Motor & Energy‎ > ‎

“แผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2563 – 2567)

posted Dec 3, 2019, 10:26 PM by Maturos Lophong


การแถลงข่าว หัวข้อ “แผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2563 – 2567)

และสรุปผลงานเด่นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562”

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ณ คุ้มดำเนิน รีสอร์ท อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

.......................................................

1. ความจำเป็นในการจัดทำยุทธศาสตร์ กกพ. พ.ศ. 2563 – 2567

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชุดใหม่ปัจจุบันได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นมาซึ่งเป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนโยบายที่มีผลกระทบต่อการกำกับกิจการพลังงานหลายประการ เช่น การประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศต่อจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตลอดจนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2561-2580) เป็นต้น รวมทั้งบริบทที่เกี่ยวข้องกับการกำกับกิจการพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ได้แก่

1.1 ทิศทางการพัฒนาพลังงานโลกและการพัฒนาพลังงานในอนาคตให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทนในรูปแบบของพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น

1.2 ประเทศไทยได้ให้สัตยาบรรณตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (COP-21) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 และได้ประกาศเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 20-25 ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากฟอสซิล และกระจายชนิดเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า

1.3 ทิศทางการพัฒนาพลังงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 และนโยบายรัฐบาล (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ให้ความสำคัญกับการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

กกพ. จึงเห็นควรให้ทบทวนแผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2561-2564 ให้ทันสมัย
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับกิจการพลังงานของประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป


2. สาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ กกพ. พ.ศ. 2563 – 2567

แผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2563 - 2567) ประกอบด้วย 9 วัตถุประสงค์หลัก โดยมี วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และกลยุทธ์ที่สำคัญ สรุปดังนี้

2.1 วิสัยทัศน์ “กำกับกิจการพลังงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และส่งเสริมการแข่งขันให้เหมาะสมเป็นธรรม”

2.2 วัตถุประสงค์

(1) ส่งเสริมให้บริการด้านพลังงานอย่างเพียงพอ มีความมั่นคง และมีความเป็นธรรม ต่อผู้ใช้พลังงานและผู้รับใบอนุญาต

(2) ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงานทั้งด้านอัตราค่าบริการ และคุณภาพการให้บริการ

(3) ส่งเสริมการแข่งขันในกิจการพลังงาน และป้องกันการใช้อำนาจในทางมิชอบในการประกอบกิจการพลังงาน

(4) ส่งเสริมให้การบริการของระบบโครงข่ายพลังงานเป็นไปด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

(5) ส่งเสริมให้การประกอบกิจการพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อผู้รับใบอนุญาตและผู้ใช้พลังงาน

(6) ปกป้องสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้พลังงาน ชุมชนท้องถิ่น ประชาชน และผู้รับใบอนุญาตในการมี
ส่วนร่วม เข้าถึง ใช้ และจัดการด้านพลังงานภายใต้หลักเกณฑ์ที่ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

(7) ส่งเสริมการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากรในการประกอบกิจการพลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด รวมทั้งการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ

(8) ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในการประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

(9) บริหารจัดการองค์กรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพด้านการกำกับกิจการพลังงาน

2.3 เป้าหมาย

(1) ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องมีความเชื่อถือต่อการดำเนินงานของ สำนักงาน กกพ. ไม่ต่ำกว่า

ร้อยละ 60

(2) ผู้ใช้บริการมีความพอใจต่อคุณภาพบริการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และมาตรฐานคุณภาพบริการไฟฟ้าไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งคุณภาพไฟฟ้าไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

-3-



(3) กำกับการส่งเสริมการแข่งขันได้ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน

(4) ประกาศหลักเกณฑ์ข้อกำหนดการใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สาม
ภายในปี 2564

(5) ผู้ประกอบกิจการพลังงานร้อยละ 100 มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการประกอบกิจการพลังงาน

(6) ผู้ใช้พลังงาน ชุมชนท้องถิ่น ประชาชน และผู้รับใบอนุญาตมีความพอใจต่อกระบวนการสนับสนุนการมีส่วนร่วมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70

(7) ผู้ประกอบการที่ได้รับการเผยแพร่ความรู้ในการใช้ทรัพยากรในการประกอบกิจการร้อยละ 100

(8) ผู้ประกอบการได้รับการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานหมุนเวียนในการประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมร้อยละ 100

(9) ระบบการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกพ. มีมาตรฐานสากล

(10) ระบบฐานข้อมูลสำหรับการกำกับกิจการพลังงานของสำนักงาน กกพ. เป็นศูนย์ข้อมูลด้านการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ

2.4 กลยุทธ์สำคัญ เช่น

(1) ปรับปรุงระบบการกำกับกิจการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อให้มีพลังงานที่เพียงพอ และมั่นคง โดยปรับปรุงระบบการอนุญาตทั้งระบบการออกใบอนุญาตให้สอดคล้องตามขนาดโรงไฟฟ้าและประเภทเชื้อเพลิง รวมทั้งปรับปรุงการให้บริการการออกใบอนุญาตให้มีประสิทธิภาพ บูรณาการการทำงานในด้านการจัดหาพลังงาน การกำหนดมาตรฐานการประกอบกิจการพลังงาน และอัตราค่าบริการพลังงานให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นเอกภาพสอดคล้องกับแผนพัฒนากิจการด้านพลังงาน และนโยบายรัฐบาล

(2) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับอัตราค่าบริการพลังงาน (ไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ) ให้มีความโปร่งใส และได้มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น โดยกำกับดูแลการกำหนดอัตราค่าบริการทั้งด้านต้นทุนและอัตราผลตอบแทนตามมาตรฐานสากล ให้อัตราค่าบริการอยู่ในระดับที่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจสามารถรับภาระได้

(3) เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในกิจการไฟฟ้าตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน โดยจัดทำระบบข้อมูลที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการประกอบกิจการพลังงานที่ทันสมัยเป็นปัจจุบัน ใช้งานง่าย และเพียงพอต่อการใช้ประกอบการวางแผน และลงทุนของผู้ประกอบการ และเผยแพร่ต่อสาธารณะ

(4) จัดทำมาตรฐานการให้บริการของระบบโครงข่ายเพื่อให้มีมาตรฐานบริการระดับสากล โดยจัดทำหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการขอใช้และเชื่อมต่อไฟฟ้า และบูรณาการข้อกำหนดการเชื่อมต่อโครงข่ายของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และจัดทำหลักเกณฑ์การคิดอัตราค่าบริการในการใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายของการไฟฟ้า (Wheeling Charge) ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง

(5) ส่งเสริมการประกอบกิจการให้มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อผู้รับใบอนุญาตและผู้ใช้พลังงาน โดยจัดทำประมวลหลักปฏิบัติ (Code of Practice : Cop) สำหรับโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ให้ครบถ้วนทุกประเภทเชื้อเพลิง และพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามมาตรา 51 และมาตรฐานทางวิศวกรรมตามมาตรา 72 และมาตรา 89 ของ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 อย่างครบถ้วน

(6) พัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ใช้พลังงาน ชุมชนท้องถิ่น ประชาชน และผู้รับใบอนุญาตอย่างเป็นระบบเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมได้อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน โดยปรับปรุงระเบียบด้านการมีส่วนร่วมให้ทันสมัย สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วม ได้แก่ Cop EIA/ EHIA รวมทั้งเพิ่มศักยภาพเกี่ยวกับการเสริมสร้างกระบวนมีส่วนร่วมของประชาชนให้กับคณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต (คพข.) และสำนักงาน กกพ. ประจำเขต

(7) พัฒนาระบบการกำกับให้ผู้ประกอบการใช้ทรัพยากรในการประกอบกิจการพลังงานอย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ โดยกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานด้านการกำกับประสิทธิภาพการประกอบกิจการพลังงาน และศึกษารูปแบบธุรกิจการประกอบกิจการพลังงานที่ประหยัดการใช้ทรัพยากร และสนับสนุนการศึกษาวิจัย ทดลอง และพัฒนาการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากรในการประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

(8) ส่งเสริมการใช้ประโยชน์และพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้การประกอบกิจการไฟฟ้ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย โดยกำหนดมาตรฐานการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย และสนับสนุนการศึกษามาตรการด้านราคา เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบ
ที่เกี่ยวข้อง

(9) พัฒนาระบบบริหารจัดการการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกพ. ให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้ตอบสนองความต้องการและให้บริการอย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส โดยสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการกำกับกิจการพลังงานให้เป็นสากล และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้มีระบบบริหารและบริการเทคโนโลยีดิจิทัลตามแนวทางของ พ.ร.บ. การบริหารและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562

(10) พัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพด้านการกำกับกิจการพลังงาน โดยพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลให้เป็นระบบและมีมาตรฐาน ปรับปรุง และทบทวนบทบาทของบุคลากรของสำนักงาน กกพ. ประจำเขตเกี่ยวกับการกำกับกิจการพลังงาน และการบริหารงานกองทุนให้ชัดเจนและมีความเหมาะสม รวมทั้งเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน

3. งบประมาณดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ กกพ. พ.ศ. 2563 – 2567

คณะกรรมการ กกพ. มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการตามแผนยุทธศาสตร์ กกพ. พ.ศ. 2563 – 2567 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 มีวงเงินงบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์ จำนวนทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะเป็นการดำเนินงานตามกลยุทธ์พัฒนาระบบการกำกับให้ผู้ประกอบการใช้ทรัพยากรในการประกอบ

กิจการพลังงานอย่างประหยัด มีประสิทธิภาพฯ วงเงิน 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของงบประมาณทั้งหมด เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ที่ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน
พ.ศ. 2550 รองลงไปเป็นการดำเนินงานตามกลยุทธ์พัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบฯ วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของงบประมาณทั้งหมด และกลยุทธ์ส่งเสริมการใช้ประโยชน์และพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนฯ วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20 ของงบประมาณทั้งหมด

4. แผนยุทธศาสตร์ กกพ. พ.ศ. 2563 – 2567 มีอะไรใหม่เพิ่มเติมจากแผนฉบับที่ผ่านมา

4.1 พัฒนาระบบการกำกับกิจการพลังงานให้มีมาตรฐานสากลมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามบริบทการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาพลังงานและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

4.2 ส่งเสริมการวิจัยพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเด็กและเยาวชนให้มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงาน
ที่สะอาด

4.3 ส่งเสริมผู้ประกอบกิจการพลังงานให้เพิ่มประสิทธิภาพการประกอบการและสร้างความตระหนักให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงาน และใช้พลังงานที่สะอาด

5. ประชาชนจะได้อะไรจากแผนยุทธศาสตร์ กกพ. พ.ศ. 2563 – 2567

5.1 ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ มั่นคง มีคุณภาพ และราคาพลังงานของประเทศสะท้อนต้นทุนการจัดหาและเป็นธรรมต่อผู้รับใบอนุญาตและผู้ใช้พลังงาน

5.2 พื้นที่รอบโรงไฟฟ้าและประชาชนในพื้นที่ประกาศมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีบริการพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมที่เพียงพอและมีคุณภาพสูง เช่น เส้นทางการคมนาคม โรงเรียน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นต้น

5.3 ประชาชนทุกกลุ่มอายุตั้งแต่เด็กเยาวชน และประชาชนทั่วไปมีความตระหนักในการอนุรักษ์และใช้พลังงานอย่างประหยัด รวมทั้งมีโอกาสใช้พลังงานที่สะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายแห่งศตวรรษขององค์การสหประชาชาติ

5.4 ผู้ประกอบกิจการพลังงานมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูงขึ้น และจะมีส่วนช่วยให้มีความสามารถในการแข่งขันของประเทศสูงขึ้น
Comments