Travel & Sport





รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards)

posted Oct 13, 2021, 10:10 PM by Maturos Lophong


ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards)
ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล

บ่ายวันนี้ (11 ตุลาคม 2564) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล Thailand Tourism Awards ให้กับผู้ประกอบการ องค์กรและชุมชนท้องถิ่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชนะการประกวด จำนวนทั้งสิ้น 185 รางวัล ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดการประกวดและรับสมัครผลงานตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อผลักดันการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว พร้อมสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ และประทับใจแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวรูปแบบวิถีใหม่ ปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 ณ PM Studio กรุงเทพมหานคร และถ่ายทอดสดทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊กแฟนเพจ ThailandTourismAwards และ Amazing Thailand





นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากข้อจำกัดในการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงพฤติกรรมการเดินทางที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จึงเป็นกลไกหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสินค้าทางการท่องเที่ยว โดยในปีนี้ได้เพิ่มเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA เพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็น “การท่องเที่ยวสีขาว”(สะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการท่องเที่ยววิถีใหม่ นำไปสู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและประทับใจ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการรักษาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ตามที่ ททท. ได้ดำเนินการจัดโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) มาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดประกวดทุก ๆ 2 ปีเปรียบเสมือนเครื่องมือรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันและยกระดับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและบริการที่ดี ส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ รวมถึงการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน SHA เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาและตัดสินรางวัล ตามกรอบเกณฑ์การตัดสินทั้ง 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวสีขาว 2.ตอบโจทย์ BCG Model 3.มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) 4.การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 5.เสียงสะท้อน
จากนักท่องเที่ยว (Voice of Customer)





สำหรับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 มีผู้ประกอบการส่งผลงานเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 346 ราย และมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกชนะรางวัล รวมทั้งสิ้น 185 รางวัลแบ่งออกเป็น 3 ประเภทรางวัลหลัก ได้แก่ 1) แหล่งท่องเที่ยว (Attraction) จำนวน 83 รางวัล 2) ที่พักนักท่องเที่ยว (Accommodation) จำนวน 69 รางวัล และ 3) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism) จำนวน 33 รางวัล โดยแต่ละประเภทได้รับคัดสรรผลงานที่มีคุณภาพ แบ่งเป็น 3 ประเภทรางวัลย่อย ได้แก่ รางวัล Thailand Tourism Gold Award (ยอดเยี่ยม) Thailand Tourism Award (ดีเด่น) และ รางวัล Hall of Fame สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม 3 ครั้งติดต่อกัน

ซึ่งในปี 2564 นี้ มีผู้ประกอบการได้รับรางวัล Hall of Fame จำนวนทั้งสิ้น 10 รางวัล ได้แก่ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี และฟลายอิ้ง หนุมาน จ.ภูเก็ต ประเภทที่พักนักท่องเที่ยว จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ โรงแรมสยามเบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี และประเภทการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ บันยันทรี สปา ภูเก็ต จ.ภูเก็ต บันยันทรี สปา สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ฟ้าล้านนา สปา จ.เชียงใหม่ ระรินจินดา เวลเนส สปา เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โอเอซิส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา จ.ภูเก็ต และโอเอซิสสปา พัทยา จ.ชลบุรี



ททท. คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรและท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาจัดการแหล่งท่องเที่ยวภายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดในการเสนอขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ กระจายสู่ระบบเศรษฐกิจในทุกระดับอย่างกว้างขวางและทั่วถึง นำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป





ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 ได้ที่ www.tourismthailand.org/tourismawards



หรือ www.facebook.com/thailandtourismawards

อ.ส.ค.เฟ้นสุดยอดโรงเรียนนักเตะเยาวชน“ไทย-เดนมาร์ค ยู15 ฟุตบอล ทัวร์นาเมนต์ 2021”

posted Jun 18, 2021, 1:31 AM by Maturos Lophong


อ.ส.ค.เฟ้นสุดยอดโรงเรียนนักเตะเยาวชน

“ไทย-เดนมาร์ค ยู15 ฟุตบอล ทัวร์นาเมนต์ 2021” ชิงเงินรางวัล

รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท

ไทย-เดนมาร์คเดินหน้าจัดศึกลูกหนัง “ไทย-เดนมาร์ค ยู15 ฟุตบอล ทัวร์นาเมนต์ 2021” เป็นปีที่ 3 เปิดรับสมัคร 192 ทีม ทั่วประเทศไทย

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันฟุตบอล รายการ “THAI-DENMARK U15 FOOTBALL TOURNAMENT 2021” (ไทย-เดนมาร์ค ยู15 ฟุตบอล ทัวร์นาเมนต์ 2021) ปีที่ 3 ชิงเงินรางวัล รวมกว่า 500,000 บาท ร่วมด้วย นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และ นักฟุตบอล จากสโมสรราชบุรี มิตรผล ไทยลีก 1 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ ลาน Outdoor One Arena, Stadium One - The Sport Society กรุงเทพมหานคร

สำหรับการแข่งขันรายการนี้ จัดโดย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนทั่วประเทศที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี เข้าร่วมแข่งขัน





นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การแข่งขันกีฬารายการนี้ เป็นโครงการที่มีขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ นักฟุตบอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รวมถึงบุตรหลานเกษตรกรโคนมไทย ได้ลงแข่งขัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากการเล่นกีฬาทำให้สุขภาพแข็งแรง เด็กเหล่านี้ ถือเป็นอนาคตและกำลังของชาติ

“โครงการนี้จัดต่อเนื่องมาแล้วเป็นปีที่ 3 แน่นอนว่า วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักเรียนเยาวชนไทยได้มีเวทีในการแข่งขันฟุตบอลที่เป็นระดับสากลมากขึ้น จึงมอบหมายให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้จัดกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม ต่อเด็กและเยาวชน ผ่านการเล่นกีฬา ควบคู่ไปกับนโยบาย “นมแห่งชาติ” ซึ่งต้องการรณรงค์ให้กลุ่มคนทุกวัยดื่มนม เริ่มตั้งแต่กลุ่มครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทุกเพศ ทุกวัย หันมาดื่มนมไทย-เดนมาร์ค ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย”

“ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมของเยาวชนไทย จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็น “สื่อกลาง” โดยนำผลิตภัณฑ์ นมไทย-เดนมาร์ค เข้าถึงกลุ่มครอบครัวและเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ อีกทั้งอยากให้โครงการนี้เป็นทัวร์นาเม้นท์ของ นมไทย-เดนมาร์ค ที่จะยกระดับเยาวชนในโรงเรียนทุกๆโรงเรียนได้มีโอกาสแข่งขันกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้เยาวชนบุตรหลานเกษตรกรโคนมไทย ที่จะได้เฟ้นหาศักยภาพตัวเองในความตั้งใจและอดทน เพื่อไปสู่ความฝัน ที่อยากเป็นนักกีฬาอาชีพ ไปพร้อมๆ การดื่มนมไทย-เดนมาร์ค เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และการรณรงค์สร้างการรับรู้ และสร้างค่านิยมให้คนไทยทุกคน หันมาดื่มนมมากขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าโครงการนี้ ทำให้แบรนด์นมไทย-เดนมาร์คซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้รัฐวิสาหกิจ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปสู่ตามโรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมเป็นการส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีให้นักเรียนเยาวชน ในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลอีกทางหนึ่งด้วย”




“จากความสำเร็จของโครงการนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้จากโรงเรียนที่ได้ให้ความสนใจเข้ามาสมัครร่วมโครงการนี้ โดยในปีแรกที่จัดงานมีทั้งหมด 80 โรงเรียน ในปีที่ 2 ได้รับการสนใจจากโรงเรียนภูมิภาคต่างๆ มากถึง 170 โรงเรียน ซึ่งเป็นช่วงที่เจอกับโรคระบาดโควิด-19 ในระลอกแรกๆ ก็ถือว่ากิจกรรมโครงการนี้ได้รับความสนใจจากโรงเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปีนี้ความพิเศษของโครงการ นอกจากเงินรางวัลแล้ว จะมีการมอบลูกฟุตบอลจากแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศอย่าง Molten (มอลเทน) ที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรกับโครงการและร่วมกันช่วยส่งเสริมกิจกรรมให้กับเยาวชน โดยจะมอบให้กับโรงเรียนที่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย และอีกประการนึง เนื่องด้วยในปี 2565 จะเป็นปีที่ครบรอบ 60 ปี ของแบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค ทางกระทรวงฯ ได้ให้นโยบายในการสนับสนุนโครงการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และโรงเรียนสามารถเข้าถึงกิจกรรมได้เพิ่มขึ้น จึงจะมีการขยายพื้นที่ในการแข่งขันรอบคัดเลือกให้ครอบคลุมในแต่ละโซนภูมิภาคให้มากขึ้น ซึ่งในปีหน้า คาดว่าจะมีสิ่งพิเศษเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน”



นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทาง อ.ส.ค. เป็นองค์กรที่มีการทำกิจกรรมต่างๆ มากมายเพื่อสังคม ภายใต้แบรนด์ นมไทย-เดนมาร์ค โดยเฉพาะในส่วนของด้านกีฬา (Sport Marketing) ที่ในปีนี้เราได้มีความร่วมมือและสนับสนุนกับหลายๆ สโมสรชั้นนำในฟุตบอลไทยลีก ที่มีการพัฒนาเยาวชนด้านกีฬาฟุตบอล ซึ่งจะทำให้มีกิจกรรมที่ต่อยอดและขยายออกไปอีกในปีหน้า โดยเยาวชนจะได้สัมผัสกับสนามฟุตบอลของสโมสรที่เป็นพันธมิตรกับองค์กรในหลายๆ สโมสรอีกด้วย สำหรับการแข่งขันโครงการนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นความร่วมมือในการจัดโครงการกิจกรรมกับสำนักงาน อ.ส.ค. ใน 5 ภูมิภาค และหน่วยงานผู้จัดการแข่งขันระดับมืออาชีพ โดยจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนให้เป็นมาตรฐานในระดับสากลและช่วยขับเคลื่อนวงการฟุตบอลเยาวชนไทย พร้อมส่งเสริมให้เกิดมิตรภาพที่ดีต่อกันระหว่าง อ.ส.ค. ภายใต้แบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค กับโรงเรียนและเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขัน นอกจากนี้ อยากให้กีฬาฟุตบอลได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน อีกทั้งในปีนี้จะมีการเปลี่ยน Logo โครงการใหม่ เพื่อให้ดูกลมเกลียวสอดคล้องระหว่างตราสัญลักษณ์นมไทย-เดนมาร์ค กับฟุตบอลมากขึ้นด้วย




“ปีนี้ การแข่งขันจะจัดขึ้น ในรูปแบบนิวนอร์มอล โดยมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว แต่จะมีมาตรการการป้องกันที่เข้มงวดมากยิ่งๆ ขึ้นไป” โดยจะเน้นการแข่งขันแบบปิด ตามมาตรการที่ ศบค. ประกาศไว้ และจะมี การกำหนดวันแข่งขัน กำหนดช่วงเวลา และ สถานที่การแข่งขัน แจ้งไปยังโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมแข่งขัน โดยใน 1 วัน จะจัดการแข่งขันได้ไม่เกิน 4-8 ทีม ในรอบคัดเลือก เพื่อลดปริมาณจำนวนคนที่อยู่ภายในสนาม ตลอดจนมาตรการต่างๆ อาทิ เว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส นักกีฬา โค้ช และ เจ้าหน้าที่ ใส่หน้ากากตลอดเวลา ตรวจวัดอุณหภูมิ ฉีดพ้นน้ำยาฆ่าเชื้อแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ด้านรางวัลสำหรับการแข่งขันรายการนี้ ในรอบคัดเลือกตัวแทนภูมิภาค มีรางวัลดังนี้ ทีมแชมป์จะได้รับ เงินรางวัล 25,000 บาท, ทีมรองแชมป์ จะได้รับ เงินรางวัล 20,000 บาท, ทีมอันดับ 3 จะได้รับ เงินรางวัล 5,000บาท ทีมอันดับ 4 จะได้รับถ้วยรางวัล โดยทุกทีม จะได้รับผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค และถ้วยรางวัล ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564

ส่วนรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ มีรางวัลดังนี้ ทีมแชมป์จะได้รับ เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ทีมรองแชมป์ จะได้รับ เงินรางวัล 70,000 บาท และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ทีมอันดับ 3 จะได้รับ เงินรางวัล 40,000 บาท และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ทีมอันดับ 4 จะได้รับ เงินรางวัล 20,000 บาท และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค พร้อมกันนี้ทั้ง 4 โรงเรียน จะได้รับลูกฟุตบอลจากแบรนด์ Molten (มอลเทน) โดยรอบชิงชนะเลิศ จะจัดแข่งขันในช่วงเดือนกันยายน 2564 ณ สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง





โรงเรียนที่สนใจสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้ ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. - 11 ก.ค. 2564 โดยดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.facebook.com/ThaiDenmark.FootballTournament หรือติดต่อสอบถามแต่ละโซนภูมิภาคได้ดังนี้

โซนที่ 1 กทม.และ ปริมณฑล และตะวันออก ยื่นใบสมัครได้ที่ออฟฟิศประชาสัมพันธ์ บีที ครีเอชั่น

ติดต่อคุณปริณดา โทร. 092-6051315 หรือ 088-9597144

โซนที่ 2 (อ.ส.ค.) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ติดต่อได้ที่

คุณปริณดา โทร. 092-6051315 หรือ คุณสมยศ กองสุผล โทร. 098-2631214

โซนที่ 3 (อ.ส.ค.) จังหวัดเชียงใหม่ ติดต่อได้ที่

คุณพศวัต ใจลังกา โทร. 061-9366564

คุณมนัส วงศ์เลื่อน โทร. 097-9549935

โซนที่ 4 (อ.ส.ค.) จังหวัดสุโขทัย ติดต่อได้ที่

คุณจำลอง ราศีกิจ โทร. 063-2064638

คุณอนุชิต อินทโสถา โทร. 095-6345778

โซนที่ 5 (อ.ส.ค.) จังหวัดขอนแก่น ติดต่อได้ที่

คุณสุชาติ งวดชัย โทร. 089-9018739

คุณผกาทิพย์ เขียวสุวรรณภูมิ โทร. 085-8830428

คุณเพ็ญนภา สดคมขำ โทร. 085-4634043

โซนที่ 6 (อ.ส.ค.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ติดต่อได้ที่

คุณคำสิงห์ ยอดเกตุ โทร. 098-1461535

คุณเทพสตรี รื่นเกษม โทร. 084-3233570

คุณอาภรณ์ เฉลาชาญชัยยุทธ โทร. 062-4613113

กลุ่มบริษัท พราว ปั้นหัวหินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งเซิร์ฟสเก็ต

posted Apr 8, 2021, 1:54 AM by Maturos Lophong





กลุ่มบริษัท พราว ปั้นหัวหินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งเซิร์ฟสเก็ต

ตอบรับกระแสฮิต พร้อมสร้างปรากฎการณ์ครั้งแรก ไถเซิร์ฟ สเก็ต ในสวนน้ำ

กับโครงการ “หัวหินเมืองแห่งสเกต”


กลุ่มบริษัท พราว ตอกย้ำความเป็นผู้นำไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่น แห่งเมืองหัวหิน ร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการ “หัวหินเมืองแห่งสเกต” รวมพลคนเซิร์ฟสเก็ต จับกระแสเทรนด์กีฬายอดฮิตในขณะนี้ เนรมิตรลาน Surf Skate เปิดเล่นฟรีทั่วเมืองหัวหินถึง 4 จุด กับไฮไลท์ลาน Pop- up Skate ที่ใหญ่ที่สุดและครบที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร และครั้งแรก กับการไถ Surf Skate ที่สวนน้ำ ณ สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน และการแข่งขัน Surf Skate โดย Rip Curl รวมรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท ซึ่งงานทุกอย่างอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความสะอาด และความปลอดภัยตามมาตรการของกลุ่มบริษัท พราว ตลอดทั้งงาน
คุณพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กล่าวว่า “กลุ่มบริษัท พราว ตอกย้ำการเป็นไลฟ์สไตล์ เดสติเนชั่น ด้วยการนำเสนอการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพื่อตอบรับกระแสสปอร์ตที่กำลังมาแรง สร้างเมืองหัวหินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่ง Surf Skate จัดโครงการ “หัวหินเมืองแห่งสเกต” เราได้เปิดพื้นที่ให้เล่นฟรีตามสถานประกอบการต่างๆ ของกลุ่มบริษัท พราว ทั่วเมืองหัวหิน รวม 4 จุด พร้อมสร้างลาน pop-up Surf Skate ภายใต้ความปลอดภัยเพื่อให้ผู้ที่สนใจกีฬา เข้ามาสัมผัสไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ กับจุดเล่นที่โดนใจด้วยบรรยากาศของเมืองท่องเที่ยวติดทะเล อาหาร-เครื่องดื่ม และสถานที่พัก”



สำหรับกลุ่มบริษัท พราว เตรียมเปิดปรากฏการณ์ Surf Skate ในเมืองหัวหิน กับลาน Surf Skate 4 จุดทั่วเมือง ได้แก่

· ลาน Pepsi Skate park ที่งาน “Pepsi presents Hua Hin Summer Skate Festival 2021” ณ สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน โดย กลุ่มบริษัท พราว จับมือ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท แคล-คอมพ์อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท แคล-คอมพ์ ออโตเมชั่น แอนด์ อินดัสเทรียล 4.0 เซอร์วิส (ประเทศไทย), บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จํากัด , บริษัท ริป เคิร์ล ไทยแลนด์ จำกัด และฉลอง เบย์ พบกับ ลาน Pop- up Surf Skate ที่ใหญ่ที่สุดและครบที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่ กว่า 1,000 ตร.ม. เปิดให้ใช้พื้นที่ฟรีกันแบบเต็มที่เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. - 4 ก.ค. 2564 เวลา 16:00 – 21:00 น. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาเล่นด้วยบริการต่างๆ อาทิ คุณครูสอนเล่นจากหัวหิน สเก็ตพาร์ค ที่มาสอนวิธีการเล่นแบบถูกวิธี, บริการให้ยืมอุปกรณ์การเล่น พร้อมมอบประกันอุบัติเหตุคุ้มครองโควิท19 และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 1 วัน จากทิพยประกันชีวิต และครั้งแรกกับการเล่น Surf Skate ในสวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล ฟรี !!! เปิดให้เข้าเล่นในทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันศุกร์ เสาร์ เวลา 18:00 – 20:00 น.




· ลานสเกต ”Bacardi Surf Skate” ที่บลูพอร์ต สแควร์ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ โดย Bacardi (Thailand) ร่วมกับศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ เนรมิตรสนามที่มี Pump track ที่เดียวที่หัวหิน ที่มีลูกคลื่นที่ยาวที่สุด เหมือนได้เซิร์ฟบนคลื่นทะเล และยังเป็นลานสเกตแห่งแรกหน้าศูนย์การค้าในเมืองหัวหินอีกด้วย ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. เป็นต้นไป

· ลานอเนกประสงค์ ทรู อารีน่า หัวหิน เปิดลานกว้างให้เหล่าชาวเซิร์ฟได้ไถแบบฟรีสไตล์

· ครั้งแรกกับการเล่น Surf Skate ริมหาดแห่งแรกในประเทศไทย ในบรรยากาศ Summer Glamping พร้อมฟังดนตรีแนวอะคูสติก ณ 111 Social Club ที่งาน “The Great Escape @ InterContinental Residences Hua Hin” โดย อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน และ 111 Social Club ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. – 16 พ.ค. 2564





นอกจากนี้ภายในงาน “Pepsi presents Hua Hin Summer Skate Festival 2021” ยังมีกิจกรรม “Vana Skate and Music Weekend” ณ สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน โดยมีไฮไลท์ต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

· วันที่ 30 เม.ย.- 4 พ.ค. ช้อปกับ Cheeze pop up market และอิ่มอร่อยไปกับ Food Panda Pop up store ที่คัดสรรร้านอาหารดังท้องถิ่นหัวหินมาไว้ในงาน

· วันที่ 1 พ.ค. เอาใจเหล่าแฟนคลับหนุ่มหน้าใส พบกับ ออฟ - จุมพล อดุลกิตติพร, กัน - อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, คริส - พีรวัส แสงโพธิรัตน์ และกลัฟ- คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ โดยจัดเป็นแพคเกจราคาสุดคุ้มเอาใจแฟนคลับ ซึ่งติดตามรายละเอียดและจำหน่ายบัตรได้ที่ www.vananavahuahin.com

· คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง วันที่ 1 พ.ค.- บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ จากสิงห์ มิวสิค, วันที่ 2 พ.ค.- เจ เจตรินและไทเทเนียม และวันที่ 3 พ.ค. - Already Dead ติดตามรายละเอียดและจำหน่ายบัตรที่ www.vananavahuahin.com

· วันที่ 3 พ.ค. การแข่งขัน Surf Skate ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดย Rip Curl แบ่งประเภทการแข่งขันเป็นประเภท เด็ก / ชาย / หญิง



ทางด้าน คุณสมชัย เกตุชัยโกศล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เป๊ปซี่ได้ร่วมมือกับกลุ่มบริษัท พราว ในส่วนของธุรกิจสวนน้ำวานานาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน เพราะเป๊ปซี่เล็งเห็นว่า หัวหินเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศ เดินทางสะดวก อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ อีกทั้งสวนน้ำวานานาวา ก็ยังเป็นสวนน้ำชั้นนำของประเทศไทยที่ดึงดูดวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเป๊ปซี่ นอกจากนี้เรายังต้องการมีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของหัวหินให้กลับมา โดยสนับสนุนการท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ที่กำลังนิยมที่เรียกว่าแบบ Foodie Traveler ที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในสถานที่สวยงามและกิจกรรมความบันเทิง ไปพร้อมกับการลิ้มรสชาติของอาหารในสถานที่นั้น และแน่นอนเมื่อมีอาหาร สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็ต้องมีเครื่องดื่มที่ช่วยให้มื้ออาหารอร่อยขึ้น และการท่องเที่ยวนั้นเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นงาน “Pepsi presents Hua Hin Summer Skate Festival 2021” เราดึงดูดคนที่สนใจกิจกรรมกีฬาไลฟ์สไตล์ยอดฮิตในขณะนี้อย่าง Surf Skate มาที่ลาน Pepsi Skate Park บริเวณสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน ให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทะเล มาเล่นสวนน้ำแล้ว ยังมีโอกาสได้มาไถสเก็ตอีกด้วย และพอเหนื่อยก็เติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มอร่อยๆ อย่างเป๊ปซี่ ควบคู่ไปกับการทานอาหาร และดนตรีเพราะๆ ภายในงาน นอกจากนี้ทางเป๊ปซี่ยังเตรียมโปรโมชั่นดีๆ พร้อมมอบความปลอดภัยไว้ด้วย ได้แก่ ซื้อเป็ปซี่ครบ 300 บาทมี สิทธิ์ยืมใช้ กล้อง GoPro ฟรี 20 นาที สำหรับไปถ่ายเก็บคลิปสวยๆ ระหว่างเล่นสเก็ตแชร์ให้เพื่อนๆได้เห็น หรือซื้อเป็ปซี่ 3 กระป๋อง ในราคา150 บาท แถมฟรี ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองโควิด 19 และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 1 วัน จะได้สนุกกันโดยไม่ต้องห่วง”





คุณพราวพุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับโครงการ “หัวหินเมืองแห่งสเกต” ซึ่งจัดในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 จัดขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะในช่วงวันธรรมดา โดยตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานจำนวน 200,000 คน/เดือน หรือเท่ากับในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2563 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของเมืองหัวหิน เน้นกลุ่มนักเรียนซึ่งจะปิดภาคเรียนในช่วงเดือน พ.ค. และผู้ที่หลงไหลในกีฬา Surf Skate นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ที่น่าสนใจจากบริษัทในเครือ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมงาน

โปรโมชั่นต่างๆ กลุ่มบริษัท พราว ได้แก่

· สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน

o สาดกระจายรับซัมเมอร์ ลดสูงสุด 50% เริ่ม 30 มี.ค.- 16 พ.ค. 64

§ บินเดี่ยว เที่ยวไม่รอ ราคา 800 บาท (จากราคาปกติ 1,140 บาท)

§ มา 4 จ่าย 3 ราคา 3,499 บาท (จากราคาปกติ 6,690 บาท)

§ มา 2 จ่าย 1 ราคา 1,700 บาท (จากปกติราคา 3,480 บาท )

o เที่ยวหน้าร้อนก่อนเปิดเทอมแพค 2 สนุกมันส์ ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค - 18 เม.ย. 64 ราคา 1,400 บาท ( จากปกติราคา 2,950 บาท)

· โรงแรมฮอลิเดย์อิน รีสอร์ท วานา นาวา หัวหิน

o ห้องพักราคาเริ่มต้น 3,399 ++ สามารถเข้าเล่นสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน และเรียนเซิร์ฟสเก็ต พร้อมช่างถ่ายภาพขณะเรียน

· โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ซูพีเรีย รูม ราคาเริ่มต้น 3,199 ++ สามารถเข้าเล่นสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน และสปาเครดิต 500 บาท/คืน พร้อมส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 15%

· ทรู อารีน่า หัวหิน สปอร์ต คลับ มอบประสบการณ์การออกกำลังกายระดับพรีเมี่ยม กับราคาเริ่มต้นเพียง 1,485 บาท / เดือน และสามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน

· ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์

o Summer Charming promotion Top Spender ช้อปครบตามเงื่อนไข รับฟรี* บัตรห้องพักโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานา นาวา หัวหิน สวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล และบัตรกำนัลจากร้านแบรนด์ชั้นนำ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. – 2 พ.ค. 64

o Amazing Hua Hin Travel Fair Bluport Hua Hin ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน Amazing Hua Hin Travel Fair มหกรรมท่องเที่ยวราคาสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 8 - 18 เม.ย. 64

ประกาศความพร้อม !! “สงกรานต์บุรีรัมย์ 2564" วิถีใหม่

posted Mar 12, 2021, 12:01 AM by Maturos Lophong   [ updated Mar 12, 2021, 12:04 AM ]



ประกาศความพร้อม !! “สงกรานต์บุรีรัมย์ 2564" วิถีใหม่ 


อลังการ สนุกสนาน และปลอดภัย ต้นแบบการพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากวิกฤติอีกครั้ง!!!


กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์ จัดเทศกาล “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” สุดยอดงานสงกรานต์แนวคิดใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสนุกสนานที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ” ตื่นตาไปกับสงกรานต์เรืองแสง คอนเสิร์ตศิลปินดังคับคั่ง พร้อมจัดหนักความบันเทิงทุกรูปแบบ 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 6-15 เม.ย.64 ณ จ.บุรีรัมย์







วันที่ 12 มี.ค.64 ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ และนายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมแถลงข่าวจัดเทศกาล “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” (AMAZING SONGKRAN BURIRAM PRESENTED BY CHANG) สุดยอดงานสงกรานต์แนวคิดใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสนุกสนานที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6-15 เม.ย.64 ณ จ.บุรีรัมย์




นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยบอบช้ำอย่างหนัก ซึ่งหลังจากสถานการณเริ่มคลี่คลาย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้เตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นที่การให้การสนับสนุนกับกิจกรรมใหญ่ๆ ที่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนงาน “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” ในครั้งนี้ ซึ่งงานนี้ถือเป็นงานอีเว้นท์ใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย และเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดบุรีรัมย์ และภูมิภาคนี้ ทั้งยังสร้างความมั่นใจให้แก่คนทั้งประเทศในด้านการท่องเที่ยว และเป็นต้นแบบให้กับหลายๆ จังหวัด ในการนำไปฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดอย่างมั่นคง งานนี้จึงถือเป็นหนึ่งในแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ทางภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมกันสนับสนุน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประชาชนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ มีความปลอดภัย ภายใต้มาตรการสาธารณสุขที่เข้มข้น




นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และการบริการที่รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้เข้ามาสนับสนุนงาน Amazing Songkran Buriram ในฐานะ Title Sponsor ตามกลยุทธ์ “Event Marketing” ซึ่งเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของไทย โดยใช้เทศกาลงานสงกรานต์ เป็น Game Changer ในการจัดกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยในการควบคุม บริหารจัดการด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โดย ททท. ยังคงดำเนินการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้หลักการผ่อนคลายตามมาตรการของ ศบค. และแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันการกระจายเชื้อของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด

“เชื่อมั่นว่า การจัดงานตลอดระยะเวลา 10 วันนี้ จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้าร่วมงานในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 400,000 คน และสามารถสร้างได้สู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงได้ไม่น้อยกว่า 1,936 ล้านบาท อัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 2,200 บาท/คน/วัน และ ระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 2.2 วัน/ทริป สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็วและร่วมกิจกรรมปีใหม่ไทยในพื้นที่ต่างๆ อย่างมีความสุข มีความปลอดภัย

นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในส่วนของความพร้อมของการจัดงาน เราได้ประสานงานใกล้ชิดกับทางสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ในการวางมาตรการดูแลโควิด 19 อย่างเข้มข้น จัดส่งเจ้าหน้าที่มาประจำตามจุดคัดกรอง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารคอยดูแลความปลอดภัยตลอดทั้งงาน สำหรับพื้นที่การจัดงานจะอยู่ที่ช้าง อารีนา และมีการประดับไฟยาวตลอดเส้นทางหลวงหมายเลข 2445 ไปจนถึงวงเวียนพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 โดยในขณะนี้ทางจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีโครงการในการบูรณะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่1 ให้มีความสวยงาม ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ภายในงานจะมีกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ มากมายให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ขบวนจักรยาน “บุรีรัมย์ ไบค์ไนท์” ขบวนจักรยานพาเหรดที่ประดับไฟแสงสีสวยงาม ที่เตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอวดลงในโซเชียลมีเดีย รวมถึงกิจกรรม “เทศกาลประกวดโคมไฟ” ที่จะให้แต่ละอำเภอได้นำไอเดียการคิดประดิษฐ์โคมไฟมาประกวดกัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นโคมไฟที่สะท้อนความเป็นวิถีของชาวบุรีรัมย์ ซึ่งจะไม่สามารถหาชมได้จากที่ไหนอย่างแน่นอน และ “บุรีรัมย์ สตรีทฟู้ด” เราจะขนอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดบุรีรัมย์มารวมไว้ที่นี่มากมายหลากหลายเมนู ชนิดที่ไม่เคยเจอ ที่ไหนมาก่อน พร้อมทั้งมีการจำหน่ายสินค้าพื้นถิ่น ของดีบุรีรัมย์มากมาย




นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า ที่ผ่านมา เราเล็งเห็นถึงความสำคัญ และได้ให้การสนับสนุนงานสงกรานต์ บุรีรัมย์เป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้เราได้จัดแคมเปญและกิจกรรมพิเศษมากมาย โดยเริ่มที่เวที Chang Songkran Buriram ซึ่งขนความบันเทิงมาแบบเต็มพิกัด พร้อมกับศิลปินระดับประเทศและท้องถิ่น มาจัดเต็มตลอด 10 วัน ให้พี่น้องชาวบุรีรัมย์ได้สนุกกันแบบยาวๆ ทุกวัน ณ บริเวณ Chang Training Ground ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ในวันที่ 10 เม.ย. เราตั้งใจยกเวทีคอนเสิร์ตแห่งปีอย่าง Chang Music Connection มาไว้ใน ช้าง อารีนา ให้ทุกท่านได้พบกับ ศิลปินชั้นนำระดับประเทศ อาทิเช่น บอดี้สแลม โปเตโต้ โจอี้บอย บิ๊กแอส และทุกท่านที่เข้าชมงานจะสนุกกันอย่างปลอดภัยเพราะเราจัดงานตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยผู้เข้าชมคอนเสิร์ตฯ ต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และพกบัตรประชาชนมาด้วยทุกครั้ง พร้อมบัตรเข้าชมคอนเสริร์ต สามารถติดตามขั้นตอนการลงทะเบียนหรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Chang World และ Line: @Changworldth



ต่อด้วยวันที่ 12 เม.ย. พบงาน บุรีรัมย์มาราธอน พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง “ระยะฟันรัน” ในรูปแบบไนท์รัน ประดับไฟสุดยิ่งใหญ่ตลอดระยะทาง 4.4 กม. พบกับ “TWINKLE TUNNEL” อุโมงค์ไฟระย้าหลากสีที่ยาวที่สุดด้วยดวงไฟกว่า 2 ล้านดวง และเส้นชัย LED ขนาดยักษ์ เอฟเฟกต์ไฟตระการตา พร้อมด้วย Laser Mapping หน้าโดมแก้วช้างอารีนาสุดอลังการครั้งแรกในบุรีรัมย์ และยิ่งใหญ่ระดับโลกด้วย LIGHT SEARCH ที่สูงจนสามารถมองเห็นได้จากทุกแห่งในบุรีรัมย์ ตลอดงานนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปอาหารของดีเมืองบุรีรัมย์อย่างเต็มอิ่ม บริเวณ Chang Street Food Festival อีกด้วย



นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทางสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้วางมาตรการในการคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างเข้มงวด โดยเราได้เตรียมเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในจำนวนที่มากเพียงพอ สำหรับทำหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองในทุกๆ จุดเข้าและออกของงาน ซึ่งหากผ่านเกณฑ์ความเสี่ยง ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับการติดสติ๊กเกอร์เป็นหลักฐานยืนยันให้เข้าไปยังบริเวณพื้นที่ของการจัดงานได้ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เราได้กำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่สีแดง ต้องทำการกักตัว 14 วัน หรือขอให้ตรวจ Rapid Test ที่ รพ.บุรีรัมย์ ก่อน โดยนักท่องเที่ยวต้องชำระค่าตรวจคนละ 600 บาท และจะทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งหากผลออกมาเป็นลบ ก็จะไม่ต้องกักตัวและสามารถเข้าร่วมงานได้ทันที นอกจากนี้เรายังมีการจัดเจ้าหน้าที่ในการให้คำแนะนำด้านสาธารณสุข เช่น การประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมงานสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ของการจัดงาน และหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพราะเราตระหนักดีว่างานสงกรานต์บุรีรัมย์นั้นจะเป็นงานที่จะมีผู้มาร่วมงานร่วมหลายแสนคน ผมจึงอยากยืนยันว่า เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือทางด้านการแพทย์อย่างเต็มที่ และขอให้ความเชื่อมั่นแก่ทุกท่านว่า เรามีศักยภาพเพียงพอในการรับมือกับการมาเยือนของผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายแสนคนตลอด 10 วันของงานอย่างแน่นอน

ด้าน นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นความพยายามอย่างยิ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นอีกครั้ง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายในมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นและมีมาตรฐาน เราจะสามารถเป็นต้นแบบในการจัดงานขนาดใหญ่ ที่จะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ตลอดการจัดงาน 10 วัน เราเตรียมกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย โดยจะประเดิมกิจกรรมด้วยการทำบุญเบิกบ้าน ลูกหลานรัชกาลที่ 1 ในวันที่ 6 เม.ย.64 ณ บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 พิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ 2,564 รูป เพื่อเป็นสิริมงคล ต่อเนื่องด้วยพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงค่ำ ณ ลานหน้าช้าง อารีนา การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุน, เครื่องดื่มตราช้าง และยังมีผู้สนับสนุนอีกมากมาย ผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพของเราชาวบุรีรัมย์ เราจะสามารถเป็นเจ้าบ้านที่ดีได้ และนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานในครั้งนี้ เชื่อว่าท่านจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

ผู้สนใจติดตามรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ Buriram United

เคทีซี ผุดไอเดียสร้างออนไลน์คอมมูนิตี้เพื่อคนรักกีฬา “KTC SPORTS ตัวจริงเรื่องกีฬา”

posted Feb 23, 2021, 1:13 AM by Maturos Lophong




เคทีซี ผุดไอเดียสร้างออนไลน์คอมมูนิตี้เพื่อคนรักกีฬา “KTC SPORTS ตัวจริงเรื่องกีฬา”


พร้อมเปิดตัวกิจกรรม “KTC BURN & EARN CHALLENGE”


“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “KTC ตัวจริงเรื่องกีฬา” ด้วยการจัดกิจกรรมตลาดเพื่อสมาชิกบัตรฯ สายตรองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผุดไอเดียจัดตั้งออนไลน์คอมมูนิตี้ กลุ่ม “KTC SPORTS ตัวจริงเรื่องกีฬา” ผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเพจ Ktc Real Privileges เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับสมาชิกที่ชื่นชอบการออกกำลังกายได้ใกล้ชิดมากขึ้น และนับเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลด้านกีฬา รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ พร้อมกันนี้เคทีซีได้เปิดตัวแคมเปญ “KTC BURN & EARN CHALLENGE” กิจกรรมสะสมชั่วโมงการออกกำลังกายประจำปี 2564 เพื่อเชิญชวนให้สมาชิกในกลุ่มร่วมออกกำลังกายรูปแบบใดก็ได้ในระยะเวลา 30 นาทีต่อ 1 ครั้ง สะสมเวลาให้ได้อย่างน้อย 10 ชั่วโมง หรือ 600 นาที ใน 1 เดือน พร้อมมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีขั้นต่ำ 5,000 บาท เคทีซีขอมอบรางวัลประจำเดือน อาทิ คะแนน KTC FOREVER 200 คะแนน e-Coupon แทนเงินสดสำหรับช้อปร้านกีฬาและร้านอาหารชื่อดัง พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรฯ ที่มีการส่งผลการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ 3 เดือนขึ้นไป รับเสื้อกีฬาดีไซน์สวย ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 – 31 ธันวาคม 2564

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกลุ่ม “KTC SPORTS ตัวจริงเรื่องกีฬา” ได้ที่ลิงค์ https://www.facebook.com/groups/ktcsport โดยลงทะเบียนเพื่อรับ BIB KTC SPORT สำหรับร่วมกิจกรรมในกลุ่มผ่านทางลิงค์ https://bit.ly/38tUZdJ รวมทั้งร่วมกิจกรรม “KTC BURN & EARN CHALLENGE” ผ่านทางเว็บไซต์ www.ktc.co.th/promotion/sports/events/ktc-burn-earn โดยระบุหมายเลขบัตรเครดิตเคตทีซีที่ใช้เป็นประจำ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และหมายเลข BIB KTC SPORT ที่ลงทะเบียนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 – 15 ธันวาคม 2564

\ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือที่เว็บไซต์ www.ktc.co.th สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์เพื่อสมัครบัตรเครดิตได้ที่นี่: https://ktc.today/apply-card

นักแข่งดาวรุ่งสายเลือดไทย เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ผงาดขึ้นโพเดี้ยม Formula 4

posted Jan 19, 2021, 11:27 PM by Maturos Lophong


นักแข่งดาวรุ่งสายเลือดไทย เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ผงาดขึ้นโพเดี้ยม Formula 4 ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดขับเคี่ยวด้วยนักแข่งระดับนานาชาติ


สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์. ระเบิดศึกความมันส์สนามที่ 1 ไปแล้วกับการแข่งขันรายการ Formula 4 UAE Championship ปี 2021 ที่จัดขึ้น ณ สนาม Dubai Autodrome ท่ามกลางการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดของนักแข่งเยาวชนนานาชาติ 14 คน จาก 11 ประเทศ โดยมี เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ เป็นนักแข่งเยาวชนจากเอเชียเพียงหนึ่งเดียวที่เข้าร่วมศึกครั้งนี้ด้วยรถหมายเลข 14 ภายใต้สังกัดทีม Xcel Motorsport


สำหรับผลงานการลงแข่ง Formula 4 UAE Championship 2021 ในสนามที่ 1 (Round 1) ของ เติ้น ทัศนพล ไม่ทำให้กองเชียร์และผู้ที่ติดตามผิดหวัง สามารถจบเกมส์การแข่งขันได้อย่างงดงาม ซึ่งทำให้เห็นถึงความพยายามและพัฒนาในแต่ละ Race ได้อย่างชัดเจน โดย Race ที่ 1 ทำผลงานได้ในอันดับที่ 7 และ Race ที่ 2 จบลงในอันดับที่ 8 ก่อน Race ที่ 3 จะตีตื้นขึ้นมาจบในอันดับที่ 6 และปิดท้าย Race ที่ 4 ด้วยการผงาดขึ้นโพเดี้ยมรับถ้วยรางวัลในอันดับที่ 3 ไปครอง เป็นการประเดิมสนามแรกได้อย่างยอดเยี่ยม

“การแข่งขันสนามแรกถือเป็น race weekend ที่ยากและขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดมาก ผมดีใจครับที่สามารถจบอันดับ ที่ 3 ใน race สุดท้าย ต้องขอขอบคุณทีมงาน รวมถึงแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตชาวไทยทุกคนที่คอยเชียร์และให้กำลังใจ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักไม่ว่าจะเป็น AAS motorsport, CTI Logistics และ After You ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ผมจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดครับ” เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ กล่าว

สำหรับการแข่งขัน สนามที่ 2 (Round 2) จะจัดขึ้น ณ สนาม Yas Marina ให้ได้ลุ้นกันแบบต่อเนื่อง ในวันที่ 21 – 23 มกราคม 2021


เกี่ยวกับนักแข่ง

เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ปัจจุบันอายุ 15 ปี ถือเป็นนักแข่งดาวรุ่งสายเลือดไทยที่น่าจับตามอง เติบโตมาจากความทุ่มเท มุ่งมั่นฝึกซ้อม เก็บเกี่ยวประสบการณ์และการสร้างผลงานการแข่งขัน Go Kart ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยอดเยี่ยมเกือบ 10 ปี ก่อนตัดสินใจลงประเดิมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในประเภท Formula 4 หรือ รถสูตร “ล้อเปิด” ในปี 2021 นี้ ภายใต้ทีม Xcel Motorsport กับ รถหมายเลข 14 โดยมี AAS Motorsport by AAS Auto service และ CTI Logistics เป็นผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขันตลอดทั้งฤดูการแข่งขัน


เกี่ยวกับรายการแข่งขัน

การแข่งขัน Formula 4 นั้นเป็นการแข่งขันที่ถูกสร้างขึ้นโดย Federation Internationale de l'Automobile (FIA) หรือ สหพันธยานยนต์นานาชาติ ภายใต้เจตนารมย์สร้างโอกาสให้นักแข่งเยาวชนที่อายุระหว่าง 15 - 19 ปี ได้ลงทำการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งการแข่งขัน Formula 4 เป็นการแข่งขันที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการแข่งขันรถ Kart และ Formula 3 ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2014 โดยใช้กฎ กติกา ข้อบังคับตามมาตรฐาน FIA ทุกอย่าง ทั้งมาตรฐานความปลอดภัย หรือ ใบอนุญาตขับขี่รถแข่ง ซึ่งการแข่งขัน Formula 4 นั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นโปรแกรมการแข่งขันที่พัฒนานักแข่งเยาวชนที่ดีที่สุดในโลก ที่สำคัญการแข่งขันในรายการนี้ยังสามารถเก็บสะสมแต้ม FIA F1 Super License ที่จะทำให้ความฝันให้นักแข่งเข้าใกล้ความฝันในการลงแข่ง F1 (Formula 1) ได้อีกด้วย

รายการแข่งขัน Formula 4 UAE Championship เกิดขึ้นในปี 2016 โดยมี Automobile & Touring Club of the United Arab Emirates และ AUH Motorsports Dubai. เป็นผู้บริหารจัดการแข่งขัน ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับรายการแข่งขันในปี 2021 จะจัดขึ้นทั้งหมด 5 สนาม (5 Rounds) สนามละ 4 Race การแข่งขัน โดยจัดแข่งสลับกันระหว่าง สนาม Dubai Autodrome และ สนาม Yas Marina, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Formula 4 UAE Championship ถือเป็นการแข่งขันรถดับนานาชาติซึ่งได้รับการยอมรับ และมีผู้สนใจติดตามชมทั่วโลก



สามารถรับข้อมูล ข่าวสาร ติดตามชมและร่วมเชียร์ เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ แบบ Real time ชิดติดขอบสนาม
ได้ทาง Facebook : www.facebook.com/aasmotorsport และ Instagram : aas_motorsport

“เอส โฮเทล แอนด์​ รีสอร์ท” เดินหน้าปั้นแบรนด์อย่างยั่งยืน

posted Dec 15, 2020, 12:56 AM by Maturos Lophong



“เอส โฮเทล แอนด์​ รีสอร์ท” เดินหน้าปั้นแบรนด์อย่างยั่งยืน 

เผยโฉมแบรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่ เตรียมเปิดตัวทั่วไทยและเอเชียแปซิฟิก

SHR เตรียมผลักดันสองแบรนด์ผู้นำ SAii (ทราย) และ nābor (เนเบอร์) ภายใต้คอนเซปต์ไลฟสไตล์ ตั้งเป้ารีแบรนด์และการเปิดตัวโรงแรมและรีสอร์ทแห่งใหม่ปีหน้า ผสานแรงบันดาลใจจากท้องถิ่นสู่การพักผ่อนที่แตกต่างและสไตล์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคดิจิทัล


กรุงเทพฯ ประเทศไทย – บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels & Resorts Public Company Limited: SHR) บริษัทในเครือของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เผยแผนการเตรียมพร้อมสำหรับปี 2564 เดินหน้าพัฒนาแบรนด์ครั้งสำคัญ​ ตั้งเป้าขยายตัวโรงแรมและรีสอร์ทหลายแห่งทั่วไทยและเอเชีย

แผนการพัฒนาเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ (United Nations’ Sustainable Development Goals) 6 ประการที่ “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” มุ่งมั่นปฏิบัติตลอดมา ผ่านการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการบริโภคที่ยั่งยืน การลดมลพิษจากขยะในทะเล โครงการโรงแรมคาร์บอนต่ำ โครงการให้ความรู้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสำหรับเด็ก การจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบในชุมชน การสนับสนุนอาหารท้องถิ่น และสิทธิมนุษยชน





หัวใจสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตของ “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” คือแบรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ได้แก่ “SAii” (ทราย) ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทระดับบน (Upper Upscale) ด้วยบุคลิกแบรนด์ที่สนุกสนาน และมอบความอิสระให้กับนักเดินทางที่แสวงหาประสบการณ์การพักผ่อนรูปแบบใหม่ ๆ และ “nābor” (เนเบอร์)​ แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทใหม่ล่าสุดของ SHR ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ชาญฉลาดและใช้ชีวิตด้วยดิจิทัล nābor เป็นแบรนด์ระดับกลาง ที่คุณภาพเทียบเท่าระดับลักชัวรี่ (Luxury Midscale) นำเสนอการการพักผ่อนที่มีสไตล์ เข้าถึงง่าย สะดวกสบายตามมาตรฐานสากล โดยจะเปิดตัวโรงแรมและรีสอร์ทใหม่อย่างน้อย 6 แห่ง ภายในปี 2564 ซึ่งแผนการเปิดตัวเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในกลยุทธ์การพัฒนาของ SHR ที่มีแผนจะเพิ่มพอร์ตโฟลิโอเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี จากโรงแรม 39 แห่ง (4,647 ห้อง) เป็น 82 แห่ง (9,000 ห้อง) ภายในปี 2568

“SAii” หรือ "ทราย" เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2562 พร้อมกับ “ทราย ลากูน มัลดีฟส์” (SAii Lagoon Maldives) รีสอร์ทบนเกาะมัลดีฟส์ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่โครงการ “ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์” (CROSSROADS Maldives) จุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์แห่งแรกของมัลดีฟส์ โดย SHR มีแผนที่จะเปิดตัวรีสอร์ทภายใต้แบรนด์ “SAii” อีก 2 แห่งในประเทศไทย ในไตรมาสแรกของปี 2564 ได้แก่ “ทราย ลากูน่า ภูเก็ต” (SAii Laguna Phuket) และ “ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ” (SAii Phi Phi Island Village)

“ทราย ลากูน่า ภูเก็ต” (SAii Laguna Phuket) รีสอร์ทริมทะเลแห่งใหม่ภายใต้แบรนด์ SAii ที่จะตั้งอยู่ใจกลาง “ลากูน่า ภูเก็ต” (Laguna Phuket) ชุมชนรีสอร์ทชั้นนำของประเทศไทย ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่พลิกโฉมให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงห้องจัดงานรูปแบบใหม่ ร้านอาหารริมทะเลและบาร์ริมชายหาดที่สวยงามมากกว่าที่เคย และอื่น ๆ มากมาย ให้บริการห้องพักและห้องสวีทที่กว้างขวาง หลายห้องมองเห็นวิวหาดบางเทาและทะเลอันดามันสีฟ้าใส พร้อมรอต้อนรับผู้เข้าพักด้วย เสน่ห์ทางวัฒนธรรม อาหารเลิศรส และกิจกรรมสำหรับครอบครัว รวมถึงสไลเดอร์ที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของภูเก็ต รีสอร์ทแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อน ตลอดจนงานอีเวนท์และงานแต่งงานที่ไม่เหมือนใคร

“ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ” (SAii Phi Phi Island Village) สวรรค์แห่งการพักผ่อนครอบคลุมพื้นที่กว่า 170 ไร่ริมชายหาดบนเกาะพีพีดอน ประเทศไทย ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อ “พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท” (Phi Phi Island Village Beach Resort) ซึ่งจะได้รับการรีแบรนด์และตกแต่งใหม่สู่แบรนด์ SAii ด้วยเสน่ห์ความเป็นไทยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ย่างก้าวแรก ณ ล็อบบี้ของ

รีสอร์ทที่สวยงามตราตรึง สระว่ายน้ำรูปทรงอิสระ สปาบรรยากาศผ่อนคลาย ร้านอาหารที่มองเห็นวิวทะเล ไปจนถึงห้องพักพรีเมียม อย่าง “ฮิลไซด์ พูลวิลลา” (Hillside Pool Villa) พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว สำหรับการพักผ่อนที่เงียบสงบเป็นส่วนตัว และมองเห็นวิวอ่าวโละบาเกาอันสวยงาม นอกจากนั้น รีสอร์ทแห่งนี้ยังสนับสนุนให้นักเดินทางใส่ใจและรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมที่ “ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล” (Marine Discovery Centre) ซึ่งที่ตั้งอยู่ภายในรีสอร์ท และกิจกรรมทางน้ำต่างๆ บริเวณรีสอร์ท

รีสอร์ทใหม่ทั้งสองแห่งของแบรนด์ “SAii” จะสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ด้วยแนวคิดด้าน “สุขภาพ” (Wellness) และเอกลักษณ์ด้านอาหาร ​โดยมีห้องอาหารและบริการซิกเนเจอร์มากมาย ประกอบด้วย “Mr Tomyam” (มิสเตอร์ต้มยำ) ให้บริการอาหารไทย พร้อมครัวแบบเปิด และพื้นที่รับประทานอาหารกลางแจ้ง “Miss Olive Oyl” (มิสโอลีฟออยล์) ห้องอาหารและบาร์ เสิร์ฟอาหารทะเลปิ้งย่างสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน และ “Lèn Be Well” (เล่นบีเวล) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกที่ “ทราย ลากูน มัลดีฟส์” เป็นกิจกรรมที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดี ผ่าน 5 องค์ประกอบ ได้แก่ โรแมนติก (Romance) ผ่อนคลาย (Relax) วัฒนธรรม (Culture) การผจญภัย (Adventure) และครอบครัว (Family) ผสมผสานกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดร่างกาย การรับประทานอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย แนวคิดนี้ได้นำใปปรับใช้แล้วที่ “สันติบุรี เกาะสมุย” (Santiburi Koh Samui) รีสอร์ทสุดหรูริมทะเลบนเกาะสมุย ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าพักที่ชื่นชอบด้านสุขภาพ (Health and Wellness)พร้อมมอบประการณ์ด้านสุขภาพผ่านสปาที่โดดเด่น กิจกรรมอันหลากหลาย และการรังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษ

สำหรับปี 2564 เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะเปิดตัว “nābor” (เนเบอร์)​ แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ทางเลือกใหม่สำหรับกลุ่มตลาด “Luxury Midscale” หรือตลาดระดับกลาง แต่คุณภาพระดับลักชัวรี่ที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวยุคใหม่ (Millennial-Minded Travellers) ได้ “ออกไปสัมผัสที่สุดของการเดินทาง” (Out There) และสัมผัสแก่นแท้ของจุดหมายปลายทางที่พวกเขาไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นสายรักธรรมชาติ สายชิลริมหาด และผู้ที่มองหาความสนุกสนานในตัวเมือง จุดมุ่งหมายของ “nābor” คือการนำเสนอกลิ่นอายที่แท้จริงของแต่ละสถานที่ โดยจะเปิดตัวในเดือนเมษายน 2564 ซึ่งโรงแรมแห่งแรกจะตั้งอยู่ที่ บ่อผุด เกาะสมุย

โรงแรมและรีสอร์ทภายใต้แบรนด์ “nābor” จะเป็นที่พักที่เต็มไปด้วยความทันสมัย สามารถเข้าถึงได้ง่าย และให้บริการแบบไร้รอยต่อด้วยแพลตฟอร์มดิจิตัลแบบครบวงจร ตั้งแต่การจองห้องพัก และการดูแลในระหว่างการเข้าพัก และหลังจากการเข้าพัก นอกจากนั้น ผู้เข้าพักยังค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ร้านอาหารอร่อย สัมผัสวิถีชีวิตแบบคนท้องถิ่นกับกิจรรมการมากมาย ด้วย “nāborhood guides” (เนเบอร์ฮู้ด ไกด์) ผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถืออย่างง่ายดาย “nābor” ยังมีกิมมิคพิเศษที่เชิญชวนนักเดินทางคนรุ่นใหม่ด้วย กิจกรรมดีไอวายผสมเครื่องหอมที่ใช้ระหว่างการเข้าพัก (bathroom amenities) ในเวิร์กช็อป M.I.Y Aroma Lab หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากตู้จำหน่าย M.I.Y เพื่อนำกลับมาใช้ที่บ้านให้ได้คิดถึงเสมือนพักผ่อนอยู่ที่ “nābor” ทั้งนี้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มีแผนจะเปิดโรงแรมและรีสอร์ทแบรนด์ “nābor” จำนวน 6 แห่งในปี 2564 บนทำเลที่มีศักยภาพ รวมถึงศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย และจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนที่สำคัญในเอเชีย



เดิร์ก อังเดร ลีน่า คุยเบอร์ (Dirk De Cuyper) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า “ปี 2564 จะเป็นปีที่สำคัญสำหรับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งเราเตรียมพร้อมที่จะขยายแบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่างเต็มกำลัง โดยมีแผนที่จะรีแบรนด์และการเปิดตัวโรงแรมและรีสอร์ทแห่งใหม่ในปีหน้าหลายแห่ง เพื่อที่จะสร้างอนาคตที่แข็งแรงและยั่งยืนให้กับ SHR เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้นำเสนอแนวคิดที่แตกต่างของเราไปยังหลากหลายจุดหมายปลายทางอันสวยงามทั่วเอเชีย ปัจจุบันความหรูหราไม่ใช่เพียงแค่ตัวผลิตภัณฑ์หรือกิมมิคในการบริการต่างๆ เท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องการการเข้าพักที่ราบรื่น ได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และสามารถค้นพบเสน่ห์และวิถีชีวิตที่แท้จริงของสถานที่นั้น ๆ โดย SAii และ nābor มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์การเดินทางที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้มอบการพักผ่อนที่ลงตัว เข้าถึงง่าย และน่าประทับใจ ให้กับแขกทุกคนในปีหน้าและปีต่อ ๆ ไป” 

ปัจจุบัน เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ประกอบด้วยโรงแรมและรีสอร์ท 39 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแปซิฟิก และสหราชอาณาจักร รวม 4,647 ห้อง โดย SHR มีเป้าหมายที่จะเพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี ผ่านการลงทุนระหว่างประเทศ การซื้อกิจการ และการรับบริหารโรงแรม ซึ่งรวมถึงการเติบโตของ “SAii และ “nābor” โดยมุ่งเน้นไปที่การเปิดตัวโรงแรมในเครือในทำเลเอเชียแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย

แม้จะมีการชะลอตัวทั่วโลก แต่ปี 2563 ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จสำหรับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท โดย SHR ได้รับรางวัลมากมายซึ่งเป็นการตอกย้ำคุณภาพของโรงแรมและรีสอร์ทจากความพยายามด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย SHR ได้รับรางวัล Asia Responsible Enterprise Awards ในสาขาผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม (Green Leadership) และ “สันติบุรี เกาะสมุย” ลงนามปฏิญญาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของยูเนสโก (UNESCO Sustainable Tourism Pledge) “พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท” ได้รับรางวัล Responsible Thailand Awards ครั้งที่ 12 ในด้าน Marine and Nature จากโรงแรมกว่า 600 แห่งที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในสหราชอาณาจักร เพื่อยกย่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของไทย

ในขณะที่สมาชิก TripAdvisor ได้เลือกให้ สันติบุรี เกาะสมุย, พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท, ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ และ ทราย ลากูน มัลดีฟส์ ได้รับรางวัล Travellers ’Choice และผู้อ่าน Condé Nast Traveler ทั่วโลกโหวตให้ พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และ ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ ได้รับรางวัล Condé Nast Readers’ Choice Awards ขณะที่ ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ และ ทราย ลากูน มัลดีฟส์ ได้รับรางวัล World Luxury Hotel Awards และ ทราย ลากูน มัลดีฟส์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ World MICE Awards อีกด้วย

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ที่ www.shotelsresorts.com และติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, Instagram, YouTube or LinkedIn

#####

เกี่ยวกับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (S Hotels & Resort: SHR)

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts Public Company Limited: SHR) บริษัทในเครือของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงบันดาลใจจากความเป็นไทย บวกรวมกับผลงานระดับนานาชาติที่กว้างขวางและได้มาตรฐานระดับโลก รวมถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารและการลงทุนของโรงแรมและรีสอร์ทคุณภาพสูงในจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ต้องการทั่วโลก SHR ได้สร้างคอลเลกชันของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นของตัวเอง ในขณะที่ยังเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ ของอุตสาหกรรมการบริการ โดยมีเป้าหมายที่จะกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิต ผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลาย และสร้างมูลค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย บนพื้นฐานของปรัชญาการพัฒนาที่ยั่งยืนและส่งมอบผลประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น ค้นพบข้อมูลเพิ่มได้ที่ www.shotelsresorts.com หรือติดตามเราบน Facebook, Instagram, YouTube, LinkedIn

อีซูซุจัดการแข่งขัน “นาฏมวยไทยอีซูซุ” รอบชิงชนะเลิศ ปีที่ 11

posted Dec 13, 2020, 7:56 PM by Maturos Lophong



อีซูซุจัดการแข่งขัน “นาฏมวยไทยอีซูซุ” รอบชิงชนะเลิศ ปีที่ 11 

ชิงถ้วยพระราชทาน พร้อมทุนการศึกษากว่า 1 ล้านบาท 


บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้จัดการแข่งขัน “นาฏมวยไทยอีซูซุ” รอบชิงชนะเลิศ ในโครงการ “รักชาติ...รักษ์มวยไทย” สนับสนุนเยาวชนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทุนการศึกษารวมกว่า 1 ล้านบาท โดยโรงเรียนวัดน้ำพุ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 54) จังหวัดราชบุรี คว้าแชมป์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน และโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ จังหวัดสงขลา คว้าแชมป์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา 





กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การจัดการแข่งขัน “นาฏมวยไทยอีซูซุ” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในโครงการ “รักชาติ…รักษ์มวยไทย” โดยได้เริ่มขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2553 ในโอกาสครบรอบ 20 ปี “ศึกอีซูซุคัพ” และได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยอนุรักษ์ มวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย โดยการนำลีลาแม่ไม้มวยไทยมาประยุกต์เป็นการออกกำลังกายให้เข้าจังหวะเพลงอย่างพร้อมเพรียงและสวยงาม อีกทั้ง ยังเป็นการสนับสนุนให้วัยรุ่นยุคใหม่ได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกด้วย ซึ่งการแข่งขันในปีนี้มีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ชมทั้งในรอบคัดเลือกและรอบชิงชนะเลิศ มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน และสวมหน้ากากอนามัยตลอดการชมการแข่งขันตามมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อให้สอดคล้องกับยุค New Normal ถึงแม้ว่าจำนวนกองเชียร์จะลดลงไป แต่เยาวชนทุกทีมต่างแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและความสามารถด้านนาฏมวยไทยได้อย่างน่าประทับใจ” 




สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนั้น มีทีมเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกในระดับภูมิภาค 11 ทีม จากระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 6 ทีม และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา 5 ทีม เข้าร่วมประชันฝีไม้ลายมือกัน โดยแต่ละทีมต่างนำเสนอการแสดงชุดพิเศษซึ่งไม่เพียง โดดเด่นในด้านชั้นเชิงมวยไทยเท่านั้น แต่ยังผสมผสานความลงตัวด้วยดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ที่สอดแทรกวัฒนธรรม ประเพณี และความรักในผืนแผ่นดินเกิดได้อย่างตระการตา

โดยในปีนี้ทีมจากโรงเรียนวัดน้ำพุ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 54) จังหวัดราชบุรี แชมป์เก่า 2 สมัย มาพร้อมการแสดงในชื่อชุด “ตำรับตับจาก” ที่นำเสนอเรื่องราวของ มวยตับจาก ซึ่งเป็นกีฬาพื้นบ้านของภาคตะวันออกที่ปัจจุบันเริ่มสูญหายไปตามกาลเวลา นำมาถ่ายทอดในรูปแบบการออกลีลามวยไทย หมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่างครบถ้วนและดุดันพร้อมผสมผสานกับดนตรีได้อย่างลงตัว สร้างความประทับใจให้กับกรรมการจนคว้าแชมป์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยตัวแทนจากโรงเรียนวัดน้ำพุ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 54) จังหวัดราชบุรี เผยว่า “พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ครองแชมป์ระดับมัธยมต้นถึง 3 ปีซ้อน เพราะว่าเราทุกคนซ้อมกันอย่างหนัก และนำคำแนะนำของกรรมการในปีก่อน ๆ มาแก้ไขข้อบกพร่อง ปรับแต่งการแสดงให้ดียิ่งขึ้น สำหรับคนที่สนใจ...เรียนนาฏมวยไทยก็เท่ได้นะครับ”




ด้านการแข่งขันระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษาก็ตระการตาไม่แพ้กัน ในท้ายที่สุดการแสดงชื่อชุด “มุสิกะวิฬาร์มหายุทธ์” จากโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ จังหวัดสงขลา คว้าแชมป์ไปครอง “เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทีมเราค่ะ เพราะกว่าที่เราจะได้แชมป์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก่อนหน้านี้ทีมเราเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยกันมา 8 ปี และปีนี้เราก็ได้แชมป์มาครองเป็นครั้งที่ 2 ค่ะ ขอเชิญชวนให้เยาวชนรุ่นใหม่เข้าร่วมแข่งขันนาฏมวยไทยอีซูซุและช่วยกันรักษาศิลปะวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืนต่อไปค่ะ”

แชมป์ “นาฏมวยไทยอีซูซุ” ระดับประเทศได้รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษา ระดับละ 300,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 รับทุนการศึกษาระดับละ 100,0000 บาท 50,000 บาท ตามลำดับ พร้อมโล่เกียรติยศ และทีมอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษาทีมละ 15,000 บาท รวมมูลค่ารางวัลตลอดการแข่งขันทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท





ผลการแข่งขันระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

· รางวัลชนะเลิศ : โรงเรียนวัดน้ำพุ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 54) จังหวัดราชบุรี

รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษา มูลค่า 300,000 บาท

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : โรงเรียนมาบตะโกพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา 100,000 บาท

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : โรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา 50,000 บาท

ผลการแข่งขันระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

· รางวัลชนะเลิศ : โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ จังหวัดสงขลา

รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษา มูลค่า 300,000 บาท

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี จังหวัดราชบุรี

รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา 100,000 บาท

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย จังหวัดร้อยเอ็ด

รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา 50,000 บาท

ปราสาทสายฟ้า ผนึกกำลัง ซีพี-เมจิ เดินหน้าจัดใหญ่ต่อเนื่องยกระดับลูกหนังเยาวชน

posted Oct 21, 2020, 8:20 PM by Maturos Lophong



ปราสาทสายฟ้า ผนึกกำลัง ซีพี-เมจิ เดินหน้าจัดใหญ่ต่อเนื่องยกระดับลูกหนังเยาวชน 

“ซีพี-เมจิ ธันเดอร์ คัพ ยู-14 แชมเปี้ยนส์ 2020”


เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 ณ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพลกซ์ รัชโยธิน (โรงที่ 5) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จับมือกับ ซีพี-เมจิ และพันธมิตรลูกหนัง เตรียมจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน พร้อมกระจายสนามแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ลงเล่นรอบคัดเลือก 3 สนาม 96 ทีมลงฟาดแข้ง เพื่อชิงโควตา 6 ที่นั่ง ไปลุยรอบสุดท้าย ร่วมกับ 2 ทีมวาง “เจ้าภาพ” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ“รองแชมป์เก่า” อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด ระหว่างวันที่ 10 - 12 ธันวาคม 2563 ที่ ช้างอารีนา และสนามช้าง เทรนนิ่ง กราวด์ จังหวัดบุรีรัมย์


บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด ร่วมกับ บริษัท ซีพี เมจิ จำกัด และผู้สนับสนุน ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว และจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน รายการ “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” โดยมี คุณไชยชนก ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสายงานการตลาด และการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด พร้อมด้วย คุณชาลินี พูนลาภมงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ซีพี เมจิ จำกัด, คุณพลัฏฐ์ ประวีร์ชานนท์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดกลุ่มสินค้ารถสปอร์ต บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, คุณธัชเมศฐ์ ธนนท์วุฒิฉัตร์กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกแอธเลติก จำกัด, ดร.ศราวุธ ดิษยวรรธนะ ผู้จัดการกิจกรรมพิเศษ และกีฬา บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอเชียล จำกัด ร่วมขึ้นแถลงข่าว
โดยมี คุณศศิรดา สุทธิลักษณ์ ผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด, คุณธนพล ขาวคม ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายกีฬาเเละกิจกรรมพิเศษ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด, คุณจิรัชยากร กองทอง ผู้จัดการโครงการกีฬาฟุตบอลไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, คุณอัจฉรา อาทิภาณุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์โก้ สปอร์ต แอนด์ มิวสิคเคิล จำกัด รวมถึงมีตัวแทนจาก เครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์, คุณชนน์ชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเยาวชนสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, โค้ชเชาว์ กิตติพงษ์ สมมาตร ตัวแทนจากอัสสัมชัญ ยูไนเต็ด และตัวแทนสโมสรต่างๆ ให้เกียรติร่วมงานแถลงข่าวครั้งนี้

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” เตรียมเปิดศึกชิงชัยเพื่อเฟ้นหา 6 ทีมแกร่ง จากรอบคัดเลือก 3 สนาม ทีมชนะเลิศ และรองชนะเลิศของแต่ละสนาม เข้าสู่รอบสุดท้ายที่จะแข่งขัน ณ สนามช้างอารีนา และสนามช้าง เทรนนิ่ง กราวด์ จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 10 - 12 ธันวาคม 2563 โดยมีเงินรางวัลและเงินสนับสนุนทีม มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท

โดยการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ที่ถูกยกย่องให้เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ดีที่สุด รายการ “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” ถูกเปลี่ยนชื่อมาจากการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ รายการ “CP-Meiji CUP U-14 International Champions” ที่จัดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ 4 ปีติดต่อกัน เนื่องจากทีมฟุตบอลนานาชาติ ไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ ด้วยสถานการณ์ของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

โดย คุณชาลินี พูนลาภมงคล กล่าวถึงการเป็นผู้ร่วมจัดการแข่งขันรายการนี้อย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 5 รวมทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันในปีนี้เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ว่า “ในฐานะตัวแทนของซีพี เมจิ ก็ยังคงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงอีกครั้ง ที่ได้มีโอกาสร่วมกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สานต่อการพัฒนาเยาวชนไทย แม้ปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ด้วยสถานการณ์ของโลกเราในปัจจุบัน ที่มีไวรัสโควิด-19 ระบาดในทุกมุมโลก ทำให้การจะเดินทางของทีมจากต่างประเทศเข้ามายังเมืองไทย ต้องใช้เวลามากกว่าเดิม และยากกว่าเดิม” 

“เราจึงได้มีการพูดคุยกันของทุกฝ่ายเพื่อเดินหน้าสานต่อฟุตบอลรายการนี้ต่อไป พร้อมกับเปลี่ยนชื่อจาก ฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ รายการ “CP-Meiji CUP U-14 International Champions” เป็นฟุตบอลเยาวชน รายการ “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” ซึ่งมีเฉพาะทีมเยาวชนไทยเข้าร่วมแข่งขัน พร้อมกับเป็นการเปิดโอกาสให้ฟุตบอลรายการนี้เข้าถึงน้อง ๆ เยาวชนมากขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จึงมีการเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน ให้มีรอบคัดเลือกมากขึ้นกว่าเดิมเป็น 3 สนาม โดยสนามแรก จะมีขึ้นที่ จังหวัดปทุมธานี, สนามที่ 2 จังหวัดปัตตานี และสนามที่ 3 จังหวัดแพร่ ที่เราตัดสินใจเดินหน้าต่อไปไม่พักการแข่งขัน เพราะเราต้องการที่จะให้น้อง ๆ นักเตะเยาวชนไทย ได้มีเวทีที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของเรากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้วางเอาไว้ตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกในปี 2016 นั้นเอง”

 นายไชยชนก ชิดชอบ กล่าวถึงความพร้อมของการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบสุดท้าย และการเลือก 3 สนามรอบคัดเลือก ว่า “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุ่มเทเต็มที่ทุกครั้งกับการจัดฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นี้ และงานอื่น ๆ เรามีมาตรฐานที่สูงในการจัดงานทุกครั้ง และครั้งต่อ ๆ ไป เราก็ต้องทำให้ได้ดีกว่าเดิม ครั้งนี้จึงมั่นใจได้ว่า “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” ต้องเป็นการแข่งขันที่ดี และมีคุณภาพ ให้สมกับการที่ถูกยกย่องว่าเป็นทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ที่จัดการแข่งขันได้ดีที่สุดในเมืองไทย ผมขอการันตีให้ทุกคนรับทราบตรงนี้เลยว่าเราพร้อมมาก ทั้งรอบคัดเลือก และรอบสุดท้ายที่จะมีขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์”



“ส่วนการแข่งขันรอบคัดเลือกที่เราต้องแบ่งออกเป็น 3 สนามนั้น เพราะตัวผมเอง และทีมงาน รวมถึงซีพี-เมจิ เคยมีประสบการณ์ในการลงไปให้โอกาสเด็ก ๆ จากการคัดเลือกเด็กเข้าอะคาเดมีของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในโครงการ trial on tour โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก ซึ่งมันมาพร้อมกับคำถามที่ว่า เมื่อไหร่การแข่งขันฟุตบอลซีพี-เมจิ คัพ จะมาที่ภาคใต้ และที่อื่นบ้าง เราจึงเก็บคำถามเหล่านี้มา ช่วยกันตกผลึกว่าจะทำอย่างไรเราจึงจะกระจายโอกาสที่ดีให้เด็กๆ จากทั่วประเทศได้สัมผัสกับฟุตบอลรายการดีๆ แบบนี้ จึงกลายเป็นเป็นที่มาของการเลือกทั้ง 3 จังหวัดนี้เป็นสนามคัดเลือก”

ส่วน คุณพลัฏฐ์ ประวีร์ชานนท์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดกลุ่มสินค้ารถสปอร์ต บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงการมีส่วนรวมสนับสนุนฟุตบอลรายการนี้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันว่า “ปกติฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ “ซีพี-เมจิ คัพ ยู-14 อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์” จะมีการเชิญทีมต่างประเทศเข้ามาร่วมการแข่งขัน ซึ่งยามาฮ่า ในฐานะเจ้าของทีม จูบิโล อิวาตะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของเราในประเทศญี่ปุ่น ได้นำทีมเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้มาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทีมจากต่างประเทศไม่สามารถเดินทางมาแข่งขันได้ ทำให้ทีมจูบิโล อิวาตะ ในฐานะแชมป์เก่า และเป็นแชมป์มา 3 สมัย จะไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยามาฮ่าเอง ในฐานะผู้ที่ให้การสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยทั้งระดับสโมสร และระดับเยาวชน ที่พยายามผลักดันเด็กไทยได้มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพในเวทีระดับนานาชาติ พร้อมที่จะให้การสนับสนุน “ซีพี-เมจิ ธันเดอร์ คัพ ยู-14 แชมเปี้ยนส์” รายการฟุตบอลนี้ต่อไป เพื่อสักวันหนึ่งเด็ก ๆ จากรายการนี้ อาจจะมีโอกาสได้แสดงฝีมือในเวทีระดับนานาชาติในอนาคต”


คุณธัชเมศฐ์ ธนนท์วุฒิฉัตร์ กล่าวถึงปีแรกของผลิตภัณฑ์แพน (Pan) สปอร์ตแบรนด์สัญชาติไทย ที่ยืนหยัดคู่กับวงการฟุตบอลเยาวชนไทยมาอย่างยาวนานว่า “ที่ผ่านมาเราพร้อมให้การสนับสนุนกีฬาในทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนไทย ซึ่งถือเป็นรากหญ้าที่สำคัญของทุก ๆ วงการกีฬาไทย เมื่อเรามีโอกาสได้พูดคุยกับทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และซีพี เมจิ ที่ต้องการจะสานต่อทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลนี้ต่อไป เพื่อเป็นเวทีให้กับเด็กไทย ซึ่งตรงกับจุดมุ่งหมายของเราที่ต้องการจะพัฒนาเยาวชน เราจึงตัดสินใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรจัดการแข่งขัน “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” โดยเราเองนั้นจะสนับสนุนในเรื่องของเสื้อผ้า และอุปกรณ์ในการแข่งขันต่างๆ เราเองมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรายการที่ถูกยกย่องว่าเป็นทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลรุ่น U-14 ที่ดีที่สุดรายการนี้”





ดร.ศราวุธ ดิษยวรรธนะ กล่าวถึง ในฐานะผู้สนับสนุนวงการฟุตบอลไทย และจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนมาอย่างยาวนาน ว่า “เป็นเรื่องที่น่ายินดี และดีใจกับเด็กนักฟุตบอลเยาวชน ที่มีรายการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ไล่ระดับมาเรื่อยๆ จากผู้สนับสนุนที่เห็นความสำคัญในการพัฒนาเยาวชน ตรงนี้เองเรามองว่าเมื่อเด็กมีเวทีให้เล่นอย่างต่อเนื่องทุกช่วงอายุ จะช่วยให้วงการฟุตบอลไทย และเด็กไทย พัฒนาศักยภาพตัวเองไปข้างหน้า และก้าวไปทันกับฟุตบอลระดับเอเชีย และระดับโลก ผมยินดีกับเด็กๆ ไทยทุกคนด้วยที่มีผู้ใหญ่ใจดีคอยสนับสนุน และเปิดโอกาสให้ตลอด ขอให้ทุกคน ทุกทีมทำอย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาตัวเองสู่การเป็นนักเตะอาชีพในอนาคต”

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” รอบคัดเลือกทั้ง 3 สนาม มีดังนี้ สนามที่ 1 จะมีขึ้นที่ สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (คลองหก) จังหวัดปทุมธานี วันที่ 31 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2563, สนามที่ 2 จังหวัดปัตตานี ใช้สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี (สนามเรนโบว์สเตเดียม) และสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบานา วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2563 และสนามที่ 3 ใช้สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และสนามกีฬาเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง เป็นสังเวียนแข้ง ระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2563

โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกทั้ง 3 สนาม จะมีทีมแข่งขันทั้งสิ้นสนามละ 32 ทีม รวม 96 ทีม รอบแรกจะแบ่งเป็น 8 สายๆ ละ 4 ทีม แข่งแบบพบกันหมด เพื่อหาทีมแชมป์ของแต่ละสาย เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แข่งแบบน็อกเอาท์ เพื่อหาทีมชนะเข้ารอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ ต่อไป โดยทีมที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 10 – 12 ธันวาคม 2563 เพื่อลุ้นชิงถ้วยรางวัล, เงินรางวัลและเงินสนับสนุนทีม มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท ทั้งนี้ทีมชนะเลิศ รอบคัดเลือกแต่ละสนามจะได้รับถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 5,000 บาท อีกด้วย

ทั้งนี้ แฟนบอลสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน รายการ “CP-Meiji Thunder CUP U-14 Champions 2020” ได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ CP-Meiji Thunder Cup ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม นี้เป็นต้นไป

ชวนนักท่องเที่ยวรุ่นใหญ่ ซิลเวอร์เอจ ไปเที่ยวหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน “ชนบท” ด้วยกัน

posted Sep 2, 2020, 1:40 AM by Maturos Lophong   [ updated Sep 2, 2020, 1:53 AM ]


ชวนนักท่องเที่ยวรุ่นใหญ่ ซิลเวอร์เอจ ไปเที่ยวหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน “ชนบท” ด้วยกัน

กับแคมเปญ “ชนบทที่รัก Silver Age 5.0”



31 สิงหาคม 2563 ชั้น 11 ห้องเมย์แฟร์บอลรูม เอบี โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคัล จำกัด (มหาชน) สายการบินไทยสมายล์ สายการบินไทย แอร์เอเชีย เปิดตัวแคมเปญ “ชนบทที่รัก” Silver Age 5.0 ชู 16 ชุมชนวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์สำหรับกลุ่มซิลเวอร์เอจ เชิญคนดังหลากหลายวงการร่วมโปรโมตชุมชนเตรียมพร้อมรองรับนักเดินทางรุ่นใหญ่ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ





นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับโครงการ Thailand Village Academy Season 2 ได้คัดเลือกแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชนมาออกแบบสร้างสรรค์ใหม่ให้ตอบโจทย์ความสนใจของกลุ่มซิลเวอร์เอจ

 เช่น ออกแบบกิจกรรม ออกแบบเมนูอาหาร ของว่าง เครื่องดื่ม ให้สอดคล้องความต้องการของกลุ่มซิลเวอร์เอจ เพื่อกระตุ้นหรือจูงใจให้คนวัย ซิลเวอร์เอจเดินทางท่องเที่ยวไปยังชนบทอย่างมีความสุขและประทับใจ 


ทั้งนี้ ชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ได้รับการพัฒนายกระดับเป็นชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำหรับนักเดินทางรุ่นใหญ่วัย“ซิลเวอร์เอจ” มี 16 ชุมชน ประกอบด้วย 


1) กลุ่มวิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น จ.สุพรรณบุรี 



2) ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จ.สมุทรสงคราม



3) ชุมชนแหลมผักเบี้ย (ท่องเที่ยวชุมชนบ้านดอนใน) จ.เพชรบุรี


4) ชุมชนตะเคียนเตี้ย จ.ชลบุรี 



5) ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทะเลน้อย ระยองฮิ จ.ระยอง 

6) วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวประแสโฮมสเตย์ จ.ระยอง

7) ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์



8) วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเขมราฐ ลุ่มน้ำโขง จ.อุบลราชธานี



  9) ชุมชนศิลาเพชรโฮมสเตย์ จ.น่าน 



 10) ท่องเที่ยวชุมชนปางห้าโฮมสเตย์ จ.เชียงราย



     
11) โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง จ.เชียงราย 


12) ชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ จ.เชียงใหม่


13) กลุ่มชุมชนลีเล็ดนำเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ จ.สุราษฎร์ธานี 


14) วิสาหกิจกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ (บ้านหน้าทับ) จ.นครศรีธรรมราช


15) วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งหยีเพ็ง จ.กระบี่


16) วิสาหกิจชุมชนโฮมสเตย์เพื่อการท่องเที่ยวชุมชนตะโหมด จ. พัทลุง


ขณะที่ นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “กลุ่มซิลเวอร์เอจเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ทรงพลังที่สุดของยุคนี้ ชอบเที่ยวและหากิจกรรมทำเพื่อให้ชีวิตมีสีสันอยู่เสมอ เป็นกลุ่มที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ชอบเสาะหาของกิน อาหารพื้นบ้าน โหยหาความเป็นธรรมชาติ ต้องการสัมผัสบรรยากาศชนบท เพราะได้ย้อนวันวานนึกถึงความสุขสมัยยังเด็ก โครงการ“ชนบทที่รัก” ได้เชิญกลุ่มนักเดินทางท่องเที่ยวรุ่นใหญ่ “ซิลเวอร์เอจ” จากหลากหลายวงการเข้าร่วมผลักดันแคมเปญนี้ โดยออกเดินทางท่องเที่ยว ช่วยโปรโมตชุมชน

คุณปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตัวแทนกลุ่มซิลเวอร์เอจ กล่าวว่า “การออกเดินทาง ท่องเที่ยวจะทำให้เรามีประสบการณ์ดี ๆ ร่วมกับเพื่อน ๆ ซึ่งจะมีคุณค่าและเพิ่มพลังให้กับชีวิตของเราค่ะ การได้ช่วยเหลือชุมชนก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ อยากให้ “ซิลเวอร์เอจ” ทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยวกันเยอะ ๆ นะคะ”

คุณชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ตัวแทนกลุ่มซิลเวอร์เอจ กล่าวว่า “ซิลเวอร์เอจ” เป็นวัยที่พร้อมทุกอย่าง เห็นโลกมากว้างไกล อยากให้ย้อนกลับมามอง ชุมชนของบ้านเรา มาเที่ยว มาเยี่ยมชุมชน มาสัมผัสวัฒนธรรม ให้เราได้พลังชีวิตกลับไปค่ะ” 

คุณอัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่ม Transaction Banking Sales and Products สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ บริษัทธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตัวแทนกลุ่มซิลเวอร์เอจ กล่าวว่า “ท่องเที่ยวชุมชนมีครบรสจริง ๆ มีสิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัสมาก่อน คนในชุมชนก็น่ารัก ทุกคนใส่ใจและมีความตั้งใจให้เราไปทำความรู้จักกับบ้านเขาจริง ๆ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวค่ะ”
คุณพิษณุ สว่างเนตร ผู้บริหาร บริษัทมหาภิรมย์ จำกัด (โรงแรมวิลลา มหาภิรมย์ เชียงใหม่) ตัวแทนกลุ่มซิลเวอร์เอจ กล่าวว่า “พอเราได้ยินคำว่าชนบท เรามักจะนึกถึงความล้าหลัง แต่พอเรามา “ชนบทที่รัก” กลับทำให้เรารู้ว่าชนบทนั้นเป็นที่ที่มีแต่ความรัก และหากออกเดินทางไปยังชนบทในประเทศของเรา คุณจะได้รับความรักกลับไปแน่นอนครับ”


คุณสุทธิพงษ์ สุริยะ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ ตัวแทนกลุ่มซิลเวอร์เอจ กล่าวว่า “ชุมชนมีความน่ารักและรู้จักหาวัตถุดิบรอบตัวมาทำเป็นจุดขาย ทั้งธรรมชาติ อาหาร ผู้คน ทุกอย่างมันน่ารักไปหมด อยากเชิญชวนทุกคนออกมาท่องเที่ยวชุมชน แล้วท่านจะหลงรัก และประทับใจอย่างผมครับ”


แคมเปญ “ชนบทที่รัก” ได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มออนไลน์กลุ่มซิลเวอร์เอจต่าง ๆ ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อาทิ เว็บไซต์ Forever-young.asia เพจ Count Up.life เพจ Silver Journey รุ่นใหญ่หัวใจกระเตาะ เพจ Giant Gogo เว็บไซต์ Journey D เพจ Wongnai.travel เพจ Gler รวมถึงบริษัททัวร์ กลุ่มซิลเวอร์เอจ และสายการบินชั้นนำ อาทิ สายการบินไทยสมายล์ สายการบินไทย แอร์เอเชีย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส บริษัท อาเดลี จำกัด บริษัท อูดาชี จำกัด บริษัท ฟายด์ โฟล์ค จำกัด บริษัท ฟรายเดย์ ทริป จำกัด บริษัท ทัวร์ มติชนอคาเดมี่ จำกัด บริษัท บางกอกแอร์ทัวร์ (1988) จำกัด และบริษัท บางกอก แทรเวล คลับ จำกัด ร่วมเป็นพันธมิตรในการโปรโมตขายโปรแกรมท่องเที่ยวชุมชน ทั้ง 16 แห่ง เชิญชวนกลุ่มนักท่องเที่ยววัยซิลเวอร์เอจให้ออกเดินทางไปท่องเที่ยวชุมชน

ขอเชิญนักเดินทางกลุ่มซิลเวอร์เอจออกเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน “ชนบท” ด้วยกัน ไปลองใช้ชีวิตแบบบ้าน ๆ เรียบง่าย สุข สงบ ไปดูชาวบ้านทำสวน ทำไร่ ทำนา ทอผ้า ไปนั่งชิล จิบกาแฟชมวิวท้องนา ตกเย็นล้อมวงกินข้าวเมนูบ้านทุ่งกับก๊วนเพื่อนรู้ใจ แล้วคุณจะหลงรักชีวิตในชนบทจนไม่อยากกลับมาเป็นคนเมือง

สนใจจองทริปไปเที่ยวชนบท www.ชนบทที่รัก.com

1-10 of 108