Motor & Energy




ผลตอบรับดี! อีซูซุร่วมลดฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ชวนผู้ใช้รถเก่าเข้าศูนย์ ตรวจเช็กฟรีและรับส่วนลดสูงสุด 50%

posted by Maturos Lophong



ผลตอบรับดี! อีซูซุร่วมลดฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ชวนผู้ใช้รถเก่าเข้าศูนย์ ตรวจเช็กฟรีและรับส่วนลดสูงสุด 50%

กลุ่มอีซูซุร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย คุณอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เยี่ยมชมศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ รณรงค์เชิญชวนลูกค้าเข้าร่วมโครงการ “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” โดยนำรถอีซูซุที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เข้าศูนย์บริการมาตรฐาน อีซูซุ* รับบริการตรวจเช็กฟรีกว่า 30 รายการสำหรับรถปิกอัพและรถนั่งอเนกประสงค์ และฟรีกว่า 50 รายการสำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 50%** สำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่ที่เกี่ยวข้องกับการลดมลพิษทางอากาศ***

คุณอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า “ขอขอบคุณอีซูซุที่ตอบสนองนโยบายภาครัฐในการบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศ โครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้นำรถเก่าเข้ามาบำรุงรักษา เพื่อไม่ให้ปล่อยควันดำที่มีค่าเกินมาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออากาศในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยล่าสุดมีรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการแล้วถึง 16,000 คัน นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเป็นโอกาสดีที่ผู้ใช้รถเก่าจะได้ดูแลรถยนต์ของท่านให้มีความพร้อมในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังได้ช่วยชาติในการแก้ปัญหา PM 2.5 เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกท่านอีกด้วย”

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณ วิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีซูซุให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศมาตลอด โดยได้จัดกิจกรรมชื่อ โครงการ “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” อย่างต่อเนื่อง และได้รับกระแสตอบรับอย่างดียิ่ง เมื่อครั้งที่ผ่านมามีลูกค้าอีซูซุเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นมากกว่า 20,000 คัน สำหรับครั้งที่ 3 นี้ได้มีการรณรงค์เชิญชวนลูกค้าเข้าร่วมโครงการตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา มีลูกค้าอีซูซุที่นำรถเก่าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 16,000 คัน และมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้นถึง 30,000 คัน จึงขอเชิญชวนลูกค้าอีซูซุทุกท่านที่สนใจ โครงการ “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” นำรถอีซูซุที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี เข้ารับบริการตรวจเช็คฟรี 30 รายการสำหรับรถปิกอัพและรถนั่งอเนกประสงค์ และ 50 รายการสำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 50% สำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่ที่เกี่ยวข้องกับการลดมลพิษทางอากาศได้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ ศกนี้”




ท่านเจ้าของรถอีซูซุที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” เพิ่มเติมได้ที่ https://www.isuzu-tis.com/service หรือ Line : @isuzuthai หรือสามารถติดต่อศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ 333 แห่งที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565



หมายเหตุ

* เฉพาะศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุที่เข้าร่วมโครงการ 333 แห่งทั่วประเทศ

** บริการตรวจเช็คฟรี 30 รายการสำหรับรถปิกอัพและรถนั่งอเนกประสงค์อีซูซุ

บริการตรวจเช็คฟรี 50 รายการสำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่อีซูซุ




 *** 1) รถยนต์ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป จะได้รับส่วนลดสำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่สำหรับการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยมลพิษ 50 %

รายการชิ้นส่วน 1. ไส้กรองอากาศ
2. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
3. ไส้กรองน้ำมันเครื่อง

2) รถยนต์ที่มีอายุ 15-19 ปี จะได้รับส่วนลดสำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่สำหรับการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยมลพิษ 30%
รายการชิ้นส่วน 1. ไส้กรองอากาศ
2. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
3. ไส้กรองน้ำมันเครื่อง

ทีมแข่ง Dynavolt Triumph ต้อนรับนักบิดหนุ่ม Hannes Soomer

posted Jan 13, 2022, 12:55 AM by Maturos Lophong

ทีมแข่ง Dynavolt Triumph ต้อนรับนักบิดหนุ่ม Hannes Soomer
เพื่อเตรียมลุยรายการ World Supersport Championship ปี 2022
 



กรุงเทพฯ 12 มกราคม 2565 – ทีมแข่ง Dynavolt Triumph มีความยินดีที่จะประกาศต้อนรับ Hannes Soomer เพื่อเตรียมลงแข่งในรายการ World Supersport Championship ปี 2022

Hannes Soomer นักแข่งที่ชนะการแข่งขัน European Supersport Championship ในปี 2017 จะเข้าร่วมทีม Dynavolt Triumph ที่กลับมาสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกโดยใช้ระบบ Balance of Performance ตามข้อบังคับของ FIM Supersport

สำหรับ Hannes Soomer เป็นนักบิดชาวเอสโตเนียวัย 23 ปี ที่ได้เริ่มเส้นทางอาชีพการเป็นนักแข่งในรายการ ADAC Junior Cup ปี 2011 และขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรกในปี 2012 ด้วยการครองอันดับที่ 5 หลังจากนั้นในปี 2013 ได้ปรากฏตัวครั้งแรกในการแข่งขัน European Junior Cup โดยในปี 2015 ได้ขึ้นโพเดียมในการแข่งขัน Championship พร้อมคว้าชัยชนะครั้งแรกในปีต่อมา

ในปีเดียวกัน Hannes Soomer ได้ลงแข่ง 3 ครั้งในการแข่งขัน World Supersport และในปี 2017 ได้เข้าร่วมการแข่งขัน European WorldSSP Championship ซึ่งทำคะแนนรวมจากการแข่งขันได้ 28 คะแนน พร้อมคว้าตำแหน่งแชมป์ของคลาส หลังจากนั้นในปีต่อมาจึงได้ก้าวเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในรายการ WorldSSP และในเวลาไม่นานก็ได้กลายเป็นผู้ที่เก็บคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้ทำผลงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2019 ด้วยการติดหนึ่งในสิบอันดับแรกจากการแข่งขันหลากหลายรายการ โดยจากผลงานอันโดดเด่นที่ผ่านมาทำให้มีโอกาสในการลงแข่งรายการ Kallio Racing ปี 2020 และสามารถจบฤดูกาลด้วยการขึ้นโพเดียม 3 จาก 4 ครั้งของการแข่งขัน ในปี 2021 นับเป็นปีแห่งความสำเร็จของเขาสมกับฉายา 'Baltic Bullet' โดยปัจจุบันเขาได้เริ่มต้นฤดูกาลที่ 5 ของเขาในการเข้าร่วมการแข่งขันรายการ World Supersport กับทีมโรงงานไทรอัมพ์จากสหราชอาณาจักร





Hannes Soomer กล่าวว่า “ผมมีความสุขมากที่ได้เข้าร่วมกับทีม Dynavolt Triumph สำหรับฤดูกาล 2022 โดยเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของรถจักรยานยนต์และประสบการณ์ของทีมนี้อย่างแท้จริง และมั่นใจว่าจะสามารถหาวิธีที่ดีในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยปีนี้จะเป็นปีที่ท้าทายเนื่องจากกฎระเบียบและข้อบังคับรูปแบบใหม่ ซึ่งทำให้ไม่สามารถคาดเดาอะไรล่วงหน้าได้และยิ่งทำให้การแข่งขันในปีนี้น่าสนใจมากขึ้น ผมบอกได้เพียงว่าเราจะทุ่มสุดตัว และแทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มการทดสอบและทำงานอย่างหนักสำหรับฤดูกาลที่กำลังจะถึงนี้”

Simon Buckmaster ผู้จัดการทีม Dynavolt Triumph กล่าวเสริมว่า “ทีมงานรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าเราได้บรรลุข้อตกลงกับ Hannes Soomer ในการร่วมทีม Dynavolt Triumph อย่างเป็นทางการ ผมได้เฝ้าดูพัฒนาการที่ก้าวหน้าของ Hannes ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและได้พูดคุยกับเขาในช่วงสองสามฤดูกาลที่ผ่านมาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญากับทีม Dynavolt Triumph ดังนั้นผมจึงดีใจเป็นอย่างมากที่ในปีนี้เราสามารถทำข้อตกลงกันได้ โดย Hannes ได้ขึ้นโพเดียมมาแล้วในปี 2020 แต่ปีที่แล้วขาของเขาหักในช่วงต้นฤดูกาลแต่ก็สามารถกลับมาได้อีกครั้งอย่างน่าประทับใจ ผมจึงเชื่อว่าเขามีศักยภาพ และประสบการณ์มากพอสำหรับทีมของเรา นอกจากนี้ Hannes ยังเชื่อมั่นในทีมและโปรเจ็คของไทรอัมพ์อีกด้วย ซึ่งทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเริ่มต้นการทดสอบและตั้งตารอช่วงต้นของการแข่งขันชิงแชมป์เป็นอย่างมาก โดยเป้าหมายของเราคือท้าทายและมุ่งไปข้างหน้า เพื่อโพเดียมและตำแหน่งแชมป์ ผมตั้งตารอที่จะได้เห็นพรสวรรค์อันเฉิดฉายของเขา และคาดว่าจะเขาจะทำผลงานที่สามารถสร้างความตื่นเต้นและเซอร์ไพรส์คนได้มากมาย”


เกี่ยวกับ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์:

ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศอังกฤษ ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1902 มีพนักงานทั่วโลกราว 2,000 คน มีบริษัทสาขาทั้งในอังกฤษ อเมริกาเหนือ ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น สวีเดน กลุ่มประเทศเบเนลักซ์ บราซิล อินเดีย จีนและไทย ซึ่งทางบริษัทเข้ามาทำการตลาดและจัดจำหน่ายในนาม บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งแต่ปี 2015 โดยมอเตอร์ไซค์ของ ไทรอัมพ์ มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกว่า 700 รายทั่วโลก บริษัทฯ มีฐานการผลิตจักรยานยนต์เต็มรูปแบบ 2 แห่งที่ฮิงค์ลีย์ เขตเลสเตอร์ไชร์ อังกฤษและที่ประเทศไทย รวมทั้งมีโรงงานประกอบรถจักรยานยนต์แบบ CKD (Completely Knocked Down) ในบราซิลและอินเดีย ปัจจุบันมีการผลิตรถจักรยานยนต์ราว 75,000 คันต่อปี โดยหัวใจหลักในการทำงานของ ไทรอัมพ์ คือ การมุ่งมั่นสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ผสมผสานงานออกแบบที่สวย คลาสสิก ร่วมสมัย เข้ากับความแม่นยำในการควบคุมรถ และสมรรถนะอันเป็นเลิศ เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ

ดีพร้อมรุกกระตุ้นอุตฯ อีเว้นท์ ประเดิมงานแรก “ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์” จังหวัดลำปาง

posted Jan 6, 2022, 12:53 AM by Maturos Lophong



ดีพร้อมรุกกระตุ้นอุตฯ อีเว้นท์ ประเดิมงานแรก “ดีพร้อม มอเตอร์ โชว์” จังหวัดลำปาง

ฟื้นกิจกรรมท่องเที่ยว - งานแฟร์ในระดับภูมิภาค พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายอุตฯอย่างครบวงจร



กรุงเทพฯ 5 มกราคม 2565 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือดีพร้อม ขานรับมาตรการกระทรวงอุตสาหกรรมในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ รุกจัดกิจกรรม DIPROM MOTOR SHOW ณ จังหวัดลำปาง เพื่อสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งผลักดันให้มีการจัดนิทรรศการและงานแฟร์ได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาจาก ดีพร้อม ผ่านโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม หรือ คพอ. ในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวนกว่า 40 ราย เข้ามาร่วมในงานดังกล่าวด้วย เพื่อแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคที่สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาตอบโจทย์การทำตลาดในยุคปกติใหม่ ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ระหว่างวันที่ วันที่ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งคาดว่าตลอดการจัดงานในครั้งนี้ จะมีเงินสะพัดภายในงานกว่า 115 ล้านบาท





นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องด้วยไทยยังคงเป็นฐานสำคัญในการผลิตทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ การประกอบรถยนต์ รวมถึงการผลิตรถยนต์เชิงพาณิชย์ ซึ่งสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2564 ที่ผ่านมานั้นพบว่าเริ่มมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการส่งออกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีการผลิตรถยนต์ 1.6 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 แบ่งเป็นขายในประเทศ 0.75 ล้านคัน และส่งออกต่างประเทศ 0.85 ล้านคัน ส่วนในปี 2565 ได้ประมาณการว่าจะมีการผลิตรถยนต์ 1.7 – 1.8 ล้านคัน ซึ่งมีปัจจัยที่สำคัญทั้งการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวมากขึ้น มาตรการส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ รวมถึงการส่งออกที่ขยายตัวตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว

นายณัฐพล กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมภาคส่วนดังกล่าว และรับสอดรับกับมาตรการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดีพร้อม จึงได้จับมือกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน ในการร่วมจัดงาน “DIPROM MOTOR SHOW” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ตามแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค โดยจัดขึ้นที่อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ วันที่ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2565 และเป็นครั้งแรกที่ ดีพร้อม ดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อกระตุ้นตลาดยานยนต์โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ อีกทั้ง ยังเป็นการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งทางค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์ชั้นนำร่วมจัดแสดงในงานดังกล่าวมากกว่า 15 แบรนด์ ขณะเดียวกัน รวมตัวกันในงานนี้ ยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคที่จะสามารถเปรียบเทียบข้อมูลยานยนต์ต่าง ๆ จากหลากหลายค่ายในที่เดียวก่อนการตัดสินใจที่จะซื้อรถ ซึ่งคาดว่าจากการจัดกิจกรรมนี้จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบภาคการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้กว่า 100 ล้านบาท





“แม้ว่าไทยจะยังคงเป็นฐานที่สำคัญในการผลิตรถยนต์แต่การส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในปัจจุบันดังนั้นกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้มอบนโยบายให้ ดีพร้อมเร่งยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมดังกล่าวให้สามารถแข่งขันและปรับตัวได้ทันกับกระแสโลก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนายานยนต์สู่ยานยนต์สมัยใหม่ ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ หรือแม้แต่กระทั่งยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฯลฯ พร้อมทั้งสร้างความต่อเนื่องให้กับกระบวนการผลิต การพัฒนาทักษะให้กับบุคลากร รวมถึงการร่วมวางแผนสถานประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ภายใต้สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด - 19 ที่ยังคงผันผวน”

นายณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อกระตุ้นให้การจัดกิจกรรม และนิทรรศการต่าง ๆ เป็นไปอย่างครบวงจร ดีพร้อม ยังได้เชื่อมโยงผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาจากดีพร้อมผ่านโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม หรือ คพอ. ที่มีสมาชิกทั่วประเทศอยู่กว่า 12,004 ราย โดยอยู่ในพื้นที่เหนือ จำนวน 3,198 ราย ซึ่งได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมงานดังกล่าวในสาขากลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ จำนวนกว่า 40 ราย ได้แก่ กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูป กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และอุตสาหกรรมเครื่องนุ่มห่มในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ รวมถึงระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั้งในการสร้างมูลค่า การจับคู่ธุรกิจหรือ Business Matching พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวเมืองรองในรูปแบบของงานแฟร์ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว คาดว่าจะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 15 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคที่สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาตอบโจทย์การทำตลาดในยุคปกติใหม่ หรือ New Normal อีกทั้ง ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกด้วย นายณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

กลุ่ม ปตท. ผนึกพลังเดินหน้าธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ในงาน PTT Group CG Day 2021

posted Dec 22, 2021, 7:34 PM by Maturos Lophong


กลุ่ม ปตท. ผนึกพลังเดินหน้าธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ในงาน PTT Group CG Day 2021



วันนี้ (22 ธันวาคม 2564) - นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นำกลุ่ม ปตท. แสดงพลังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล ในงาน PTT Group CG Day 2021 ครั้งที่ 13 

ภายใต้แนวคิด “The Power of Business Integrity” แสดงพลังร่วมของกลุ่ม ปตท. ที่ให้ความสำคัญและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มีการกำกับกิจการที่ดี และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ



นายอรรถพล เปิดเผยว่า ปตท. และ 6 บริษัท Flagship กลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดงาน PTT Group CG Dayต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นเวทีแสดงพลังร่วมของกลุ่ม ปตท. ในการมุ่งมั่นดำเนินงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล พร้อมส่งเสริมบุคลากรในกลุ่ม ปตท. ให้ตระหนักถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ และนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีไปใช้ในการทำงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมทั้ง สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันภายในกลุ่ม เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการของกลุ่ม ปตท. ให้ทัดเทียมระดับสากล เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในอนาคต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน






ทั้งนี้ งาน PTT Group CG Day 2021 จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบเสมือนจริง โดยมีกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสูงสุดจากแต่ละบริษัท ในหัวข้อ “The Way to Success with the Power of Business Integrity” นิทรรศการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี การประกวด CG Inspiration Sharing ของพนักงานกลุ่ม ปตท. และ CG Game

สวทช. ร่วม พันธมิตรวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มระบบประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

posted Dec 16, 2021, 12:56 AM by Maturos Lophong


สวทช. ร่วม พันธมิตรวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มระบบประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศ



(15 ธ.ค. 64) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น บริษัท เบต้า เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด บริษัท จีพี มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไอ-มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท กริดวิซ (ประเทศไทย) จำกัด และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มแพ็กแบตเตอรี่มาตรฐานแบบสับเปลี่ยนสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ภายใต้ทุนวิจัยร่วมจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อวิจัยและพัฒนา แพลตฟอร์มระบบประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศ โดยมี ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เอ็นเทค สวทช. และ ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล หัวหน้าทีมวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน ศูนย์เอ็นเทค สวทช. พร้อมผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้




ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ รองผู้อำนวยการด้านบริหารงานวิจัย บพข. กล่าวว่า บพข. เป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่จัดสรรทุนวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงทุนสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างตลาดนวัตกรรม การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ การพัฒนาแพลตฟอร์มทางนวัตกรรมในภาคการผลิตและภาคบริการ และทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานห้องปฏิบัติการเพื่อการให้บริการด้านคุณภาพและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งนี้ การให้ทุนดังกล่าวมุ่งเน้นการสนับสนุนแผนงานที่มีความร่วมมือหรือการร่วมลงทุนกับผู้ใช้ประโยชน์ อาทิ SMEs และภาคอุตสาหกรรม อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ซึ่งมีภารกิจในการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์ และการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยภาครัฐ และภาคเอกชนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นหนึ่งในหัวข้อการสนับสนุนที่ บพข. มุ่งเน้น และคาดหวังว่าโครงการวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มระบบประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศนี้ จะสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพ และเกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้ต่อไป




ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เอ็นเทค สวทช. กล่าวว่า สวทช. มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันประเทศด้านการไปสู่ carbon neutrality ผ่านศักยภาพด้านการวิจัยพัฒนาด้านยานยนต์สมัยใหม่ทั้งด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ โดยมุ่งหวังที่จะส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ซึ่งโครงการวิจัยภายใต้ความร่วมมือนี้ มองเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมไปกับการพิจารณาการจัดการในภาพรวมของการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการให้บริการระบบประจุไฟฟ้าสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการผลิตในระดับ 360,000 คันในอีกสี่ปีข้างหน้า และในระดับ 675,000 คันในปี 2030 โดยนำเสนอเทคโนโลยีการประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยน ที่มีความรวดเร็ว คล่องตัว และตอบสนองความต้องการการใช้งานได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งในมุมของการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและระบบประจุไฟฟ้า ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตและให้บริการอีกด้วย จะเห็นได้จากแนวความคิดในการพัฒนาระบบร่วมกันระหว่างผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตระบบประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยน และผู้ให้บริการระบบประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยน ที่มีความหลากหลาย มาร่วมมือกันพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดรูปแบบการผลิตและให้บริการที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ ทั้งนี้โครงการฯ มีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการพัฒนาชิ้นส่วนสำคัญในระบบแพ็กแบตเตอรี่มาตรฐานแบบสับเปลี่ยนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และสร้างเทคโนโลยีแพล็ตฟอร์มมาตรฐานสำหรับแพ็กแบตเตอรี่ที่มีคุณลักษณะสามารถสับเปลี่ยนได้ในหลายรูปแบบของการใช้งาน




ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล หัวหน้าทีมวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สวทช. ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวถึงที่มาว่า โครงการนี้มีเป้าหมายในลดข้อจำกัดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทางทั่วโลกกำลังผลักดัน โดยเฉพาะการใช้งานในรูปแบบมอเตอร์ไซต์ที่มีการใช้งานในประเทศไทยถึงกว่า 21 ล้านคัน โดยต้องการดำเนินการการวิจัยและพัฒนารูปแบบเพื่อลดภาระทางต้นทุนของผู้ผลิตและข้อจำกัดด้านการใช้ของผู้ใช้งานมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะด้านการบำรุงรักษาและด้านระยะเวลาการชาร์จซึ่งจะส่งผลต่อความสะดวกและต้นทุนของการถือครอง โดยโครงการนี้เป็นการดำเนินการศึกษารูปแบบความเป็นไปได้ในการพัฒนารูปแบบของแพ็กแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้แบบมาตรฐานหรือแพล็ตฟอร์มของแพ็กแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานในมอเตอร์ในมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อ และสามารถชาร์จได้กับผู้ให้บริการหลายสถานี เพื่อให้เกิดความสะดวก คุ้มค่าในการใช้งาน ลดภาระของการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงง่ายในการจัดการหลังสิ้นอายุขัย โดยในโครงการแบ่งการดำเนินการงานออกเป็น 4 ขอบเขต ได้แก่ (1) การร่วมกำหนดแพลตฟอร์มแบตเตอรี่แพ็กแบบสับเปลี่ยนได้ที่เหมาะสมสำหรับมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าที่ใช้งานในประเทศไทย กับผู้ร่วมโครงการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (2) การพัฒนา ดัดแปลง และปรับปรุง แพ็กแบตเตอรี่มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จและระบบกับผู้ผลิตแบตเตอรี่ มอเตอร์ไซต์ และผู้ให้บริการสถานีชาร์จ (3) การทดสอบการต้นแบบตามมาตรฐานและในการใช้งานจริง (4) สรุปผลและข้อเสนอแนะทั้งในด้านการกำหนดมาตรฐาน กฎระเบียบ ข้อบังคับ และ นำเสนอรูปแบบธุกิจที่เหมาะสมกับการให้บริการระบบประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งผลของการดำเนินโครงการฯ จะนำมาซึ่งบทสรุปเบื้องต้นในการพัฒนาและประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มระบบประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้เกิดการต่อยอดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั้งภาคส่วนการผลิต และการให้บริการในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการสนับสนุนบุคลากรและองค์ความรู้ในการร่วมออกแบบและพัฒนาระบบแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนสำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงพันธมิตรจากภาครัฐ ได้แก่ กฟผ. และภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ไอ-มอเตอร์ เมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด บริษัท จีพี มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เบต้า เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) และบริษัท กริดวิซ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ร่วมดัดแปลงรถจักรยานยนตร์ไฟฟ้าและร่วมทดสอบแพลตฟอร์มการประจุไฟฟ้าภายใต้โครงการนี้ ซึ่งถือเป็นการทำงานที่เป็นเครือข่ายใหญ่ ที่เชื่อมโยงทั้งผู้ผลิตและผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและแฟลตฟอร์มการประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยน เป็นจุดเริ่มต้นสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มการประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยน ที่จะถูกประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในประเทศไทยต่อไป

“สถานีบริการน้ำมัน PT” จับมือ “ทรูมันนี่” ร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่

posted Dec 9, 2021, 12:06 AM by Maturos Lophong


“สถานีบริการน้ำมัน PT” จับมือ “ทรูมันนี่” ร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่

เปิดรับชำระค่าน้ำมันผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet

มอบ Cash Back 3% (สูงสุด 30 บาท) รับการเดินทางช่วงหยุดยาวปลายปี


แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส บริษัทที่ดูแลด้านการตลาดให้กับ PTG และบริษัทในเครือ ร่วมกับ ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อมโยงผู้คนก้าวสู่สังคมไร้เงินสด มอบสิทธิพิเศษที่เหนือระดับกว่าทันทีที่เติมน้ำมันและชำระเงินค่าน้ำมันผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet เป็นครั้งแรกได้ Cash Back รับเงินคืน 3% (สูงสุด 30 บาท) ครอบคลุมสถานีบริการน้ำมัน PT ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 74 แห่งที่ร่วมรายการ ม­าร่วมเติมความสุขเต็มแมกซ์ให้ทุกการเดินทางพิเศษและปลอดภัยยิ่งขึ้นตลอดเดือนธันวาคมนี้


นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด เปิดเผยว่า “เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าสมาชิก PT Max Card กว่า 16 ล้านสมาชิกทั่วประเทศมาโดยตลอด ซึ่งความร่วมมือกับทรูมันนี่ครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจจริงของทั้งสองแบรนด์ในการขยายช่องทางเพย์เมนท์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการให้ได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้นต่อการลดการสัมผัส และไม่ต้องกังวลเรื่องการพกพาเงินสดไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน หรือใช้บริการร้านกาแฟพันธุ์ไทย อีกทั้งยังเป็นการขยายฐานลูกค้ารายใหม่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย”

นายกรวุฒิ ปวิตรปก ผู้อำนวยการฝ่ายทางพาณิชย์ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ทรูมันนี่ มุ่งมั่นขยายพันธมิตรใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้ทรูมันนี่เป็นแพลตฟอร์มการใช้จ่ายที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นด้านความบันเทิง ช็อปปิ้งตามร้านค้า หรือร้านอาหารต่าง ๆ ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงในด้านการเดินทาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของเราในปีนี้ที่ต้องการขยายและทำแคมเปญร่วมกันกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริม การใช้ Cashless Payment ในวงกว้างยิ่งขึ้น ทรูมันนี่มั่นใจว่าความร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมัน PT ในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความคุ้มค่าให้แก่ผู้ใช้ทรูมันนี่กว่า 20 ล้านราย รวมถึงลูกค้าของ PT ได้ใช้จ่ายปลอดภัยห่างไกลจากความเสี่ยงในการสัมผัส เมื่อต้องออกไปนอกบ้านและเดินทางสัญจรไปตามสถานที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ PT และ ทรูมันนี่ ยังได้จัดโปรฯ พิเศษ มอบเงินคืนเข้าบัญชีทรูมันนี่ วอลเล็ทสูงสุด 3% (สูงสุด 30 บาท) เมื่อชำระค่าน้ำมันผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายของลูกค้าคุ้มค่าที่สุด”

ลดการสัมผัสพร้อมอุ่นใจทุกการเดินทาง เมื่อใช้บริการชำระค่าน้ำมันผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet (ไม่มียอดขั้นต่ำ) รับเงินคืนทันที 3% (สูงสุด 30 บาท) ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม ศกนี้ ณ สถานีบริการน้ำมัน PT ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 74 แห่งที่ร่วมรายการ คลิกอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://www.truemoney.com/a/pt-promotion-111/



เกี่ยวกับบริษัท

บริษัท แมกซ์ การ์ด จำกัด จะให้บริการด้านการเงินอิเล็กทรอนิกส์ e-money, การให้บริการการโอนเงินด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ e-money transfer, การให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร และการให้บริการรับชำระเงินแทน payment facilitating ส่วนของบริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด นั้นจะประกอบธุรกิจให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้ออกหรือผู้รับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ขายสินค้า หรือบริการเชิงพาณิชย์ต่างๆ





มาสด้ามาแรงส่งท้ายปียอดขายเดือนพฤศจิกายนเติบโต 37%

posted Dec 7, 2021, 12:55 AM by Maturos Lophong



มาสด้ามาแรงส่งท้ายปียอดขายเดือนพฤศจิกายนเติบโต 37%

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 7 ธันวาคม 2564 – มาสด้าเปิดเผยยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายนเติบโตสูงถึง 37% และเติบโตเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตอกย้ำความสำเร็จในการเปิดตัวแนะนำรถอเนกประสงค์ภายใต้ MAZDA FAMILY SUV โดยเฉพาะเสียงตอบรับจากการเปิดตัวแนะนำครอสโอเวอร์น้องเล็ก CX-3 รวมถึงกลยุทธ์ด้านการตลาด ที่ล้วนส่งเสริมให้ยอดขายรถยนต์ทุกรุ่นปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และเชื่อว่าเดือนธันวาคมนี้ยอดขายจะยังคงร้อนแรงเช่นที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จะสามารถทำยอดขายรวมสะสมได้สูงถึง 35,000 คัน

พร้อมกันนี้มาสด้าขอเชิญชวนลูกค้าที่สนใจเข้าชมยนตรกรรมมาสด้าทุกรุ่นได้ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป อิมแพ็ค เมืองทองธานี และรับโปรโมชั่นสุดคุ้มแห่งปี ทำไมต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงๆ ทำไมต้องเสียเงินซื้อประกันชั้นหนึ่งเอง และทำไมต้องจ่ายค่าบำรุงดูแลรักษารถยนต์เอง ในเมื่อมาสด้าจัดให้ทั้งหมด ดอกเบี้ย 0%* ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance* ฟรี Mazda Care Program 3 ปี* และขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ทุกโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านถือว่าปรับตัวดีขึ้นมาก อันเนื่องมาจากมาตรการและแรงสนับสนุนของภาครัฐและเอกชน ทั้งการคลายล็อกดาวน์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย การเร่งฉีดวัคซีน และโปรโมชั่นกระตุ้นการใช้จ่ายต่างๆ ล้วนส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียนได้ดีขึ้น และส่งผลต่อเนื่องมายังอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเดินทางในยุคปัจจุบัน ซึ่งเชื่อว่าภาพรวมตลาดในเดือนธันวาคมจะปรับตัวดีขึ้นอีกเช่นกัน พร้อมคาดว่าตัวเลขรวมของทั้งอุตสาหกรรมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 750,000 คัน และมาสด้าจะมียอดสะสมทั้งปีที่ประมาณ 35,000 คัน





สำหรับภาพรวมยอดขายรถยนต์มาสด้าในเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยยอดขาย 3,308 คัน หรือเติบโตสูงถึง 37% จากเดือนตุลาคม ซึ่งแบ่งเป็นรถยนต์นั่งจำนวน 1,996 คัน เพิ่มขึ้น 33% รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี จำนวน 1,224 คัน เพิ่มขึ้น 28% และรถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 จำนวน 118 คัน เพิ่มขึ้นถึง 64% โดยจากจำนวนกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็นรายรุ่น ได้แก่ มาสด้า2 จำนวน 1,853 คัน, มาสด้า3 จำนวน 113 คัน, มาสด้า CX-3 จำนวน 504 คัน, มาสด้า CX-30 จำนวน 485 คัน, มาสด้า CX-5 จำนวน 93 คัน, มาสด้า CX-8 จำนวน 142 คัน และมาสด้า บีที-50 จำนวน 118 คัน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับสถานการณ์ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา

“จากตัวเลขยอดขายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มาสด้ามียอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2564 จำนวน 31,635 คัน โดยรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีมีการเติบโตสูงสุด เพิ่มขึ้น 20% จำนวน 11,883 คัน รถยนต์นั่งยังคงเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเช่นเคย ด้วยจำนวน 18,602 คัน ในขณะที่รถปิกอัพมียอดขายสะสมที่ 1,150 คัน ซึ่งจากยอดขายรถยนต์ที่เติบโตขึ้นเหล่านี้ ล้วนเกิดจากความสำเร็จในการเปิดตัวแนะนำ MAZDA FAMILY SUV รวมถึงการปรับกลยุทธ์ของรถในตระกูล ครอสโอเวอร์เอสยูวี CX-Series ที่ดึงดูดความสนใจจากลูกค้าจนส่งผลให้รถทุกรุ่นของมาสด้าปรับตัวดีขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการสื่อสารการตลาด การขาย และบริการหลังการขาย ที่ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น ไร้ความกังวล และมั่นใจว่ามาสด้าจะให้การดูแลรถยนต์ของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน” นายธีร์ กล่าวเสริม

ในขณะที่ยอดจองรถยนต์มาสด้าในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ผ่านมาได้ครึ่งทาง รถยนต์มาสด้าได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะตระกูล CX-Series ทั้ง 4 รุ่น ต่างได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าจำนวนมาก โดยมียอดจองสะสมทะลุ 1,300 คันไปแล้ว โดยแบ่งออกเป็นสัดส่วนรถยนต์นั่ง 40% และรถอเนกประสงค์ 60%

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

อีซูซุกวาด 3 รางวัลทรงเกียรติ จาก 3 สถาบันชั้นนำของเมืองไทย

posted Dec 2, 2021, 12:53 AM by Maturos Lophong



อีซูซุกวาด 3 รางวัลทรงเกียรติ จาก 3 สถาบันชั้นนำของเมืองไทย


กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กวาด 3 รางวัลเกียรติยศ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันชั้นนำต่างๆ ของเมืองไทย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่าถึง 3 รางวัล ซึ่งได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มข้น จากสถาบันชั้นนำต่างๆ เพราะเป็นการแสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ “อีซูซุ”

 และสะท้อนถึงความสำเร็จระดับสูงขององค์กร ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ”







3 รางวัลได้แก่


· รางวัล “สุดยอดองค์กรแห่งปี” (Thailand Top Company Awards 2021) จากนิตยสาร Business+ โดยอีซูซุได้รับเลือกให้รับรางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปีในฐานะที่เป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของประเทศ ในกลุ่ม “อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์”

· รางวัล “องค์กรดีเด่นแห่งปี 2564” (Organization of the Year 2021) สาขาอุตสาหกรรมยานยนต์ จากมูลนิธิเพื่อสังคมไทย ในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม สร้างสรรค์ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคมและประเทศชาติ มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดําเนินกิจการจนประสบผลสําเร็จ อีกทั้งมีการตอบแทนคุณแผ่นดินในรูปแบบต่าง ๆ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมและสาธารณชน



· รางวัล “Howe Smart Business Awards” โดยนิตยสาร Howe ซึ่ง “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับเลือกให้เป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น และเป็นแบรนด์ที่พัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส ผนึกกำลัง รู้ใจ ประกันออนไลน์ มอบส่วนลดน้ำมันสุดคุ้มให้กับสมาชิก PT Max Card

posted Nov 9, 2021, 8:39 PM by Maturos Lophong   [ updated Nov 22, 2021, 8:11 PM ]


แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส ผนึกกำลัง รู้ใจ ประกันออนไลน์ มอบส่วนลดน้ำมันสุดคุ้มให้กับสมาชิก PT Max Card เมื่อซื้อประกันรถยนต์และรถจักรยานยนต์

บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา) นายเฟเดอริโก้ เบรนดี และ นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์

นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด (บริษัทในเครือพีทีจี) พร้อมด้วยนายเฟเดอริโก้ เบรนดี ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท รู้ใจ จำกัด ร่วมเปิดตัวโปรโมชั่นสุดคุ้ม โดย รู้ใจ ผู้ให้บริการประกันภัยออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย กับ พีทีจี ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานครบวงจรที่มีสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,000 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก PT Max Card ที่ซื้อประกันรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ออนไลน์จากรู้ใจ ประกันออนไลน์ จากแอปพลิเคชั่น PT Max Rewards หรือ เข้าไปที่หน้าเพจ แคมเปญรู้ใจ x PT และเพียงแค่แชร์ประสบการณ์การซื้อประกันภัยกับรู้ใจบนเฟซบุ๊ก ก็จะได้รับ e-voucher ส่วนลดน้ำมันสูงสุดถึง 2,000 บาทเพื่อใช้ที่สถานีบริการน้ำมันพีทีที่ร่วมรายการทั่วประเทศไทย

นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่าง รู้ใจ ประกันออนไลน์

ที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์และบริการดี ๆ ให้กับลูกค้าและสมาชิก PT Max Card อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกคนมองหาที่พึ่งซึ่งจะช่วยสร้างความอุ่นใจ

 เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ประกันภัยของรู้ใจ และโปรโมชั่นที่เราจัดไว้ให้จะมาตอบโจทย์และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและสมาชิก PT Max Card ได้อย่างแท้จริง”

“กลุ่มตรีเพชร” ชูภาพลักษณ์ “กลุ่มบริษัทระดับซูเปอร์เฟิร์สคลาส” สำหรับทุกโอกาสและความท้าทายทางธุรกิจ

posted Jul 13, 2021, 1:57 AM by Maturos Lophong


“กลุ่มตรีเพชร” ชูภาพลักษณ์ “กลุ่มบริษัทระดับซูเปอร์เฟิร์สคลาส” สำหรับทุกโอกาสและความท้าทายทางธุรกิจ

“กลุ่มตรีเพชร” กลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่เทียบเท่าองค์กรระดับโลก เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพของกลุ่มธุรกิจและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จขององค์กรธุรกิจอันหลากหลายภายใต้แนวคิด “กลุ่มตรีเพชร…ทุกสิ่งเป็นจริงได้”

มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มตรีเพชร กล่าวว่า ““กลุ่มตรีเพชร” คือ กลุ่มบริษัทชั้นแนวหน้าที่ขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนานกว่า 60 ปี และขยายไปยังประเทศลาวและกัมพูชา ด้วยวิสัยทัศน์ คือ การเป็นกลุ่มบริษัทระดับซูเปอร์เฟิร์สคลาสครบวงจร ที่สามารถสร้างทุกสิ่งให้เป็นจริงได้ ด้วยศักยภาพอันแข็งแกร่งของบุคลากรที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจอันหลากหลายครอบคลุมถึง 7 กลุ่ม เพื่อส่งมอบสุดยอดประสบการณ์ โซลูชั่นส์ และนวัตกรรม พร้อมเครือข่ายพันธมิตรต่างๆ อย่างครบวงจรด้วยบุคลากรและทรัพยากรต่างๆ ระหว่างบริษัทในกลุ่มตรีเพชร อีกทั้งยังมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจของกลุ่มตรีเพชรเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานในกลุ่มตรีเพชรให้มีความรู้ ความสามารถรอบด้าน พร้อมสวัสดิการต่างๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตการทำงานและความพึงพอใจของพนักงานในระดับสูงสุด…กลุ่มตรีเพชร พร้อมแล้วที่จะแสดงศักยภาพในการสร้างความสำเร็จให้กับกลุ่มตรีเพชรต่อไปในอนาคต ภายใต้แนวคิด “กลุ่มตรีเพชร…ทุกสิ่งเป็นจริงได้””

กลุ่มตรีเพชร ประกอบด้วย 7 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้

1. ธุรกิจขายและการบริการ ประกอบด้วย

· บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด : ผู้จัดจำหน่ายและสร้างแบรนด์รถยนต์ ด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 300 แห่ง ทั่วประเทศไทย

· บริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด : ผู้จำหน่ายอีซูซุที่ให้บริการแบบครบวงจร โดยโชว์รูมและศูนย์บริการ 13 แห่ง ครอบคลุม 5 จังหวัดภาคใต้

· บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ แคมโบเดีย จำกัด : ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์อีซูซุขนาดเล็ก ในประเทศกัมพูชา

· บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ลาว จำกัดผู้เดียว : ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์อีซูซุขนาดเล็ก ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

2. ธุรกิจบริการหลังการขาย ประกอบด้วย

· บริษัท ออโต้ เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด : ผู้ให้บริการหลังการขาย สำหรับรถปิกอัพ รถบรรทุก รถบัส และรถยนต์นั่ง ด้วยศูนย์บริการ 9 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

· บริษัท ตรีเพชรอีซูซุบริการ จำกัด : ศูนย์บริการอีซูซุเต็มรูปแบบในกลุ่มตรีเพชร

3. ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ประกอบด้วย

· บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด : ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ครบวงจร

4. ธุรกิจประกันภัย ประกอบด้วย

· บริษัท ตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส จำกัด : ผู้ให้บริการด้านนายหน้าประกันภัย เพื่อชีวิตที่มั่นคงด้วยประกันภัยที่เหมาะสมสำหรับลูกค้า

5. ธุรกิจไอที โซลูชั่นส์ ประกอบด้วย

· บริษัท ตรีเพชรไอที โซลูชั่นส์ จำกัด : ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสบการณ์อย่างสูงในอุตสาหกรรมรถยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

6. ธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ ประกอบด้วย

· บริษัท โอมาคาเสะ คาร์ จำกัด : ธุรกิจรถยนต์มือสองคุณภาพระดับพรีเมียม ที่มีช่องทางการติดต่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ของการซื้อที่มีคุณภาพและรถมือสองที่น่าเชื่อถือ

7. การบริการด้านอื่นๆ ประกอบด้วย

· บริษัท พัฒนาไทยบริการ จำกัด : บริษัทผู้ให้บริการเช่ารถยนต์พร้อมคนขับมืออาชีพ

· บริษัท ตรีเพชร โฮลดิ้ง จำกัด : บริษัทจัดการบริหารและดูแลการถือหุ้นของกลุ่มตรีเพชรในด้านการลงทุนธุรกิจ การให้คำปรึกษาและการบริหารจัดการต่างๆ

ติดตามข่าวสารของกลุ่มตรีเพชรเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.tripetchgroup.com และ Youtube Channel : Tri Petch Group

1-10 of 136