Travel & Sport





โกลบอลดีล “เมืองไทยประกันภัย” ผนึก “Agoda” นำร่องประกันภัยการเดินทางบนแพลตฟอร์มการเดินทางท่องเที่ยวระดับโลก

posted Dec 22, 2021, 7:47 PM by Maturos Lophong


โกลบอลดีล “เมืองไทยประกันภัย” ผนึก “Agoda”
นำร่องประกันภัยการเดินทางบนแพลตฟอร์มการเดินทางท่องเที่ยวระดับโลก


(กรุงเทพฯ – 22 ธันวาคม 2564)
เมืองไทยประกันภัย บริษัทประกันวินาศภัยชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ผนึกกำลังครั้งใหญ่กับ Agoda (อโกด้า) แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทางท่องเที่ยวระดับโลก ร่วมสร้างปรากฏการณ์ระดับโลก (Global Deal) โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์ประกันภัยไว้บนโลกดิจิทัล ซื้อสะดวก พักผ่อนสบายคลายความกังวลจากภัยที่ไม่คาดคิด ให้ทุกการท่องเที่ยวสนุกและอุ่นใจกว่าทุกครั้ง สำหรับลูกค้าที่จองห้องพักผ่าน Agoda สามารถซื้อประกันภัยการเดินทาง “TA ปันสุข” เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 48 บาท ครอบคลุมการเดินทางภายในประเทศ และดีลโปรโมชันพิเศษมากกว่าที่เคยจาก Agoda ร่วมสัมผัสประสบการณ์เติมเต็มความสนุกที่แสนจะอุ่นใจ
ในทุกทริป ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI เปิดเผยว่า “พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นธุรกิจไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ จะต้องมีการปรับตัวเข้าหาผู้บริโภคให้ทันกับสภาพแวดล้อม ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจจำเป็นต้องพลิกแผนกลยุทธ์และทำการตลาดแบบใหม่หรือปรับเปลี่ยนช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคให้มีความหลากหลาย เมืองไทยประกันภัย จึงได้ผนึกกำลังร่วมกันกับ Agoda เพื่อขยายช่องทางการซื้อ-ขาย ให้ลูกค้าได้เลือกสรรผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างสะดวกสบาย
จองห้องพักและซื้อประกันเดินทางได้ครบและครอบคลุม รวมถึงเป็นการสร้างประสบการณ์ด้านการซื้อประกันภัยแบบใหม่ให้แก่กลุ่มนักเดินทางของ Agoda”


สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มาพร้อมกับดีลสิทธิประโยชน์พิเศษที่ เมืองไทยประกันภัย ได้รวบรวมไว้บน Agoda คือ ประกันภัยการเดินทางในประเทศ ‘TA ปันสุข’ คุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางภายในประเทศ ครอบคลุมทั้งทุนประกันภัยค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุหลักแสน และ
เงินชดเชยกรณีถูกยกเลิกการเดินทางและค่าเสียหายต่อทรัพย์สินสูงสุด 15,000 บาท คลิก https://www.mticonnect.com//landingpage/ประกันเดินทางในประเทศ-ta-ปันสุข-agoda และเมื่อซื้อประกันเดินทางภายในประเทศ ‘TA ปันสุข’ รับส่วนลดทันที 5% ในการจองที่พักที่ร่วมรายการกับ Agoda


นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวนมาเกือบ 2 ปีเต็ม เชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ที่เราทุกคนสามารถทำได้คือ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่แน่นอนนี้ให้ได้ การทำประกันการเดินทางจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแล และคุ้มครองเมื่อความไม่แน่นอนคือ สิ่งที่แน่นอนสำหรับในโลกยุคปัจจุบันเพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ หรือ New Normal รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางในประเทศไทย ให้ทุกการเดินทางของคุณยังคง ยิ้มได้ เมื่อภัยมา เมืองไทยประกันภัย
จึงขอนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยพร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษที่รวบรวมมาไว้ให้ทุกท่านสามารถเลือกช้อปได้ง่ายมากยิ่งขึ้นบนเว็บไซต์ของ Agoda ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทาง www.agoda.com อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมบน Agoda ได้ที่ https://partnerhub.agoda.com/mtiagodamediapartnership/”
เงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัย ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

OR BRIC Superbike พลิกวิกฤติสู่ความสำเร็จ วางเป้าสู่ “อินเตอร์เนชั่นแนล เรซ”ในปี 2022

posted Dec 20, 2021, 12:25 AM by Maturos Lophong



OR BRIC Superbike พลิกวิกฤติสู่ความสำเร็จ วางเป้าสู่ “อินเตอร์เนชั่นแนล เรซ”ในปี 2022


ศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 ฝ่าวิกฤติ “โควิด-19” สู่ความสำเร็จยิ่งใหญ่ บอสใหญ่ “ตนัยศิริ” ปักธงปีหน้ายกระดับสู่ “อินเตอร์เนชั่นแนล เรซ” ดึงนักบิดจากทั่วโลกดวลเดือด หวังตรึงผู้ชมให้อยู่หมัด ตั้งเป้ากระจายฐานถ่ายทอดสดสู่ผู้ชมชาติอาเซียน 600 ล้านคนในอนาคต พร้อมปรับกฎกติกาใหม่ฤดูกาลหน้า

ภายใต้สถานการณ์ระบาดของ โควิด-19 วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยต้องเจอวิกฤติอย่างหนัก จนไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ "โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ" คือหนึ่งในรายการที่ต้องฝ่าฟัน และพยายามอย่างหนักในการหาทางออกให้ฤดูกาลเริ่มต้นขึ้น ขณะที่ทีมแข่งและนักบิดต่างอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากไม่สามารถฝึกซ้อมได้ รวมทั้งต้องเจอกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว




จากการประกาศปลดล็อกมาตรการคุมเข้ม "โควิด-19" ของรัฐบาลไทย ศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 จึงได้เริ่มต้นฤดูกาลแข่งขันอย่างเป็นทางการ เสมือนการกลับมาของฮีโร่นักบิดสายเลือดไทย “RISE OF THAI HERO”(ไรส์ ออฟ ไทย ฮีโร่) ซึ่งในปีนี้มีความพิเศษอย่างมาก เพราะแม้จะกำหนดปฏิทินการแข่งขัน 4 สนาม แต่ในสนามสุดท้าย ได้เพิ่มจำนวนเรซขึ้นมาเป็น 2 เรซ เพื่อให้การลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาลมีความเข้มข้นมากขึ้น


สนามแรกในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นการจัดงานภายใต้มาตรการการป้องกันโรคระบาดอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข ทุกฝ่ายตื่นตัวอย่างมากกับการแข่งขันที่รอคอย แฟนความเร็วก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเพราะยอดการเข้าชมผ่านระบบถ่ายทอดสดออนไลน์พุ่งสูงหลายแสนคนตลอดทั้งสุดสัปดาห์ เรียกได้ว่าสูงสุดนับตั้งแต่จัดการแข่งขันมา


โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2021 การแข่งขันระดับเอเชียไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นปัจจัยให้ค่ายจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันอย่างคับคั่ง และนักบิดระดับเอเชียจากทั้ง ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์, ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม และ คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม รวมถึงบรรดายอดทีมแข่งทุกทีมในเมืองไทยก็ช่วยสร้างความเข้มข้นให้กับ "แชมเปี้ยนชิพ" อย่างมาก


สถานการณ์ลุ้นแชมป์ของทุกรุ่นทวีความเข้มข้นขึ้นทุกสนามและพลิกผันตลอดเวลา เป็นจุดเปลี่ยนที่ตรึงให้แฟนๆ ไม่สามารถเปลี่ยนช่องไปดูอย่างอื่นได้ นี่จึงเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่ประจักษ์ต่อสายตาทุกฝ่าย


นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า “เราใช้เวลา 7 ปี สู่รายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และภายใต้สถานการณ์โควิด-19 เรายังร่วมแรงร่วมใจจัดแข่งขันแบบ New Normal ได้เป็นผลสำเร็จ ที่ผ่านมารายการนี้ได้สร้างนักแข่งไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นนักแข่งระดับเอเชียและระดับโลกมาหลายต่อหลายปี และเรายังมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการแข่งขันในฤดูกาลต่อไปให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ไปสู่ระดับเอเชีย รวมทั้งวางเป้าจะถ่ายทอดการแข่งขันสู่ประเทศในอาเซียนเพื่อไปสู่ผู้รับชม 600 ล้านคนในอนาคต”

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด กล่าวว่า ช่วงต้นปี 2021 ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยเพิ่มสูงกว่าเดิม ทำให้ต้องประเมินทุกอย่างอย่างใกล้ชิด การกลับมาจัดแข่งขันยากลำบากด้วยมาตรการคัดครองที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของทุกคนที่เข้าสู่สนาม แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จนี้ นักแข่ง ทีมแข่ง ผู้สนับสนุน และสื่อมวลชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทำให้การจัดการแข่งขันออกมาอย่างสมบูรณ์แบบและราบรื่น


“ฤดูกาลนี้เราปรับรูปแบบให้การลุ้นแชมป์มีความเข้มข้นขึ้น จากการเพิ่มเป็น 2 เรซ นักแข่งมีโอกาสแก้ตัวจากความผิดพลาด ขณะที่แฟนๆ ก็มีส่วนร่วมและได้ลุ้นกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังได้เห็นการพัฒนาทั้งตัวนักแข่ง รถแข่ง และทีมงาน เรียกว่ายกระดับทั้งวงการ ทำให้เกมส์ลุ้นกันสนุกจนสนามสุดท้าย”


นายตนัยศิริ ยังกล่าวถึงแนวทางของ OR BRIC Superbike ว่า “ในปี 2022 จะเป็นการจัดการแข่งขันในรูปแบบอินเตอร์เนชั่นแนล เรซ เปิดให้นักแข่งต่างชาติเดินทางเข้ามาได้ มีการปรับกฎและกติกาการแข่งขันให้เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้การแข่งขันสูสี-สนุก ประหยัดงบในการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งในปีนี้จะเห็นว่ามีนักแข่งต่างชาติเข้ามาร่วมแข่งขันในสนามสุดท้ายทั้งจากอเมริกาและเกาหลี เป็นเครื่องชี้ว่าการแข่งขันของเราได้รับการยอมรับจากทั่วโลก”

ทั้งนี้ หนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักไปสู่ความสำเร็จของ ศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ คือผู้สนับสนุนหลักอย่าง บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ที่เคียงบ่าเคียงไหล่มาอย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายเดียวกันในเส้นทางสายมอเตอร์สปอร์ต คือยกระดับวงการความเร็วให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพาร์ตเนอร์สำคัญอย่าง เครื่องดื่มตราช้าง, รถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), หมวกกันน็อกเรียล, ผ้าเบรกเน็กซ์เตอร์, บริดจสโตน โมโต ไทยแลนด์, การกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


นายไพศาล อุดมกุลวณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ในนามผู้สนับสนุนหลักการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “การแข่งขัน OR BRIC สร้างแรงผลักดันให้เกิดนักแข่งดาวรุ่งหน้าใหม่ ให้ได้มีเวทีสำหรับแสดงความสามารถและศักยภาพของตนเอง รวมถึงการสร้างโอกาสให้นักแข่งที่ชนะการแข่งขัน ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปสัมผัสประสบการณ์ในการแข่งขันรายการระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของโออาร์ในการที่จะสนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยให้พัฒนายิ่งขึ้นต่อไป”


ทั้งนี้ หลังจบการแข่งขันได้มีการจัด งานแชมเปี้ยน เดย์ เพื่อมอบรางวัลแชมป์ประจำปีให้กับผู้ที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาลของทุกรุ่น



นักบิดที่สามารถคว้าแชมป์ประจำปีรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี เอสบี 1 พร้อมรับสิทธิ์ไวลด์การ์ดไปแข่งขัน เอเชีย โรด เรซซิ่ง ได้แก่ ฐิติพงศ์ วโรกร จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ส่วนซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี เอสบี 2 ได้แก่ จุฑาพันธ์ เขียวนวล จาก เน็กซเตอร์ เรซซิ่ง ทีม , เอสบี 3 ได้แก่ ศิวกร สุวิพร จาก จอมไทย แฮปปี้โฮม เรซซิ่ง ทีม


ส่วนแชมป์ประจำปีในรุ่น ซูเปอร์ สต็อก 1,000 ซีซี เอสที 1 และได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดแข่งขันเอเชีย โรด เรซซิ่ง ได้แก่ ชานนท์ ชุ่มใจ จาก ยามาฮ่า พีทีที บริดจสโตน อาร์ซีที, ส่วนแชมป์ประจำปี รุ่นซูเปอร์ สต็อก 1,000 ซีซี เอสที 2 นทีธาร ทองโคตร จาก ทีเอ็นพี มอเตอร์สปอร์ต, เอสที 3 ได้แก่ ศิวกร สุวิพร จาก จอมไทย แฮปปี้โฮม เรซซิ่ง ทีม

แชมป์ประจำปี ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เอสเอส1 ได้แก่ รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ส่วน เอสเอส 2 ได้แก่ ญานศรณ์ ยานะพันธ์ จาก ยามาฮ่า เอ็ม.ที.-ไฮสปีด หั่ง โมดิฟาย


แชมป์ประจำปี ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี เอสเอส1 ได้แก่ วรพงศ์ มาลาหวล จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม, เอสเอส 2 ได้แก่ เพชรวุธ เพชรช่วย จาก พีทีที ลูบริแคนต์ ติ๊งโน๊ต ช็อป มินิ โมโต ไออาร์ซี วายเอสเอส ดี.ไอ.ดี. ศรีประจันต์วัฒนยนต์ นก จูนเนอร์, เอสพี ได้แก่ พงษ์สิริ อ่อนเจริญ จาก ยามาฮ่า ดับเบิลยูพี หาดใหญ่ เรซซิ่ง กิ๊กะไบค์ ไฮสปีด พิเรลลี ดี.ไอ.ดี. มาร์ค ช่างดำจันทบุรี ทีม, เอสพี จูเนียร์ ได้แก่ ภาสกร แสนหลวง จาก ยามาฮ่า ดับเบิลยูพี หาดใหญ่ เรซซิ่ง กิ๊กะไบค์ ไฮสปีด พิเรลลี ดี.ไอ.ดี. มาร์ค ช่างดำจันทบุรี ทีม

เดือดกว่าเดิม! OR BRIC Superbike 2021 อัดโปรแกรม 2 เรซ สนามสุดท้ายชิงดำแชมป์ประจำปี

posted Dec 8, 2021, 11:43 PM by Maturos Lophong



เดือดกว่าเดิม! OR BRIC Superbike 2021 อัดโปรแกรม 2 เรซ สนามสุดท้ายชิงดำแชมป์ประจำปี


สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เตรียมระเบิดศึก “โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 สนามสุดท้าย” อัดโปรแกรมแน่น 2 เรซ ตัดสินแชมป์ประจำปีสุดเข้มข้น 9-12 ธันวาคมนี้ "บิ๊กโอ๊ต" ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ บิ๊กบอสกระตุ้นแฟนๆ จับตาดูการขับเคี่ยวทุกรุ่นชี้มีจุดเปลี่ยนมากกว่าทุกปี โดยเฉพาะ ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี และ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ที่มีดาวดังระดับเอเชียลงดวลอย่างคับคั่ง

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 เดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายในการลุ้นแชมป์ประจำปีอย่างเต็มตัว โดยมีคิวดวลความเร็วสนามสุดท้ายระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่มีการชิงชัย 2 เรซในสุดสัปดาห์เดียว ภายใต้การลุ้นแชมป์ประจำที่เข้มข้น

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า "ในปีนี้เราได้เห็นความแตกต่างของทีมแข่งทุกทีมจากทุกๆ ปีที่ผ่านมา มีการยกระดับทีมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มาตรฐานต่างๆ ก็สูงขึ้นตามไปด้วย จะเป็นได้จากคะแนนสะสมของทุกรุ่นที่ต้องมาลุ้นแชมป์ประจำปีกันจนถึง 2 เรซสุดท้าย"


"ในฐานะฝ่ายจัดการแข่งขัน ในปีนี้เราปรับให้มี 5 เรซ จากเดิมที่มีเพียง 4 เรซ เพื่อให้การลุ้นแชมป์ที่เข้มข้นมากขึ้น นี่จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความพร้อมในการวางแผนของแต่ละทีม ว่าจะบริหารฤดูกาลอย่างไรให้ครองความได้เปรียบจนถึงสนามสุดท้าย โดยสุดสัปดาห์นี้จะเป็นการแข่งขัน 2 เรซที่อัดแน่นมาไว้ในสนามสุดท้าย ผมเชื่อว่าการขับเคี่ยวของทุกรุ่นจะสร้างความสุขให้กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตชาวไทยอย่างมาก"



ทั้งนี้ หลังผ่าน 3 สนามแรกของปี สถานการณ์บนตารางแชมเปี้ยนชิพมีความพลิกผันอย่างมาก โดยในรุ่นใหญ่ที่สุดของไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ปรากฏว่า "ติ๊งโน๊ต" ฐิติพงศ์ วโรกร อดีตแชมป์ 3 สมัยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่พลาดล้มในสนามที่ผ่านมา ส่งผลให้ช่องว่างก่อนเข้าสู่ 2 เรซสุดท้ายเหลือเพียง 3 แต้มจากอันดับ 2 อย่าง "แสตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซึ่งมีทีมเมทอย่าง "ตี" อนุภาพ ซามูล ที่เพิ่งปลดล็อคว้าชัยชนะครั้งแรกรั้งอันดับ 3 ตามอยู่เพียง 6 คะแนนเท่านั้น


ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี "เจมส์" ชานนท์ ชุ่มใจ จาก ยามาฮ่า พีทีที บริดจสโตน อาร์ซีที รั้งจ่าฝูงหลังจากที่คว้าชัยชนะ 3 สนามติดต่อกัน มีทั้งสิ้น 75 คะแนน เหนือ สิรภพ พูลศรี นักบิดดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า เจริญสมบัติ เอ็นพี สปีด ออยล์ เดอะ เบลล์ 55 บริดจสโตน อันดับ 2 อยู่ถึง 23 คะแนน ซึ่งหาก ชานนท์ คว้าชัยชนะได้อีกครั้งก็จะสามารถคว้าแชมป์ประจำปีไปครองได้ทันที




ด้านสถานการณ์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี "โฟลท" รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ อดีตแชมป์ซูเปอร์สปอร์ตเอเชียจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ครองความได้เปรียบบนตารางแชมเปี้ยนชิพก่อนเข้าสู่สนามสุดท้าย ด้วยคะแนนเหนือ "มุกข์" มุกข์ลดา สารพืช ดาวบิดสาวแกร่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ 7 แต้ม ตามด้วยนักบิดฮอนด้าอีกคนอย่าง "แชมป์" ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ ในอันดับ 3 และ "ฟอง" คณาทัต ใจมั่น ผู้ชนะสนามแรกจาก ยามาฮ่า ไฮสปีด ซึ่งตามหลังหัวแถวอยู่คนละ 16 และ 17 คะแนน ตามลำดับ


ขณะที่ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี ผู้ชนะ 3 สนามแรกอย่าง "เอ้" วรพงศ์ มาลาหวล จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม รั้งจ่าฝูงโดยมี 75 คะแนน แต่ยังคงต้องต่อสู้กับ รัฐพงษ์ บุญเลิศ ที่ครองอันดับ 2 มาสามสนามติดต่อกัน ด้วยระยะห่าง 15 แต้ม ซึ่งจะตัดสินแชมป์ประจำปีในสนามสุดท้ายเช่นกัน



"การลุ้นแชมป์ของรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ในฤดูกาลนี้มีจุดเปลี่ยนมากมายจากการที่ทีมยักษ์ใหญ่ระดับเอเชีย ส่งไลน์อัพชุดใหญ่ลงล่าความสำเร็จในปีนี้ ขณะที่ ฐิติพงศ์ มุ่งมั่นอย่างมากเพื่อส่งท้ายให้ คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซึ่งจะถอนตัวจากการแข่งขันในปีหน้า ส่งผลให้ 2 เรซสุดท้ายที่ บุรีรัมย์ จะเป็นอีกหนึ่งสุดสัปดาห์ที่แฟนๆ ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด" นายตนัยศิริ กล่าว


สำหรับการแข่งขันในสนามสุดท้าย จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการ 2 ครั้งของทุกรุ่นในวันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม ก่อนจะลงซ้อมครั้งที่ 3 และจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ทในวันศุกร์ที่ 10 ธันวาคมนจากนั้นจะแข่งขันเรซแรกในวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม และปิดท้ายการลุ้นแชมป์ประจำปีในเรซสุดท้าย วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคมนี้



แฟนความเร็วสาารถติดตามถ่ายทอดสดทาง True Sports HD 2 / True visions ช่อง 667 วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00-18.00 น. ส่วน เรซ 2 ทาง True Sports 5 / True visions ช่อง 684 วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00-18.00 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram และ Youtube : Chang International Circuit 09.00 น. เป็นต้นไป รวมทั้งถ่ายทอดสดไปยัง 3 ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา หรือชมติดขอบสนามวันที่ 9-12 ธันวาคม 2564 บัตรเข้าชมที่นั่ง Grandstand ราคา 100 บาท / 1 วัน ซื้อได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand (จำหน่ายบัตรวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น) สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์

“บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

posted Nov 17, 2021, 12:20 AM by Maturos Lophong   [ updated Nov 22, 2021, 8:08 PM ]






“บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ บทพิสูจน์ ความท้าทายบนเส้นทางสู่ไนท์รันระดับโกล์ดเลเบิล

รมต.ท่องเที่ยว-ลุงเน การันตี วิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” วันที่ 22 ม.ค.ปีหน้า เข้มมาตรการสาธารณสุข ต้นแบบอีเว้นต์ท่องเที่ยวและกีฬา บททดสอบให้คนทั่วโลกรู้ว่าสามารถท่องเที่ยวเมืองไทยอย่างปลอดภัย ผุดกองเชียร์ในน้ำครั้งแรกกลางห้วยจรเข้มาก พร้อมเสิร์ฟ “ลูกชิ้นยืนกิน” นับร้อยกระทะเอาใจนักวิ่ง จัดเซราะกราวแคมปิ้งแก้ปัญหาที่พัก ตั้งเป้าในปี 2023 ผลักดันให้เป็นมาราธอนระดับเหรียญทองรายการแรกของโลกในรูปแบบไนท์รัน

ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” มาราธอนงานแรกและงานเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ WORLD ATHLETICS ROAD RACE ให้เป็นมาราธอนเหรียญเงินของโลก SILVER LABEL (ซิลเวอร์ เลเบิล) สวรรค์ของนักวิ่งที่ทุกคนรอคอย ในรูปแบบ Night Run (ไนท์ รัน) ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ในวันที่ 22 มกราคม 2565 ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,650,000 บาท ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต และสนามช้าง อารีนา จ.บุรีรัมย์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การจัดแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอนในปีหน้า เปรียบเสมือนการเปิดประเทศของการจัดกีฬาเช่นกัน เนื่องจากเปิดให้นักวิ่งนานาชาติเข้ามาร่วมแข่งขันได้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่าย ทั้งนี้ด้วยมาตรการสาธารณสุขและประชาชนในพื้นที่ได้รับวัคซีน มากกว่า 80 เปอร์เซนต์ ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีศักยภาพพร้อมรองรับการจัดการแข่งขัน ซึ่งการจัดงานระดับโลกเช่นนี้ เป็นความท้าทายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นักวิ่ง และพี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่จะผลักดันให้จัดงานลุล่วง ปลอดจากโควิด19 ซึ่งกระทรวงฯเข้าไปติดตามดูผลการจัดการแข่งขันและร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด ถือเป็นเป้าหมายแรกของประเทศไทย ที่จะมีการแข่งขันกีฬารายการใหญ่และจะเป็นต้นแบบในการจัดแข่งขันรายการอื่นๆ ในอนาคตต่อไป”

ด้าน นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า สำหรับการจัดการแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอน 2022 ในวันที่ 22 มกราคมปีหน้า จะเป็นงานที่ท้าทาย เป็นบททดสอบว่าคนไทยสามารถใช้ชีวิตปกติได้ และมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นใจให้คนทั่วโลกว่า ไปที่ไหนในประเทศไทยก็ปลอดภัยจากโควิด-19 ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขของประเทศไทยเข้มแข็งเพียงพอ ทั้งนี้ “บุรีรัมย์มาราธอน” จัดการแข่งขันวิ่งไนท์ รัน เป็นปีที่ 2 ของบุรีรัมย์และของประเทศไทย ตั้งเป้าจะเป็นการวิ่งในระดับ Gold Label (โกลด์ เลเบิล) ในปี 2023 เหมือนกับบอสตัน,นิวยอร์ก,โตเกียว, ลอนดอน โดยจะเป็น โกลด์ มาราธอนแรกของโลกในรูปแบบไนท์ รัน 


สำหรับการจัด “บุรีรัมย์มาราธอน 2022” คำนึงถึงความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ ซึ่งจนถึงวันแข่งขัน คาดว่าประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์จะได้รับวัคซีน 90% ทั้งนี้ การจัดอีเว้นท์ใหญ่ที่ มีพื้นที่ความยาวกว่า 42.5 กิโลเมตร มีนักวิ่งเกือบ 30,000 คน ตลอดเส้นทางวิ่งมีผู้คนที่เกี่ยวข้อง กองเชียร์ 4-5 หมื่นคน มีผู้คนทั้งงานร่วมแสนคน เพื่อความปลอดภัยจะเน้นเรื่องมาตราการทางสาธารณสุข นักวิ่งที่เข้าแข่งขันต้องฉีดวัคซีนครบโดสและต้องตรวจ ATK ก่อนวิ่ง รวมทั้งมีการสุ่มตรวจ ATK กับพี่น้องประชาชนในชุมชน เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งและผู้ร่วมงานทุกคน

“บุรีรัมย์มาราธอน 2022” จะเป็นบุรีรัมย์ที่นักวิ่งทุกคนมีความสุข ปีนี้มีอากาศที่เย็นสบาย และเรายังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ให้เป็นที่จดจำ เป็นไนท์ รันที่เต็มไปด้วย วิถีชีวิตแบบคนบุรีรัมย์ นักวิ่งจะได้พบกับกองเชียร์ที่มากกว่าทุกปี รวมทั้งกองเชียร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเป็นครั้งแรกที่มีกองเชียร์ในน้ำกลางอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก เรียกว่ากองเชียร์จัดเต็มทั้งบนบกและในน้ำ มีความพร้อมทุกด้านทั้งเส้นทางวิ่ง ไฟฟ้า แสงสว่าง น้ำดื่มสำหรับนักวิ่ง อุปกรณ์การแพทย์สนับสนุนตลอดเส้นทาง เป็นไนท์ รันที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคน เมื่อเข้าเส้นชัย หลังรับเหรียญรางวัล จะมีของดีบุรีรัมย์สตรีทฟู้ดไว้รองรับ มีลูกชิ้นยืนกินที่นักร้องดังอย่าง ลิซ่า แบล็คพิงค์ โหยหา จัดเตรียมหลายร้อยกระทะ เพื่อรองรับนักวิ่งทุกคน”


“ส่วนเรื่องปัญหาที่พักที่ไม่เพียงพอ เราได้เตรียม “เซาะกราวแคมป์ปิ้ง” เป็นที่พักในอินดอร์ บริเวณองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ รับได้ 2,000 คน และจากจุดนี้จะมีรถชัตเติลบัส วิ่งรับส่งเข้ามาที่สนามแข่งตลอด 24 ชั่วโมง เราพยายามแก้ไขจุดอ่อน และตรงไหนที่เป็นจุดแข็ง เราจะต้องต่อเติมให้ดีมากขึ้นไปอีก”

“ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา คนไทยเราเผชิญกับ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ มีส่วนสำคัญทำให้คนไทยปลอดภัย บุคลากรทางการแพทย์ที่สมัครวิ่ง ถ้าชำระเงินไปแล้ว ในวันวิ่งสามารถเอาบัตรมาแสดงตนเพื่อไปรับค่าสมัครคืนได้ 50% ที่สนามแข่งขัน ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้สมัครวิ่ง ก็จะเสียค่าสมัครเพียง 50% ของทุกระยะ”

“ในปีหน้า อีกการแข่งขันระดับโลกที่ทางบุรีรัมย์จะเป็นเจ้าภาพ ก็คือการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก “โมโตจีพี” ซึ่งเราจะต้องเตรียมตัวรับการเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคมปี 2022 อีกรายการสำคัญที่จะเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาที่มีเป้าหมายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก และคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น วิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” จะเป็นบททดสอบและบทพิสูจน์ให้เห็นว่า “บุรีรัมย์” มีความพร้อม สามารถจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามมาตรฐานของมาราธอนโลกได้ และพร้อมที่จะเป็นผู้เปิดกุญแจให้คนทั้งโลกเห็นว่า ประเทศไทยปลอดภัยเพียงพอที่จะกลับมาท่องเที่ยว และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย”



ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซ็นเต็ดบายเครื่องดื่มตราช้าง” เปิดรับสมัครแล้วอย่างเป็นทางการ การแข่งขันจะจัดในรูปแบบไนท์รัน นักวิ่งทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนครบโดสก่อนการแข่งขันและตรวจ Antigen Test Kit ก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 4 ระยะวิ่งได้แก่ มาราธอน ระยะทาง 42.195 ก.ม.ปล่อยตัวเวลา 18.30 น. เข้าเส้นชัยภายใน 02.00 น., ฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21.1 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 20.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 00.30 น., มินิมาราธอน ระยะทาง 10 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 23.45 น. และ ฟันรัน ระยะทาง 4.554 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.45 น. เข้าเส้นชัยภายในเวลา 23.30 น. โดยวันแข่งขันวิ่ง จะจัดวันเดียวจบ ครบทุกระยะ ในวันที่ 22 มกราคม 2565 นอกจากนี้ยังมีการงานจัดงานเอ็กซ์โป เวลา 10.00-20.00 น. ขนทัพสินค้ากีฬาและสุขภาพเอาใจนักวิ่งปอดเหล็กจากทั่วโลก ผู้สนใจยังสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้ที่ www.burirammarathon.com หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/bru.marathon

บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 ไนท์รัน มาตรฐานระดับโลก

posted Nov 7, 2021, 1:29 AM by Maturos Lophong   [ updated Nov 12, 2021, 9:56 AM ]






เปิดรับสมัครแล้ว!! บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 ไนท์รัน มาตรฐานระดับโลก

“Buriram Marathon 2022 พรีเซ็นเต็ดบายเครื่องดื่มตราช้าง” มาราธอนมาตรฐานโลกระดับ SILVER LABEL พร้อมแล้วกับสวรรค์ของนักวิ่งที่ทุกคนรอคอย ในรูปแบบ Night Run แสงสีตระการตา บนมาตรการการป้องกันโควิด-19 ตามนโยบายของ ศบค. พร้อมต้อนรับนักวิ่งจากทั่วประเทศวันเดียวจบ ครบทุกระยะ 22 มกราคม 2565

เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ โดยวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยให้สิทธิ์กับนักวิ่งเก่าได้สมัครก่อน ส่วนนักวิ่งทั่วไปจะสามารถสมัครได้ในวันที่ 2 พ.ย. 64

การแข่งขันจะจัดในรูปแบบไนท์รัน แบ่งเป็น

1.มาราธอน ระยะทาง 42.195 ก.ม.ปล่อยตัวเวลา 18.30 น. เข้าเส้นชัยภายใน 02.00 น. (7.30 ชั่วโมง)

2.ฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21.1 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 20.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 00.30 น. (4.30 ชั่วโมง)

3. มินิ มาราธอน ระยะทาง 10 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 23.45 น. (2.45 ชั่วโมง)

4.ฟันรัน ระยะทาง 4.554 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.45 น. เข้าเส้นชัยภายในเวลา 23.30 น. (1.45 ชั่วโมง)


✅ สมัครวิ่ง: https://www.runningconnect.com/event/BRM2022

✅ สมัครวิ่งการกุศล: https://www.runningconnect.com/event/BRM2022C

✅ นักวิ่งที่เคยเข้าร่วมงาน บุรีรัมย์ มาราธอน 2017-2021 ปีใดปีหนึ่ง หรือทั้ง 5 ปี เวลาของท่านมาถึงแล้ว เปิดรับสมัครแล้ว (1 พ.ย. 64) ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ที่ www.burirammarathon.com หรือ www.runningconnect.com

✅ ดูรายละเอียดวิธีการสมัครออนไลน์ ได้ที่ https://www.facebook.com/bru.marathon/posts/2335335109930694



หมายเหตุ
นักวิ่งเก่า คือ นักวิ่งที่เคยสมัครร่วมรายการบุรีรัมย์มาราธอน ปีใดก็ได้ และมียอดชำระเงินที่สมบูรณ์ หากเป็นนักวิ่งที่เคยมาสมัครหน้างานแถลงข่าว ต้องสมัครสมาชิกกับเว็บไซต์ Running Connect ก่อน จึงจะสามารถใช้สิทธิ์นักวิ่งเก่าได้ สำหรับนักวิ่งเก่า ที่เคยลงสมัครวิ่ง ปี 2017-2021 สามารถตรวจสอบรายชื่อของตนเองได้ที่ www.runningconnect.com/profile/history

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ฝ่ายจัดการแข่งขันมีมาตรการ ดังนี้

1. ให้รับ Race Pack ทางไปรษณีย์เท่านั้น! โดยนักวิ่งชำระค่าบริการส่งจำนวน 90 บาทด้วยตนเองในขั้นตอนการสมัคร
2. นักวิ่งทุกคนต้องตรวจ Antigen Test Kit ก่อนเข้าร่วมงาน โดยราคาค่าสมัครดังกล่าวรวมค่าชุดตรวจ Antigen Test Kit จำนวน 40 บาทแล้ว

#BuriramMarathon2022
#YourUltimateDestination
#ChangInternationalCircuit
#BRM2022
#BRM

รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards)

posted Oct 13, 2021, 10:10 PM by Maturos Lophong


ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards)
ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล

บ่ายวันนี้ (11 ตุลาคม 2564) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล Thailand Tourism Awards ให้กับผู้ประกอบการ องค์กรและชุมชนท้องถิ่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชนะการประกวด จำนวนทั้งสิ้น 185 รางวัล ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดการประกวดและรับสมัครผลงานตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อผลักดันการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว พร้อมสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ และประทับใจแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวรูปแบบวิถีใหม่ ปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 ณ PM Studio กรุงเทพมหานคร และถ่ายทอดสดทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊กแฟนเพจ ThailandTourismAwards และ Amazing Thailand





นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากข้อจำกัดในการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงพฤติกรรมการเดินทางที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จึงเป็นกลไกหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสินค้าทางการท่องเที่ยว โดยในปีนี้ได้เพิ่มเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA เพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็น “การท่องเที่ยวสีขาว”(สะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการท่องเที่ยววิถีใหม่ นำไปสู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและประทับใจ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการรักษาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ตามที่ ททท. ได้ดำเนินการจัดโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) มาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดประกวดทุก ๆ 2 ปีเปรียบเสมือนเครื่องมือรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันและยกระดับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและบริการที่ดี ส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ รวมถึงการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน SHA เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาและตัดสินรางวัล ตามกรอบเกณฑ์การตัดสินทั้ง 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวสีขาว 2.ตอบโจทย์ BCG Model 3.มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) 4.การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 5.เสียงสะท้อน
จากนักท่องเที่ยว (Voice of Customer)





สำหรับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 มีผู้ประกอบการส่งผลงานเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 346 ราย และมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกชนะรางวัล รวมทั้งสิ้น 185 รางวัลแบ่งออกเป็น 3 ประเภทรางวัลหลัก ได้แก่ 1) แหล่งท่องเที่ยว (Attraction) จำนวน 83 รางวัล 2) ที่พักนักท่องเที่ยว (Accommodation) จำนวน 69 รางวัล และ 3) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism) จำนวน 33 รางวัล โดยแต่ละประเภทได้รับคัดสรรผลงานที่มีคุณภาพ แบ่งเป็น 3 ประเภทรางวัลย่อย ได้แก่ รางวัล Thailand Tourism Gold Award (ยอดเยี่ยม) Thailand Tourism Award (ดีเด่น) และ รางวัล Hall of Fame สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม 3 ครั้งติดต่อกัน

ซึ่งในปี 2564 นี้ มีผู้ประกอบการได้รับรางวัล Hall of Fame จำนวนทั้งสิ้น 10 รางวัล ได้แก่ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี และฟลายอิ้ง หนุมาน จ.ภูเก็ต ประเภทที่พักนักท่องเที่ยว จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ โรงแรมสยามเบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี และประเภทการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ บันยันทรี สปา ภูเก็ต จ.ภูเก็ต บันยันทรี สปา สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ฟ้าล้านนา สปา จ.เชียงใหม่ ระรินจินดา เวลเนส สปา เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โอเอซิส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา จ.ภูเก็ต และโอเอซิสสปา พัทยา จ.ชลบุรี



ททท. คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรและท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาจัดการแหล่งท่องเที่ยวภายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดในการเสนอขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ กระจายสู่ระบบเศรษฐกิจในทุกระดับอย่างกว้างขวางและทั่วถึง นำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป





ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 ได้ที่ www.tourismthailand.org/tourismawards



หรือ www.facebook.com/thailandtourismawards

อ.ส.ค.เฟ้นสุดยอดโรงเรียนนักเตะเยาวชน“ไทย-เดนมาร์ค ยู15 ฟุตบอล ทัวร์นาเมนต์ 2021”

posted Jun 18, 2021, 1:31 AM by Maturos Lophong


อ.ส.ค.เฟ้นสุดยอดโรงเรียนนักเตะเยาวชน

“ไทย-เดนมาร์ค ยู15 ฟุตบอล ทัวร์นาเมนต์ 2021” ชิงเงินรางวัล

รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท

ไทย-เดนมาร์คเดินหน้าจัดศึกลูกหนัง “ไทย-เดนมาร์ค ยู15 ฟุตบอล ทัวร์นาเมนต์ 2021” เป็นปีที่ 3 เปิดรับสมัคร 192 ทีม ทั่วประเทศไทย

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันฟุตบอล รายการ “THAI-DENMARK U15 FOOTBALL TOURNAMENT 2021” (ไทย-เดนมาร์ค ยู15 ฟุตบอล ทัวร์นาเมนต์ 2021) ปีที่ 3 ชิงเงินรางวัล รวมกว่า 500,000 บาท ร่วมด้วย นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และ นักฟุตบอล จากสโมสรราชบุรี มิตรผล ไทยลีก 1 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ ลาน Outdoor One Arena, Stadium One - The Sport Society กรุงเทพมหานคร

สำหรับการแข่งขันรายการนี้ จัดโดย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนทั่วประเทศที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี เข้าร่วมแข่งขัน





นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การแข่งขันกีฬารายการนี้ เป็นโครงการที่มีขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ นักฟุตบอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รวมถึงบุตรหลานเกษตรกรโคนมไทย ได้ลงแข่งขัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากการเล่นกีฬาทำให้สุขภาพแข็งแรง เด็กเหล่านี้ ถือเป็นอนาคตและกำลังของชาติ

“โครงการนี้จัดต่อเนื่องมาแล้วเป็นปีที่ 3 แน่นอนว่า วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักเรียนเยาวชนไทยได้มีเวทีในการแข่งขันฟุตบอลที่เป็นระดับสากลมากขึ้น จึงมอบหมายให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้จัดกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม ต่อเด็กและเยาวชน ผ่านการเล่นกีฬา ควบคู่ไปกับนโยบาย “นมแห่งชาติ” ซึ่งต้องการรณรงค์ให้กลุ่มคนทุกวัยดื่มนม เริ่มตั้งแต่กลุ่มครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทุกเพศ ทุกวัย หันมาดื่มนมไทย-เดนมาร์ค ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย”

“ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมของเยาวชนไทย จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็น “สื่อกลาง” โดยนำผลิตภัณฑ์ นมไทย-เดนมาร์ค เข้าถึงกลุ่มครอบครัวและเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ อีกทั้งอยากให้โครงการนี้เป็นทัวร์นาเม้นท์ของ นมไทย-เดนมาร์ค ที่จะยกระดับเยาวชนในโรงเรียนทุกๆโรงเรียนได้มีโอกาสแข่งขันกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้เยาวชนบุตรหลานเกษตรกรโคนมไทย ที่จะได้เฟ้นหาศักยภาพตัวเองในความตั้งใจและอดทน เพื่อไปสู่ความฝัน ที่อยากเป็นนักกีฬาอาชีพ ไปพร้อมๆ การดื่มนมไทย-เดนมาร์ค เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และการรณรงค์สร้างการรับรู้ และสร้างค่านิยมให้คนไทยทุกคน หันมาดื่มนมมากขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าโครงการนี้ ทำให้แบรนด์นมไทย-เดนมาร์คซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้รัฐวิสาหกิจ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปสู่ตามโรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมเป็นการส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีให้นักเรียนเยาวชน ในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลอีกทางหนึ่งด้วย”




“จากความสำเร็จของโครงการนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้จากโรงเรียนที่ได้ให้ความสนใจเข้ามาสมัครร่วมโครงการนี้ โดยในปีแรกที่จัดงานมีทั้งหมด 80 โรงเรียน ในปีที่ 2 ได้รับการสนใจจากโรงเรียนภูมิภาคต่างๆ มากถึง 170 โรงเรียน ซึ่งเป็นช่วงที่เจอกับโรคระบาดโควิด-19 ในระลอกแรกๆ ก็ถือว่ากิจกรรมโครงการนี้ได้รับความสนใจจากโรงเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปีนี้ความพิเศษของโครงการ นอกจากเงินรางวัลแล้ว จะมีการมอบลูกฟุตบอลจากแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศอย่าง Molten (มอลเทน) ที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรกับโครงการและร่วมกันช่วยส่งเสริมกิจกรรมให้กับเยาวชน โดยจะมอบให้กับโรงเรียนที่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย และอีกประการนึง เนื่องด้วยในปี 2565 จะเป็นปีที่ครบรอบ 60 ปี ของแบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค ทางกระทรวงฯ ได้ให้นโยบายในการสนับสนุนโครงการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และโรงเรียนสามารถเข้าถึงกิจกรรมได้เพิ่มขึ้น จึงจะมีการขยายพื้นที่ในการแข่งขันรอบคัดเลือกให้ครอบคลุมในแต่ละโซนภูมิภาคให้มากขึ้น ซึ่งในปีหน้า คาดว่าจะมีสิ่งพิเศษเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน”



นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทาง อ.ส.ค. เป็นองค์กรที่มีการทำกิจกรรมต่างๆ มากมายเพื่อสังคม ภายใต้แบรนด์ นมไทย-เดนมาร์ค โดยเฉพาะในส่วนของด้านกีฬา (Sport Marketing) ที่ในปีนี้เราได้มีความร่วมมือและสนับสนุนกับหลายๆ สโมสรชั้นนำในฟุตบอลไทยลีก ที่มีการพัฒนาเยาวชนด้านกีฬาฟุตบอล ซึ่งจะทำให้มีกิจกรรมที่ต่อยอดและขยายออกไปอีกในปีหน้า โดยเยาวชนจะได้สัมผัสกับสนามฟุตบอลของสโมสรที่เป็นพันธมิตรกับองค์กรในหลายๆ สโมสรอีกด้วย สำหรับการแข่งขันโครงการนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นความร่วมมือในการจัดโครงการกิจกรรมกับสำนักงาน อ.ส.ค. ใน 5 ภูมิภาค และหน่วยงานผู้จัดการแข่งขันระดับมืออาชีพ โดยจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนให้เป็นมาตรฐานในระดับสากลและช่วยขับเคลื่อนวงการฟุตบอลเยาวชนไทย พร้อมส่งเสริมให้เกิดมิตรภาพที่ดีต่อกันระหว่าง อ.ส.ค. ภายใต้แบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค กับโรงเรียนและเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขัน นอกจากนี้ อยากให้กีฬาฟุตบอลได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน อีกทั้งในปีนี้จะมีการเปลี่ยน Logo โครงการใหม่ เพื่อให้ดูกลมเกลียวสอดคล้องระหว่างตราสัญลักษณ์นมไทย-เดนมาร์ค กับฟุตบอลมากขึ้นด้วย




“ปีนี้ การแข่งขันจะจัดขึ้น ในรูปแบบนิวนอร์มอล โดยมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว แต่จะมีมาตรการการป้องกันที่เข้มงวดมากยิ่งๆ ขึ้นไป” โดยจะเน้นการแข่งขันแบบปิด ตามมาตรการที่ ศบค. ประกาศไว้ และจะมี การกำหนดวันแข่งขัน กำหนดช่วงเวลา และ สถานที่การแข่งขัน แจ้งไปยังโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมแข่งขัน โดยใน 1 วัน จะจัดการแข่งขันได้ไม่เกิน 4-8 ทีม ในรอบคัดเลือก เพื่อลดปริมาณจำนวนคนที่อยู่ภายในสนาม ตลอดจนมาตรการต่างๆ อาทิ เว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส นักกีฬา โค้ช และ เจ้าหน้าที่ ใส่หน้ากากตลอดเวลา ตรวจวัดอุณหภูมิ ฉีดพ้นน้ำยาฆ่าเชื้อแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ด้านรางวัลสำหรับการแข่งขันรายการนี้ ในรอบคัดเลือกตัวแทนภูมิภาค มีรางวัลดังนี้ ทีมแชมป์จะได้รับ เงินรางวัล 25,000 บาท, ทีมรองแชมป์ จะได้รับ เงินรางวัล 20,000 บาท, ทีมอันดับ 3 จะได้รับ เงินรางวัล 5,000บาท ทีมอันดับ 4 จะได้รับถ้วยรางวัล โดยทุกทีม จะได้รับผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค และถ้วยรางวัล ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564

ส่วนรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ มีรางวัลดังนี้ ทีมแชมป์จะได้รับ เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ทีมรองแชมป์ จะได้รับ เงินรางวัล 70,000 บาท และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ทีมอันดับ 3 จะได้รับ เงินรางวัล 40,000 บาท และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ทีมอันดับ 4 จะได้รับ เงินรางวัล 20,000 บาท และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค พร้อมกันนี้ทั้ง 4 โรงเรียน จะได้รับลูกฟุตบอลจากแบรนด์ Molten (มอลเทน) โดยรอบชิงชนะเลิศ จะจัดแข่งขันในช่วงเดือนกันยายน 2564 ณ สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง





โรงเรียนที่สนใจสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้ ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. - 11 ก.ค. 2564 โดยดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.facebook.com/ThaiDenmark.FootballTournament หรือติดต่อสอบถามแต่ละโซนภูมิภาคได้ดังนี้

โซนที่ 1 กทม.และ ปริมณฑล และตะวันออก ยื่นใบสมัครได้ที่ออฟฟิศประชาสัมพันธ์ บีที ครีเอชั่น

ติดต่อคุณปริณดา โทร. 092-6051315 หรือ 088-9597144

โซนที่ 2 (อ.ส.ค.) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ติดต่อได้ที่

คุณปริณดา โทร. 092-6051315 หรือ คุณสมยศ กองสุผล โทร. 098-2631214

โซนที่ 3 (อ.ส.ค.) จังหวัดเชียงใหม่ ติดต่อได้ที่

คุณพศวัต ใจลังกา โทร. 061-9366564

คุณมนัส วงศ์เลื่อน โทร. 097-9549935

โซนที่ 4 (อ.ส.ค.) จังหวัดสุโขทัย ติดต่อได้ที่

คุณจำลอง ราศีกิจ โทร. 063-2064638

คุณอนุชิต อินทโสถา โทร. 095-6345778

โซนที่ 5 (อ.ส.ค.) จังหวัดขอนแก่น ติดต่อได้ที่

คุณสุชาติ งวดชัย โทร. 089-9018739

คุณผกาทิพย์ เขียวสุวรรณภูมิ โทร. 085-8830428

คุณเพ็ญนภา สดคมขำ โทร. 085-4634043

โซนที่ 6 (อ.ส.ค.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ติดต่อได้ที่

คุณคำสิงห์ ยอดเกตุ โทร. 098-1461535

คุณเทพสตรี รื่นเกษม โทร. 084-3233570

คุณอาภรณ์ เฉลาชาญชัยยุทธ โทร. 062-4613113

กลุ่มบริษัท พราว ปั้นหัวหินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งเซิร์ฟสเก็ต

posted Apr 8, 2021, 1:54 AM by Maturos Lophong





กลุ่มบริษัท พราว ปั้นหัวหินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งเซิร์ฟสเก็ต

ตอบรับกระแสฮิต พร้อมสร้างปรากฎการณ์ครั้งแรก ไถเซิร์ฟ สเก็ต ในสวนน้ำ

กับโครงการ “หัวหินเมืองแห่งสเกต”


กลุ่มบริษัท พราว ตอกย้ำความเป็นผู้นำไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่น แห่งเมืองหัวหิน ร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการ “หัวหินเมืองแห่งสเกต” รวมพลคนเซิร์ฟสเก็ต จับกระแสเทรนด์กีฬายอดฮิตในขณะนี้ เนรมิตรลาน Surf Skate เปิดเล่นฟรีทั่วเมืองหัวหินถึง 4 จุด กับไฮไลท์ลาน Pop- up Skate ที่ใหญ่ที่สุดและครบที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร และครั้งแรก กับการไถ Surf Skate ที่สวนน้ำ ณ สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน และการแข่งขัน Surf Skate โดย Rip Curl รวมรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท ซึ่งงานทุกอย่างอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความสะอาด และความปลอดภัยตามมาตรการของกลุ่มบริษัท พราว ตลอดทั้งงาน
คุณพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กล่าวว่า “กลุ่มบริษัท พราว ตอกย้ำการเป็นไลฟ์สไตล์ เดสติเนชั่น ด้วยการนำเสนอการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพื่อตอบรับกระแสสปอร์ตที่กำลังมาแรง สร้างเมืองหัวหินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่ง Surf Skate จัดโครงการ “หัวหินเมืองแห่งสเกต” เราได้เปิดพื้นที่ให้เล่นฟรีตามสถานประกอบการต่างๆ ของกลุ่มบริษัท พราว ทั่วเมืองหัวหิน รวม 4 จุด พร้อมสร้างลาน pop-up Surf Skate ภายใต้ความปลอดภัยเพื่อให้ผู้ที่สนใจกีฬา เข้ามาสัมผัสไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ กับจุดเล่นที่โดนใจด้วยบรรยากาศของเมืองท่องเที่ยวติดทะเล อาหาร-เครื่องดื่ม และสถานที่พัก”



สำหรับกลุ่มบริษัท พราว เตรียมเปิดปรากฏการณ์ Surf Skate ในเมืองหัวหิน กับลาน Surf Skate 4 จุดทั่วเมือง ได้แก่

· ลาน Pepsi Skate park ที่งาน “Pepsi presents Hua Hin Summer Skate Festival 2021” ณ สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน โดย กลุ่มบริษัท พราว จับมือ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท แคล-คอมพ์อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท แคล-คอมพ์ ออโตเมชั่น แอนด์ อินดัสเทรียล 4.0 เซอร์วิส (ประเทศไทย), บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จํากัด , บริษัท ริป เคิร์ล ไทยแลนด์ จำกัด และฉลอง เบย์ พบกับ ลาน Pop- up Surf Skate ที่ใหญ่ที่สุดและครบที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่ กว่า 1,000 ตร.ม. เปิดให้ใช้พื้นที่ฟรีกันแบบเต็มที่เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. - 4 ก.ค. 2564 เวลา 16:00 – 21:00 น. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาเล่นด้วยบริการต่างๆ อาทิ คุณครูสอนเล่นจากหัวหิน สเก็ตพาร์ค ที่มาสอนวิธีการเล่นแบบถูกวิธี, บริการให้ยืมอุปกรณ์การเล่น พร้อมมอบประกันอุบัติเหตุคุ้มครองโควิท19 และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 1 วัน จากทิพยประกันชีวิต และครั้งแรกกับการเล่น Surf Skate ในสวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล ฟรี !!! เปิดให้เข้าเล่นในทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันศุกร์ เสาร์ เวลา 18:00 – 20:00 น.




· ลานสเกต ”Bacardi Surf Skate” ที่บลูพอร์ต สแควร์ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ โดย Bacardi (Thailand) ร่วมกับศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ เนรมิตรสนามที่มี Pump track ที่เดียวที่หัวหิน ที่มีลูกคลื่นที่ยาวที่สุด เหมือนได้เซิร์ฟบนคลื่นทะเล และยังเป็นลานสเกตแห่งแรกหน้าศูนย์การค้าในเมืองหัวหินอีกด้วย ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. เป็นต้นไป

· ลานอเนกประสงค์ ทรู อารีน่า หัวหิน เปิดลานกว้างให้เหล่าชาวเซิร์ฟได้ไถแบบฟรีสไตล์

· ครั้งแรกกับการเล่น Surf Skate ริมหาดแห่งแรกในประเทศไทย ในบรรยากาศ Summer Glamping พร้อมฟังดนตรีแนวอะคูสติก ณ 111 Social Club ที่งาน “The Great Escape @ InterContinental Residences Hua Hin” โดย อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน และ 111 Social Club ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. – 16 พ.ค. 2564





นอกจากนี้ภายในงาน “Pepsi presents Hua Hin Summer Skate Festival 2021” ยังมีกิจกรรม “Vana Skate and Music Weekend” ณ สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน โดยมีไฮไลท์ต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

· วันที่ 30 เม.ย.- 4 พ.ค. ช้อปกับ Cheeze pop up market และอิ่มอร่อยไปกับ Food Panda Pop up store ที่คัดสรรร้านอาหารดังท้องถิ่นหัวหินมาไว้ในงาน

· วันที่ 1 พ.ค. เอาใจเหล่าแฟนคลับหนุ่มหน้าใส พบกับ ออฟ - จุมพล อดุลกิตติพร, กัน - อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, คริส - พีรวัส แสงโพธิรัตน์ และกลัฟ- คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ โดยจัดเป็นแพคเกจราคาสุดคุ้มเอาใจแฟนคลับ ซึ่งติดตามรายละเอียดและจำหน่ายบัตรได้ที่ www.vananavahuahin.com

· คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง วันที่ 1 พ.ค.- บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ จากสิงห์ มิวสิค, วันที่ 2 พ.ค.- เจ เจตรินและไทเทเนียม และวันที่ 3 พ.ค. - Already Dead ติดตามรายละเอียดและจำหน่ายบัตรที่ www.vananavahuahin.com

· วันที่ 3 พ.ค. การแข่งขัน Surf Skate ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดย Rip Curl แบ่งประเภทการแข่งขันเป็นประเภท เด็ก / ชาย / หญิง



ทางด้าน คุณสมชัย เกตุชัยโกศล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เป๊ปซี่ได้ร่วมมือกับกลุ่มบริษัท พราว ในส่วนของธุรกิจสวนน้ำวานานาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน เพราะเป๊ปซี่เล็งเห็นว่า หัวหินเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศ เดินทางสะดวก อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ อีกทั้งสวนน้ำวานานาวา ก็ยังเป็นสวนน้ำชั้นนำของประเทศไทยที่ดึงดูดวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเป๊ปซี่ นอกจากนี้เรายังต้องการมีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของหัวหินให้กลับมา โดยสนับสนุนการท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ที่กำลังนิยมที่เรียกว่าแบบ Foodie Traveler ที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในสถานที่สวยงามและกิจกรรมความบันเทิง ไปพร้อมกับการลิ้มรสชาติของอาหารในสถานที่นั้น และแน่นอนเมื่อมีอาหาร สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็ต้องมีเครื่องดื่มที่ช่วยให้มื้ออาหารอร่อยขึ้น และการท่องเที่ยวนั้นเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นงาน “Pepsi presents Hua Hin Summer Skate Festival 2021” เราดึงดูดคนที่สนใจกิจกรรมกีฬาไลฟ์สไตล์ยอดฮิตในขณะนี้อย่าง Surf Skate มาที่ลาน Pepsi Skate Park บริเวณสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน ให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทะเล มาเล่นสวนน้ำแล้ว ยังมีโอกาสได้มาไถสเก็ตอีกด้วย และพอเหนื่อยก็เติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มอร่อยๆ อย่างเป๊ปซี่ ควบคู่ไปกับการทานอาหาร และดนตรีเพราะๆ ภายในงาน นอกจากนี้ทางเป๊ปซี่ยังเตรียมโปรโมชั่นดีๆ พร้อมมอบความปลอดภัยไว้ด้วย ได้แก่ ซื้อเป็ปซี่ครบ 300 บาทมี สิทธิ์ยืมใช้ กล้อง GoPro ฟรี 20 นาที สำหรับไปถ่ายเก็บคลิปสวยๆ ระหว่างเล่นสเก็ตแชร์ให้เพื่อนๆได้เห็น หรือซื้อเป็ปซี่ 3 กระป๋อง ในราคา150 บาท แถมฟรี ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองโควิด 19 และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 1 วัน จะได้สนุกกันโดยไม่ต้องห่วง”





คุณพราวพุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับโครงการ “หัวหินเมืองแห่งสเกต” ซึ่งจัดในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 จัดขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะในช่วงวันธรรมดา โดยตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานจำนวน 200,000 คน/เดือน หรือเท่ากับในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2563 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของเมืองหัวหิน เน้นกลุ่มนักเรียนซึ่งจะปิดภาคเรียนในช่วงเดือน พ.ค. และผู้ที่หลงไหลในกีฬา Surf Skate นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ที่น่าสนใจจากบริษัทในเครือ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมงาน

โปรโมชั่นต่างๆ กลุ่มบริษัท พราว ได้แก่

· สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน

o สาดกระจายรับซัมเมอร์ ลดสูงสุด 50% เริ่ม 30 มี.ค.- 16 พ.ค. 64

§ บินเดี่ยว เที่ยวไม่รอ ราคา 800 บาท (จากราคาปกติ 1,140 บาท)

§ มา 4 จ่าย 3 ราคา 3,499 บาท (จากราคาปกติ 6,690 บาท)

§ มา 2 จ่าย 1 ราคา 1,700 บาท (จากปกติราคา 3,480 บาท )

o เที่ยวหน้าร้อนก่อนเปิดเทอมแพค 2 สนุกมันส์ ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค - 18 เม.ย. 64 ราคา 1,400 บาท ( จากปกติราคา 2,950 บาท)

· โรงแรมฮอลิเดย์อิน รีสอร์ท วานา นาวา หัวหิน

o ห้องพักราคาเริ่มต้น 3,399 ++ สามารถเข้าเล่นสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน และเรียนเซิร์ฟสเก็ต พร้อมช่างถ่ายภาพขณะเรียน

· โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ซูพีเรีย รูม ราคาเริ่มต้น 3,199 ++ สามารถเข้าเล่นสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน และสปาเครดิต 500 บาท/คืน พร้อมส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 15%

· ทรู อารีน่า หัวหิน สปอร์ต คลับ มอบประสบการณ์การออกกำลังกายระดับพรีเมี่ยม กับราคาเริ่มต้นเพียง 1,485 บาท / เดือน และสามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน

· ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์

o Summer Charming promotion Top Spender ช้อปครบตามเงื่อนไข รับฟรี* บัตรห้องพักโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานา นาวา หัวหิน สวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล และบัตรกำนัลจากร้านแบรนด์ชั้นนำ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. – 2 พ.ค. 64

o Amazing Hua Hin Travel Fair Bluport Hua Hin ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน Amazing Hua Hin Travel Fair มหกรรมท่องเที่ยวราคาสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 8 - 18 เม.ย. 64

ประกาศความพร้อม !! “สงกรานต์บุรีรัมย์ 2564" วิถีใหม่

posted Mar 12, 2021, 12:01 AM by Maturos Lophong   [ updated Mar 12, 2021, 12:04 AM ]



ประกาศความพร้อม !! “สงกรานต์บุรีรัมย์ 2564" วิถีใหม่ 


อลังการ สนุกสนาน และปลอดภัย ต้นแบบการพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากวิกฤติอีกครั้ง!!!


กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์ จัดเทศกาล “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” สุดยอดงานสงกรานต์แนวคิดใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสนุกสนานที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ” ตื่นตาไปกับสงกรานต์เรืองแสง คอนเสิร์ตศิลปินดังคับคั่ง พร้อมจัดหนักความบันเทิงทุกรูปแบบ 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 6-15 เม.ย.64 ณ จ.บุรีรัมย์







วันที่ 12 มี.ค.64 ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ และนายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมแถลงข่าวจัดเทศกาล “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” (AMAZING SONGKRAN BURIRAM PRESENTED BY CHANG) สุดยอดงานสงกรานต์แนวคิดใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสนุกสนานที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6-15 เม.ย.64 ณ จ.บุรีรัมย์




นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยบอบช้ำอย่างหนัก ซึ่งหลังจากสถานการณเริ่มคลี่คลาย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้เตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นที่การให้การสนับสนุนกับกิจกรรมใหญ่ๆ ที่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนงาน “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” ในครั้งนี้ ซึ่งงานนี้ถือเป็นงานอีเว้นท์ใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย และเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดบุรีรัมย์ และภูมิภาคนี้ ทั้งยังสร้างความมั่นใจให้แก่คนทั้งประเทศในด้านการท่องเที่ยว และเป็นต้นแบบให้กับหลายๆ จังหวัด ในการนำไปฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดอย่างมั่นคง งานนี้จึงถือเป็นหนึ่งในแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ทางภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมกันสนับสนุน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประชาชนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ มีความปลอดภัย ภายใต้มาตรการสาธารณสุขที่เข้มข้น




นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และการบริการที่รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้เข้ามาสนับสนุนงาน Amazing Songkran Buriram ในฐานะ Title Sponsor ตามกลยุทธ์ “Event Marketing” ซึ่งเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของไทย โดยใช้เทศกาลงานสงกรานต์ เป็น Game Changer ในการจัดกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยในการควบคุม บริหารจัดการด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โดย ททท. ยังคงดำเนินการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้หลักการผ่อนคลายตามมาตรการของ ศบค. และแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันการกระจายเชื้อของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด

“เชื่อมั่นว่า การจัดงานตลอดระยะเวลา 10 วันนี้ จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้าร่วมงานในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 400,000 คน และสามารถสร้างได้สู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงได้ไม่น้อยกว่า 1,936 ล้านบาท อัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 2,200 บาท/คน/วัน และ ระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 2.2 วัน/ทริป สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็วและร่วมกิจกรรมปีใหม่ไทยในพื้นที่ต่างๆ อย่างมีความสุข มีความปลอดภัย

นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในส่วนของความพร้อมของการจัดงาน เราได้ประสานงานใกล้ชิดกับทางสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ในการวางมาตรการดูแลโควิด 19 อย่างเข้มข้น จัดส่งเจ้าหน้าที่มาประจำตามจุดคัดกรอง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารคอยดูแลความปลอดภัยตลอดทั้งงาน สำหรับพื้นที่การจัดงานจะอยู่ที่ช้าง อารีนา และมีการประดับไฟยาวตลอดเส้นทางหลวงหมายเลข 2445 ไปจนถึงวงเวียนพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 โดยในขณะนี้ทางจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีโครงการในการบูรณะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่1 ให้มีความสวยงาม ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ภายในงานจะมีกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ มากมายให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ขบวนจักรยาน “บุรีรัมย์ ไบค์ไนท์” ขบวนจักรยานพาเหรดที่ประดับไฟแสงสีสวยงาม ที่เตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอวดลงในโซเชียลมีเดีย รวมถึงกิจกรรม “เทศกาลประกวดโคมไฟ” ที่จะให้แต่ละอำเภอได้นำไอเดียการคิดประดิษฐ์โคมไฟมาประกวดกัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นโคมไฟที่สะท้อนความเป็นวิถีของชาวบุรีรัมย์ ซึ่งจะไม่สามารถหาชมได้จากที่ไหนอย่างแน่นอน และ “บุรีรัมย์ สตรีทฟู้ด” เราจะขนอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดบุรีรัมย์มารวมไว้ที่นี่มากมายหลากหลายเมนู ชนิดที่ไม่เคยเจอ ที่ไหนมาก่อน พร้อมทั้งมีการจำหน่ายสินค้าพื้นถิ่น ของดีบุรีรัมย์มากมาย




นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า ที่ผ่านมา เราเล็งเห็นถึงความสำคัญ และได้ให้การสนับสนุนงานสงกรานต์ บุรีรัมย์เป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้เราได้จัดแคมเปญและกิจกรรมพิเศษมากมาย โดยเริ่มที่เวที Chang Songkran Buriram ซึ่งขนความบันเทิงมาแบบเต็มพิกัด พร้อมกับศิลปินระดับประเทศและท้องถิ่น มาจัดเต็มตลอด 10 วัน ให้พี่น้องชาวบุรีรัมย์ได้สนุกกันแบบยาวๆ ทุกวัน ณ บริเวณ Chang Training Ground ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ในวันที่ 10 เม.ย. เราตั้งใจยกเวทีคอนเสิร์ตแห่งปีอย่าง Chang Music Connection มาไว้ใน ช้าง อารีนา ให้ทุกท่านได้พบกับ ศิลปินชั้นนำระดับประเทศ อาทิเช่น บอดี้สแลม โปเตโต้ โจอี้บอย บิ๊กแอส และทุกท่านที่เข้าชมงานจะสนุกกันอย่างปลอดภัยเพราะเราจัดงานตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยผู้เข้าชมคอนเสิร์ตฯ ต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และพกบัตรประชาชนมาด้วยทุกครั้ง พร้อมบัตรเข้าชมคอนเสริร์ต สามารถติดตามขั้นตอนการลงทะเบียนหรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Chang World และ Line: @Changworldth



ต่อด้วยวันที่ 12 เม.ย. พบงาน บุรีรัมย์มาราธอน พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง “ระยะฟันรัน” ในรูปแบบไนท์รัน ประดับไฟสุดยิ่งใหญ่ตลอดระยะทาง 4.4 กม. พบกับ “TWINKLE TUNNEL” อุโมงค์ไฟระย้าหลากสีที่ยาวที่สุดด้วยดวงไฟกว่า 2 ล้านดวง และเส้นชัย LED ขนาดยักษ์ เอฟเฟกต์ไฟตระการตา พร้อมด้วย Laser Mapping หน้าโดมแก้วช้างอารีนาสุดอลังการครั้งแรกในบุรีรัมย์ และยิ่งใหญ่ระดับโลกด้วย LIGHT SEARCH ที่สูงจนสามารถมองเห็นได้จากทุกแห่งในบุรีรัมย์ ตลอดงานนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปอาหารของดีเมืองบุรีรัมย์อย่างเต็มอิ่ม บริเวณ Chang Street Food Festival อีกด้วย



นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทางสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้วางมาตรการในการคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างเข้มงวด โดยเราได้เตรียมเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในจำนวนที่มากเพียงพอ สำหรับทำหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองในทุกๆ จุดเข้าและออกของงาน ซึ่งหากผ่านเกณฑ์ความเสี่ยง ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับการติดสติ๊กเกอร์เป็นหลักฐานยืนยันให้เข้าไปยังบริเวณพื้นที่ของการจัดงานได้ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เราได้กำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่สีแดง ต้องทำการกักตัว 14 วัน หรือขอให้ตรวจ Rapid Test ที่ รพ.บุรีรัมย์ ก่อน โดยนักท่องเที่ยวต้องชำระค่าตรวจคนละ 600 บาท และจะทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งหากผลออกมาเป็นลบ ก็จะไม่ต้องกักตัวและสามารถเข้าร่วมงานได้ทันที นอกจากนี้เรายังมีการจัดเจ้าหน้าที่ในการให้คำแนะนำด้านสาธารณสุข เช่น การประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมงานสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ของการจัดงาน และหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพราะเราตระหนักดีว่างานสงกรานต์บุรีรัมย์นั้นจะเป็นงานที่จะมีผู้มาร่วมงานร่วมหลายแสนคน ผมจึงอยากยืนยันว่า เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือทางด้านการแพทย์อย่างเต็มที่ และขอให้ความเชื่อมั่นแก่ทุกท่านว่า เรามีศักยภาพเพียงพอในการรับมือกับการมาเยือนของผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายแสนคนตลอด 10 วันของงานอย่างแน่นอน

ด้าน นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นความพยายามอย่างยิ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นอีกครั้ง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายในมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นและมีมาตรฐาน เราจะสามารถเป็นต้นแบบในการจัดงานขนาดใหญ่ ที่จะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ตลอดการจัดงาน 10 วัน เราเตรียมกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย โดยจะประเดิมกิจกรรมด้วยการทำบุญเบิกบ้าน ลูกหลานรัชกาลที่ 1 ในวันที่ 6 เม.ย.64 ณ บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 พิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ 2,564 รูป เพื่อเป็นสิริมงคล ต่อเนื่องด้วยพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงค่ำ ณ ลานหน้าช้าง อารีนา การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุน, เครื่องดื่มตราช้าง และยังมีผู้สนับสนุนอีกมากมาย ผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพของเราชาวบุรีรัมย์ เราจะสามารถเป็นเจ้าบ้านที่ดีได้ และนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานในครั้งนี้ เชื่อว่าท่านจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

ผู้สนใจติดตามรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ Buriram United

เคทีซี ผุดไอเดียสร้างออนไลน์คอมมูนิตี้เพื่อคนรักกีฬา “KTC SPORTS ตัวจริงเรื่องกีฬา”

posted Feb 23, 2021, 1:13 AM by Maturos Lophong




เคทีซี ผุดไอเดียสร้างออนไลน์คอมมูนิตี้เพื่อคนรักกีฬา “KTC SPORTS ตัวจริงเรื่องกีฬา”


พร้อมเปิดตัวกิจกรรม “KTC BURN & EARN CHALLENGE”


“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “KTC ตัวจริงเรื่องกีฬา” ด้วยการจัดกิจกรรมตลาดเพื่อสมาชิกบัตรฯ สายตรองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผุดไอเดียจัดตั้งออนไลน์คอมมูนิตี้ กลุ่ม “KTC SPORTS ตัวจริงเรื่องกีฬา” ผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเพจ Ktc Real Privileges เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับสมาชิกที่ชื่นชอบการออกกำลังกายได้ใกล้ชิดมากขึ้น และนับเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลด้านกีฬา รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ พร้อมกันนี้เคทีซีได้เปิดตัวแคมเปญ “KTC BURN & EARN CHALLENGE” กิจกรรมสะสมชั่วโมงการออกกำลังกายประจำปี 2564 เพื่อเชิญชวนให้สมาชิกในกลุ่มร่วมออกกำลังกายรูปแบบใดก็ได้ในระยะเวลา 30 นาทีต่อ 1 ครั้ง สะสมเวลาให้ได้อย่างน้อย 10 ชั่วโมง หรือ 600 นาที ใน 1 เดือน พร้อมมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีขั้นต่ำ 5,000 บาท เคทีซีขอมอบรางวัลประจำเดือน อาทิ คะแนน KTC FOREVER 200 คะแนน e-Coupon แทนเงินสดสำหรับช้อปร้านกีฬาและร้านอาหารชื่อดัง พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรฯ ที่มีการส่งผลการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ 3 เดือนขึ้นไป รับเสื้อกีฬาดีไซน์สวย ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 – 31 ธันวาคม 2564

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกลุ่ม “KTC SPORTS ตัวจริงเรื่องกีฬา” ได้ที่ลิงค์ https://www.facebook.com/groups/ktcsport โดยลงทะเบียนเพื่อรับ BIB KTC SPORT สำหรับร่วมกิจกรรมในกลุ่มผ่านทางลิงค์ https://bit.ly/38tUZdJ รวมทั้งร่วมกิจกรรม “KTC BURN & EARN CHALLENGE” ผ่านทางเว็บไซต์ www.ktc.co.th/promotion/sports/events/ktc-burn-earn โดยระบุหมายเลขบัตรเครดิตเคตทีซีที่ใช้เป็นประจำ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และหมายเลข BIB KTC SPORT ที่ลงทะเบียนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 – 15 ธันวาคม 2564

\ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือที่เว็บไซต์ www.ktc.co.th สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์เพื่อสมัครบัตรเครดิตได้ที่นี่: https://ktc.today/apply-card

1-10 of 113