟครบทุกรุ่นมาจัดแสดง ผนวกกับแคมเปญสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งจากบริษัทที่ร่วมรายการ ขยายการรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายเมื่อจองซื้อรถภายในงาน (*เงื่อนไขและรุ่นรถยนต์เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

ขอเชิญร่วมสัมผัสและเลือกหายนตรกรรมคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำได้ที่งาน “Big Motor Sale 2020” มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้ – อาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563… วันธรรมดา เปิดตั้งแต่ 12.00 – 21.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 11.00 – 21.00 น. บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท ติดตามไฮไลท์ที่น่าสนใจได้ที่ https://www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont/

ปตท. - จีซี - จีซีเอ็มอี พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย

posted Aug 20, 2020, 11:35 PM by Maturos Lophong


ปตท. - จีซี - จีซีเอ็มอี พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย พัฒนาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนประสิทธิภาพสูง สู่เชิงพาณิชย์ ต่อยอดธุรกิจใหม่

เมื่อเร็วๆ นี้ - นายวรวัฒน์ พิทยศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (กลาง) นายวริทธิ์ นามวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (จีซี) (ซ้าย) และ นายไพโรจน์ สมุทรธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีซี เมนเทนแนนซ์ แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จํากัด (จีซีเอ็มอี) (ขวา) ลงนามสัญญาการอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยีการผลิตเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนช่องการไหลขนาดไมโครสเกล (Microchannel Heat Exchanger) ซึ่งสามารถถ่ายเทความร้อนสูงกว่าเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนทั่วไปมากถึงร้อยละ 33 อีกทั้งยังมีความแข็งแรงและความปลอดภัยสูง แต่มีขนาดเล็กกว่าเดิมร้อยละ 70 - 90 ทำให้สามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดได้ โดยนวัตกรรมนี้เป็นการวิจัยร่วมกันระหว่าง ปตท. และ จีซี และจีซีเอ็มอีจะเป็นผู้ต่อยอดการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ปิโตรเคมี น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อาหารและเครื่องดื่ม เพื่อขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ ผลักดันงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการดำเนินธุรกิจ ยกระดับเทคโนโลยีการผลิต พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

อีซูซุจัดแสดงรถตามวิถี New Normal

posted Jul 16, 2020, 12:20 AM by Maturos Lophong



อีซูซุจัดแสดงรถตามวิถี New Normal นำรถรุ่นล่าสุด พร้อมชุดแต่งสุดเท่ร่วมโชว์ ในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The TOUCH” 


ครั้งแรก...กับการจัดแสดงรถตามวิถี New Normal อีซูซุจัดเต็ม “ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์” พลานุภาพ...พลิกโลก! “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ปิกอัพที่ร้อนแรงที่สุดที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้ใช้รถในเมืองไทยแม้ในช่วงวิกฤต COVID-19 พร้อมด้วย รถอเนกประสงค์สุดหรู “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ รุ่นใหม่! เดอะ นิว ออนิคซ์” (ISUZU MU-X THE NEW ONYX) ที่มาพร้อมชุดแต่งอเนกประสงค์เติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้ใช้รถรุ่นใหม่ ในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” รวมทั้งสิ้น 11 คัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The TOUCH” ผสานกับแนวคิด “Infinite Potential” สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุรูปโฉมใหม่ในโทนสีเทา-แดง พร้อมยกระดับการบริการด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น และยังมีการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัยเต็มรูปแบบระหว่างการชมและใช้บริการภายในบูธอีกด้วย



กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “รถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุดของอีซูซุ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ... พลิกโลก!” ยังคงได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่การเปิดตัวรถเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และยังได้รับความนิยมและชื่นชมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะรถอีซูซุเป็นที่รับรู้ว่าคุ้มค่าเงินสูงสุด มีการพัฒนาใหม่หมดทุกมิติ รูปลักษณ์สวยงามหรูหรายิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ เครื่องยนต์ใหม่ ความปลอดภัยใหม่ นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ความสมบูรณ์แบบในทุกฟังก์ชั่น และยังคงความประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ ภายในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” อีซูซุได้ออกแบบบูธในโทนสีเทา-แดงสอดรับกับแนวคิด “The TOUCH” สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ ผสานแนวคิด “Infinite Potential” พร้อมดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด มีการจัดเตรียมแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ กระดาษเช็ดมือ ทั่วทุกพื้นที่ในบริเวณบูธ การเว้นระยะห่าง และการสแกน “ไทยชนะ” เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการจัดแสดงรถแบบ “New Normal” อีซูซุนำรถรุ่นล่าสุดรวมทั้งสิ้น 11 คัน มาให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสอย่างทั่วถึง ได้แก่ รถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ...พลิกโลก! “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ครบทุกรุ่น รถอเนกประสงค์สุดหรู “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นใหม่! เดอะ นิว ออนิคซ์” (ISUZU MU-X THE NEW ONYX) ซึ่งมาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล พร้อมจัดโชว์รถตกแต่งพิเศษ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4x4” พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรดสีส้ม Valencia Topaz สะท้อนตัวตนในเชิงเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ และ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์” โหลดเตี้ยให้กลิ่นอายสไตล์รถแข่งสำหรับขาเรซซิ่ง”

ภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 นี้ อีซูซุนำยนตรกรรมหลากหลายรุ่นเข้าร่วมงานประกอบด้วย

· ยนตรกรรมคุณภาพจากอีซูซุที่นำมาจัดแสดงใน “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ...พลิกโลก! (The “All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential”) ผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดแห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมจาก DNA ของอีซูซุ ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่เพื่อดุลยภาพของการขับขี่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่นก้าวล้ำไปอีกขั้น สร้างมาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพให้เป็นรถที่สะท้อนรสนิยมของผู้ที่ได้ครอบครอง โดยนอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว ยังมีรถตกแต่งพิเศษที่เป็นไฮไลท์เพื่อโชว์ ดังนี้



- ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4x4 พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรดสีส้ม Valencia Topaz ตกแต่งพิเศษในสไตล์เท่ ดุดันกับชุดแต่งภายนอกรอบคัน ด้วยชุดเสริมกันชนหน้า ชุดเสริมกระจังหน้าพร้อมไฟสปอตไลท์แบบ LED จาก ARB ลุยได้เต็มที่กับชุดโช้กอัพและสปริงจาก Old Man Emu รุ่น BP-51 ล้อ Fuel รุ่น Sledge ขนาด 9x20 นิ้ว ยาง BF Goodrich KO2 รุ่น A/T ขนาด 285/55R20 เสริมการใช้งานด้วยชุดอุปกรณ์กล่องเอนกประสงค์หลังรถที่เพิ่มไลฟ์สไตล์การใช้รถให้หลากหลายจาก Decked USA พร้อมรถ ATV All-Terrain-Vehicle

- ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ เอส รถแต่งซิ่งสุดจี๊ดสีขาวโดยความร่วมมือจากสำนักแต่งชั้นนำ ด้วยชุดแต่งรอบคันสะท้อนบุคลิกที่โฉบเฉี่ยว เต็มอารมณ์สปอร์ต ฝากระโปรงหน้า ฝาปิดกระบะท้ายและสปอยเลอร์ท้ายสีเทาดำสุดเข้มแบบ Carbon Composite จาก Monza ให้น้ำหนักเบา ชุดไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อม Daytime Running Light ชุดโหลดช่วงล่างปรับระดับได้ Aztex Force ล้ออัลลอย Rays Volk Racing TE37SB 8x18 นิ้ว พร้อมยาง Toyo Tires Proxes T1-S Sport ขนาด 245/45 R18 เบรกได้มั่นใจสุดด้วยชุดดิสก์เบรกหน้า-หลังแบบ 6 Pot และ 4 Pot จาก Endless ปรับจูนความแรงเครื่องยนต์โดยกล่อง Alpha Tech รุ่น Super Storm ให้กำลังสูงสุด 350แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร คลัทช์ BRC Full Plate ชุดอินเตอร์คูลเลอร์และท่อไอเสียโดย BRD Racing Shop และสติ๊กเกอร์ตกแต่งพิเศษ พร้อมตกแต่งห้องเครื่องยนต์ให้สวยงามสไตล์สปอร์ตโดย MRX เบาะคู่หน้าแบบบัคเก็ตซีท H-Drive พร้อมชุดเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด Simpson รวมมูลค่าชุดแต่ง กว่า 600,000 บาท



- “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เซฟตี้คาร์” สีส้ม Valencia Topaz ออกแบบบอดี้พาร์ทภายนอกทั้งคันให้มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว พร้อมติดตั้งฝากระโปรงหน้า ฝาปิดกระบะท้าย กระจกมองข้างทรงสปอร์ต สปอยเลอร์หลังคาด้วย Akana Carbon Composite เท่อย่างลงตัวด้วยล้ออัลลอย PP Super Wheels ล้อหน้า 9.5 นิ้ว ล้อหลัง 10.5 นิ้ว พร้อมยาง Toyo Tire T-1S ยางหน้า 245/45R18 ยางหลัง 275/40R18 ดิสก์เบรก 4 ล้อจาก Run Stop แบบ 6 พ็อต ขนาด 355 มม. ชุดโหลดช่วงล่างจาก Hot bits เสริมความแรงด้วยกล่อง ECU Shop รุ่น Ultra Boost ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสมรรถนะและความแรง ถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ได้เต็มประสิทธิภาพด้วยชุดคลัชท์ BRC และท่อไอเสีย Nitto ตลอดจนอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบครัน เช่น Roll Cage เบาะรถแข่ง Sparco เข็มขัดนิรภัย HC Group พวงมาลัย Sparco เป็นต้น

· “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นใหม่! เดอะ นิว ออนิคซ์” (ISUZU MU-X THE NEW ONYX) ที่มาในคอนเซ็ปต์ “สัมผัสที่ใช่...ของการใช้ชีวิต” (THE ABSOLUTE SENSATION) เพื่อให้เป็นรถที่เติมเต็มในทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมชุดแต่งใหม่รอบคัน THE ABSOLUTE ONYX EDITION เสริมความสปอร์ตหรูให้เข้มทุกเต็มขั้นยิ่งขึ้นในทุกส่วน อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบายอีกระดับด้วยใหม่! เบาะนั่ง Cool Max เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยลดการสะสมความร้อนได้มากกว่าเบาะทั่วไป และชุดตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่! เสริมความหรูหราและโดดเด่น โดยคงไว้ซึ่งสมรรถนะในการขับขี่ ความประหยัดน้ำมัน และระบบความปลอดภัยสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับอีซูซุ ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ที่ใช่กับขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เอกสิทธิ์แห่งเทคโนโลยีดีเซลจากอีซูซุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสุด

ร่วมสัมผัสกับทัพยนตรกรรมคุณภาพระดับโลกพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ได้ที่บูธอีซูซุ ในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคมนี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41New Normal

posted Jun 28, 2020, 11:47 PM by Maturos Lophong





บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 พร้อมปฏิวัติงานจัดแสดงรถยนต์

กำหนดมาตรฐานใหม่ New Normal-เสริมแพล็ตฟอร์มออนไลน์

บริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคมนี้ ทีชาเลนเจอร์ ฮฮลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเตรียมปฏิวัติงานจัดแสดงรถยนต์ตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal วางมาตรการคัดกรองผู้เข้าชมงานอย่างเคร่งครัดตามข้อกำหนดของรัฐบาล ค่ายรถยนต์-จักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานคับคั่งบนพื้นที่กว่า 170,000 ตารางเมตร และเตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ Virtual Motor Show จำลองบรรยากาศงงานสู่โลกออนไลน์เพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อรถยนต์ 
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 เปิดเผยว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด แรงบันดาลใจ หรือ INSPIRATION UNLOCKS THE FUTURE เพื่อสื่อถึงการที่โลกยุคปัจจุบัน ผู้คนต่างสรรสร้างแนวความคิดใหม่ๆ เพื่อสร้างเรื่องราวสู่ความสำเร็จ ค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น และปลดทุกพันธนาการสู่ความสำเร็จ




แม้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาประเทศไทย และทั่วโลกเผชิญวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทรถยนต์ชั้นนำ และบริษัทจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 อย่างคึกคักเหมือนเดิมบนพื้นที่จัดแสดง 170,960 ตารางเมตร ยืนยันได้ถึงการเป็นงานแสดงรถยนต์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดร.ปราจิน กล่าว

สำหรับบริษัทรถยนต์ และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ประกอบด้วย Ford, BMW, MINI, SUZUKI, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Mazda, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi, Porsche , Volvo, Land Rover, Jaguar, Kia, FOMM, Lamborghini, Subaru, Hyundai Truck& Bus, Takano, Peugeot, Royal Enfield, BMW Motorrad, Vespiario, A.P.Honda, Thai Suzuki, Kawasaki, Yamaha, BAJAJ, KTM, Husquavana และ Triumph
สำหรับมาตรฐานการคัดกรองผู้เข้าชมเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่าจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในฮอลล์จัดแสดง และใช้สเปรย์แอลกอฮอล์พ่นมือทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเข้าไปทดลองนั่งรถยนต์

คุณจาตุรนต์ เปิดเผยถึงขั้นตอนเพื่อคัดกรองผู้จัดแสดงงาน และประชาชนผู้เข้าชมงานตามข้อกำหนดของภาครัฐ ในตอนนี้ทางอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่จัดแสดง มีมาตรการตรวจสอบดูแลด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของภาครัฐอย่างเคร่งครัด การตั้งจุดสแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ, การวัดอุณหภูมิร่างกาย และซื้ออุปกรณ์เครื่องฉายแสงยูวีฆ่าเชื้อแบบเคลื่อนที่ Germ Saber UVC Sterilizer เพื่อใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในพื้นที่จัดแสดงเข้ามาเพิ่มเติม โดยทางบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ในฐานะผู้จัดงานจะเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าชมด้วยการเตรียมจุดคัดกรองก่อนเข้าสู่ฮอลล์จัดแสดงอีก 1 ครั้ง รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายทางดวงตา (Eye Temperature) ที่มีความแม่นยำเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้งานในสนามบินหลายแห่งทั่วโลก


ในขณะที่มาตรการเสริมเพื่อลดความแออัดของพื้นที่การจัดงาน คุณจาตุรนต์ กล่าวว่ามีการปรับเพิ่มพื้นที่ทางเดินทางกลางจาก 6 เมตรเป็น 10 เมตร และทางเดินระหว่างบูธจาก 3 เมตรเป็น 6 เมตร จัดพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจเพื่อรองรับลูกค้าเพิ่มเติมกว่า 3,0005,000 ที่นั่งให้กับแต่ละแบรนด์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อจะสามารถกระจายลูกค้าที่ทำธุรกรรมต่าง สู่บริเวณพื้นที่โหลดดิ้งด้านหลังของอาคารชาเลนเจอร์ 2

นอกจากนี้บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ เพิ่มความเชื่อมั่นให้บริษัทรถยนต์ที่ร่วมจัดแสดง และผู้เข้าชมงาน หลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบตราสัญลักษณ์ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) รับรองว่าการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 มีการจัดเตรียมมาตรการทั้งด้านบริการ และด้านสุขอนามัยเป็นไปตามที่ภาครัฐกำหนด


ในขณะเดียวกันเพื่อสอดคล้องกับรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ร่วมมือกับผู้พัฒนาแพล็ตฟอร์มออนไลน์ เตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ Virtual Motor Show จำลองบรรยากาศของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 สู่แพล็ตฟอร์มออนไลน์ พร้อมออกแบบ e-Catalog และมีระบบแชตเพื่อพูดคุยโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อรถ และรับโปรโมชั่นเหมือนในงานปีนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของงานแสดงรถยนต์ในประเทศไทยที่มีการจัดงานแบบ Virtual พร้อมกันไปด้วย


คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 อธิบายรายละเอียดของแพล็ตฟอร์ม Virtual Motorshow ในปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่เรานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในยุค New Normal สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงาน แต่อยากทราบข้อมูล และมีความประสงค์จะขอรับข้อมูลต่างๆ ของงาน โดยเราได้เปิดบริการ Virtual Motorshow ขึ้นมาผ่านทางเว็บแพล็ตฟอร์ม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานของแต่ละผู้จัดแสดงที่มาเข้าร่วมงานในปีนี้ทั้งข้อมูลรถยนต์ โปรโมชั่น และการดาวน์โหลดโบรชัวร์ โดยที่พิเศษจากนี้คือระบบ Live Chat ที่สามารถคุยรายละเอียด และเปิดการจองรถยนต์กับท่านฝ่ายขายของบริษัทนั้นๆ ผ่านช่องทางนี้ ถือเป็นการพัฒนาในด้านบริการของบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ในฐานะผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในยุค New Normal ที่แม้ว่าจะต้องห่างกันหรือเว้นระยะจากกัน แต่เราก็ยังเชื่อมต่อกันได้ สามารถเข้าถึงบรรยากาศ และบริการในด้านต่างๆ ของงานผ่านทางโลกออนไลน์ที่เราจัดเตรียมเอาไว้ให้ได้

สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 โดยวันจันทร์-ศุกร์ เปิดให้เข้าชมงานเวลา 12.00-22.00น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้เข้าชมงานเวลา 11.00-22.00น. ราคาบัตรเข้าชมงาน 100 บาท

กำหนดการจัดงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41:


วันแขกพิเศษ V.I.P Day: วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563


วันสื่อมวลชน Press Day: วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563


วันสำหรับประชาชนทั่วไป: วันพุธที่ 15 กรกฎาคม - วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563 (รวมระยะเวลา 12 วัน)


เวลาเปิดเข้าชม: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00-22.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 11.0022.00 น.


สถานที่จัดงาน: อาคารชาเลนเจอร์ 1-3, อิมแพค เมืองทองธานี

อีซูซุยืนยันภาครัฐ... “รถอีซูซุทุกรุ่น...มั่นใจพร้อมใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10”

posted Jun 28, 2020, 11:39 PM by Maturos Lophong



อีซูซุยืนยันภาครัฐ... “รถอีซูซุทุกรุ่น...มั่นใจพร้อมใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10”


คุณนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เข้าเยี่ยมชมกิจการกลุ่มอีซูซุที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด หลังจากที่ภาครัฐได้มีนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยกำหนดให้น้ำมัน B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน มาตรฐานใหม่ของประเทศไทย

คุณนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เผยว่า “กระทรวงพลังงานมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซล ในภาคการขนส่งให้มากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความยั่งยืนทางพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมันดิบ ลดฝุ่น และที่สำคัญคือช่วยเหลือเกษตรกรชาวไทย ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายในการสร้างสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบของประเทศ กระทรวงได้กำหนดเป้าหมายการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้ได้ประมาณ 7.0 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะสามารถดูดซับน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดในประเทศ โดยรถยนต์อีซูซุที่สามารถใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10 ได้ทุกรุ่นนั้น ก็จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ เป็นการสร้างสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบ เพิ่มปริมาณการใช้ สร้างเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมัน และช่วยลดมลพิษ ลดฝุ่น เนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในสัดส่วนที่สูงขึ้น”

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลและพลังงานทดแทนไบโอดีเซล อีซูซุมีความตั้งใจสนับสนุนนโยบายดังกล่าวของภาครัฐเสมอมา ณ ปัจจุบันรถทุกคันที่ผลิตจากโรงงานอีซูซุ ทั้งรถปิกอัพ รถอเนกประสงค์ และรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลได้ถึง B20 ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับรถยนต์อีซูซุทุกรุ่น ที่จะรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B10 ตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงานเช่นกัน”


คุณมนัส พุทธรัตน์ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์ม กล่าวขอบคุณกระทรวงพลังงาน ที่ได้ผลักดันนโยบายให้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐานของประเทศว่า “ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมีปัญหาเรื่องผลผลิตปาล์มล้นตลาด และราคาตกต่ำ เดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งในเวลานั้น อีซูซุได้ประกาศว่าพร้อมที่จะพัฒนารถยนต์ให้รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลได้ถึง B20 ทำให้ราคาปาล์มเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งทางเรารู้สึกยินดี และขอบคุณทั้งกระทรวงพลังงานและอีซูซุเป็นอย่างมาก ที่ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงใจ และเกษตรกรก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกครั้ง”


อีซูซุเชื่อว่านโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล เป็นการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้กับประเทศไทย อีซูซุภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการเกษตรของประเทศไทย สามารถเดินไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ดังปรัชญาการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ว่า “ผู้ใช้ สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”

PEA เปิดเคมเปญ “SAFE IN THE RAIN”

posted Jun 23, 2020, 2:08 AM by Maturos Lophong   [ updated Jun 24, 2020, 1:13 AM ]


PEA เปิดเคมเปญ “SAFE IN THE RAIN” ฝนนี้ คนไทยใช้ไฟ ‘เซฟ เซฟ’ รณรงค์การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัด พร้อมชู 2 แอปพลิเคชั่นอัจฉริยะ 

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ไฟฟ้าของคนรุ่นใหม่แบบครบวงจร

หลังจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ส่งแคมเปญ “SAVE THE SUMMER” ร้อนนี้ คนไทย
ใช้ไฟ ‘เซฟ เซฟ’ ภายใต้โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัด (เซฟไทย)” เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “เซฟไทย คนไทย ใช้ไฟ เซฟ เซฟ” ไปแล้ว ด้วยการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และร่วมกันปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัดอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอันตรายและความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงหน้าฝนนี้

นายจาตุรงค์ สุขะเสน รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า สำหรับ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จากประชาชนผู้ใช้ไฟ แล้วพบว่าประชาชนผู้ใช้ไฟ้ฟ้าส่วนใหญ่ต้องการให้เราจัดโครงการให้ความรู้และรณรงค์การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย เราเลยจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา พร้อมกับนำเอาเรื่องของฤดูการมาเป็นกุญแจหลักในการสื่อสารแบบแบ่งแยกตามประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า และยังมีการสื่อสารที่แบ่งตามช่วงอายุด้วย เพราะว่าแต่ละช่วงอายุมีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไป โดยเนื้อหาการสื่อสารก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้ความรู้ในการใช้ไฟฟ้า และการรณรงค์ให้ใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัด ซึ่งสภาพอากาศในประเทศไทย แบ่งออกได้ 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว อย่างในฤดูร้อนที่ผ่านมามีการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เราพบว่าประชาชนอยู่บ้านกันมากขึ้นและมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น เราเลยมีการรณรงค์ให้ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ในส่วนฤดูฝน เรามองเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากฤดูนี้สภาพอากาศค่อนข้างชื้น ต้องระมัดระวังในการสัมผัสกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และฤดูที่สามคือฤดูหนาวที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม ถือเป็นเทศกาลแห่งความสุข ในช่วงนี้ก็จะมีการเฉลิมฉลองเราก็เลยอยากจะมอบความสุขให้กับประชาชนผ่านการรณรงค์การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัดด้วยเช่นกัน




สำหรับฤดูกาลที่สอง คือฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน มีอัตราเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งอาจเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น พายุฝนรุนแรง น้ำท่วม ไฟดับ อาจส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า เราจึงเดินหน้าแคมเปญต่อเนื่อง “SAFE IN THE RAIN” แค่เช็กจุดปลอดภัย ฝนนี้ คนไทยใช้ไฟ ‘เซฟ เซฟ’ อย่างเร่งด่วน โดยมีการใช้มิวสิกวิดีโอเพลงเป็นสื่อกลางในการสื่อสารเพื่อกระจายการเข้าถึงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากช่วงโควิดที่ผ่านมาสังเกตุได้ว่าคนไทยมีพฤติกรรมการใช้สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป หันมาใช้สื่อออนไลน์กันมากขึ้น มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นบนออนไลน์มากมาย เราเลยคิดว่าการสื่อสารผ่านแนวเพลงน่าจะเหมาะกว่า เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคและเชื่อว่าเพลงมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลาย จึงเป็นที่มาของเพลง “ห่วงเธอหน้าฝน” ที่มีท่วงทำนองเพลงติดหูได้ง่าย เนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย ประกอบด้วยคำเตือนและคำแนะนำต่าง ๆ เช่น หากเปียกฝน ควรให้ทำร่างกายให้แห้ง ไม่สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียก หรือปิดประตู หน้าต่างให้สนิทเมื่อฝนตก เพื่อไม่ให้ฝนสาด หรือพื้นเปียก และในกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดไม่ควรทำเอง ให้โทรเรียกช่างมืออาชีพได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น “PEA Hero Care and Services” ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ โดยมิวสิกวิดีโอเพลงร่วมแสดงโดยนักร้องไอคอนคนรุ่นใหม่ของเมืองไทยอย่าง ยัวร์บอย ทีเจ (UrboyTJ) และส้ม มารี (Zom Marie) ซึ่งจะเริ่ม ออนแอร์ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนนี้ พร้อมทั้งยังจัดกิจกรรม Challenge ท่าเต้นสุดฮิต เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมสนุก ร้องและเต้นตามเป็น #Challenge ผ่านช่องทางออนไลน์ TikTok จนเกิดเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียล นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและคุ้นชินกับการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย




นอกจากนี้ เรายังมีแอปพลิเคชั่น “PEA Hero Care and Services” เป็นอีกหนึ่งช่องทางการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไฟฟ้า ด้วยการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษาระบบไฟฟ้าจนถึงการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้บริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานในราคาที่สมเหตุสมผล และสำหรับลูกค้าที่สนใจจะใช้พลังงานจากระบบ Solar Rooftop เรายังมีแอปพลิเคชั่น “PEA SOLAR HERO” ที่จะช่วยดูแลตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ได้ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมากเนื่องจากเป็นพลังงานธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัย และไม่มีวันหมดครับ”

นอกจากนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยังมีกิจกรรมชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA เพื่อให้ความรู้ประชาชนทั่วไปให้ใช้ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง ถูกวิธี และปลอดภัย รวมถึงกระตุ้นการรับรู้โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัด ด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจความปลอดภัยของการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารบ้านเรือน สถานประกอบการ และให้คำแนะนำพร้อมรับมือการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยในหน้าฝน โดยสามารถเข้าไปอัพเดทสาระความรู้ดี ๆ มากมาย ตลอดจนติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจเซฟไทย(www.facebook.com/SAFESAVETHAI) และร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัด ชวนคนไทย “ใช้ไฟ เซฟ เซฟ” ทุกฤดูกาลตลอดทั้งปีกับ PEA

PEA ประเดิมแจกสร้อยคอทองคำผู้โชคดี “เซฟไทยเซฟไฟลุ้นทอง” ครั้งที่ 1

posted Jun 2, 2020, 1:00 AM by Maturos Lophong



PEA ประเดิมแจกสร้อยคอทองคำผู้โชคดี “เซฟไทยเซฟไฟลุ้นทอง” ครั้งที่ 1

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จัดกิจกรรมจับรางวัลสร้อยคอทองคำ ครั้งที่ 1 จำนวน 5 รางวัล ให้แก่ผู้โชคดีในแคมเปญพิเศษแห่งปี “เซฟไทยเซฟไฟลุ้นทอง” จากโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัด (เซฟไทย) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายจาตุรงค์ สุขะเสน รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นางจุฑาพรรธน์ แก้ววัฒนะบวร ผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้บริหาร เป็นผู้จับรางวัล เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ณ สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ “เซฟไทย”

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมสนุกลุ้นรับรางวัลสร้อยคอทองคำในการจับรางวัลอีก 2 ครั้งถัดไป เพียงแค่กด Like แฟนเพจ “เซฟไทย” ถ่ายรูปบิลค่าไฟ หรือบันทึกภาพค่าไฟฟ้าทางหน้าจอโทรศัพท์จากแอปพลิเคชั่น PEA Smart Plus เปรียบเทียบบิลค่าไฟ 2 เดือน และคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรม พร้อมทั้งติดแฮชแท็ก #SAVETHAI #เซฟไทย #เซฟไทยเซฟไฟลุ้นทอง ท่านใดที่มีค่าไฟลดลง และทำตามกติกาครบถ้วน สามารถลุ้นรับสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ซึ่งกิจกรรมเซฟไทยเซฟไฟลุ้นทอง เปิดให้ร่วมกิจกรรมอีก 2 ครั้ง 

· ครั้งที่ 2 ใช้รูปบิลค่าไฟเดือนเมษายน – พฤษภาคม (ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 20 มิถุนายน 2563 และจะประกาศผลวันที่ 26 มิถุนายน 2563) จำนวน 5 รางวัล 


· ครั้งที่ 3 ใช้รูปบิลค่าไฟเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2563 (ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 20 กรกฏาคม 2563 และจะประกาศผลวันที่ 31 กรกฏาคม 2563) จำนวน 10 รางวัล


ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสนุกกิจกรรม “เซฟไทยเซฟไฟลุ้นทอง” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 20 กรกฏาคม 2563 เพื่อร่วมลุ้นรับสร้อยคอทองคำรวมมูลค่ารวมกว่า 5 แสนบาท! หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทางเฟซบุ๊ก แฟนเพจ “เซฟไทย” https://www.facebook.com/SAFESAVETHAI


กลุ่มอีซูซุสนับสนุน 5 ล้านบาท โครงการ “CU-RoboCOVID”

posted May 6, 2020, 11:12 PM by Maturos Lophong



กลุ่มอีซูซุสนับสนุน 5 ล้านบาท โครงการ “CU-RoboCOVID” มอบหุ่นยนต์และอุปกรณ์สนับสนุนการแพทย์ในสถานการณ์ COVID-19 แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ 

กลุ่มอีซูซุมอบเงิน 5 ล้านบาท ให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับโครงการ “CU-RoboCOVID” ซึ่งเป็นการพัฒนาหุ่นยนต์และอุปกรณ์สนับสนุนการแพทย์ในสถานการณ์ COVID-19 เพื่อส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์และลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ โดยหุ่นยนต์ในชุดนี้ประกอบด้วย


“ปิ่นโต” (Quarantine Delivery Robot) หรือหุ่นยนต์พัฒนาเพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ทำหน้าที่ส่งอาหารและเวชภัณฑ์ให้กับผู้ป่วยโดยการใช้รถเข็นควบคุมทางไกล พร้อมติดตั้งระบบ Telepresence ระบบภาพสื่อสารทางไกล ลดจำนวนครั้งที่ต้องเข้าไปอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ​ และยังสามารถคอยสอดส่องคนไข้อย่างใกล้ชิดได้ตลอด

“กระจก” หรือ ระบบสื่อสารทางไกล Telepresence ประกอบด้วยแท็บเล็ต (Rugged Tablet) ที่เชื่อมต่อกันด้วยระบบสื่อสารทางไกล ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถพูดคุยกับคนไข้ได้ตลอดเวลาและสะดวกขึ้น ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้มากขึ้น ส่วนฝั่งของคนไข้ก็ยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยลดการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ชุด PPE ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย หน้ากาก Face Shield เป็นต้น

สำหรับพิธีมอบเงินสนับสนุนได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Isuzu : Stand by Heroes” โดยมี มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มร. ฮารุยาซุ ทานิชิเกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณ สุชาติ ตันติศิริวัฒน์ ประธานคณะกรรมการผู้จำหน่ายอีซูซุ พร้อมด้วยตัวแทนคณะกรรมการ ร่วมส่งมอบ โดยมี ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.นพ.นครินทร์ ศิริทรัพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการคลัง สภากาชาดไทย ร่วมรับมอบ


เปิดหลักเกณฑ์ ไฟเขียวผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 23 ล้านราย รับเงินประกันการใช้ไฟคืน

posted Mar 18, 2020, 11:45 PM by Maturos Lophong   [ updated Mar 19, 2020, 12:19 AM ]




เปิดหลักเกณฑ์ ไฟเขียวผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 23 ล้านราย

รับเงินประกันการใช้ไฟคืนได้ตั้งแต่ 25 มี.ค. นี้

“กกพ.” ร่วม 3 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย กฟน. กฟภ. และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการกองทัพเรือ

“ดีเดย์” ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศกว่า 23 ล้านราย ยื่นตรวจสอบสิทธิ์ และขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 25 มี.ค. นี้เป็นต้นไป ผ่าน 3 ช่องทาง ออนไลน์ แอพพลิเคชั่น คอลเซ็นเตอร์ เน้นย้ำ ยื่นออนไลน์สะดวกสุด สามารถรับเงินผ่านทางระบบได้ต่อเนื่องทันที สนองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 33,000 ล้านบาทก่อนสิ้นปี
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ประกาศหลักเกณฑ์คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เรื่อง“การคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก พ.ศ. 2563” จะมีผลบังคับใช้พรุ่งนี้ (20 มี.ค. 63) ส่งผลให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ซึ่งได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการกองทัพเรือ (กฟส.) จะต้องคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าดังกล่าว จำนวนกว่า 23 ล้านรายทั่วประเทศ วงเงินกว่า 33,000 ล้านบาท โดยผู้ใช้ไฟฟ้าต้องแจ้งความประสงค์ขอรับคืน และให้ผู้บริการไฟฟ้าคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 ซึ่งต้องคืนให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าที่วางหลักประกันตามประเภทของขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า และจะไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่อีกต่อไป ยกเว้นกรณีเปลี่ยนประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าจากประเภทที่ 1 และผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 2 ไปเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น

ทั้งนี้ กกพ. และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้หารือและเตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มเปิดให้มีการตรวจสอบสิทธิ์ และทยอยคืนเงินประกันฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. เป็นต้นไป ในช่องทางออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยคาดว่าผู้ที่มีสิทธิ์จะได้รับเงินคืนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการยื่นผ่านระบบแอพพลิเคชั่นเป็นระบบที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง

“กกพ. มีมติเห็นชอบและให้ออกประกาศหลักเกณฑ์เพื่อให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายนำไปใช้เป็นแนวทางคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย และผู้ใช้ไฟฟ้าที่ประกอบกิจการขนาดเล็กทุกราย ก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และได้ให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเตรียมมาตรการในการรองรับ และอำนวยความสะดวกให้พี่ น้อง ประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากครอบคลุมประชาชนจำนวนมาก และเน้นให้เข้าถึงได้อย่างสะดวก ครอบคลุมทุกกลุ่ม พร้อมกับได้มีการพัฒนาช่องทางเพิ่มเติมรองรับผู้ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก” นายคมกฤช กล่าวระหว่างการแถลงข่าว

นายประเทศ ศรีชมภู รองเลขาธิการสำนักงาน กกพ. กล่าวว่า สำนักงานได้หารือร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเน้นการดำเนินการผ่านระบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นผู้วางเงินประกัน (ชื่อตรงกับบิลค่าไฟฟ้า) สามารถตรวจสอบสิทธิ์และรับเงินผ่านระบบที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจัดเตรียมไว้ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป

“วันนี้ เราต้องคำนึงถึงสถานการณ์ของการแพร่ระบาด (COVID-19) ซึ่ง ครม. มีมติเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2563 ที่ให้ทุกฝ่ายระมัดระวัง ป้องกัน และลดความเสี่ยงที่จะให้ประชาชนเดินทางและเข้าไปในสถานที่ 


ที่แออัด คับแคบ ดังนั้น เพื่อความสะดวกปลอดภัยในช่วงแรกนี้ ขอให้ผู้ใช้ไฟฟ้าใช้บริการผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง” นายประเทศ กล่าว


นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า สำหรับในช่องทางของ กฟภ. จะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืน และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มให้ได้มากที่สุด 


ทั้งนี้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนการขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าผ่านเว็บไซต์ https://dmsxupload.pea.co.th/cdp/ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป โดยกรอกชื่อ นามสกุล หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า หมายเลขบัตรประชาชน ให้ครบถ้วน และส่งเอกสารหลักฐานผ่านระบบและรอรับเงินตามช่องทางการคืนที่ระบุ ผ่าน Prompt Pay บัญชีเงินฝากธนาคาร บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือรับเงินสด ที่สำนักงานการไฟฟ้าทั่วประเทศ ทั้งนี้ จะมี SMS ยืนยันผลการลงทะเบียน และแจ้งผลการคืนเงินให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบ โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเริ่มจ่ายเงินดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป



นอกจากนี้ ทาง กฟภ. ยังได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อตอบข้อซักถามและข้อสงสัยให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า

เป็นจำนวน 90 คู่สาย ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1129

นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า กฟน. จะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืน ด้วยการอำนวยความสะดวกให้ครอบคลุมทุกกลุ่มประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า

ในช่องทางที่หลากหลายประกอบด้วย

ช่องทางที่ 1 ลงทะเบียนทางออนไลน์ (เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง) ประกอบด้วยช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

§ แอปพลิเคชัน : MEA Smart Life

§ เว็ปไซต์ : www.mea.or.th

§ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA


§ Twitter : @mea_news


§ Line : @meathailand


§ สแกน QR Code ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า (ใบแจ้งค่าไฟฟ้าที่จดเลขอ่านตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป)


ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์จะได้รับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืนตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

ช่องทางที่ 2 ลงทะเบียนทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 02-256-3333 จำนวน 50 คู่สาย (ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 – 29 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 –15.30 น. ในวันทำการ)

ช่องทางที่ 3 ลงทะเบียน ณ ที่ทำการของการไฟฟ้านครหลวง 18 เขต (เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 จึงขอความร่วมมือเริ่มใช้ช่องทางนี้ได้ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป)


ในการลงทะเบียนทั้ง 3 ช่องทางดังกล่าว ผู้ขอคืนหลักประกันสามารถเลือกช่องทางการคืนเงินได้ 3 ช่องทางโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ดังนี้

ช่องทางที่ 1 บัญชีพร้อมเพย์ (Prompt Pay) เฉพาะที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ของผู้วางหลักประกัน

ช่องทางที่ 2 บัญชีธนาคารพาณิชย์ที่มีชื่อตรงกับผู้วางหลักประกันที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกสิกรไทย

ช่องทางที่ 3 เคาน์เตอร์เซอร์วิส (จำนวนเงินไม่เกิน 50,000 บาท)

สำนักงาน กกพ. จะดำเนินนโยบายเพื่อการยกระดับการคุ้มครองสิทธิ และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้ไฟฟ้าให้เกิดความเป็นธรรมสูงสุด นายคมกฤช กล่าวทิ้งท้าย

1-10 of 111