Travel & Sport





ไทยประกันชีวิตต่อยอดแนวคิด Eco-Health System ชวนวิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในรูปแบบ Virtual Run

posted Jul 2, 2020, 1:04 AM by Maturos Lophong



ไทยประกันชีวิตต่อยอดแนวคิด Eco-Health System ชวนวิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในรูปแบบ Virtual Run “Run To The World 2020” วิ่งขนานกับมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันจริง รองรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม รายได้ส่วนหนึ่งสมทบโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” ผ่าตัดเด็กโรคหัวใจที่ขาดแคลนโอกาส

นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแนวคิดการดำเนินธุรกิจมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง และการสร้างความสุขด้วยการเติมเต็มคุณค่าชีวิตให้กับลูกค้าและคนไทย ไทยประกันชีวิตจึงวางแนวทางการสร้าง Eco-Health System เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร

ในปี 2563 ไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด จัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบ Virtual Run เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยจัดเป็นซีรีย์พิเศษ “Run To The World 2020” กิจกรรมวิ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของงานวิ่งมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงสนามแข่งขันในต่างประเทศ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัย (Physical Distancing) เป็นพิเศษ ซึ่งผู้สมัครวิ่งสามารถกำหนดเป้าหมาย สถานที่ และเวลาวิ่งได้เองตามความต้องการและความสะดวก




โดยกิจกรรม Run To The World 2020 มีการออกแบบเสื้อวิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของมาราธอนระดับโลกให้เลือกถึง 12 แบบ จาก 6 เมืองใหญ่ ได้แก่ Tokyo, Boston, London, Berlin, Chicago และ New York ผู้สมัครสามารถเลือกวิ่งได้ทั้งแบบที่กำหนดระยะทางเป้าหมายเอง หรือแบบสัญญาว่าจะวิ่ง ในระยะทาง 10 กิโลเมตร และเมื่อภารกิจการวิ่งสำเร็จ สามารถแชร์ผลการวิ่งที่แสดงผ่าน Application ที่เชื่อมต่อกับนาฬิกาหรือสมาร์ทโฟน ไปยัง https://vr.thai.run/world2020 เพื่อยืนยันผลการวิ่ง โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://race.thai.run/world2020 หรือเพจ ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2563

กิจกรรม Virtual Run ดังกล่าว นอกจากผู้สมัครจะได้วิ่งเพื่อสุขภาพแล้ว รายได้ส่วนหนึ่งจากการสมัครจะนำไปสมทบทุนโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” ที่ไทยประกันชีวิตร่วมกับมูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ และโรงพยาบาลสมิติเวช ระดมทุนผ่าตัดผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจที่ยากไร้ ให้ได้รับโอกาสในการรักษา ซึ่งกิจกรรม Virtual Run 2019 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถนำรายได้สมทบทุนโครงการฯ เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท

“สำหรับผู้สมัครวิ่งในกิจกรรม Virtual Run : Run To The World 2020 ในปีนี้ นอกจากจะมีเสื้อวิ่งหลากหลายสไตล์ให้เลือกแล้ว ยังสามารถเลือกวิ่งแบบกำหนดระยะทางเป้าหมาย หรือวิ่งตามระยะที่สัญญาไว้ โดยสามารถวิ่งที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งการวิ่งบนลู่วิ่ง หรือวิ่งในสวนสาธารณะ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพในเชิงป้องกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง เสมือนเป็นภูมิคุ้มกันจากโรคร้ายแรงหรือโรคระบาดแล้ว ยังช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งและผ่อนคลาย และทุกคนที่สมัครวิ่งยังได้รับความสุขใจในฐานะ “ผู้ให้” ที่มีส่วนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมอีกด้วย” นางดวงเดือนกล่าว

เอไอเอ พาแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ‘เดวิด เบ็คแฮม’ มาเจอกับพันธมิตรอย่าง ‘ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์’

posted May 13, 2020, 2:30 AM by Maturos Lophong



เอไอเอ พาแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ‘เดวิด เบ็คแฮม’ มาเจอกับพันธมิตรอย่าง ‘ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์’ เพื่อร่วมกันสนับสนุนผู้คนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น 

แบ่งปันวิธีง่ายๆ ในการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ผ่านภาพยนตร์ออนไลน์ชุดใหม่

ฮ่องกง, 13 พฤษภาคม 2563: เอไอเอ กลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เปิดตัวภาพยนตร์ออนไลน์ชุดใหม่ (ถ่ายทำก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19) โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกอย่าง ‘เดวิด เบ็คแฮม’ และพันธมิตรอย่าง ‘สโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์’ (“สเปอร์ส” หรือ “สโมสร”)

ภาพยนตร์ชุดนี้ ถ่ายทอดถึงครั้งแรกที่เอไอเอ ได้พาสองพันธมิตรระดับโลกมาเจอกัน ซึ่งเป็นภาพอันน่าประทับใจของทั้งคู่ ณ สนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกของสเปอร์ส

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์ชุดนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการยึดมั่นคำมั่นสัญญาที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ซึ่งจะได้เห็นเดวิด เบ็คแฮม เดินทางไปเยี่ยมเยียนสนามฝึกซ้อมและสนามฟุตบอลของสเปอร์ส พร้อมกับมีโอกาสได้พบกับโฮเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งเป็นทั้งหัวหน้าโค้ช นักเตะตัวจริง โค้ชฝึกสอน และนักโภชนาการของทีม โดยเดวิด เบ็คแฮม และสมาชิกในทีมสเปอร์ส ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับทางเลือกในการดำเนินชีวิตและการมีสุขภาพดีแบบง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาสุขภาพของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือไม่ก็ตาม

สจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัท เอไอเอ กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับสองพันธมิตรระยะยาวที่มีความสำคัญมากที่สุดของเอไอเอ ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม และนักเตะทีมสเปอร์ส เพื่อร่วมกันออกภาพยนตร์ออนไลน์ซึ่งเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่หลายคนกำลังมองหาวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งที่เอไอเอ เรามีคำมั่นสัญญาที่ต้องการสร้างสรรค์แคมเปญต่างๆ ในทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’ โดยการที่เราได้ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม และสเปอร์สมาช่วยในครั้งนี้ แน่นอนว่าจะสามารถดึงดูดและสร้างแรงจูงใจไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราประสบความสำคัญกับแคมเปญนี้ สำหรับภาพยนตร์ชุดนี้ จะบอกถึงความสำคัญของพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถช่วยพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับให้เพียงพอ ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือแม้แต่การออกกำลังกายให้เหมาะสม”


ชมวิดิโอ David Beckham & Spurs: Purpose and Performance - https://youtu.be/2QUA25XrgkA

ยกตัวอย่างคลิปวิดิโอตามลิงค์ข้างต้น เราเน้นไปที่ความสำคัญของการนอนหลับให้เพียงพอ ผ่านความสำเร็จของโปรแกรม #OneMoreHour โดยสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ทางด้านร่างกายและจิตใจของการนอนหลับ ในตอนนี้ เดวิด เบ็คแฮม ได้เจอกับ ซน ฮึง-มิน นักเตะชาวเกาหลีใต้ และลูคัส มูร่า นักเตะชาวบราซิล ซึ่งทั้งคู่ได้อธิบายถึงรูปแบบการนอนที่คงที่ เช่น เข้านอน และตื่นนอน ให้เป็นเวลา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทั้งในขณะฝึกซ้อมและลงสนามจริง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญของสเปอร์สยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีที่สโมสรสนับสนุนให้พวกเขาสร้างวินัยที่ดี นอนหลับอย่างมีคุณภาพและเพียงพอ รวมถึงแนะนำเคล็ดลับการใช้ชีวิตประจำวันที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ สเปอร์สยังเล็งเห็นว่าการนำเอาวิธีปฎิบัติตัวของแต่ละคนมารวมกัน จะยิ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเมื่อเราใส่ใจสุขภาพ ปฎิบัติในสิ่งที่เราสามารถทำได้ ย่อมช่วยให้เราแข็งแรงขึ้น ฟิตขึ้น และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

เดวิด เบ็คแฮม แอมบาสเดอร์ระดับโลกของเอไอเอ เผยว่า “ในฐานะที่ผมเพิ่งเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลอินเตอร์ ไมอามี่ ผมมีเป้าหมายที่ต้องการสนับสนุนทีมอย่างสุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น ผมรู้สึกปลาบปลื้มอย่างยิ่งที่เอไอเอ ให้โอกาสผมได้เรียนรู้วิธีการส่งเสริมสุขภาพและการดำเนินชีวิตของนักเตะในแบบฉบับของสเปอร์ส พร้อมทั้งได้รับข้อมูลอย่างละเอียดจากผู้จัดการทีม ซึ่งทั้งประสบการณ์และความสำเร็จของโฮเซ่ ถือเป็นสิ่งพิเศษสุดที่ผมได้รับ ตอนที่ผมยังเป็นนักฟุตบอล ผมมักมีหลักการทางวิทยาศาสตร์และวิธีคิดใหม่ๆ เมื่ออยู่ในสนาม แต่ตอนนี้ผมรู้ซึ้งเลยว่า จริงๆ แล้ว แค่เรื่องง่ายๆ เช่น การปฎิบัติตัวอย่างมีวินัย และการนอนหลับที่ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับเอไอเอ และได้เห็นความทุ่มเทของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”


โฮเซ่ มูรินโญ่ หัวหน้าโค้ช ทีมสเปอร์ส กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้ต้อนรับอดีตนักเตะระดับตำนานอย่าง เดวิด เบ็คแฮม ซึ่งมาเยือนที่สโมสรเมื่อต้นฤดูกาล และเราได้รู้ว่าครอบครัวของเดวิดและตัวเขาเองมีความผูกผันกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มาอย่างยาวนาน ซึ่งตัวเดวิดเคยมาฝึกซ้อมที่สโมสรในปี 2011 อีกด้วย พวกเราได้ใช้เวลาในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเกี่ยวกับการเตรียมทีมให้ดีและมั่นใจได้ว่านักเตะทุกคนอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ อย่างไรก็ดี การที่เอไอเอ เป็นผู้นำด้านสุขภาพนั้น ไม่สำคัญไปกว่าตอนนี้ ที่เอไอเอ กำลังมุ่งมั่นส่งเสริมด้านสุขภาพ โดยทำงานร่วมกับสเปอร์สและเดวิด เบ็คแฮม ซึ่งทำให้เราทั้งคู่รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมครั้งนี้”

ในอีกตัวอย่างวิดิโอที่นักเตะสเปอร์ส แฮร์รี่ วิงค์ส และ จาเฟ็ต ทังกังกา ได้เจอกับเดวิด เบ็คแฮม และพูดคุยกันถึงความสำคัญของการรักษาวินัยเมื่อต้องเลือกวิธีการดำเนินชีวิต ไม่ใช่แค่การนอนหลับให้เพียงพอ แต่ยังรวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยขน์ เพื่อให้พวกเขาสามารถอยู่ในอาชีพให้ได้นานที่สุด ซึ่งการนำสิ่งเล็กๆ มารวมกัน ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมให้กับสุขภาพและร่างกายได้

ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม และสเปอร์ส มีบทบาทสำคัญเหมือนกัน คือการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’ โดยใช้ฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม เพื่อให้เข้าถึงคนหลายล้านคนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

เอไอเอ เป็นพันธมิตรกับสเปอร์สตั้งแต่ปี 2013 และเป็นผู้สนับสนุนหลักระดับโลกอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันส่งเสริมบทบาทสำคัญในด้านกีฬา เพื่อช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/about-aia/our-commitments/partnership-with-spurs.html

สโมสรและเอไอเอ ประสบความสำเร็จในการส่งต่อโปรแกรมพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตบอลที่มีแบบฉบับเฉพาะตัว ซึ่งสามารถทำให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชนกว่า 55,000 คน ใน 15 ประเทศ จากทั้งหมด 18 ประเทศในเอเชีย แปซิฟิก ที่เอไอเอดำเนินธุรกิจอยู่

นอกเหนือจากนั้น เอไอเอ ได้แต่งตั้งให้เดวิด เบ็คแฮม เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ในปี 2560 ในฐานะที่เดวิดเป็นบุคคลที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ทางด้านกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับสากล และเป็นคุณพ่อที่ทุ่มเทเพื่อครอบครัว เดวิด กำลังดำเนินบทบาทในการเป็นผู้นำที่ช่วยสนับสนุนเอไอเอ ให้สามารถเข้าถึงผู้คนในการผลักดันส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตให้แก่พวกเขา ทั้งนี้ เอไอไอ ได้เปิดตัวแคมเปญ #WhatsYourWhy ร่วมกับเดวิด เพื่อตั้งคำถามกับคนทั่วไป ว่าอะไรคือแรงบันดาลใจให้เขาอยากมีชีวิตที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยมีคนนับล้านทั่วเอเชีย ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับแคมเปญนี้ นอกจากนี้ เดวิด ยังได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนหลายๆ ประเทศที่เอไอเอดำเนินธุรกิจอยู่ เพื่อช่วยขับเคลื่อนแคมเปญ ให้ผู้คนมีสุขภาพและคุณชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเดวิด ได้พบเจอและเข้ามามีส่วนร่วมกับคนจำนวนมาก ทั้งลูกค้า ตัวแทนประกันชีวิต พันธมิตรธุรกิจ และพนักงานของเอไอเอ

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทเอไอเอ

กลุ่มบริษัทเอไอเอ และบริษัทในเครือ (รวมเรียกว่า “เอไอเอ” หรือ “กลุ่มบริษัทเอไอเอ”) เป็นกลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีการบริหารจัดการอย่างอิสระ มีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขาใน 18 ประเทศทั่วเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งในฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน (จีน) เวียดนาม นิวซีแลนด์ มาเก๊า บรูไน กัมพูชา และเมียนมาร์ และเป็นผู้ถือหุ้น 99% ในบริษัทในเครือในประเทศศรีลังกา และถือหุ้นร่วมทุน 49% ในประเทศอินเดีย

เอไอเอเริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกในเมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อศตวรรษที่ผ่านมา ในปี 2462 โดยเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ในด้านเบี้ยประกันภัยรับจากธุรกิจประกันชีวิต และเป็นผู้นำตลาดโดยส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่ 284 พันล้านเหรียญสหรัฐ

กลุ่มบริษัทเอไอเอนำเสนอผลิตภัณฑ์ในการออมเงินระยะยาวและความคุ้มครองชีวิตแก่ลูกค้าบุคคลผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ทั้งการประกันชีวิต การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินในวัยเกษียณ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอยังให้บริการลูกค้าองค์กรผ่านผลิตภัณฑ์สวัสดิการพนักงาน ประกันสินเชื่อ และให้บริการเป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพผ่านเครือข่ายตัวแทน พันธมิตรและพนักงานทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเอไอเอมีลูกค้าที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตรายบุคคลที่มีผลบังคับมากกว่า 36 ล้านกรมธรรม์ และเป็นสมาชิกกรมธรรม์ประกันกลุ่มมากกว่า 16 ล้านคน

กลุ่มบริษัทเอไอเอจดทะเบียนในกระดานหุ้นหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ภายใต้รหัสหลักทรัพย์ 1299 สำหรับ American Depositary Receipts (ระดับ 1) มีการซื้อขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-Counter) ภายใต้สัญลักษณ์ AAGIY

"นิฮาริกา ซิงห์" รับตำแหน่งที่ปรึกษา "ชาตรี ศิษย์ยอดธง"

posted Apr 14, 2020, 1:21 AM by Maturos Lophong


"นิฮาริกา ซิงห์" รับตำแหน่งที่ปรึกษา "ชาตรี ศิษย์ยอดธง" ลุยตัดสิน The Apprentice: ONE Championship Edition

หลังจากใช้เวลาร่วมประชุมหลายชั่วโมงกับ คุณชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานใหญ่ของ ONE Championship ล่าสุด นิฮาริกา ซิงห์ รองประธานและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ ONE Championship ได้ตัดสินใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของที่ปรึกษารายการ The Apprentice: ONE Championship Edition

ดาวน์โหลดวิดีโอ โปรโมต The Apprentice : ONE Championship Edition โดย นิฮาริกา ซิงห์ ได้ที่ https://onechampionship.sharefile.com/share/view/s8623c23eba1486eb


ผู้บริหารสาววัย 31 ปี จบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก IIT Delhi และ IIM Bangalore รวมถึงระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ทำให้เธอได้มีโอกาสร่วมงานกับองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง ONE Championship

ด้วยดีกรีดังกล่าว ทำให้ซิงห์มีคุณสมบัติครบถ้วนในการรับหน้าที่ให้คำปรึกษากับคุณชาตรีใน 'The Apprentice: ONE Championship Edition' ซึ่งเธอจะเป็นผู้ช่วยคุณชาตรีในการคัดเลือก 16 คนสุดท้ายที่จะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันในรายการนี้

"ในฐานะที่ปรึกษาของคุณชาตรี ฉันจะเป็นเสมือนตาและหูของเขาอีกคน" ซิงห์กล่าว "ฉันจะคอยสังเกตและประเมินผู้สมัครอย่างต่อเนื่อง ฉันพร้อมดำเนินการทันทีหากมีคำสั่งจากคุณชาตรีแม้จะเป็นกรณีเร่งด่วนหรือระหว่างงาน และฉันจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของการประชุมคณะกรรมการด้วย"

"ฉันร่วมงานกับคุณชาตรีมาเป็นระยะเวลาพอสมควร ทำให้รู้ว่าเขามีวิธีการทำงานอย่างไร, เขากำลังคิดอะไรอยู่ และอะไรที่เขาต้องการเมื่อต้องจ้างใครสักคนมาทำงาน"

สำหรับ ซิงห์ เธอเริ่มอาชีพในฐานะที่ปรึกษาของ McKinsey & Company ก่อนย้ายไปอยู่กับเครือโรงแรม Treebo ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเธอในอินเดีย ก่อนจะมาลงหลักปักฐานในสิงคโปร์

ตั้งแต่เข้าร่วมงานกับ ONE Championship ในตำแหน่งรองประธานและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ เมื่อช่วงกลางปี 2019 ซิงห์ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดกับคุณชาตรีมาโดยตลอด และได้รับข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับความคิดของผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์มากมาย ซึ่งซิงห์เชื่อว่าจะช่วยให้เธอแนะนำคุณชาตรีคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันสู่ ‘The Apprentice’ ได้เป็นอย่างดี

"ฉันจะติดตามและจับตาดูผู้สมัคร พร้อมส่งข้อเสนอแนะไปยังคุณชาตรีในฐานะที่ปรึกษาของเขา ฉันจะให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยต่อสาธารณะได้ พูดง่ายๆเลยคือ ไม่ว่าใครที่ยื่นใบสมัครเข้ามาต้องผ่านฉันก่อนจะถึงมือคุณชาตรี"

สำหรับรายการ The Apprentice: ONE Championship Edition มีกำหนดฉายในช่วงไตรมาสที่สี่ของปี 2020 อยู่ภายใต้การผลิตของ ONE Studio ที่ได้รับลิขสิทธิ์จาก MGM Television รายการนี้ถือเป็นเรียลลิตี้ยอดนิยมทางโทรทัศน์ เผยแพร่แบบทั้งสตรีมมิ่งและแพลตฟอร์มอื่นๆ รวมถึงมายังภูมิภาคเอเชียด้วย นอกจากนี้ ยังออกอากาศในเครือข่ายโทรทัศน์และช่องดิจิทัลหลักๆ อีกกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

นับตั้งแต่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 16 ปีที่แล้ว รายการ The Apprentice ก็กลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์เรียลลิตี้ทางโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์

ตอนนี้มีผู้สมัครหลายพันคนจากทั่วทุกมุมโลกต้องการเข้ามาร่วมแข่งขัน นับตั้งแต่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ว่าทาง ONE จะยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย แต่ซิงห์เชื่อว่าคุณชาตรีกำลังอยู่ในช่วงตรวจสอบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยม

"ผู้เข้าแข่งขันรายการ 'The Apprentice' ต้องมีคุณสมบัติคุ้มกับที่เราจะจ้าง ต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนตามที่เราต้องการ โดยเฉพาะความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ชนะ เรามองหาคนที่มีฝันยิ่งใหญ่และต้องการไปให้ถึงจุดนั้นเพื่อทำให้ฝันของเขาเป็นจริง"

ซิงห์เองเชื่อว่า ผู้เข้าแข่งขันจะประสบความสำเร็จในรายการนี้ได้ ต้องมีลักษณะสำคัญ 3 ข้อ

"สิ่งแรกเลยคือ ความยืดหยุ่น ฉันบอกเลยว่าคุณต้องเคยผ่านการฝึกฝนในเรื่องของความอดทนอย่างหนักมาก่อน" ซิงห์กล่าว

"ถัดมาคือ ต้องไร้ความกลัวใดๆ คุณชาตรีไม่ใช่คนที่ถูกใจอะไรง่ายๆ คุณต้องทำและพูดในสิ่งที่ถูกต้อง ข้อสุดท้ายคือ สมองซีกซ้ายและขวา นั่นก็คือ IQ และ EQ ของคุณต้องสมดุลกัน"

"เมื่อพูดถึงการเลือกผู้ชนะ คุณชาตรีและฉันต้องการคนที่มีคุณค่าคู่ควรกับ ONE Championship ซึ่งคุณค่าดังกล่าวรวมถึงคุณสมบัติการทำงานเป็นทีม และความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดี"

ผู้เข้าแข่งขันในรายการ The Apprentice: ONE Championship Edition จะอยู่ในภารกิจที่ทาง ONE ให้จำกัดความไว้ว่า "เกมที่มีการเดิมพันสูงในด้านการแข่งขันทางธุรกิจและความท้าทายทางกายภาพ" โดยผู้ชนะจะได้รับข้อเสนองานมูลค่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเวลา 1 ปี ทำงานภายใต้การดูแลของคุณชาตรี ศิษย์ยอดธง ที่สำนักงานใหญ่ ONE Championship ในประเทศสิงคโปร์

สำหรับ The Apprentice เวอร์ชั่นดั้งเดิมของอเมริกานั้นมีเนื้อหาค่อนข้างดุเดือด แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงเด็ดขาดทางธุรกิจ แต่ซิงห์เชื่อว่าในเวอร์ชั่นของ ONE Championship จะแตกต่างออกไป แต่ยังคงมีความสดใหม่ด้านแนวคิด พร้อมให้ความสำคัญกับความสนุกสนานโดยเฉพาะผู้ชมในเอเชีย

"ฉันคิดว่าผู้ชมชาวเอเชียต้องรักรายการนี้อย่างแน่นอน" ซิงห์กล่าว

"แฟนๆรัก ONE Championship ไม่ใช่แค่เพราะกิจกรรมที่เราเคยจัดเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่พวกเขายังรักในจุดยืนของเรา เหนือสิ่งอื่นใด แฟนๆรักคุณชาตรี รายการเรียลลิตี้นี้จะเสาะหาผู้ที่มีเจตนารมณ์เดียวกันกับคุณชาตรีซึ่งแฟนๆเตรียมตั้งตารอชมได้เลย"

"อย่าลืมว่ารายการนี้จะมีผู้บริหารระดับท็อปของทวีปเอเชียอีก 12 คนมาร่วมเป็นคณะกรรมการเคียงข้างกับคุณชาตรี รวมไปถึงนักกีฬาระดับแชมป์โลกของเราอีก 12 คนที่จะมาร่วมท้าทายศักยภาพทางร่างกายไปกับผู้เข้าแข่งขันด้วย การแข่งขันครั้งนี้จึงน่าติดตามอย่างมาก" ซิงห์กล่าวต่อ

อย่างที่ทั้งซิงห์และคุณชาตรีได้กล่าวไว้ รายการ The Apprentice: ONE Championship Edition จะเป็นหนึ่งในเรียลลิตี้ที่เข้มข้นและยากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่คู่ควรกับรางวัลนี้

"เรามองหาคนที่มีความแข็งแกร่งทั้งจิตใจและร่างกาย รวมถึงสปิริตที่ไม่มีวันถดถอย ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการคัดสรรเข้าสู่ ONE Championship ดังนั้น เตรียมพบกับความตื่นเต้นสุดขีด, ความดราม่าที่มีเดิมพันกันสูง และการระเบิดอารมณ์ของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 16 คน ที่จะช่วงชิงโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตกันให้ดี" ซิงห์ทิ้งท้าย

ซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต’ เตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ปีที่ 15

posted Mar 6, 2020, 12:26 AM by Maturos Lophong



ซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต’ เตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ปีที่ 15

การันตีมาตรฐานสนามจาก IAAF AIMS ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน

‘ซูเปอร์สปอร์ต’ เข้าร่วมสนับสนุนการ‘วิ่งมาราธอนจัดงานต่อเนื่องถึง 3 ปี

คาดปีนี้ได้ต้อนรับนักวิ่งกว่า 15,000 คนจาก 70 ประเทศทั่วโลก 13-14 มิ.ย.นี้

‘วิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต’ (Supersports Laguna Phuket Marathon) งานวิ่งมาราธอนชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก เตรียมจัดงานอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งเป็นปีที่ 15 ในวันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 นี้ ณ ลากูน่า ภูเก็ต โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ‘ซูเปอร์สปอร์ต’ เข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์หลักในการจัดงาน คาดว่าจะได้ต้อนรับนักวิ่งกว่า 15,000 คน จากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก




‘วิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต’ เป็นสปอร์ตอีเว้นท์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ตและเป็นงานวิ่งมาราธอนชั้นนำของประเทศไทย โดยได้รับการการันตีมาตรฐานสนามวิ่งมาราธอนระดับสากลจากสมาคมวิ่งมาราธอนนานาชาติและ

การแข่งขันทางเรียบ (IAAF AIMS) ตั้งแต่เริ่มจัดงานในปีแรกจนถึงปัจจุบันและเป็นงานที่นักวิ่งสามารถนำไปควอลิฟายเพื่อเข้าแข่งขันวิ่งระดับโลก อาทิ บอสตัน มาราธอน ได้อีกด้วย นอกจากนั้น ยังถือเป็นเดสติเนชั่นมาราธอนชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสปอร์ตอีเว้นท์รายการสำคัญที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจให้กับภูเก็ต ในปี 2562 ที่ผ่านมาได้สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นถึง 291.58 ล้านบาท โดยนักวิ่งที่เข้าร่วมงานเดินทางจากนอกจังหวัดภูเก็ตกว่า 80% และนักวิ่งกว่า 20% เดินทางมาจากต่างประเทศ

มิสเตอร์โรมัน ฟลูสเซอร์ ประธานบริหาร, จีเอเอ อีเว้นส์ ผู้จัดงานวิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต กล่าวว่า “ผู้สมัครเข้าร่วมงานมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน แม้จะอยู่ในช่วงเวลาสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 แต่นักวิ่งยังคงให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมงาน ซึ่งทางเราและพันธมิตรได้เตรียมความพร้อมด้วยการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อให้นักวิ่งที่เข้าร่วมงานได้มีความสนุกสนานและมีความปลอดภัยสำหรับทุกคน ซึ่งการจัดงานยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิมและมั่นใจว่าจะได้ต้อนรับนักวิ่งมากกว่า 15,000 คนจากทั่วโลกเข้าร่วมงานในปีนี้ และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทาง ซูเปอร์สปอร์ต ได้เข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์หลักในจัดงาน ซึ่งซูเปอร์สปอร์ต เป็นร้านค้าปลีกเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์กีฬาอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์แบบ Athleisure ได้ยืนยันการเข้าร่วมการเป็นสปอนเซอร์หลักการจัดการแข่งขันเป็นเวลา 3นางเออร์ลินดา เพชรพิสิฐ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด ผู้บริหารร้านซูเปอร์สปอร์ต กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมเป็นสปอนเซอร์หลักของวิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต เป็นเวลา 3 ปี ในฐานะการเป็นร้านค้าปลีกเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์กีฬาอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ที่มีช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การเข้าร่วมสนับสนุนงานในครั้งนี้จะทำให้เราได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพและได้สวมใส่เสื้อผ้ากีฬาในสไตล์ Athleisure จำนวนกว่า 15,000 คน ที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน ซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ตมาราธอน ซึ่งเป็นเดสติเนชั่นมาราธอนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”

การแข่งขันจะจัดขึ้น 2 สองวัน โดยในช่วงเย็น (ซันเซ็ท) ของวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2563 ประกอบด้วย วิ่งยุวชน (2 กม.), วิ่ง 5 กม., วิ่ง 10.5 กม., ส่วนระยะฮาล์ฟมาราธอน (21.097 กม.) และมาราธอน (42.195 กม.) และมาราธอนประเภททีม จะจัดแข่งขันในเช้า (ซันไร้ส์) ของวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563 ซึ่งจุดปล่อยตัวและเส้นชัยจะอยู่บริเวณลากูน่าโกรฟลากูน่า ภูเก็ต เส้นทางที่วิ่งผ่านเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์ความสวยงามและมนต์เสน่ห์ที่น่าสนใจอย่างหมู่บ้านของชาวภูเก็ต สวนมะพร้าว ชายหาดอันสวยงามของอุทยานแห่งชาติสิรินาถ

มิสเตอร์พอล วิลสัน ผู้ช่วยอาวุโสรองประธานกรรมการและผู้อำนวยการระดับกลุ่ม ฝ่ายกอล์ฟ การขายและการตลาด ลากูน่าภูเก็ต เปิดเผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่วิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ตเป็นรายการในฝันของนักวิ่งมาตลอดหลายปี และน่ายินดีที่เห็นการเติบโตต่อเนื่องของชุมชนนักวิ่งในประเทศ และช่วงหลังมานี้ เราได้เห็นบทบาทงานวิ่งที่ชัดเจนขึ้นทั้งในการช่วยส่งเสริมสุขภาพ การสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสังคม ซึ่งรายการวิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต ประสบความสำเร็จทั้งสองเป้าหมาย สอดคล้องกับปณิธานของลากูน่า ภูเก็ตเป็นอย่างมาก”



“ผมเชื่อว่าวิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต ในฐานะรายการกีฬาชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นพื้นที่ระดมทุนเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชนท้องถิ่น บวกกับศักยภาพงานบริการอันโดดเด่นของลากูน่าภูเก็ต ช่วยให้เราได้รับเกียรติเป็น ‘สนามแข่งขันกีฬายอดเยี่ยมในประเทศไทย ระดับเหรียญทอง Best Sports Event Venue in Thailand – Gold Winner จากเวทีรางวัลอุตสาหกรรมกีฬาแห่งเอเชีย (Sports Industry Awards and Conference: SPIA ASIA) เมื่อปี 2561 และรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการพัฒนากีฬาและการออกกำลังกาย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสครบรอบ 83 ปีวันสถาปนากรมพลศึกษา เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา”

“ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ลากูน่า ภูเก็ต จะได้ต้อนรับนักวิ่งและผู้ชมนับหมื่นคน สู่จังหวัดภูเก็ต และพื้นที่แข่งขัน ณ ลานกิจกรรมริมน้ำลากูน่า โกรฟ งานเลี้ยงพาสต้า ณ เอซเซส (ACES) ศูนย์ประชุมแห่งใหม่ใจกลางลากูน่าภูเก็ต และรีสอร์ททั้ง 7 แห่งภายในกลุ่มรีสอร์ทครบวงจรของเราอีกครั้ง เราอยากเชิญชวนให้นักวิ่งทุกคนได้ร่วมสัมผัสความงามของเกาะภูเก็ตทั้งก่อนและหลังการแข่งขันในปีนี้ และร่วมบริจาคเงินให้กองทุนเพื่อเด็กซีเอฟเอฟ (Children First Fund) โดยมูลนิธิลากูน่าภูเก็ต เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้ากว่า 400 คนในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า 7 แห่งทั่วภูเก็ต ผ่านการบริจาคเมื่อลงสมัครแข่งขัน หรือติดต่อ CSR@lagunaphuket.com”

วิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต จัดขึ้นในวันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 นี้ ณ ลากูน่า ภูเก็ต ผู้ที่สนใจสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.phuketmarathon.com/registration ข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชม

เว็บไซต์ www.phuketmarathon.com

เฟสบุ๊ก www.facebook.com/phuketmarathon

อินสตาแกรม @phuketmarathon

ยูทูบ https://www.youtube.com/user/LagunaPhuketMarathon


# # #

เกี่ยวกับการแข่งขัน

‘วิ่งมาราธอนซูเปอร์สปอร์ต ลากูน่า ภูเก็ต’ (Supersports Laguna Phuket) จัดขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2549 โดยจีเอเอ อีเว้นส์ (GAA Events) ปัจจุบันจัดเป็นปีที่ 15 โดยได้รับรางวัล “งานกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศไทย” ระดับ GOLD จากงานประกาศรางวัลสุดยอดแห่งวงการกีฬาเอเชีย (SPIA Asia 2017)



ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการประจำปี 2563 ได้แก่

ผู้สนับสนุนหลัก ลากูน่า ภูเก็ต และซูเปอร์สปอร์ต

ผู้ร่วมสนับสนุน AIA Vitality, และ เครื่องดื่มเกเตอร์เรท

สื่อมวลชนสัมพันธ์ เว็บไซต์ รัน สิงคโปร์, และทรูวิชั่นส์

ผู้ให้บริการอย่างเป็นทางการ อะมิโน ไวทัล, เครื่องดื่มอควาฟิน่า, โรงพยาบาลกรุงเทพ ภูเก็ต, ฟินิชเชอร์ พิค, โก ไทยแลนด์ ทัวร์, นิว บาลานซ์, โอ๊คลี่ย์, โปรฟรีซ และไซโก้

องค์กรที่ร่วมสนับสนุน จังหวัดภูเก็ต, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,​ และการกีฬาแห่งประเทศไทย

เส้นทางการแข่งขันรับรองมาตรฐานโดย สมาคมวิ่งมาราธอนนานาชาติและการแข่งขันทางเรียบ (The Association of International Marathons and Distance Races: IAAF AIMS) ลงทะเบียนออนไลน์ โดย โก ทู เรซ (GoToRace.com) จับเวลาและรายงานผล โดย สปอร์ตสแตท เอเชีย (Sportstats Asia) และที่ปรึกษาด้านการตลาดโดย The Sponsorship Experts.

ทิพยประกันภัย จัดแข่งขัน TIP Lady Golf Challenge ครั้งที่ 5

posted Feb 24, 2020, 10:01 PM by Maturos Lophong





ทิพยประกันภัย จัดแข่งขัน TIP Lady Golf Challenge ครั้งที่ 5

ส่งเสริมนักกอล์ฟสตรีไทย โชว์ศักยภาพ

คุณวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณศุภกิจ จิตร์เพิ่มพูลผล รก.ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและ CSR ทิพยประกันภัย มอบถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมเงินสด และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ TIP Lady (กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์สำหรับผู้หญิงที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันชั้น 1) แก่ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันกอล์ฟสำหรับผู้หญิง รายการ “TIP Lady Golf Challenge ครั้งที่ 5” โดยมีนักกอล์ฟสตรีมืออาชีพและมือสมัครเล่นให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย นอกจากนี้ยังมอบรางวัลพิเศษ อาทิ กรมธรรม์ประกันภัยกอล์ฟ , กรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา เครื่องฟอกอากาศภายในรถยนต์ และรางวัลอีกมากมาย

สำหรับการจัดการแข่งขัน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักกอล์ฟสตรีไทย ได้เพิ่มศักยภาพ พัฒนาฝีมือพร้อมที่จะก้าวไปสู่ระดับนานาชาติและ Tournament ที่สูงขึ้นต่อไป โดยได้รับความสนใจจากนักกอล์ฟสตรีทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเข้าร่วมการแข่งขันมากมายณ สนามกอล์ฟรอยัล ฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ต แอนด์สปา นครนายก




FWD Run for Cancer

posted Feb 6, 2020, 9:00 PM by Maturos Lophong



เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จับกระแสโรคมะเร็ง จัดแคมเปญ FWD Run for Cancer

มอบเงิน 600,000 บาท ให้แก่มูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง

หลังบรรลุเป้าหมาย ประชาชนร่วมแชร์โพส 100,000 แชร์


เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต มอบเงิน 600,000 บาทให้แก่มูลนิธิถันยรักษ์ฯ จากกิจกรรม Run For Cancer ที่ได้เต๋า สมชาย เข็มกลัด และป๊อก อิทธิพล สมุทรทอง ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทย เพื่อร่วมวิ่งในโครงการ FWD North Pole Marathon ในเดือนเมษายนนี้



นายปรีชา รุธิรพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า มะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งในผู้หญิงทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงทุกปี เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ ภาวะอ้วนน้ำหนักเกิน มีญาติสายตรงเป็นโรคมะเร็งนี้ ใช้ฮอร์โมนเพศหรือยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน เป็นต้น สำหรับผู้ชายก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งเต้านมนี้ได้ ซึ่งมีการเปิดเผยตัวเลขว่า มีผู้ป่วยจากโรคมะเร็งเต้านมเสียชีวิต วันละ 12 คน แต่ทั้งนี้ผลการรักษามะเร็งเต้านมระยะแรก สามารถรักษาให้หายขาดได้สูงถึง 95% (ข้อมูล ณ วันที่ 4/12/2562)





ด้วยแนวคิดว่า มะเร็งเดี๋ยวไม่ได้ บริษัทฯจึงได้จัดกิจกรรม Run For Cancer ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ FWD North Pole Marathon 2020 ที่ปีนี้ เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ได้รับเกียรติจาก คุณสมชาย เข็มกลัด ดารานักแสดงชื่อดัง และคุณอิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งคู่กาย “ตูน บอดี้สแลม” เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมวิ่งในโครงการ FWD North Pole Marathon 2020 ที่ละติจูด 78 องศา ที่เมือง Svalbard ประเทศนอร์เวย์ ในเดือนเมษายนนี้

ทั้งนี้กิจกรรม Run For Cancer ได้เปิดให้ประชาชนร่วมกิจกรรมโดยให้เข้าไปที่หน้า FWD Thailand Facebook Fan Page พร้อมกดไลค์ที่โพสต์รูปคุณเต๋า-สมชาย แชร์แบบสาธารณะ และติด #มะเร็งเดี๋ยวไม่ได้ แล้วบริษัทฯจะมอบเงินให้ 1 แชร์ = 6 บาท ซึ่งเราต้องการทั้งหมด 100,000 แชร์ เมื่อครบตามจำนวนดังกล่าวแล้วเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จะมอบเงิน 600,000 บาท ให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในเครือของโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจร่วมแชร์โพสต์ครบ 100,000 แชร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


นายปรีชา กล่าวต่อว่า “นอกจากกิจกรรม Run For Cancer แล้ว บริษัทฯจึงแนวความคิดว่า โรคมะเร็งจะคิดว่าเดี๋ยวค่อยใส่ใจ หรือดูแลตัวเอง ไม่ได้แล้ว เราจึงได้ออกแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองโรคมะเร็งโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่ามีหลักประกันที่มั่นคง ไม่ต้องกังวลกับภาระที่จะเกิดขึ้น คือ แพ็กเกจแบบประกัน Cancer Knockout ที่ให้คุ้มครองสูงสุด 3 ล้านบาท เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 27 บาทต่อวัน (สำหรับเพศชาย อายุ 30 ปี) และกรณีเสียชีวิตจะได้รับความคุ้มครองชีวิตเพิ่มอีก 300,000 บาท ซึ่งแบบประกันนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก”

นายสมชาย เข็มกลัด นักแสดง-นักร้องชื่อดัง กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Run for Cancer โดยเมื่อได้รับการเชิญจากเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ตนสนใจเข้าร่วมทันที เพราะตนมี Passion ที่จะวิ่งมาราธอนทั้งสนามในประเทศและต่างประเทศ และครั้งนี้เป็นการไปวิ่งที่ขั้วโลกเหนือ ซึ่งเป็นการวิ่งที่ท้าทายความหนาวและการเอาชนะตัวเอง และประการสำคัญ คือ การวิ่งครั้งนี้ยังเป็นการวิ่งเพื่อทำความดี โดยเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จะบริจาคให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ฯเพื่อเป็นค่ารักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ตนยินดีเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากบิดามารดาของตนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้ง2 ท่าน ตนจึงรู้สึกว่าเต็มใจที่จะร่วมกิจกรรมนี้อย่างเต็มที่ โดยขณะนี้ตนและนายอิทธิพล สมุทรทอง ได้ทุ่มเทในการฝึกซ้อมอย่างหนัก ตนจึงอยากให้ทุกท่าน โปรดช่วยส่งกำลังใจให้ตนทั้ง 2 คน สามารถทำให้ภาระกิจนี้บรรลุเป้าหมาย



นายอิทธิพล สมุทรทอง กล่าวว่า ในปีที่แล้วตนได้รับเกียรติเข้าร่วมวิ่งใน FWD North Pole marathon ซึ่งตนได้รับรู้ว่า เป็นกิจกรรรมที่ท้าทายมาก เพราะต้องวิ่งบนพื้นหิมะน้ำแข็งที่แสนยากและความกดอากาศต่ำ แต่เนื่องจากปีที่แล้ว ติดปัญหาบางประการ คณะนักวิ่งจึงไม่ได้วิ่งที่ละติจูด 90 องศา ทางผู้จัดงานจึงได้ปรับแผนมาวิ่งกันที่ละติจูด 78 องศาแทน ซึ่งมีอุณหภูมิ -40 องศาเช่นกัน ดังนั้นในปีนี้ตนจึงเข้าร่วมวิ่งอีกครั้ง เพื่อให้ภาระกิจนี้สำเร็จลุล่วงอย่างแท้จริง

ทั้งนี้มูลนิธิถันยรักษ์ฯ เป็นผู้ให้บริการศูนย์ถันยรักษ์ฯ โดยให้บริการด้านงานบริการวินิจฉัยโรคของเต้านมอย่างครบวงจรด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล โดยมีระบบควบคุมคุณภาพและประกันคุณภาพ (QC & QA system) รวมถึงมีระบบการเก็บข้อมูลรายงานผลแมมโมแกรม และรายงานสถานะมะเร็งของผู้ใช้บริการ เพื่อนำมาวิเคราะห์ย้อนหลังหาค่าตัวชี้วัดทางสถิติและนำมาเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่มีระบบการประเมินและติดตามการรายงานผลแมมโมแกรมของรังสีแพทย์ นอกจากนี้ศูนย์ถันยรักษ์ยังมีรังสีแพทย์ พยาบาล และนักรังสีการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความตั้งใจในการให้บริการที่มีคุณภาพ จึงทำให้ปัจจุบันมีผู้มาใช้บริการแล้วกว่า 120,000 คน

สำหรับกิจกรรม Run for Cancer นอกหนือจากพิธีมอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ฯแล้ว ในงานยังมีกิจกรรมทำเต้านมเทียม สอนวิธีตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง และรับบริจาคเส้นผมสำหรับทำวิกให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วย กิจกรรมนี้จัดที่ลาน The Atrium ชั้น G อาคารสินธร ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ

สิงห์เชียงราย คว้าชัยฟุตบอล "ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2020"

posted Feb 2, 2020, 8:09 PM by Maturos Lophong


สิงห์เชียงราย คว้าชัยฟุตบอล "ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2020" 

นายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล เป็นประธานมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศให้แก่ ทีมสิงห์เชียงรายยูไนเต็ด ที่ได้รับชัยชนะจากการแข่งขันฟุตบอลรายการ “ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2020” ซึ่งธนาคารออมสิน เป็นผู้สนับสนุนหลักในการส่งเสริมกีฬาลูกหนังไทย ภายใต้แนวคิด “เติบโต ยั่งยืน ตอบแทนคืนสู่สังคม”

โดยมี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแสดงความยินดี ณ สนามเอสซีจี สเตเดียม เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆนี้



สำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการ “ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2020” เป็นการแข่งขันระหว่าง ทีม “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์โตโยต้า ไทยลีก ปีล่าสุด กับ “การท่าเรือ เอฟซี” แชมป์รายการช้าง เอฟเอ คัพ ทีมเชียงรายคว้าชัยชนะ 2-0 ด้วยการยิงของ ลียอง แร และชัยวัฒน์ บุราณ



เอไอเอ ประเทศไทย เปิดบ้านต้อนรับ ขุนพลนักเตะทัพ "กิเลนผยอง"

posted Jan 22, 2020, 11:03 PM by Maturos Lophong



เอไอเอ ประเทศไทย เปิดบ้านต้อนรับ ขุนพลนักเตะทัพ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 
ในโอกาสเข้ามาขอบคุณและสวัสดีปีใหม่ชาวเอไอเอ

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด พร้อมด้วย นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ และนางสาวญดา วงศ์ทองคำ รองผู้อำนวยการฝ่ายดูแลลูกค้าและการสนับสนุนทางด้านกีฬา ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นำโดย นายวิลักษณ์ โหลทอง (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานสโมสรฯ นายกานต์ จันรัตน์ (ซ้ายสุด) ผู้จัดการทั่วไป และ อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน ในโอกาสเข้ามาสวัสดีปีใหม่ และขอบคุณเอไอเอ ที่ให้การสนับสนุนทีมกิเลนผยองมาตลอดกว่า 7 ปี โดยทีมกิเลนผยองได้นำเหล่า


นักเตะชุดใหญ่ครบทีมมาร่วม Meet & Greet กับชาวเอไอเอ พร้อมแจกลายเซ็น และร่วมทำกิจกรรมกับชาวเอไอเออย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังได้นำเสื้อฟุตบอลของสโมสรฯ มามอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่เอไอเอ ณ อาคารเอไอเอ ทาวเวอร์ ถ.เดโช เมื่อเร็ว ๆ นี้


กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมปั้นนักกีฬากรีฑาเยาวชนดาวรุ่ง

posted Jan 5, 2020, 11:48 PM by Maturos Lophong   [ updated Jan 5, 2020, 11:48 PM ]


กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมปั้นนักกีฬากรีฑาเยาวชนดาวรุ่ง มั่นใจสร้างช้างเผือกผนึกกำลังกรีฑาไทยคึกคัก พร้อมชิงชัยโอลิมปิกเกมส์ 2020


ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับโครงการ “กรุงเทพประกันชีวิต กรีฑาดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก เยาวชน ยุวชน ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562” โดย บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เริ่มแข่งขันตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนธันวาคม 2562 เป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน เพื่อเฟ้นหานักกีฬากรีฑาดาวรุ่งมาเสริมทัพวงการกรีฑาไทยให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยปีนี้มีนักกีฬากรีฑายุวชน เยาวชนทั่วประเทศร่วมแข่งขันในโครงการกว่า 5,000 คน และมีน้องๆ ผู้ผ่านการคัดเลือก 4 คน เพื่อเก็บฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นสู่การเป็นตัวแทนนักกีฬากรีฑาทีมชาติไทย เพื่อคัดเลือกไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 นอกจากนั้น ยังมีนักกรีฑาจากโครงการ กรุงเทพประกันชีวิต กรีฑาดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก เป็นตัวแทน กรีฑายุวชน/เยาวชน ทีมชาติไทย เพื่อไปคว้าเหรียญทอง ในกรีฑา SEA Youth และกีฬานักเรียนระหว่างประเทศแห่งอาเซียน 35 คน

พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “หลายปีที่ผ่านมานักกีฬากรีฑาไทย ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสนามในเอเชีย หรือสนามสากล เช่น การแข่งขันในรายการซีเกมส์ 2019 สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ สามารถคว้าเหรียญได้มากถึง 12 เหรียญทอง 11 เหรียญเงินและอีก 12 เหรียญทองแดง การเฟ้นหานักกีฬาช้างเผือกรุ่นใหม่เข้ามาผนึกกำลังกับสมาคมจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยมีกรุงเทพประกันชีวิตสนับสนุนการจัดโครงการกรีฑาดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก เยาวชน-ยุวชน ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยถึง 2 ปีต่อเนื่อง ทำให้สมาคมสามารถคัดเลือกเยาวชนและยุวชนนักกีฬากรีฑาที่มีฝีมือโดดเด่นเข้ามาร่วมทีมเป็นจำนวนที่น่าพอใจ เด็กๆ เหล่านี้คือกำลังสำคัญที่ทางสมาคมกีฬากรีฑาฯ จะคัดเลือกและนำเข้ามาเก็บตัวร่วมกับสมาคมฯ มีการฝึกทักษะต่างๆ เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายจิตใจ และพัฒนาความสามารถเพื่อลงชิงชัยในสนามสากลต่อไป ความหวังของเราไม่ใช่เพียงการแข่งขันในระดับเอเชีย แต่ต้องการให้ทุกคนสามารถชิงชัยในระดับโอลิมปิกและระดับโลกได้”


ม.ล. จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เผยว่า “การส่งเสริมโครงการในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในนโยบายการปลูกฝังให้เยาวชนของชาติหันมาสนใจเรื่องกีฬาและการออกกำลังกาย รวมถึงการปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักการ ตั้งเป้าหมายในชีวิตและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นับเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยการสนับสนุนโครงการต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 รูปแบบก่อนการแข่งขันคัดเลือกมีการจัดกิจกรรม “ส่งพลังจากพี่สู่น้อง เตรียมความพร้อมโอลิมปิก” นำทีมรุ่นพี่นักกีฬากรีฑาทีมชาติไทยที่เคยไปแข่งขันสนามนานาชาติมาถ่ายทอดทักษะและประสบการณ์ให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทุกคนเพื่อให้ทุกคนมีเป้าหมายในการเล่นกรีฑาโดยมีรุ่นพี่ทีมชาติเป็นต้นแบบ รวมถึงได้รับการฝึกสอนทักษะที่จำเป็นในการแข่งขัน

การจัดการในครั้งนี้ยังบรรลุผลสำเร็จเกินความคาดหมาย มีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ทำให้กรุงเทพประกันชีวิตได้ทราบว่า ยังมีน้องๆ ที่มีทักษะโดดเด่นทั่วประเทศ แต่ขาดโอกาสในการต่อยอดความสามารถอีกมาก โครงการกรุงเทพประกันชีวิต กรีฑาดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก เยาวชน-ยุวชน ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย จึงเป็นสนามแข่งขันที่จะตอบโจทย์ในการพัฒนาและต่อยอดเยาวชนไทยที่มีความสามารถ ให้กลายเป็นนักกีฬากรีฑามืออาชีพผนึกกำลังสมาคมกีฬากรีฑาฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป และกรุงเทพประกันชีวิตขอเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬากรีฑาไทยทุกคน ที่กำลังฝึกซ้อมเพื่อไปคว้าเหรียญรางวัลในรายการโอลิมปิกช่วงเดือนสิงหาคม 2020”




โครงการ “กรุงเทพประกันชีวิต กรีฑาดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก เยาวชน-ยุวชน ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 2019” เริ่มการแข่งขันคัดเลือกตั้งแต่ 5 ตุลาคม - 23 ธันวาคม 2562 รวมเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน เปิดให้แข่งขันทั้งประเภทบุคคล และประเภททีม ทั้งชายและหญิง ประกอบด้วยช่วงอายุต่ำกว่า 12, 15 และ 18 ปี ซึ่งมีประเทศการแข่งขันที่หลากหลาย ได้แก่ วิ่ง, วิ่งข้ามรั้ว, วิ่งผลัด, วิ่งผลัดผสม, กระโดดไกล, กระโดดสูง, เขย่งก้าวกระโดด, ขว้างจักร, ขว้างค้อน, กระโดดไกล, กระโดดสูง, เขย่งก้าวกระโดด, ทุ่มน้ำหนัก และพุ่งแหลน โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจากแต่ละภาคจะได้รับการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง เพื่อเข้าร่วมเป็นนักกีฬากรีฑายุวชน เยาวชนทีมชาติไทย ไปคว้าเหรียญให้กับประเทศไทยในสนามแข่งขันระดับสากลต่อไป

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการฯ และภาพบรรยากาศการแข่งขันได้ทางเว็บไซต์ www.aat.or.th พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโครงการได้ทางแฟนเพจ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเฟซบุ๊ก facebook.com/BLADownRung/

ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์ นำชาวฟิลิปปินส์ ร่วมวิ่งเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

posted Jan 3, 2020, 1:04 AM by Maturos Lophong

 


ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์ นำชาวฟิลิปปินส์ ร่วมวิ่งเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบให้ศูนย์สุขภาพชุมชน เมืองซามาล 


นางสาวไอดา มาคาลิเนา นายกเทศมนตรีเมืองซามาล พร้อมด้วย นายสุนทร ตันทนะเทวินทร์ รองประธานกรรมการ และนายอุดมศักดิ์ อักษรภักดี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ฟิลิปปินส์ คอร์ปอร์เรชั่น หรือ ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์ เป็นประธานเปิดงาน วิ่งการกุศล ซีพีเอฟ อะควา ฮาล์ฟมาราธอน (CPF Aqua Half Marathon) จัดโดย ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์ ธุรกิจสัตว์น้ำ เป็นครั้งแรก พร้อมนักวิ่งกว่า 1,200 คน ร่วมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคม ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย รวม 915,999 เปโซ หรือประมาณ 546,865 บาท นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้ศูนย์สุขภาพชุมชน เมืองซามาล./


1-10 of 98