Travel & Sport





AOT เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ AOT DIGITAL AIRPORTS : สนามบินมีชีวิต

posted by Maturos Lophong


AOT เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ AOT DIGITAL AIRPORTS : สนามบินมีชีวิต

พร้อมทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่โลกเสมือนจริง เชื่อมท่าอากาศยานทั่วโลก

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ AOT เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ AOT DIGITAL AIRPORTS : สนามบินมีชีวิต ครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. นำร่องท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เดินหน้าเชื่อมโยงท่าอากาศยานพันธมิตร 16 แห่งทั่วโลก พร้อมทรานส์ฟอร์มสู่องค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันเชิงธุรกิจ



นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กล่าวว่า AOT DIGITAL AIRPORTS : สนามบินมีชีวิต เป็นนวัตกรรมที่เชื่อมโยงระบบ IT ทั้งหมดในสนามบินหรือท่าอากาศยาน ให้สื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ซึ่งในการดำเนินการต่อจากนี้ จะยังมีการเชื่อมโยงระบบไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนอกท่าอากาศยาน ทั้งการคมนาคมและแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศ และเชื่อมโยงไปยังท่าอากาศยานพันธมิตร 16 แห่งทั่วโลก โดยปีนี้จะเป็นก้าวย่างที่สำคัญของ ทอท.ที่จะปรับรูปแบบการให้บริการ การพาณิชย์ (Digital Airports) การบริหารงานภายในองค์กร (Digital Office) รวมถึงการปฏิบัติการเพื่อผู้โดยสาร (Digital Operation) และสินค้า (Digital Cargo) อยู่บนโลกเสมือนจริง (Digital Platform) พร้อมก้าวสู่องค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

Digital Platform จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อ ทอท.นับจากนี้ไป ถือเป็นการทรานส์ฟอร์มรูปแบบและโครงสร้างธุรกิจของ ทอท. ในเชิงการบริหารจัดการ โดยจะเชื่อมโยงไม่เฉพาะภายใน ทอท. เท่านั้น แต่จะเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานและองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งต่อไปนี้การสื่อสารกับระบบต่างๆ ในท่าอากาศยานจะขึ้นไปสู่โลกเสมือนจริง โดยในช่วงแรกจะสื่อสารผ่าน Application ของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

สำหรับ AOT DIGITAL AIRPORTS เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบ Application บนอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเลต เพื่อบริหารจัดการท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพการให้บริการ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการส่งเสริมกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบการ ในท่าอากาศยาน โดย Digital Platform นี้จะครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. โดยในช่วงแรกจะนำร่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในอนาคตจะเชื่อมโยงท่าอากาศยานพันธมิตรอีก 16 แห่งทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงสามารถนำข้อมูลการใช้งาน Application มาเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการภายในท่าอากาศยาน เช่น ปริมาณของผู้โดยสาร ตามจุดต่างๆ แบบเรียลไทม์ ทอท.ยังสามารถนำข้อมูลมาวางแผนปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท่าอากาศยาน รวมทั้งในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ได้ตรงใจผู้โดยสารมากขึ้น และสร้างประสบการณ์อันดีแก่ผู้โดยสาร โดยในเบื้องต้น Application ดังกล่าวจะมีฟังก์ชันสำหรับให้ผู้โดยสารได้ใช้งาน ดังนี้ 1. Flight Information ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบิน เคาน์เตอร์เช็คอินและสัมภาระ 2. Map and Navigation แผนที่อัจฉริยะ (Intelligence Map) ในอาคารผู้โดยสารพร้อมนำทางไปยังจุดต่างๆ 3. Transport & Car Park บริการข้อมูลการให้บริการขนส่งสาธารณะและการเดินทางภายในท่าอากาศยาน 4. Facilities & Services บริการข้อมูลสิ่งอำนวนความสะดวกภายในท่าอากาศยาน 5. Shop & Dine แหล่งรวบรวมข้อมูลสินค้า ร้านอาหาร พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ 6. Flight Alerts แจ้งเตือนเที่ยวบินที่กำหนดไว้เพื่อให้ผู้โดยสารได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนไปท่าอากาศยาน 7. Suggestion & Help Desk ช่องทางการรับฟังข้อคิดเห็น และ 8. Mobile Application Translation เครื่องมือช่วยแปลภาษาได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษารัสเซีย และภาษาญี่ปุ่น



นายนิตินัย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีพันธมิตรจากองค์กรชั้นนำมากมาย เล็งเห็นความสำคัญของ Digital Platform รูปแบบใหม่ จึงร่วมให้การสนับสนุนและนำเสนอสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้งาน Application จากกลุ่มพันธมิตรต่างๆ อาทิ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรอื่นๆ อีกมากมาย

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า สำหรับ CAT มองภาพของ Digital Platform ว่าจะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านชีวิตประจำวัน และในเชิงธุรกิจได้อย่างชัดเจน ซึ่งสำหรับองค์กรธุรกิจนั้น สิ่งสำคัญคือ องค์กรจะต้องมีการ Transformation อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่ง AOT DIGITAL AIRPORTS จะเป็นการปฏิวัติรูปแบบการเดินทาง ก้าวสู่การเป็น Smart Life อย่างแท้จริง นับเป็นการพลิกโฉมธุรกิจการบริหารท่าอากาศยาน ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้โดยสาร และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างมาก

สำหรับ CAT ในฐานะหน่วยงานผู้ให้บริการด้านดิจิทัลและสื่อสารโทรคมนาคมของชาติมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุน Free WiFi ให้กับท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท.เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการก้าวสู่การเป็น AOT DIGITAL AIRPORTS ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ ที่ต้องการยกระดับธุรกิจไทยให้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเกิดขึ้น ที่จะช่วยให้ท่าอากาศยานของประเทศไทยได้รับการยอมรับ และเกิดความเชื่อมั่นในการเป็นศูนย์กลางการบินชั้นนำของโลก

Mr. Sumeet Sharma, Head of Business Development, Next Billion Users (SEA), Google Asia Pacific กล่าวว่า ปัจจุบันโลกได้เข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่ Digital Technology เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตเหมือนเป็นปัจจัยที่ 5 ทำให้การเข้าถึงโซลูชั่นและบริการต่างๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลง่ายขึ้นแค่ปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งเชื่อว่า AOT DIGITAL AIRPORTS จะตอบโจทย์ผู้บริโภคถือเป็นก้าวแรกในการเชื่อมโยงผู้คนที่เดินทางนับล้านๆ คน นับเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในธุรกิจการบิน

ทั้งนี้ CAT และ GOOGLE STATION เห็นความสำคัญของ Digital Platform พร้อมร่วมเป็นพันธมิตรในการร่วมให้บริการ Free WiFi ภายในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในชื่อ "Free Airport Google Station WiFi by CAT" โดยให้ความเร็ว Super High Speed ในการให้บริการถึง 30/30 Mbps ฟรี

นายนิตินัย กล่าวในตอนท้ายว่า ทอท.ยังคงมุ่งมั่นและใส่ใจการให้บริการผู้โดยสารและผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ให้ได้รับความสะดวกสบายด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และเกิดความประทับใจแก่ผู้โดยสารเพื่อก้าวเป็นท่าอากาศยานที่ดีระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ครบรอบ 66 ปี จัดกิจกรรม “ธอส.วิ่งเพื่อบ้าน GHB RUN FOR HOME 2019”

posted Aug 18, 2019, 7:59 PM by Maturos Lophong


ครบรอบ 66 ปี จัดกิจกรรม “ธอส.วิ่งเพื่อบ้าน GHB RUN FOR HOME 2019”

รายได้ทั้งหมดนำไปสร้างและปรับปรุงบ้านให้ผู้ยากไร้

ธอส. ฉลองครบรอบ 66 ปี จัดกิจกรรม “ธอส. วิ่งเพื่อบ้าน GHB RUN FOR HOME 2019” ชวนลูกค้าประชาชนทั่วไปมาร่วมกันออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่ง ระยะทาง 10 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตร และยังได้ร่วมทำบุญ เพราะรายได้จากค่าสมัครวิ่งเพียงท่านละ 400 บาท ธนาคารจะนำไปสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้กับผู้ยากไร้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายต่อไป สมัครได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 สิงหาคม 2562

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ ธอส. ซึ่งถือเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” จะครบรอบวันสถาปนาธนาคารปีที่ 66 ในวันที่ 24 กันยายน 2562 ธนาคารจึงได้กำหนดจัดกิจกรรม“ธอส. วิ่งเพื่อบ้าน : GHB RUN FOR HOME 2019” ในวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562 โดยเชิญชวนลูกค้าประชาชนทั่วไปมาร่วมกันออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่งพร้อมกับคณะผู้บริหารและพนักงานธนาคาร เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้มีความแข็งแรง และยังได้ร่วมทำบุญ เพราะธนาคารจะนำรายได้จากค่าสมัครวิ่งท่านละ 400 บาท นำไปสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้กับผู้ยากไร้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายต่อไป ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามนโยบายการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของธนาคาร

สำหรับรายละเอียดในการจัดกิจกรรมแบ่งการวิ่งออกเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย 1.วิ่งมินิมาราธอน Home Run ระยะทาง 10 กิโลเมตร แบ่งเป็น ชาย 6 รุ่น ได้แก่ อายุไม่เกิน 19 ปี // 20-29 ปี // 30-39 ปี // 40-49 ปี // 50-59 ปี // 60 ปีขึ้นไป ส่วนหญิงอีก 6 รุ่น ได้แก่ อายุไม่เกิน 19 ปี // 20-29 ปี // 30-39 ปี // 40-49 ปี // 50-59 ปี // 60 ปีขึ้นไป และ 2.เดิน/วิ่ง Home Walk ระยะทาง 5 กิโลเมตร (ไม่มีการแข่งขัน) โดยผู้ที่เข้าเส้นชัยทั้งหมดจะได้รับเหรียญรางวัลทรงกุญแจบ้าน ส่วนผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกในประเภทวิ่ง Home Run ระยะทาง 10 กิโลเมตรทั้ง ชาย/หญิง จะได้รับถ้วยเกียรติยศพร้อมด้วยเงินรางวัล 10,000 บาท และผู้ที่เข้าเส้นชัยลำดับที่ 1- 5 ในประเภทระยะทาง 10 กิโลเมตรทั้ง ชาย/หญิง ทุกรุ่นอายุจะได้รับถ้วยเกียรติยศ โดยมีจุด Startและเข้าเส้นชัยที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ พระราม 9

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 สิงหาคม 2562 หรือจนกว่าจะมีการสมัครเต็ม จำนวน 4,000 คน สอบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://www.ghbrun.com หรือ Facebook : GHB RUN 2019 หรือ Line@ GHBRUN และ Hotlineโทร.095-558-1556 โดยผู้ที่สมัครและชำระเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด จะได้รับเสื้อและเบอร์วิ่งจัดส่งถึงบ้านหรือที่อยู่ที่ผู้สมัครแจ้งไว้ในระบบต่อไป

101 True Digital Park จัดงานเทศกาล "101 สุขเกินร้อย"

posted Aug 8, 2019, 3:08 AM by Maturos Lophong

101 True Digital Park จัดงานเทศกาล "101 สุขเกินร้อย"

ประเดิมด้วยการจับมือกับ Virgin Active Thailand สร้างสรรค์กิจกรรม

"101 ฟิตเกินร้อย" และปิดท้ายด้วย "101 เจ...ไม่จำเจ" ครั้งแรกในประเทศไทย

วัน-โอ-วัน ทรูดิจิทัลพาร์ค (101 True Digital Park) เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์เพิ่มความสุขให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องพร้อมสร้างความคึกคัก โดยจับมือพันธมิตรฟิตเนสคลับแบรนด์ดังระดับโลก เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ไทยแลนด์ (Virgin Active Thailand) จัดกิจกรรมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการออกกำลังกายในรูปแบบฟิตเนสและกีฬาเพื่อส่งเสริมให้คนกรุงเทพฯ มีแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ในคอนเซ็ปต์ "101 ฟิตเกินร้อย" ชวนบรรดาสายฟิตมาร่วมเต้น "คลับเบอร์ไซส์" (Clubbercise) แด๊นซ์สลายแคลอรี่สุดฮิตกับเซเลปชื่อดัง และการเปิดแผ่นจากดีเจฟ้าใสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมจัดคลาสออกกำลังกายพิเศษในสวนลอยฟ้าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ให้ลูกค้าได้ร่วมกิจกรรมฟรีกับดาราและคนดังในวงการตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม - 1 กันยายน 2562

คุณณิชา ศรีสงวนสกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายงานบริหารพื้นที่พาณิชย์ และค้าปลีก เอ็มคิวดีซี (MQDC): บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่ได้เปิดไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์แห่งใหม่บนถนนสุขุมวิทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น เรายังคงมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง วันนี้มีการจัดกิจกรรมโดยจับมือกับพันธมิตรหลักของเราเพื่อร่วมมือกันสร้างสรรค์อีเว้นท์ให้มีความยิ่งใหญ่มากขึ้น โดยมีพันธมิตรหลักคือ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ไทยแลนด์ ฟิตเนสคลับแบรนด์ดังระดับโลก ที่ได้มาเปิดสาขาที่ วัน-โอ-วัน ทรูดิจิทัลพาร์ค โดยเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย”

"รูปแบบของกิจกรรมนี้ เราได้ร่วมกันสร้างสรรค์สปอร์ตอีเว้นท์ขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การออกกำลังกายในบรรยากาศใหม่ๆ ด้วยการเนรมิตพื้นที่สวนลอยฟ้า 101 Garden ที่ชั้น 3 ให้เป็นพื้นที่เปิดกิจกรรมภายใต้คอนเซ็ปต์ "101 ฟิตเกินร้อย" ซึ่งทางเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ 101 ได้จัดเตรียมคลาสออกกำลังกายไว้หลากหลาย ประเดิมด้วยไฮไลท์เป็นการเต้นคลับเบอร์ไซส์ร่วมกับดีเจชื่อดังและเซเลปมากมาย ได้แก่ โต้ง ทูพี, ฟิลลิปส์ The Face Men และคิม โดเชคาโลวา ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย รวมทั้งคลาสออกกำลังกายพิเศษในสวนทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ให้ลูกค้ามาร่วมกิจกรรมฟรีกับดาราและเซเลปในวงการตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม - 1 กันยายน 2562 อาทิ โยคะ ซุมบ้า ป๊อปพิลาทิส ฯลฯ พร้อมทั้งร้านค้าในรูปแบบสตรีทมาร์เก็ตมาร่วมออกร้านอย่างคับคั่ง อาทิ อาหารสุขภาพ เสื้อผ้าและอุปกรณ์ออกกำลังกาย รวมทั้งกิจกรรมพิเศษให้ลูกค้า และลูกบ้านวิสซ์ดอม”

นอกจากการจัดกิจกรรม “101 ฟิตเกินร้อยแล้ว” วัน-โอ-วัน ทรูดิจิทัลพาร์ค ยังได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ "101 เจ…ไม่จำเจ" เป็นการรวมร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับความนิยมมาออกร้านในรูปแบบอาหารเจภายในบรรยากาศตลาดกลางสวนลอยฟ้า ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 อีกด้วย



ดร. วุธรวี จารุวัฒนะ ผู้จัดการใหญ่ ประจำประเทศไทย บริษัท เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ สาขา 101 เปิดบริการในเดือนมีนาคม

ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาดพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะสร้างประสบการณ์ฟิตเนส

ในคลับระดับหรู และโปรแกรมการออกกำลังกายสุดล้ำ โดยเฉพาะ “The Playground” พื้นที่ออกกำลังกายอเนกประสงค์ล้ำสมัยรองรับกีฬาแบบทีมและส่วนบุคคลหลากหลายประเภท ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง “The Active Arena” สำหรับฟังก์ชันนอลเทรนนิ่งและการเพิ่มสมรรถนะความแข็งแกร่งให้ร่างกายเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยในปัจจุบัน รวมทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้ง 2 สระสำหรับทั้งผู้ใหญ่และเด็กโดยเฉพาะ ให้ครอบครัวได้ว่ายกันอย่างเพลิดเพลินท่ามกลางวิว แบบ 220 องศาเหนือกรุงเทพฯ และ “Hydro Therapy Pool” สระวารีบำบัดน้ำอุ่น เพื่อการผ่อนคลายหลังการ ออกกำลังกาย ฯลฯ”

“การร่วมมือกับพันธมิตร วัน-โอ-วัน ทรูดิจิทัลพาร์ค จัดกิจกรรม ‘101 ฟิตเกินร้อย’ ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นที่ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ตั้งใจมอบประสบการณ์การออกกำลังกายให้กลุ่มลูกค้าและผู้ที่รักสุขภาพ ได้มีแรงบันดาลใจและสนุกกับการออกกำลังกายที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง คนรอบข้าง และสังคมให้ดีขึ้น โดยได้เตรียมคลาสการออกกำลังกายที่มีความหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า ซึ่งเรามั่นใจว่าด้วยบริการและมาตรฐานของแบรนด์จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและสนใจเข้าใช้บริการมากขึ้น”

“สำหรับไฮไลท์การเปิดตัวกิจกรรมในวันนี้ (8 สิงหาคม) ได้นำเสนอการเต้นประกอบ Light Stick ที่เรียกว่า คลับเบอร์ไซส์ (Clubbercise) การเต้นออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่สามารถเผาผลาญพลังงานประมาณ 600 แคลอรี่ ซึ่งได้รับความนิยมในฟิตเนสชื่อดัง

ทั่วโลก ทามกลางสวนลอยฟ้ายามค่ำคืนที่อัพเลเวลความสนุกขึ้นด้วยการเปิดแผ่นจาก

ดีเจชื่อดังระดับประเทศเป็นครั้งแรกในไทย นอกจากนี้ ยังเตรียมคลาสออกกำลังกายพิเศษท่ามกลางสวนลอยฟ้าในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคมถึง

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน ทั้ง Body Combat Sh’bam Free Dance ฯลฯ โดยเชิญดาราชื่อดัง เช่น ก๊อต จิรายุ กอล์ฟ พิชญะ ดีเจเอกกี้ อ้น ศรีพรรณ เบเบ้ ธันย์ชนก ออกัส

วชิรวิชญ์ ฯลฯ มาร่วมกิจกรรมอีกด้วย” ดร.วุธรวีกล่าว

เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท ประกาศผลรางวัลประกวด “ศิลป์สายน้ำ”

posted Aug 6, 2019, 2:23 AM by Maturos Lophong

เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท ประกาศผลรางวัลประกวด “ศิลป์สายน้ำ”

นักศึกษาม.ศรีปทุม คว้า 1 แสน ชนะเลิศออกแบบศิลปะบนเรือท่องเที่ยว

นายพิริยะ วัชจิตพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท จำกัด ผู้ให้บริการเรือเจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท (เรือท่องเที่ยวธงสีฟ้า) ในแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า บริษัทฯ ได้จัดโครงการประกวด “ศิลป์สายน้ำ” การประกวดออกแบบงานศิลปะบนเรือท่องเที่ยวเจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท ภายใต้แนวคิด “สายน้ำแห่งมรดกทางวัฒนธรรม” (The River of Culture Heritage) โดยผลงานบนตัวเรือทั้งสองด้านและตัวการ์ตูนทั้งสองฝั่งด้านหน้าของเรือ จะต้องสะท้อนแนวคิดหลักของการเป็นผู้ประกอบการเรือโดยสารท่องเที่ยวรายแรกของสายน้ำที่ห่วงใยมรดกทางวัฒนธรรมของลำน้ำเจ้าพระยามาอย่างยาวนานยั่งยืน และสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่มีความร่วมสมัยแบบสากลอย่างเหมาะสมในการนำไปใช้งาน

“โครงการศิลป์สายน้ำได้รับความสนใจจากนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไปอย่างมาก มีผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 56 ผลงาน โดยเราได้รับเกียรติจากคุณจารุต วงศ์คำจันทรา ผู้อำนวยการศูนย์ศิลปะฮอฟอาร์ต และผศ.วุฒิกร คงคา รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและสร้างสรรค์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมเป็นคณะกรรมการรอบตัดสิน ซึ่งผมขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีกับ คุณณัฐชัย พรจันทราวัฒน์ นักศึกษาปี 2 สาขากราฟิก คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นเจ้าของผลงานที่ปรากฏบนเรือเจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ทลำใหม่ ซึ่งเป็นลำที่ 3 หลังจากที่เราเปิดตัวเรือลำแรกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว”
โอกาสนี้ นางสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการ บริษัท เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท จำกัด ในเครือบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 100,000 บาท และรางวัลชมเชย 5 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ


นายณัฐชัย พรจันทราวัฒน์ ชื่อผลงาน “สายน้ำแห่งความสำเร็จ” แรงบันดาลใจมาจากปลาตะเพียนสาน ซึ่งคนไทยเชื่อกันว่าเป็นปลาที่นำความโชคดีมาให้แก่ตนเอง และยังหมายถึงความขยันหมั่นเพียรอีกด้วย ส่วนดอกไม้หลายสีแทนความหลากหลายของแม่น้ำหลายสายที่มาบรรจบกันที่แม่น้ำเจ้าพระยา

รางวัลชมเชย

1. น.ส.พรนัชชา แสงสุขเอี่ยม ชื่อผลงาน “Experience Chao Phraya”

2. น.ส.สมัชญา อัศวกิจรุ่งเรือง ชื่อผลงาน “หนึ่งสายน้ำ หลากวิถี”

3. นายณัฐพล พิชัยรัตน์ ชื่อผลงาน “สายน้ำ วิถีชีวิต ก่อเกิดวัฒนธรรม”

4. นายตรัย ภู่ขวัญ ชื่อผลงาน “Chaophraya 4.0”

5. นายวชิรกร นารายณ์รักษา ชื่อผลงาน “สะท้อนชีวิตผ่านน้ำ”



“แม่น้ำเจ้าพระยานับจากนี้จะมีสีสันมากขึ้น เพราะเรือที่เรากำลังต่อมีลวดลายไม่เหมือนกัน โดยเราจะออกแบบลวดลายแนววัด วัง หรือศิลปะที่สะท้อนวัฒนธรรมของประเทศไทย เพื่อนำเสนอสิ่งดีๆ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความประทับใจกลับไป” นางสุภาพรรณ กล่าว

เรือเจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ทเป็นเรือโดยสาร 2 ชั้นระดับเวิลด์คลาส นวัตกรรม Catamaran เรือสองท้อง ผลิตจากอลูมิเนียมทั้งลำ จุผู้โดยสารได้ถึง 190 คน ใช้มาตรฐานความปลอดภัยสูงและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท่าเรือสาทร ท่าไอคอนสยาม ท่าล้ง 1919 ท่าราชวงศ์ ท่ายอดพิมาน ท่าวัดอรุณฯ ท่ามหาราช ท่ารถไฟ และท่าพระอาทิตย์ พร้อมบริการข้อมูลท่องเที่ยวบนเรือ ทั้งไกด์นำเที่ยว ระบบเสียงแจ้งชื่อท่าเรือท่าต่อไป และบอกเล่าเรื่องราวสถานที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตามระบบ GPS หนุนการท่องเที่ยวทางน้ำสู่ระดับเวิลด์คลาส

"เพชรดำ-แสตมป์" นำทัพกำปั้นไทยโชว์แกร่ง ก่อนศึก ONE : DREAMS OF GOLD

posted Jul 25, 2019, 2:59 AM by Maturos Lophong


เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่ โชว์แกร่งในงาน Open Workout ศึก ONE : DREAMS OF GOLD มั่นใจฟิตเต็มร้อยก่อนป้องกันแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต กับ อิเลียส เอ็นนาฮาชิ นักชกอันตรายจากเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ 'สโมคกิ้น' โจ ณัฐวุฒิ พร้อมเจอศึกหนักในรอบรองชนะเลิศ คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต กับของจริงอย่าง จอร์จิโอ้ "The Doctor" เปโตรเซียน พร้อมกับนักกีฬาไทยที่มีคิวขึ้นสังเวียน ได้แก่ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์โลก คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง รวมไปถึงซูเปอร์สตาร์คนอื่นๆ อย่าง บางพลีน้อย เพชรยินดีอะคาเดมี่ เลิศศิลา ภูเก็ตท็อปทีม และ เมืองไทย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา


ความเคลื่อนไหวก่อนการแข่งขัน ศึก ONE : DREAMS OF GOLD วันที่ 16 ส.ค. ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ล่าสุดได้มีการซ้อมโชว์ของนักชกไทยในงาน Open Workout ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน โดยนักชกที่ถูกจับตาจากบรรดาสื่อมวลชนหลายร้อยคนที่เข้าร่วมงาน ได้แก่ “เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่” ที่จะชกคู่เอกป้องกันแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง กับ อิเลียส เอ็นนาฮาชิ คู่ชกจากเนเธอร์แลนด์ เชื้อสายโมร็อคโก


เพชรดำ ยังดูฟิตเต็มร้อย กล้ามเนื้อแน่นเหมือนไฟต์ที่กระชากเข็มขัดแชมป์มาจาก อิเลียส มาห์มูดี้ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และยังมีการออกแข้งซ้ายที่ทรงพลังให้สื่อมวลชนได้เห็นเหมือนเช่นเคย

"ไฟต์นี้ ผมเตรียมตัวดีกว่าไฟต์ที่แล้ว เน้นความเร็ว ความแม่นยำในการออกหมัด ฟิตเต็มร้อยไม่ต่างจากตอนชิงเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้ แต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งใน ONE Super Series การได้เป็นแชมป์โลกใน วัน แชมเปี้ยนชิพ คือหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของผม เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีการแข่งขันระดับโลก"

"อิเลียส เอ็นนาฮาชิ ผู้ท้าชิงดูแล้วเป็นนักชกที่แข็งแกร่งอีกคนของโลก ที่ผ่านมาฟอร์มของเขาอยู่ช่วงขาขึ้นมาตลอด เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเต็มที่ ถึงตอนนี้ผมมั่นใจในฝีมือและพลังของตัวเองที่จะทำให้ผมเป็นผู้ชนะ ผมซ้อมหนักเพื่อไฟต์นี้และอยากให้กองเชียร์ได้ดูการชกที่สนุกตื่นเต้น" เพชรดำ กล่าว

ขณะที่รองคู่เอก "Smokin" โจ ณัฐวุฒิ ที่ต้องเจอศึกหนักในทัวร์นาเมนต์ ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต รอบรองชนะเลิศ กับ จอร์จิโอ้ "The Doctor" เปโตรเซียน ซูเปอร์สตาร์ชาวอิตาลี เชื้อสายอาร์เมเนีย ที่เพิ่งเอาชนะนักชกไทยอย่าง เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี่ มาในรอบก่อนหน้านี้ 
โจ ณัฐวุฒิ กล่าวว่า "ต้องยอมรับว่าคู่ชกของผมคือตำนานของวงการคิกบ็อกซิ่ง ผมเองก็เคยแพ้เขามาแล้ว แต่อย่างที่เห็นการซ้อมในวันนี้ ผมแข็งแรงขึ้น แถมยังเร็วกว่าเดิมอีก ผมเตรียมตัวอย่างดีสำหรับการเจอกันครั้งที่สองนี้ ผมจะล้มยักษ์แบบช็อกโลกให้ดู" 

สำหรับผู้ชนะคู่นี้จะได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมลุ้นเงินรางวัลจำนวนสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อีกคู่ที่น่าสนใจในศึกนี้ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” แชมป์ ONE คิกบ็อกซิ่ง และ มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง ขวัญใจชาวไทย ที่จะประเดิมแข่งขันในกติกา MMA เป็นครั้งแรก กับของแข็งอย่าง "Knockout Queen" อาช่า โรก้า สาวแกร่งจากอินเดีย ก็แสดงให้เห็นถึงความพร้อมกับบทใหม่ในอาชีพศิลปะป้องกันตัว ที่แตกต่างจากการชกมวยไทยพอสมควร

"ครั้งแรกที่ได้เข้าแข่งขัน วัน แชมเปี้ยนชิพ นั้น ตนเองมีการซ้อมหนักในกติกา MMA อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อมีโอกาสลุ้นแชมป์โลกในประเภทคิกบ็อกซิ่งกับมวยไทย จึงก็คว้าโอกาสนั้นไว้ก่อนและเมื่อได้แชมป์มาทั้งสองอย่างแล้ว แน่นอนว่าเป้าหมายต่อไปคือแชมป์ MMA" แสตมป์กล่าว

ส่วนนักชกไทยคนอื่นๆที่ได้ร่วมซ้อมในครั้งนี้ได้แก่ "ขุนศอกผีดิบ" เมืองไทย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม ที่จะดวลกับ เคนตะ ยามาดะ จากญี่ปุ่น ในศึก ONE Super Series กติกามวยไทยเช่นเดียวกับ เลิศศิลา ภูเก็ต ท็อปทีม ชาวไทย พบกับ ซาวาส "The Baby Face Killer" ไมเคิล จากไซปรัส และบางพลีน้อย เพชรยินดีอะคาเดมี่ พบกับ เลียม โนแลน จาก อังกฤษ

สามารถอัพเดตข่าวสารความเคลื่อนไหวของ ONE Championship ได้ที่ www.onefc.com รวมทั้งทางทวิตเตอร์กับอินสตาแกรม @ONEChampionship และเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ONEChampionship และติดตามชมการถ่ายทอดสดได้ทางแอปพลิเคชัน ONE Super App และทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ตั้งแต่เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป


Bangkok Bank CycleFest 2019

posted Jul 22, 2019, 8:15 PM by Maturos Lophong

กลับมาอีกครั้ง! กับการแข่งขันจักรยานนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี Bangkok Bank CycleFest 2019 เชิญชวนนักปั่นให้คว้าจักรยานคันเก่งแล้วมาสนุกกัน ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 23 – 24 พฤศจิกายน 2562 ณ สนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ พัทยา ในปีนี้คาดว่าจะมีนักปั่นเข้าร่วมการแข่งขันใน 7 ประเภท จำนวนกว่า 3,000 คน พร้อมเปิดจำหน่ายบัตรรอบ Early-bird แล้ววันนี

Bangkok Bank CycleFest 2019 นำเสนอการแข่งขันจักรยาน 7 ประเภทเพื่อตอบโจทย์นักปั่นทุกเพศทุกวัยและทุกระดับความสามารถ มีระยะทางตั้งแต่ 12 – 62 กิโลเมตร บนเส้นทางปิดที่ปลอดภัย แวดล้อมด้วยทัศนียภาพอันสวยงามรอบสนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ หนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาระดับสากลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองไทย โดยในปีนี้ยังคงแนวคิด “Ride for All” เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมการปั่นจักรยานในวันหยุดสุดสัปดาห์ให้เป็นช่วงเวลาดีๆ ทั้งสำหรับนักปั่นตัวจริงที่ชื่นชอบความท้าทาย และนักปั่นสมัครเล่นที่เน้นการออกกำลังกายและใช้เวลากับครอบครัว

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโปรแกรมการแข่งขันจักรยานนานาชาติ ‘Bangkok Bank CycleFest’ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการจัดงานตลอดมา ซึ่งนับต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 โดยจากการประสบความสำเร็จอย่างมากในการจัดงานทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ ‘Bangkok Bank CycleFest’ ได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างสีสันของเมืองพัทยา ซึ่งนับเป็นเสียงตอบรับอย่างเป็นรูปธรรมที่ดียิ่ง นอกเหนือจากจำนวนบรรดานักปั่นและผู้สนใจที่เข้าร่วมงานในแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก ตอกย้ำจุดยืนของธนาคารในการเป็น “เพื่อนคู่คิด” โดยมุ่งมั่นส่งเสริมกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพ ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงิน เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริงกับลูกค้า สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อชุมชน ตลอดจนสังคมในภาพรวม ให้บรรลุถึงเป้าหมายต่างๆ นอกจากนี้ ในการจัด ‘Bangkok Bank CycleFest’ ทุกครั้งยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมการกุศลแก่องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อให้นักปั่นได้ร่วมกันทำบุญช่วยเหลือสังคมผ่านการร่วมบริจาคในขั้นตอนการลงทะเบียนสมัครแข่งขัน โดย ‘Bangkok Bank CycleFest 2019’ นี้ จะสมทบทุนบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ จึงขอเชิญชวนนักปั่นทั้งนักปั่นมืออาชีพและมือสมัครเล่นรวมถึงครอบครัว สมัครร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่สนุกสนาน ‘Bangkok Bank CycleFest 2019’ ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันเสาร์ 23 – วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2562 นี้ ณ สนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ พัทยา ทั้งนี้ ธนาคารได้มอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าสมัคร! สำหรับผู้ถือบัตรและชำระค่าสมัครด้วยบัตรอินฟินิท หรือบัตรผู้นำแพลทินัม รับส่วนลด 25% สำหรับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพประเภทอื่นๆ หรือบัตรเดบิตบีเฟิสต์ รับส่วนลด 20%

สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า “การปั่นจักรยานถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและท้าทายตนเองในการก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกาย ประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่จัดงานปั่นจักรยานระดับนานาชาติที่สมบูรณ์แบบ และเมืองชายทะเลอย่างพัทยาก็มีทัศนียภาพที่สวยงาม และสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการจัดงานกีฬาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นอย่างยิ่ง งาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ครั้งนี้ นอกจากจะดึงดูดนักกีฬาปั่นจักรยานชั้นนำชาวต่างชาติและเซเลบริตี้นักปั่นของเมืองไทยแล้ว ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมให้เมืองพัทยาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอีกทางหนึ่ง เราจึงขอเชิญชวนนักปั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศทุกเพศทุกวัยและทุกระดับความสามารถ ตั้งแต่นักกีฬามือโปรไปจนถึงนักปั่นสมัครเล่น ให้มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานตื่นเต้นร่วมกับทุกคนในครอบครัว นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถขยายช่วงเวลาแห่งความสุขให้ยาวนานขึ้นตลอดสุดสัปดาห์ ด้วยการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ และสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว การเข้าร่วมงานครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีที่พลาดไม่ได้ในการมาท่องเที่ยวที่พัทยา ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับฉายาว่าเพชรน้ำงามของเมืองไทย”

Bangkok Bank CycleFest 2019 ดำเนินการจัดงานโดยไอเอ็มจี (IMG) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดงานแข่งขันกีฬา ซึ่งจะมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนทั้งนักปั่นและผู้ที่มาร่วมชมร่วมเชียร์

นักปั่นยังสามารถใช้เวลาว่างก่อนและหลังปั่นกับเพื่อนๆและครอบครัวได้ที่ Festival Village ซึ่งเต็มไปด้วยการออกบูธอุปกรณ์จักรยานจากแบรนด์ดัง พร้อมบูธอาหารและเครื่องดื่ม และโซน BMX Pump Track ให้ได้เข้าทดลองเล่นโดยไม่เสียค่าบริการ นอกจากนี้ทุกคนยังสามารถสนุกไปกับเกมและกิจกรรมแจกของที่ระลึกอีกมากมายจากสปอนเซอร์ เพื่อเติมเต็มความเพลิดเพลินในช่วงตลอดสองวันของกิจกรรม

การจัดงาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ยังมีเป้าหมายในการช่วยเหลือสังคม โดยจะระดมทุนเพื่อทำกิจกรรมการกุศลกับศิริราชมูลนิธิ เพื่อการช่วยเหลือและรักษาผูป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงพยาบาลศิริราช โดยผู้สมัครในการแข่งขันทุกประเภทยังสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคได้ในขั้นตอนการสมัครออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.BangkokBankCycleFest.com

โย ยศวดี หัสดีวิจิตร แอมบาสเดอร์งาน Bangkok Bank CycleFest 2019 กล่าวว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีส่วนร่วมในฐานะแอมบาสเดอร์ของกิจกรรม Bangkok Bank CycleFest 2019 เรายินดีต้อนรับนักปั่นทุกท่าน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่หลงใหลในการปั่นจักรยานที่จริงจัง ผู้ที่ปั่นเพื่อออกกำลังและเสริมสร้างสุขภาพ หรือบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีประโยชน์กับลูก ๆ และนอกจากการลงทะเบียนสมัคร 1 ใน 7 ประเภทการแข่งขันนั้น คุณยังสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือศิริราชมูลนิธิในการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาส ด้วยการบริจาคเงินผ่านช่องทางเว็บไซต์ ดังนั้น ห้ามพลาดกิจกรรม Bangkok Bank CycleFest 2019 เตรียมชุดและอุปกรณ์ให้พร้อม คว้าจักรยานคันเก่งและมาสนุกสนานร่วมกันในเดือนพฤศจิกายนนี้!”

มร.ร็อบบี้ เฮนช์แมน รองประธานกรรมการอาวุโส ฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระหว่างประเทศ บริษัท เอ็นดีเวอร์ จำกัด (บริษัทผู้ถือหุ้นใหญ่ของไอเอ็มจี) กล่าวเสริมว่า “ไม่ว่าจะแข่งขันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งหรือเพื่อพิชิตเส้นชัย กิจกรรม Bangkok Bank CycleFest 2019 ถือเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกายอย่างแท้จริง เรารู้สึกดีใจที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้น พร้อมมอบความประทับใจให้นักปั่นทุกเพศทุกวัย โดยทีมผู้จัดงานจะเตรียมงานให้ดีที่สุด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนประทับใจที่สุด ในโอกาสนี้เราขอขอบคุณธนาคารกรุงเทพ และผู้สนับสนุนทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันจักรยานนานาชาติประจำปีครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองไทยอีกครั้ง เรามั่นใจว่า งาน Bangkok Bank CycleFest 2019 จะเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันจักรยานที่สร้างสีสันให้กับเมืองพัทยาอย่างแน่นอน”



กิจกรรมแข่งขันจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2019 สนับสนุนโดยธนาคารกรุงเทพ โดยมีพันธมิตรหลักได้แก่ สยาม ไดกิ้น เซลส์, แอโรมีเดีย กรุ๊ป, และได้รับการสนับสนุนจาก เอเต้ ไอศกรีม, เจ็ทส์ ฟิตเนส 24 ชั่วโมง, ทรีซิกตี้ไฟว์, อันเดอร์ อาร์เมอร์, กรุงเทพประกันภัย, สยามแอ็ทสยาม ดีไซน์โฮเทล พัทยา, ไบค์แอนด์บอดี้, เจเจ โปร เพอร์ฟอร์แมนซ์ เซ็นเตอร์, ชิมาโน่, สปอร์ต ไบซิเคิล และ เวิล์ด ไบค์

รายละเอียดการสมัคร

ผู้สนใจสามารถสมัครแข่งขันงาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ผ่านทางเว็บไซต์ www.BangkokBankCycleFest.com เปิดรับสมัครรอบ Early-bird ตั้งแต่วันนี้ – 14 สิงหาคม 2562 พิเศษ! สำหรับผู้ถือบัตรและชำระค่าสมัครด้วยบัตร อินฟินิท หรือบัตรผู้นำแพลทินัม รับส่วนลด 25% สำหรับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพประเภทอื่นๆ หรือบัตรเดบิตบีเฟิสต์ รับส่วนลด 20% หมดเขตรับสมัครวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 หรือจนกว่าประเภทการแข่งขันจะมีผู้สมัครเต็มจำนวน

# # #

เกี่ยวกับ ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงเทพเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2487 ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวม 3,116,750 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561) ธนาคารกรุงเทพเป็นผู้นำในภาคการธนาคารไทยสำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ กลุ่ม SME รวมถึงกลุ่มลูกค้าบุคคล มีฐานลูกค้าราว 17 ล้านบัญชี สาขาภายในประเทศกว่า 1,100 แห่ง สำนักธุรกิจเพื่อให้บริการลูกค้าธุรกิจอีกกว่า 240 แห่ง ทั่วประเทศ และเครือข่ายสาขาในต่างประเทศ 32 แห่ง ครอบคลุม 15 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก พร้อมมีช่องทางการให้บริการที่ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ประกอบด้วย บริการเอทีเอ็มที่มีกว่า 10,000 จุด บริการธนาคารอัตโนมัติที่มีเครื่องรับฝากเงินสดกว่า 1,200 เครื่อง บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต บริการธนาคารทางโทรศัพท์มือถือ และบริการธนาคารทางโทรศัพท์ ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ด้วยบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับทุกช่วงวัยของลูกค้า

เกี่ยวกับ กลุ่มสนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ

กลุ่มสนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ บุกเบิกโดย ดร. ถาวร พรประภา เป็นสนามกอล์ฟเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมการบริการระดับมาตรฐานสากล และยังเป็นที่ยอมรับของนักกอล์ฟทั่วโลกจนได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับโลก HONDA LPGA THAILAND ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นมา ปัจจุบัน บริหารงานสนามกอล์ฟ 3 แห่ง ได้แก่

1. Siam Country Club Old Course โดดเด่นด้วยบรรยากาศกลางหุบเขาและพันธุ์ไม้ใหญ่

2. Siam Country Club Plantation ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นพัทยาในมุมที่กว้างไกลจนถึงทะเล

3. Siam Country Club Waterside จุดเด่นคือมีทะเลสาบล้อมรอบเป็นพื้นที่ราบสวยงาม

เกี่ยวกับ ไอเอ็มจี

ไอเอ็มจี คือ ผู้นำระดับโลกด้านการจัดงานแข่งขันกีฬา อีเว้นท์ งานสื่อและแฟชั่น โดยดำเนินงานในมากกว่า 30 ประเทศ บริษัทยังเป็นผู้แทนและผู้จัดการของนักกีฬาและนายแบบนางแบบชื่อก้องโลก รวมถึงเป็นผู้จัดเวทีการแสดงสดและรายการความบันเทิงของแบรนด์ชื่อดังมาแล้วมากมายเป็นประจำทุกปี ถือเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตอิสระและผู้สนับสนุนสื่อกีฬารายใหญ่ที่สุดของโลก ไอเอ็มจียังมีความเชี่ยวชาญในด้านการฝึกฝนกีฬา การพัฒนาลีกการแข่งขัน และการตลาด สื่อ และการจดทะเบียนของแบรนด์ องค์กรด้านกีฬา และสถาบันของมหาวิทยาลัย โดยในปี ค.ศ. 2014 ไอเอ็มจีถูกซื้อกิจการโดยดับเบิลยูเอ็มอี บริษัทผู้นำด้านธุรกิจบันเทิงรายใหญ่ของโลก

เปิดตัวโครงการครั้งประวัติศาสตร์ “THE POWER OF UNITY”

posted Jul 7, 2019, 10:24 PM by Maturos Lophong


3 องค์กรกีฬาภาครัฐผนึกกำลังภาคเอกชน เปิดตัวโครงการครั้งประวัติศาสตร์ “THE POWER OF UNITY” รวมพลังไทยเพื่อฮีโร่ไทย สนับสนุนนักกีฬาไทยมุ่งสู่ความสำเร็จในการแข่งขันโอลิมปิกเกม และ พาราลิมปิกเกม โตเกียว 2020

คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ คณะกรรมการพารา ลิมปิกแห่งประเทศ และ การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย กลุ่มพันธมิตรเอกชนเพื่อฮีโรไทย (The Power of Unity) โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์เเละบริษัทในเครือฯ, บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จํากัด และกลุ่มผู้สนับสนุนร่วมได้แก่ บริษัท เจทีบี (ประเทศไทย) จํากัด บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด และ ผลิตภัณฑ์ ไฟร์สโตน ผนึกกำลังรวมใจเป็นหนึ่ง สนับสนุนนักกีฬาไทยคว้าชัยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ในโตเกียว 2020 ภายใต้แนวคิด THE POWER OF UNITYรวมพลังไทยเพื่อฮีโร่ไทย

การร่วมมือกันของ “กลุ่มพันธมิตรเอกชนเพื่อฮีโรไทย” ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นและวัตถุประสงค์อันแน่วแน่ของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย ที่ประสงค์จะสนับสนุนวงการกีฬาไทยอย่างรอบด้านใน ทุกมิติ (sport eco system) ซึ่งไม่เพียงแต่ด้านงบประมาณเท่านั้น แต่ยังร่วมมือกันในส่วนของกิจกรรมการสื่อสารเพื่อการตลาด (sport marketing) เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างไปยังประชาชนทั่วไป และเพื่อให้เกิดการสนับสนุนจากภาคประชาชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านกิจกรรมหลัก ได้แก่

ภาพยนตร์โฆษณาชุด “เชียร์ไทย” ที่เกิดจากการร่วมมือกันของพันธมิตรภาคเอกชนทุกแบรนด์ ที่จะร่วมแสดงออกถึงการรวมพลังเพื่อฮีโร่ไทย ในภาพยนตร์โฆษณาชุดเดียวกันเป็นครั้งแรก

กิจกรรมแต่งเพลงเชียร์เพื่อชาติ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ส่งพลังใจ ผ่านจังหวะของเสียงเชียร์ในรูปแบบการสร้างสรรค์ของแต่ละคน โดยทุกผลงานจะได้รับการร้อยเรียงเป็นเพลงเชียร์เพื่อชาติไทยเพลงแรก ที่ประชาชนชาวไทยจะร่วมร้องไปด้วยกันในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติในโตเกียว 2020 ผ่านการนำของศิลปินชั้นแนวหน้าของไทย

กิจกรรม “งานวิ่งแสดงพลัง” พร้อมทั้งการจำหน่าย “ของที่ระลึก” ผ่านช่องทางของกลุ่มพันธมิตรเอกชนเพื่อฮีโร่ไทย ในช่วงนับถอยหลังมุ่งสู่โอลิมปิกและพาราลิมปิกโตเกียว2020 โดยงานนี้ได้รับความร่วมมือจากศิลปินนักวาด และผู้สร้างสรรค์ผลงานในด้านต่างๆ (creator) มาร่วมกันผลิต line stickers ชุด“เชียร์ไทย ซีรีส์” ให้แฟนกีฬาชาวไทยได้ดาวน์โหลด และเป็นส่วนหนึ่งของ The power of unity รวมพลังไทย เพื่อ ฮีโร่ไทย

ปิดท้ายด้วย กิจกรรม “ประมูลของรัก” จากนักกีฬา, ศิลปิน, นักแสดง และตัวแทนจากทุกแบรนด์ ในกลุ่มพันธมิตรเอกชนเพื่อฮีโร่ไทย เพื่อนำรายได้ หลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งโอลิมปิก และ พาราลิมปิก ในโตเกียว 2020

ดยกิจกรรมทั้งหมดนี้จะทำการสื่อสารผ่านเพลตฟอร์มหลักอย่าง Team Thailand ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทางคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ใข้เพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งต่อล้านกำลังใจของคนไทย สู่นักกีฬาไทยในทุกๆ การแข่งขันตลอดมา 

ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และ พาราลิมปิก ถือเป็นความฝันสูงสุดของนักกีฬาไทยทุกคนที่จะได้เข้าร่วมการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นความหวังของแฟนกีฬาชาวไทยที่จะได้เห็นความสำเร็จของทีมชาติไทยในมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิก และ พาราลิมปิก

THE POWER OF UNITY รวมพลังไทยเพื่อฮีโร่ไทย จึงให้การสนับสนุนนักกีฬาไทย ตั้งแต่ในช่วงของการเตรียมตัวฝึกซ้อม การเก็บตัว จนถึงวันแข่งขัน และการต้อนรับกลับบ้านหลังการแข่งขันอย่างอบอุ่น โดยตัวแทนทั้งภาครัฐ และ เอกชน ในโครงการ THE POWER OF UNITYรวมพลังไทยเพื่อฮีโร่ไทย ได้กล่าวถึงรายละเอียดในส่วนของการสนับสนุนในด้านต่างๆ เพิ่มเติมดังนี้

พล.ต. จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันโครงการ “The Power of Unity -รวมพลังเพื่อฮีโร่กีฬาไทย” โดย ในส่วนของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ที่เป็นรับผิดชอบหลักของแคมเปญTEAM THAILAND เป็นศูนย์กลางของการส่งมอบกำลังใจ และ แรงเชียร์ให้กับนักกีฬาทีมไทยแลนด์ในทุกประเภทกีฬา จึงอยากจะขอเรียนเชิญคนไทยทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ TEAM THAILAND ในฐานะกองเชียร์ เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และมุ่งสู่โอลิมปิคเกมส์ 2020 ในปีหน้าร่วมกัน

จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยวัตถุประสงค์หลักของคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยมีความต้องการที่จะส่งเสริมเยาวชนและประชาชนที่มีความผิดปกติหรือมีความบกพร่องทางร่างกายให้มีความตระหนักถึงคุณประโยชน์ของการเล่นกีฬา รวมไปถึงการสนับสนุนผู้ที่มีความผิดปกติหรือมีความบกพร่องทางร่างกายให้ได้รับความเสมอภาคเหมือนกับนักกีฬาทั่วไป การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงออก ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจต่อประชาชนคนไทย ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมสร้างโอกาสและสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยสู่ระดับโลก

ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะให้ “The Power of Unity รวมพลังเพื่อฮีโร่กีฬาไทย” เป็นศูนย์กลางของการส่งมอบกำลังใจ และ แรงเชียร์ให้กับนักกีฬาทีมไทยแลนด์ในทุกประเภทกีฬาโดยวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายและส่งเสริมวัฒนธรรมทางด้านกีฬา (Sport Cultural) ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการรวมหัวใจของคนไทยทั้งประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวกันร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยทุกสนามโดยการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ที่ร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและพันธมิตรเอกชนเพื่อฮีโร่นักกีฬา และที่ขาดไม่ได้คือแฟนกีฬาชาวไทยทุกคนที่จะสนับสนุนและผลักดันให้นักกีฬาทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน



การแข่งขันแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนจะจัดระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคม พ.ศ.2563 ตามด้วยพาราลิมปิกฤดูร้อน ครั้งที่ 16 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน พ.ศ.2563 จึงขอเชิญชวนแฟนๆ กีฬาชาวไทยมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ THE POWER OF UNITY รวมพลังไทยเพื่อฮีโร่ไทย” ในฐานะกองเชียร์ เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับทัพนักกีฬามุ่งสู่โอลิมปิกและพาราลิมปิก โตเกียว 2020 ร่วมกัน ผ่านการกดไลค์ กดแชร์ คอมเมนต์ หรือเชียร์ที่ขอบสนาม เพื่อร่วมแสดงพลังของคนไทยส่งไปให้ถึงนักกีฬาไทยที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

ร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬา และติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจของทัพนักกีฬาไทยได้ที่ เฟสบุ๊ค Team Thailand official ได้ที่ www.facebook.com/teamthailandofficial/ เพจเพื่อการรวบรวมพลังกองเชียร์และคอกีฬาอย่างเป็นทางการแห่งแรกของไทย

อลิอันซ์ อยุธยา เตรียมจัดงานวิ่งยิ่งใหญ่แห่งปี

posted Jun 25, 2019, 1:55 AM by Maturos Lophong


อลิอันซ์ อยุธยา เตรียมจัดงานวิ่งยิ่งใหญ่แห่งปี

“อลิอันซ์ อยุธยา เวิร์ลรัน ไทยแลนด์ ซีรีส์ 2019” รวมพลคนรักสุขภาพกว่า 6,000 ชีวิต

สร้างปรากฎการณ์ใหม่แห่งการวิ่ง ภายใต้แนวคิด “Healthy World Explorer””


อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ผนึกพันธมิตร ประกาศความร่วมมือจัดงานวิ่งครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ภายใต้แนวคิด “Healthy World Explorer” ชวนคนรักสุขภาพ 6,000 ชีวิต ร่วมเปิดประสบการณ์การวิ่งในเส้นทางสวยแห่งใหม่ ท้าทายขีดความสามารถการวิ่งเดิม ณ พาโค่ บาย โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2562


นายไบรอัน สมิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า อลิอันซ์ อยุธยา ยังคงเดินหน้าในการสร้างชุมชนแห่งคนรักสุขภาพ โดยเราจัดโครงการ “Allianz Ayudhya World Run Thailand Series” มาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ มีการแบ่งการจัดกิจกรรมเป็นถึง 4 ซีรีส์ โดยในแต่ละซีรีส์ มีกิจกรรมที่แตกต่างและหลากหลาย เพื่อชวนคนไทยให้หันมาวิ่งเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น เช่น การวิ่งเก็บระยะแบบเวอร์ชวลรัน เพื่อเปลี่ยนระยะเป็นเงินบริจาค เวิร์คช็อปส่งเสริมให้นักวิ่ง เรียนรู้การวิ่งที่ถูกต้อง สำหรับซีรีส์นี้ เป็นการวิ่งแบบ Field Run ถือเป็นซีรีส์ไฮไลท์ของปีที่นักวิ่งทุกคนรอคอย เพราะเป็นการวิ่งในเส้นทางที่สวยงามของเขาใหญ่ ที่มีบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์

“Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2019” ภายใต้แนวคิด “Healthy World Explorer” ซีรีส์นี้ อลิอันซ์ อยุธยา ได้รับความร่วมมือจากหลายพันธมิตร อาทิ โรงแรมพาโค่ โบนันซ่า เขาใหญ่ เครื่องดื่มโพคารี่สเวท นาฬิกาซุนโต้ อีซูซุ ยูนิเรน ดีเวอร์เจล และ มูฟเอเซีย จัดงานวิ่งครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนหันมาสนใจออกกำลังกายด้วยการวิ่งเพื่อสุขภาพ จะจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 23 และวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 โดยแบ่งระยะการแข่งขัน เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และแฟมิลีรัน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร นอกจากนั้น ยังเพิ่มประสบการณ์ Healthy World Explorer ด้วยตลาด Farm To Table เพื่อนำเสนอของดีประจำท้องถิ่นให้นักวิ่งและผู้ติดตามได้ ช้อป ชิม ชิลล์ ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามของเขาใหญ่ พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน นอกจากนี้ ยังมี Mini concert จาก ดา เอ็นโดรฟิน มอบประสบการณ์ความบันเทิงให้กับนักวิ่งและผู้ติดตามอีกด้วย



“ปีที่แล้ว เราได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากชุมชนนักวิ่งกว่า 5,000 ชีวิต ที่มาร่วมงานวิ่งของเรา และมีเสียงเรียกร้องมากมาย ว่าอยากจะมาร่วมกิจกรรมกับเราอีก ดังนั้น เราจึงเอาบรรยากาศความสุข ความสนุกสนาน กลับมาอีกครั้ง โดยปีนี้เราจะไปวิ่งกันที่เขาใหญ่ เพื่อชวนนักวิ่งไปสัมผัสกับ เส้นทางวิ่งใหม่ๆ และเราแน่ใจว่านักวิ่งจะยังคงได้สัมผัสกับบรรยากาศแห่งความร่มรื่นของธรรมชาติที่น่าประทับใจ โดยมีระยะให้เลือกหลากหลาย แม้จะเป็นนักวิ่งหน้าใหม่ ไม่เคยมีประสบการณ์การวิ่ง ก็สามารถใช้กิจกรรมนี้ เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเปิดโลกสุขภาพดี เริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และมาร่วมสร้างปรากฎการณ์ใหม่แห่งการวิ่งด้วยกัน ได้ทั้งความสุข ได้ทั้งสุขภาพดีกลับไปแน่นอน” ไบรอัน กล่าวทิ้งท้าย

“Allianz Ayudhya World Run Thailand Series 2019” เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายนนี้ ในราคา 800 บาท สำหรับ การวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร ราคา 600 บาท สำหรับ การวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และ 400 บาท สำหรับการวิ่งแฟมิลีรัน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร พื้นที่การวิ่งมีจำกัดเพียง 6000 คนเท่านั้น หากคุณเป็นผู้รักสุขภาพ รักการวิ่ง อย่ารอช้า ข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปที่ https://www.facebook.com/worldrunthailand/ สมัครวิ่งได้ที่https://www.runlah.com/events/aawr19

ททท. จับมือ True มอบสิทธิประโยชน์ระดับไฮเอนด์

posted Jun 24, 2019, 1:41 AM by Maturos Lophong


ททท. จับมือ True มอบสิทธิประโยชน์ระดับไฮเอนด์แด่ลูกค้า True Black Card

ททท. จับมือกับบริษัทเครือข่ายโทรคมนาคม True สานต่อนโยบายด้านการท่องเที่ยว หวังเพิ่มรายได้และกระจายรายได้ให้กับประเทศจากการท่องเที่ยวไทยในระดับพรีเมี่ยม เพื่อนำมาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีการเติบโต และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยคราวนี้ได้เน้นไปที่กลุ่มของลูกค้าคนไทยระดับ High End ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มของนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง และมีกำลังทรัพย์ในการจับจ่ายใช้สอยได้เป็นอย่างดี

นิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนันทิญา อังคณากานต์ รองผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความสุขลูกค้า บริษัท ทรู ดิจิตอล แอนด์ มีเดีย แพลตฟอร์ม จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวว่าแคมเปญในครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน ผ่านช่องทางเครือข่ายโทรคมนาคม True You เป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบของ Luxury แก่นักท่องเที่ยวคนไทย พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม


โดยโครงการได้มีการรวบรวมสิทธิพิเศษมากมายให้อยู่ในหมวดต่างๆ อาทิ ที่พัก สปา และกิจกรรมแอคทิวิตี้สุดมันส์ จากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยเน้นถึงความหรูหรา หลากหลาย สะดวกสบาย และประสบการณ์สุดพิเศษ ให้สมกับคำว่า Luxury เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการ และถือเป็นของขวัญพิเศษแด่ลูกค้าทรูมูฟ เอช ระดับ True Black Card

วดี เสนาณรงค์ ตัวแทนกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์กล่าวว่า “ส่วนตัวแล้วมะปรางเป็นคนชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทางมาก เพราะเวลาที่เราเดินทางไปในที่ต่างๆ เราจะได้เห็นความสวยงามและได้ประสบการณ์ใหม่ๆ กลับมาเสมอ ซึ่งถ้าเป็นทริปในประเทศ มะปรางชอบไปที่จังหวัดเชียงใหม่และปราณบุรี เพราะมีบ้านพักอยู่ที่นั่น แต่เวลาไปก็จะมักจะออกไปหากิจกรรมแอคทิวิตี้ทำตลอด การที่มีแอปพลิเคชั่นที่รวบรวมข้อมูลและอัพเดทแหล่งกิจกรรมที่น่าสนใจเอาไว้ ทำให้เราเลือกกิจกรรมที่เราชอบได้ง่ายด้วยปลายนิ้ว”


ด้าน ม.ล.เอวิตา ยุคล ณ อยุธยา ตัวแทนของกลุ่มลูกค้าผู้รักในการท่องเที่ยวอีกรายกล่าวเสริมว่า “วันว่างของชะเอม จะเน้นการท่องเที่ยวออกเดินไปเจอสิ่งใหม่ๆ ค่ะ เนื่องจากชะเอมเรียนด้านภาพยนตร์ การได้เจอสิ่งใหม่ทำให้ได้เปิด มุมมอง ให้กับชีวิตค่ะ ซึ่งในเมืองไทยเรามีแหล่งท่องเที่ยวเยอะมาก และถ้ามีใครนำข้อมูลและสิทธิประโยชน์ต่างๆ มารวมไว้ให้เรา การวางแผน การเดินทางท่องเที่ยวของเราก็จะลดขั้นตอนและสะดวกสบายขึ้นไปอีกค่ะ” 

ภายในงานยังได้บรรดาเซเลบริตี้ตัวแทนนักท่องเที่ยวระดับบน อาทิ จรสพรรณ สวัสดิวัฒน์ ณ อยุธยา, จิราภรณ์ อังคเศกวิไล, ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ, วิพิธจักษ์ พิทยานนท์, วิมลรัตน์ จงรัตนเมธีกุล, นาขวัญ รายนานนท์, รจนา บุนฑารักษ์, สันติมาห์ เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา, จิราภา – คุณศุภมาส ลักษณวิศิษฎ์ ฯลฯ ร่วมเป็นเกียรติอย่างคับคั่ง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถดาวน์โหลดสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 นี้ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกช่องทางในการรับสิทธิพิเศษของเราได้จาก 3 ช่องทาง ดังนี้

• แอปพลิเคชัน True You

• เว็บไซต์ http://www.trueyou.co.th

• เว็บไซต์ http://www.premiumthailandtravel.co.th

ททท. ผนึก กลุ่มทรู เผยโฉม The Best of Creative Travelers

posted Jun 24, 2019, 1:31 AM by Maturos Lophong


ททท. ผนึก กลุ่มทรู เผยโฉม The Best of Creative Travelers

คว้ารางวัลรวมกว่าล้านบาท กับสุดยอดคลิปชวนเที่ยวเมืองรอง

จากเวที TrueYou Happiness Challenge Thailand ใครสุขที่สุดชนะ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกลุ่มทรู ประกาศผลสุดยอดทีมเจ้าของผลงานคลิปรายการออนไลน์ ที่นำเสนอมนต์เสน่ห์แห่งการเดินทางเยือน 16 จังหวัดเมืองรองใน 4 ภาคทั่วไทยได้อย่างสุข สนุก และสร้างสรรค์ กับแคมเปญ“TrueYou Happiness Challenge Thailand ใครสุขที่สุด...ชนะ” จากผู้เข้าแข่งขันกว่า 300 ทีมจากทั่วประเทศ คัดเหลือ 4 ทีมสุดท้ายเพื่อ ร่วมหาทีมชนะเลิศ พิชิตเงินรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมรางวัลพิเศษ ได้แก่ แพ็กเกจทรูมูฟ เอช ฟรี 1 ปี, บัตรทรูแบล็คการ์ด, ทรูพอยท์, ค่าเดินทาง, ตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย, รถมินิโค้ชจากทรูลีสซิ่ง, กรมธรรม์ประกันชีวิตซิกน่า และอุปกรณ์กีฬาจากอันเดอร์อาร์เมอร์ โครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือสนับสนุนเมืองรอง ตามนโยบาย Amazing Thailand Go Local เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามอัตลักษณ์วิถีไทย และกระจายนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองมากขึ้นอีกด้วย

นางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า แคมเปญ “TrueYou Happiness Challenge Thailand ใครสุขที่สุด...ชนะ” ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2561 ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางค้นหาเสน่ห์เฉพาะตัวของสถานที่แต่ละแห่งในเมืองรอง ที่มีความสวยงามไม่น้อยไปกว่าเมืองหลักๆ โดย ททท. ได้ร่วมกับ กลุ่มทรู ผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร สนับสนุนการสร้างสรรค์คลิปออนไลน์ อันเป็นเทรนด์ใหม่ของการสื่อสารยุคดิจิทัลเผยแพร่เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับเมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น เป็นการขานรับกับนโยบายรัฐบาลในการเสริมสร้างและยกระดับฐานรากของการท่องเที่ยวให้เข้มแข็งก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงกระจายรายได้สู่เมืองรอง

จากการที่มีผู้สนใจจากทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนกว่า 300 ทีม โดย คัดแล้วเหลือเพียง 4 ทีมสุดท้ายที่มีฝีมือเข้มข้นที่สุด นำเสนอเรื่องราวของเมืองรองได้อย่างน่าประทับใจ แปลกใหม่ สร้างสรรค์ เชื่อว่าผลงานของทีมเหล่านี้ จะมีส่วนสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางค้นหาเสน่ห์ของเมืองรองในแบบที่Creative Travelers ได้นำเสนอผ่านคลิป อันจะส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยคึกคักยิ่งขึ้น จากสถิติที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปยังเมืองรองเพิ่มจำนวนขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการในรูปแบบนี้ได้เป็นอย่างดี”

นายเฉกพันธ์ สุนทรส รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความสุขและความสัมพันธ์ลูกค้า บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูยู ในฐานะผู้ดูแลความสุขของลูกค้าทรูทั่วประเทศ ยินดีเป็นอย่างยิ่งกับบทสรุปของแคมเปญ “TrueYou Happiness Challenge Thailand ใครสุขที่สุด...ชนะ” เพราะนอกจากจะได้สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวที่มอบความสุขให้กับคนไทยแล้ว ยังเป็นการส่งต่อความสุขผ่านคอนเทนต์ที่น่าสนใจด้วย เราเชื่อมั่นว่าจะเกิด Digital Creative Content Creator รุ่นใหม่อีกหลายท่าน ตามรอยความสำเร็จของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เราได้เชิญมาร่วมตัดสินครั้งนี้ ได้แก่ คุณจ๊อบ นิธิ สมุทรโคจร, คุณมิ้น มณฑล กสานติกุล จากเพจดัง I Roam Alone, คุณเป๊กซ์ นักร้องนำวง Zeal และเจ้าของเพจ เที่ยวอยู่ได้, คุณโจMotographer เจ้าของรายการ ขับ-ถ่าย ทางยูทูบ และคุณอ๊อด บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับชื่อดัง”



ผู้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย ได้แก่ 1. ทีม BlackLight Hero รูปแบบรายการ“เที่ยว Long Run” ค้นพบเส้นทางวิ่งสร้างแรงบันดาลใจในเมืองรอง โดย นาย ธนวัต ปานจันทร์/ นาย วรวีร์ บุญมาก 2. ทีม ป้าต๋อย ทราเวล รูปแบบรายการ “ย้อนเวลา พาแม่เที่ยว” สร้างความสนุกพร้อมเสียงฮาระหว่างคนสองวัยโดย นายณัฐพงษ์ บุณยรัตน์เสวี/ นางพวงผกา แก้วดี 3. ทีม The K Team รูปแบบรายการ “สุขใน 1 ม้วนฟิล์ม” เที่ยวเพื่อค้นหาภาพถ่ายไฮไลต์ หนึ่งจังหวัดในหนึ่งม้วนฟิล์ม โดย นายไกรศล ศิริวาลย์/ นายกฤตภาส โชคเฉลิมวัฒน์ และ 4.ทีม นภสร รูปแบบรายการ “The Journal” บันทึกที่ใช้ใจนำทาง สู่ความสวยงามที่ซ่อนอยู่ในการเดินทางโดยนางสาวนภสร ปานพลอย/ นายอภิวัฒน์ วรรณเลิศศิริ

ทีม ป้าต๋อย ทราเวล ทีมชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลรวม 550,000 บาท และรองชนะเลิศทั้ง 3 ทีมได้รับเงินรางวัลทีมละ 150,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตรและของที่ระลึกพิเศษจากทรูยู

1-10 of 78