Travel & Sport





เคทีซีผนึกพันธมิตร จัดงานเสวนา “Start and Smart Tourism จุดเริ่มความท้าทายใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยว

posted Jun 16, 2022, 11:07 PM by Maturos Lophong


เคทีซีผนึกพันธมิตร จัดงานเสวนา “Start and Smart Tourism
จุดเริ่มความท้าทายใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยว
​ เคทีซีจัดงานเสวนา “Start and Smart Tourism จุดเริ่มความท้าทายใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยวโดยมีพันธมิตรผู้นำธุรกิจท่องเที่ยวและองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเข้าร่วมพูดคุยถึงทิศทางและการเตรียมความพร้อมของธุรกิจท่องเที่ยวรองรับการเปิดประเทศต้อนรับนักเดินทาง
​นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการ - การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากการที่ประเทศไทยเริ่มเปิดประเทศให้ประชาชนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เป็นปกติตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สัดส่วนการใช้จ่ายของสมาชิกผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดการเดินทางท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยอดรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ในหมวดดังกล่าวปรับตัวขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 5 ของพอร์ตการใช้จ่ายโดยรวม (จากอันดับที่ 11 ในปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19) ทั้งนี้ เคทีซีได้เล็งเห็นถึงพฤติกรรมของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ ความสนใจที่จะใช้บริการกับบริษัทนำเที่ยวมากขึ้น พร้อมที่จะเสียค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย / กระแสการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน ไม่นิยมท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน และการท่องเที่ยวแบบครอบครัวหรือการท่องเที่ยวแบบกลุ่มใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะปนกับบุคคลอื่นๆ โดยจะพักอาศัยอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ ไม่เปลี่ยนที่พัก หรือสถานที่บ่อยๆ เคทีซีจึงได้ปรับกลยุทธ์การตลาด จับมือพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวร่วมกันเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับกระแสการท่องเที่ยวที่กำลังจะกลับมา ดังนี้


 1) การมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรในการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบัตรเครดิตเคทีซี – บางกอก แอร์เวย์ส และบัตรเครดิตเคทีซี - อโกด้า มาสเตอร์การ์ด
2) การชูจุดแข็งแกร่งของคะแนน KTC FOREVER สมาชิกสามารถใช้คะแนนแลกรับเป็นส่วนลดในการเดินทางท่องเที่ยวกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยว อาทิ สายการบิน บัตรเข้าชมสถานที่ และรถเช่า
3) การเปิดแพลตฟอร์ม Travel Hub ภายใต้คอนเซ็ปต์ “หา เรื่อง เที่ยว” เพื่อเป็นแหล่งรวมโปรโมชันด้านการท่องเที่ยว โดยเน้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงชุมชนต่างๆ กว่า 252 แห่งทั่วประเทศไทย ในส่วนของพันธมิตรธุรกิจ เคทีซีได้จัดแคมเปญ “เที่ยว อยู่ ได้” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยทางเคทีซีให้การสนับสนุนด้านสื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงสิทธิประโยชน์ในด้านการส่งเสริมการขาย
4) การให้บริการด้านการท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านบริการ KTC World Travel Service เพื่อเป็นทางเลือกให้พันธมิตรได้ขยายช่องทางในการจัดจำหน่าย รวมถึงดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน แพ็คเกจท่องเที่ยว รถเช่า บัตรเข้าชมสถานที่ รวมถึงการให้บริการรับทำวีซ่า



นางสาวอรินทร์ชยา บรรเจิดศิริ​ กรรมการกลาง​ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)​ กล่าวว่า “สถานการณ์ท่องเที่ยวภายในประเทศเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด ภาครัฐจึงได้ออกโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” เพื่อส่งเสริมและให้การสนับสนุนนักท่องเที่ยวชาวไทยให้กลับมาเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอบรับกับการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อาทิ การเดินทางที่เสรียิ่งขึ้น รวมถึงการอนุญาตให้ธุรกิจบริการกลับมาเปิดกิจการได้มากขึ้นด้วย”
นายโชติช่วง ศูรางกูร Vice President สมาคมบริการท่องเที่ยว กล่าวว่า "นักท่องเที่ยวไทยให้ความสนใจในการเดินทางเที่ยวในต่างประเทศมากขึ้นหลังจากที่ไทยปิดประเทศมาสองปีครึ่ง แต่คงยังไม่ได้กลับมาท่องเที่ยวแบบทะลักทลาย เนื่องจากประเทศที่เป็นที่นิยมของคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปิดเต็มรูปแบบ ถึงแม้จะไม่มีมาตรการกักตัว แต่ก็มีเรื่องอื่นๆ เช่น การขอวีซ่า การตรวจโควิด การซื้อประกันการเดินทาง และการลงทะเบียนเข้าประเทศก่อนเดินทาง ทำให้นักท่องเที่ยวไทยยังไม่ตัดสินใจเดินทาง ประกอบกับต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น จากเดิมที่สูงอยู่แล้วจากสภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก การพุ่งขึ้นของค่าน้ำมันและอาหารจากสภาวะสงคราม ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นเพราะจำนวนไฟลท์ที่น้อยลงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในขณะที่การแพร่ระบาดของโควิดกระทบเศรษฐกิจอย่างหนัก ส่งผลให้คนจำนวนมากมีปริมาณเงินในกระเป๋าลดน้อยลง ทางสมาคมฯ คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในปีนี้ประมาณ 1.2 ล้านคน จากเดิมที่เคยทำสถิติสูงสุดไว้ที่ 11.2 ล้านคนในปี 2562 สำหรับช่วงไตรมาสที่ 3 ของงทุกปีเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศน้อยกว่าไตรมาสอื่นๆ อยู่แล้ว จึงต้องรอติดตามผลในไตรมาสที่ 4 ที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งหลายๆ ประเทศมีนโยบายที่จะเปิดเมืองมากขึ้นพร้อมกับผ่อนคลายมาตรการต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวลง"
นางสาวจารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์ ผู้จัดการโครงการ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ กล่าวว่า “นักเรียนไทยสามารถทำวีซ่าไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ที่รัฐบาลนิวซีแลนด์จะเปิดรับนักเรียนต่างชาติ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม 2565 นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่ผ่านเกณฑ์การรับเข้าเรียนต่อสามารถสมัครเรียนต่อและทำวีซ่านักเรียนได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยทางหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ได้ทำโปรโมชันพิเศษต้อนรับการเปิดประเทศด้วยการจ่ายค่าเล่าเรียนผ่านบัตรเครดิตเคทีซี รับคะแนน KTC FOREVER พิเศษ 4 เท่า และยังสามารถใช้คะแนนแลกจ่ายค่าเล่าเรียนได้อีกด้วย”


 นางสาวศิริพร บัณฑิตย์จิรกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) สำนักงานกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ประเทศญี่ปุ่นมีความยินดีต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกครั้ง โดยสามารถเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ศกนี้ เป็นต้นไป โดยทาง JNTO พร้อมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากในประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นต่างให้ความสำคัญกับตลาดท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างมาก ด้วยการโปรโมทให้ชาวไทยเดินทางเที่ยวชมเสน่ห์มุมมองใหม่ของญี่ปุ่นอีกครั้ง”​
นางสาวอริญชยา เลิศวัฒนชัย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี สำนักงานกรุงเทพฯ กล่าวว่า “อสท.เกาหลี เตรียมความพร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ชูจุดเด่นสถานที่ท่องเที่ยวปลอดภัย (Safe Travels Destinations) ทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญ “Travel to Korea, Begins Again” จัดกิจกรรมพิเศษ อาทิ กิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวและรับของที่ระลึกพิเศษที่สนามบินอินชอน รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน มอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ ตั๋วเครื่องบิน สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า และ อื่นๆ อีกมากมาย”
นายนิโคลัส ลิม ผู้จัดการสำนักงานการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ประจำประเทศมาเลเซียและบรูไน กล่าวว่า “การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board – STB) เดินหน้าเผยแผนสร้างความเชื่อมั่น เปิดรับ นักเดินทางที่ได้รับวัคซีนครบโดสจากทั่วโลก มาพบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้นิยามใหม่ ‘SingapoReimagine’ ให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางมาสัมผัสสิงคโปร์ในมุมมองใหม่เหนือจินตนาการ พร้อมชู 4 หัวใจหลัก “ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน-สุขภาพดี-ประสบการณ์อาหารที่หลากหลาย-สถานที่เที่ยวอันน่าตื่นตาตื่นใจ”
นางสาวณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์ ตัวแทนการท่องเที่ยวปีนังประจำประเทศไทย กล่าวว่า “มาเลเซียเปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เมื่อวันที่1 เมษายน 2565 การท่องเที่ยวปีนังกำลังเจรจากับ สายการบินและภาคธุรกิจเพื่อเปิดเส้นทางการเดินทางเข้าสู่ปีนังให้มากขึ้น โดยในเดือนสิงหาคม 2565 การท่องเที่ยวปีนังจะจัดโรดโชว์ที่กรุงเทพฯ และหาดใหญ่ภายใต้ธีม “Experience Penang” เพื่อโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งได้รับรางวัลระดับโลก เช่น ปีนังฮิลล์ ป่าฝนปฐมภูมิอันเขียวชอุ่มที่มีอายุ 130 ล้านปี ที่เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ของโลกจากยูเนสโก (UNESCO) รวมถึงสตรีทอาร์ท และแหล่งรวมอาหารท้องถิ่นชื่อดัง จนทำให้ CNN จัดอันดับให้ปีนังเป็น หนึ่งใน 22 สถานที่ดีที่สุดที่ควรไปเยือนในปี 2565

บพข. ชูวัฒนธรรมอาหาร 7 ลุ่มน้ำ สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

posted Jun 13, 2022, 1:32 AM by Maturos Lophong


บพข. ชูวัฒนธรรมอาหาร 7 ลุ่มน้ำ สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้การดำเนินกิจการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยวหยุดชะงัก หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย แน่นอนว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวย่อมเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมาเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยการกำกับของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ดำเนินการวิจัยและนำงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์ ภายใต้แผนงานบริหารจัดการและบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร ใน 7 ลุ่มน้ำ โดยมี ดร.สัญชัย เกียรติทรงชัย เป็นผู้อำนวยการแผนงานวิจัย





การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารใน 7 ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย ลุ่มน้ำหมู่เกาะทะเลใต้ สมุย พะงัน เกาะเต่า เน้นอาหารและภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่น ผนวกกับอารมณ์ ศิลปะและความสัมพันธ์ของคนและธรรมชาติ เมนูอาหาร ผัดหมี่หมุย วายคั่ว ขนมโคหัวล้าน พื้นที่ลุ่มแม่น้ำทะเลสาบสงขลา ชูความโดดเด่นของวัตถุดิบที่เกิดจากคุณลักษณะเชิงพื้นที่ มีรสชาติและการใช้เครื่องเทศ เครื่องปรุงอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเมนูอาหารที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอมอาหาร ทั้งการตากแห้ง หมัก ร้า เมนูอาหาร ปลากระบอกต้มน้ำส้มโหนด แกงน้ำเคยยอดหวาย แกงส้มปลากดไหลบัวลูกเถาคัน พื้นที่ลำปางและพื้นที่เชื่อมโยง (อาหารตามฤดูกาล) เป็นอาหารที่สมดุลทางโภชนาการ ปรุงง่าย ไม่พิถีพิถัน ใช้เนื้อสัตว์ไม่มาก เครื่องปรุงล้วนเป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ เน้นใช้วัตถุดิบตามพื้นที่และฤดูกาล เมนูอาหาร ยำปลาแห้ง ข้าวกั้นจิ้น แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง พื้นที่รัตนโกสินทร์ สำรับชาววัง เกิดจากการสร้างสรรค์ผสมผสานและประดิดประดอย มีความประณีต วิจิตร บรรจง ตั้งแต่การสรรหาวัตถุดิบ การปรุง การจัดแต่ง เพื่อง่ายในการกิน และมีความสวยงาม เป็นมรดกตกทอดทางภูมิปัญญาจากตระกูลที่มีความใกล้ชิดกับข้าราชการชั้นสูงและพระบรมวงศานุวงศ์ เมนูอาหาร เมี่ยงคำ ผัดผักเบญจรงค์ ห่อหมกดอกบัวหลวง


 นอกจากนี้ยังมี สำรับชาวบ้าน เป็นจานอาหารที่เกิดจากการผสมผสานวัฒนธรรมอาหารต่างชาติ เข้ากับอาหารท้องถิ่น เกิดเมนูที่แสดงวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น เช่น ไส้กรอกเลือดของชุมชนชาวมอญ โรตีมะตะบะ ของชาวมุสลิม พื้นที่อีสานตอนบน เน้นอาหารมงคล เป็นอาหารที่รับประทานแล้วทำให้เกิดความสุขและความเจริญแก่ชีวิต ได้แก่ อาหารที่มีนามมงคล ความหมายมงคล รูปลักษณ์มงคล มีวัตถุดิบที่เป็นมงคล เชื่อมโยงกับพิธีมงคล และมีเรื่องราวมงคล เมนูอาหาร ลาบปลาน้ำโขง ข้าวเม่าโพธิ์ตาก หมกจ้อปลากราย พื้นที่ฉะเชิงเทรา เป็นเมนูที่สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยรับเอาวัฒนธรรมด้านอาหารของชาติต่าง ๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น จนทำให้คนรุ่นหลังแยกไม่ออกว่าอะไรคือขนมที่เป็นไทยแท้ และอะไรดัดแปลงมาจากวัฒนธรรมของชาติอื่น พื้นที่อยุธยา เมืองท่าตะวันออก อาหารแห่งความทรงจำที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง และผสมผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรม เช่น แกงกะทิ ที่มาจากชาวฮินดู การผัด การใช้น้ำมันจากจีน ขนมหวานที่ใช้ไข่เป็นส่วนประกอบ ที่ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก เป็นต้น


การท่องเที่ยวเชิงอาหารสร้างรายได้มากถึงร้อยละ 20 ของรายได้จากการท่องเที่ยวไทย สะท้อนถึงศักยภาพการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ที่เป็นแก่นแท้ของสถานที่ท่องเที่ยว และยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 


ทั้งการสร้างโอกาสแสดงฝีมือแม่ครัวท้องถิ่น สร้างศักดิ์ศรีแก่วัฒนธรรมอาหารชาวบ้าน บันดาลพลังในการเชิดชูความรู้วิทยาศาสตร์โภชนาการ ทำให้อาหารท้องถิ่นมีความโดดเด่น เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ จนนำมาสู่รายได้ที่ยั่งยืนในอนาคต



พราว กรุ๊ป ส่งอภิมหาโปรเจกต์ “อันดามันดา ภูเก็ต” งบลงทุนกว่า 4.5 พันล้านบาท

posted May 10, 2022, 2:05 AM by Maturos Lophong


พราว กรุ๊ป ส่งอภิมหาโปรเจกต์ “อันดามันดา ภูเก็ต” งบลงทุนกว่า 4.5 พันล้านบาท ปลุกพลังฟื้นฟูการท่องเที่ยว ตั้งเป้า นทท. 1 ล้านคนต่อปี พร้อมเปิดให้บริการ พ.ค. 65 นี้


พราว กรุ๊ป เปิดตัว “อันดามันดา ภูเก็ต” โครงการล่าสุด ที่มาพร้อมความโดดเด่นแบบมิกซ์ยูส มัดรวมทุกความบันเทิง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในที่เดียว บนเนื้อที่ 58 ไร่ ใจกลางภูเก็ต ตั้งเป้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นของประเทศ อีกทั้งเชื่อมั่น จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก หวังรับนทท. 1 ล้านคนต่อปี สอดรับและสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวไทยปี 65







นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานในพิธี ได้กล่าวแสดงความยินดี ที่ได้มีการเปิดตัวโครงการอันดามันดา ภูเก็ต ซึ่งเป็นการลงทุนของภาคเอกชน ในการสร้างแหล่งท่องเที่ยว Man Made destination เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ทางด้านการท่องเที่ยวที่เริ่มคลี่คลายขึ้น จากที่ได้มีการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ภายหลังเมื่อสถานการณ์ covid ได้เริ่มคลี่คลายลง ภาคการท่องเที่ยว เป็นภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญยิ่งต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเป็น ภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากสถานการณ์โควิด ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการว่างงาน และการหยุดกิจการของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ในระยะเริ่มต้นของการฟื้นฟูประเทศ หลังสถานการณ์ covid เริ่มคลี่คลาย นั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะได้ผลที่รวดเร็วและตรงกับปัญหาของประเทศได้มากกว่าการลงทุนด้านโครงการใหญ่ๆ ในภาคอุตสาหกรรมอื่น เพราะต้องอาศัยความเชื่อมั่นและระยะเวลาในการดำเนินการ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้ด้วยความรวดเร็วมากกว่านักลงทุน รายได้จากนักท่องเที่ยวกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ทุกอาชีพในระยะเวลาอันสั้น จะเป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจรากหญ้าให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว การลงทุนในโครงการอันดามันภูเก็ตเกือบ 5 พันล้านของภาคเอกชนจะมีนัยยะสำคัญต่อความเชื่อมั่นของการกลับมาของการท่องเที่ยวของประเทศไทยและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และจะเป็นการตอกย้ำความเป็นเมืองเท่องเที่ยวของเมืองไทย และส่งเสริมให้เมืองภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืนอีกด้วย


นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมของจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของไทยอย่างภูเก็ตว่า “ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาภูเก็ตเฉลี่ยวันละ 2,000-3,000 คน ซึ่งในปัจจุบันพบยอดจองห้องพักเพิ่มมากขึ้น จึงเชื่อว่าการยกเลิกระบบ Test & Go อาจเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากถึงวันละ 6,000 คน และตั้งเป้าไว้ที่หลักหมื่นคนต่อวัน โดยขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต และภาคเอกชนได้มีการเตรียมความพร้อมแล้วในหลายด้าน เพื่อเพิ่มศักยภาพความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการผลิกพื้นเศรษฐกิจของภูเก็ตโดยรวม”






นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า “ภูเก็ตมีความพร้อมอย่างยิ่งในทุกๆ ด้าน เห็นได้ชัดจากโครงการภูเก็ต แซนด์บอกซ์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเติบโตของภูเก็ตมีผลต่อภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งไม่นานมานี้ ททท. ได้มีการเปิดตัว “Visit Thailand Year 2022 : Amazing New Chapters” ในการช่วยพลิกฟื้นภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย สนับสนุนให้ “เที่ยวในไทย ปลอดภัย ประทับใจ ยั่งยืน และเศรษฐกิจเติบโต” โดยตั้งเป้าดึงยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 10 ล้านคน สร้างรายได้ 0.65-1.2 ล้านล้านบาท และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวกว่า 160 ล้านครั้ง สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนโดยรวม 1.3-1.8 ล้านล้านบาท จึงเชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้ของ ททท. จะช่วยสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังภูเก็ตมากขึ้น และเอื้อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวภูเก็ตได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากแคมเปญนี้”



นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ซึ่งมีการปรับเงื่อนไขในการเข้าประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น คาดว่า 3 ตลาด ที่จะเดินทางเข้ามาและจะเสริมในช่วงโลว์ซีซัน ได้แก่ ออสเตรเลีย อินเดีย และตะวันออกกลาง รวมถึงหากรัฐบาลต่ออายุโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 จะทำให้มีคนไทยมาเสริม ทำให้เราได้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า จากเดิมมีนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 400-500 คน เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเป็น 2,000-3,000 คน ดังนั้นเชื่อว่าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนมาตรการเข้าราชอาณาจักรในลักษณะที่ผ่อนคลายอย่างมาก จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 3 เท่า จากปัจจุบันที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาวันละ 3,000 คน จะเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 คน และในช่วง 4 เดือน คือ ระหว่างเดือน มิ.ย. ถึง ก.ย.นักท่องเที่ยวจะกลับมาประมาณ 40% ของปี 2019”





นายไบรอัน วอร์คเกอร์ สมิท บริษัท ไวท์วอเตอร์ เวสต์ อินดัสทรี ผู้ผลิตเครื่องเล่น กล่าวว่า “ทางไวท์วอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสไลเดอร์ชั้นนำ จากประเทศแคนาดา ซึ่งได้มีผลงานออกแบบ และผลิตเครื่องเล่นให้แก่ เรือสำราญ โรงแรม สวนน้ำ และสวนสนุกชั้นนำหลายๆ แห่งทั่วโลก อย่างเช่นสวนน้ำ Wild Wadi ประเทศดูไบ และสวนน้ำ Disney’s Typhoon Lagoon รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยมาตรฐานการออกแบบและความปลอดภัยเหนือกว่า อีกทั้งประสบการณ์ในการออกแบบเครื่องเล่นมาแล้วกว่า 40 ปี จึงมีความมั่นใจว่านักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน ที่อันดามันดา ภูเก็ต จะได้รับทั้งความสนุกและความปลอดภัยอย่างสูงสุด และยังเชื่อมั่นว่า อันดามันดา ภูเก็ต ซึ่งครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ความบันเทิง จะไม่เป็นเพียงแค่สวนน้ำระดับเวิลด์คลาสที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคนมิลเลนเนียล และการเดินทางแบบครอบครัว แต่น่าจะนับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่สวยและอลังการ และตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย”






นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พราว เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมา พราว กรุ๊ป สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังมากมาย โดยเฉพาะการเป็นผู้นำทางด้านไลฟ์ไสตล์ของเมืองหัวหินด้วยหลายธุรกิจที่มี อย่างโรงแรม อินเตอร์คอนทินเนลทัล หัวหิน รีสอร์ท โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานา นาวา หัวหิน สวนน้ำวานา นาวา หัวหิน รวมทั้ง ทรู อารีน่า หัวหิน ศูนย์รวมสปอร์ตไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของเอเชีย อีกทั้งยังเป็นผู้นำการจัดอีเว้นท์ด้านกีฬาระดับนานาชาติ และคอนเสิร์ตระดับโลกหลายรายการใจกลางเมืองหัวหินอีกด้วย


ต่อเนื่องจากความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่บริการที่หัวหิน โดยเฉพาะในส่วนของ โครงการ วานา นาวา ซึ่งเป็นมิกซ์ยูสแห่งการผักผ่อนและการบันเทิงแห่งแรกของไทย ที่ได้รับความนิยมจนกระทั่งเคยได้รับโหวตให้เป็นสวนน้ำที่ดีที่สุดอันดับ 3 ในทวีปเอเซีย ในปี 2020 บนเว็บไซท์ TripAdvisor ส่งต่อความตั้งใจที่จะขยายโครงการไปยังจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย โดยปักธงให้จังหวัดภูเก็ต เป็นก้าวต่อไปที่แข็งแกร่งและสร้างความภาคภูมิใจของพราว กรุ๊ป โดยในปี 2562 ได้มีการพัฒนาโครงการและเปิดให้บริการโรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท โรงแรมระดับลักชัวรี่ โดดเด่นด้วยที่ตั้งโอบล้อมด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์อันน่าทึ่งของทะเลอันดามันและหาดทรายขาว ด้วยแนวคิดการออกแบบไทยร่วมสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Heaven on Earth” และล่าสุดกับโปรเจกต์สุดยิ่งใหญ่ซึ่งจะเปิดตัวในปี 2565 อย่างอันดามันดา ภูเก็ต





คุณพราวพุธให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ภูเก็ตได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางธุรกิจโรงแรม หรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอย่างเดียว แต่ยังไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทมนุษย์สร้างขึ้น หรือ Man-made attraction จึงเป็นที่มาของโปรเจกต์ อันดามันดา ภูเก็ต ด้วยงบลงทุนกว่า 4.5 พันล้านบาท บนพื้นที่ขนาดใหญ่ 58 ไร่ ทั้งหมดประกอบไปด้วย 3 ส่วนธุรกิจคือ 1) สวนน้ำ 2)โรงแรม และ 3) พื้นที่รีเทลเชิงไลฟ์สไตล์ ที่มาพร้อมกับโชว์น้ำพุสุดอลังการ โดยในส่วนของสวนน้ำเตรียมจะเปิดในเดือน พ.ค. นี้ โดยโครงการฯ นี้ ถูกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าสวนน้ำ แต่มุ่งให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร รวมของดี วัฒนธรรม และจุดน่าสนใจต่างๆ ของเมืองภูเก็ตมารวมไว้ ในที่เดียวกัน เชื่อมั่นว่าจะต้องกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของภูเก็ตที่ทุกคนต้องมาเยือน


เสน่ห์ของสวนน้ำระดับโลกแห่งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านแนวคิดและแรงบันดาลใจ “Thai Legend Meets Fantasy” เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย เติมเต็มไปด้วยความสนุกสำหรับทุกเพศทุกวัย มีการวางประสบการณ์การท่องเที่ยว บน 3 ธีมหลักๆ คือ 1) การผจญภัย (Adventure) 2) วัฒนธรรม (Culture) 3) การพักผ่อนหย่อนใจ (Leisure) เพื่อรองรับความต้องการของทักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย หลากหลายความต้องการ โดยมีทะเลเทียมขนาดใหญ่ 10,000 ตร.ม. สามารถโต้คลื่นได้สูงสุดถึง 3 เมตร ที่เดียวในไทย ที่มาพร้อมกับหาดทรายเทียมที่มีความยาวกว่า 300 เมตร และยังสามารถรองรับคนได้มากกว่า 5,000 คนสำหรับการจัดงานและอีเว้นท์ต่างๆ เครื่องเล่นและจุดน่าสนใจทั้งหมดกว่า 25 รายการ รวมไปถึงสไลเดอร์สุดเร้าใจกว่า 12 สไลเดอร์ โซนเครื่องเล่นสำหรับเด็กกว่า 5,300 ตารางเมตร ทั้งสำหรับสาย Adrenaline สายชิลล์ และเด็กๆ นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยหน้าผาและก้อนหินจำลอง เพื่อสื่อถึงเสน่ห์ของทะเลอันดามันที่เต็มไปด้วยภูเขาหินทราย เขาตะปูจำลองขนาดเท่าของจริง Lazy River ที่ยาวที่สุดในไทย ตลาดน้ำที่เต็มไปด้วยอาหารนานาชาติ Ultimate Theme Party ทุกเดือน และอีเว้นท์กับคอนเสิร์ตระดับโลกที่จะมีขึ้นตลอดทั้งปี ดังนั้นเชื่อว่า อันดามันดา ภูเก็ต จะกลายเป็นใจกลางของความบันเทิงแห่งใหม่ของเมืองภูเก็ต



สำหรับสวนน้ำ ที่เปิดใหม่ในยุคดิจิทัล อันดามันดา ภูเก็ต ได้มีการนำระบบ cashless payment ผ่านสายข้อมือ RFID มาใช้ อีกทั้งยังมี APP ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานในช่วงไตรมาสที่สาม จะทำให้ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถเพิ่มความสนุก และเก็บคะแนนจากการใช้จ่าย และเล่นเกมส์ AR ภายในสวนน้ำ ถือว่าเป็น Gamification ของประสบการณ์การเที่ยวในสวนน้ำครั้งแรกในไทย และเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่เที่ยวแบบมีจิตสำนึก (Conscious Traveler) ที่เพิ่มขึ้น อันดามันดา ภูเก็ต ยังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยนโยบาย Zero Waste หรือการจัดการน้ำเสียและการนำน้ำมารีไซเคิลแบบ 100% เพื่อให้เกิดการประหยัดและใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด มีการนำน้ำบาดาลมาใช้และลงทุนในระบบกรองน้ำ Reverse Osmosis เพื่อลดการใช้น้ำประปาไปถึง 20% และตั้งเป้าจะเป็นสวนน้ำที่แรก ที่ไม่มีการใช้ Single Use Plastic ไม่ว่าจะเป็น ขวดน้ำพลาสติก หรือหลอดต่างๆ ในส่วนของความปลอดภัยนั้น ได้มีการจ้างไลฟ์การ์ดกว่า 200 ชีวิต โดยที่ทุกคนจะได้รับการฝึกและอบรบภายใต้หลักสูตรของ Ellis & Associates' International Lifeguard Training Program (ILTPTM) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานของความปลอดภัยที่สูงที่สุดในธุรกิจสวนน้ำอีกด้วย



คุณพราวพุธ กล่าวปิดท้ายว่า อันดามันดา ภูเก็ต จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็นศูนย์รวมแหล่งพักผ่อน สวนน้ำ และความบันเทิงในรูปแบบ Integrated Entertainment and Resort Destination ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นน้ำของโลกของเมืองภูเก็ตให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งเชื่อว่า การเปิดในครั้งนี้ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวของภูเก็ตที่สำคัญอย่างทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานกว่า 400 ชีวิต การทำงานร่วมกันกับผู้ส่งและผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่น มี Partnership กับโรงแรมในภูเก็ตกว่า 300 โรงแรม ทัวร์เอเจ้นท์กว่า 500 ราย ในการร่วมกันทำการตลาด มีการทำข้อตกลงในการส่งลูกค้ากับกลุ่มขนส่งกว่า 3,000 คัน ตอกย้ำความมั่นใจในการท่องเที่ยวของประเทศไทย พร้อมขานรับนโยบายเปิดประเทศของทางรัฐบาล และหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวของ ททท. ในปี 2565 อย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวจำนวน 1 ล้านคนต่อปี

ททท. จับมือ บริษัท สานฟ้า จำกัด ชี้เป้าแจกโปรต่อ ไม่รอแล้วนะ

posted Apr 29, 2022, 1:29 AM by Maturos Lophong



ททท. จับมือ บริษัท สานฟ้า จำกัด ชี้เป้าแจกโปรต่อ ไม่รอแล้วนะ

รับโค้ดได้แล้ววันนี้ที่ Line OA @timetotraveleast

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท สานฟ้า จำกัด ลุยเสิร์ฟดีลเด็ด เผ็ชรับซัมเมอร์ มอบโค้ดส่วนลดสุดฟิน ทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก ตอบรับนักท่องเที่ยววิถีใหม่ให้อุ่นใจทุกเดินทาง สามารถเลือกเก็บโค้ดและนำไปใช้ได้ทั้งวันธรรมดา วันหยุด และวันหยุดนักขัตฤกษ์ กดรับโค้ดสุดพิเศษกับ “Time To Travel EAST” ได้แล้ววันนี้จนถึงเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ Line Official Account โครงการ @timetotraveleast แล้วออกไปเที่ยว More Fun อัศจรรย์เมืองรองของภาคตะวันออก

“Time To Travel EAST” ชวนเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยว “เมืองรองต้องไป” ภายใต้โครงการ “เที่ยว More Fun อัศจรรย์เมืองรอง ภูมิภาคภาคตะวันออก” หวังให้นักท่องเที่ยวได้ออกเดินทางไปเที่ยวเมืองรองมากขึ้น เพื่อลดความแออัดในพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองหลัก ยกขบวนสินค้าและบริการท่องเที่ยวมากมาย ราคาสบายกระเป๋า ในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคตะวันออก ได้แก่ นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด อาทิ

· โปร 3 โรงแรมดีเวอร์ ต้องไปพัก จังหวัดจันทบุรี ได้แก่ The Motifs Eco Hotel มอบส่วนลดห้องพักรวมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน โดยวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี แจกส่วนลด 10% และ Food & Beverage มูลค่า 100 บาท สำหรับวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์ แจกส่วนลด 5% และ Food & Beverage มูลค่า 200 บาท, Rimnaam Klangchan Hotel หรือโรงแรมริมน้ำกลางจันท์ มอบดีลส่วนลดสุดพิเศษ 10% สำหรับห้อง Deluxe ใช้สิทธิ์ได้ในวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี, Maneechan Resort Chanthaburi มอบห้องพัก Superior ในราคาสุดคุ้มเพียง 2,000 บาท ใช้สิทธิ์ได้ในวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี

· โปรที่เที่ยวใกล้กรุง จังหวัดนครนายก ชวนควงแขนเสพธรรมชาติสุดชิวที่ ศูนย์การเรียนรู้ ภูกะเหรี่ยง & คาเฟ่ในสวน มอบดีลเที่ยวเป็นแก๊ง มา 4 จ่าย 3 (ฟรีค่าเข้าชมสถานที่มูลค่า 50 บาท) ลดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

· โปร 4 ร้านอาหารสุดฟิน จังหวัดสระแก้ว ได้แก่ ร้านยายต๊ามอาหารเวียดนาม เจ้าแรกในอรัญ ร้านอาหารเก่าแก่กว่า 60 ปี มอบส่วนลด 5% ทันที เมื่อทานอาหารครบ 500 บาทขึ้นไป ใช้สิทธิ์ได้วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี, ร้านกาแฟชมทุ่ง แจกดีลส่วนลด 5% เมื่อทานอาหารครบ 500 บาทขึ้นไป ใช้สิทธิ์ได้วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี, ร้านแซ่บ ว่า ซั้น วัฒนานคร ร้านอาหารไทย-อีสานสไตล์อินดี้ มอบดีลส่วนลด 10% เมื่อทานอาหารครบ 1,000 บาท (เฉพาะเมนูที่ร่วมรายการ) ใช้สิทธิ์ได้วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี, ร้าน Champ Coffee Bakery & Bingsu มอบส่วนลด 5% ทันที เมื่อเช็คอินและสั่งอาหารภายในร้าน ใช้สิทธิ์ได้วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี

· โปร 2 ร้านอาหารเด็ด ต้องโดน จังหวัดตราด ได้แก่ ร้านบ้านท่า ร.ศ.112 ร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศดี มอบส่วนลด 5% เมื่อทานอาหารครบ 1,000 บาทขึ้นไป ใช้สิทธิ์ได้วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี, ร้าน Al dente Restaurant มอบส่วนลดค่าอาหาร 10% ใช้สิทธิ์ได้วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี

· โปร 4 ที่พักราคาสุดจึ้ง จังหวัดปราจีนบุรี ได้แก่ วินเนอร์ ปราจีนบุรี เซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ มอบส่วนลดค่าห้องพัก มูลค่า 100 บาท สำหรับห้องพัก Studio B จากราคาปกติ 1,100 บาท เหลือเพียง 1,000 บาท รวมอาหารเช้า ใช้สิทธิ์ได้วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี, โรงแรม Burgundy Residence 304 มอบส่วนลดค่าห้องพัก มูลค่า 200 บาท พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน สำหรับห้องพัก Studio จากราคาปกติ 1,500 บาท จ่ายเพียง 1,300 บาท และห้องพัก One Bedroom จากราคาปกติ 1,800 บาท จ่ายเพียง 1,600 บาท ใช้สิทธิ์ได้ทุกวัน, The Canal 304 Hotel & Residence มอบห้องพักราคาสุดคุ้ม เพียง 1,350 บาท รวมอาหารเช้า 2 ท่าน แถมฟรีอัพเกรดห้องพักจากห้อง Standard เป็นห้อง Luxury ใช้สิทธิ์ได้ทุกวัน, The Garden 304 Hotel มอบแพ็คเกจห้องพัก สำหรับ Studio Package ในราคาสุดพิเศษ เพียง 1,290 บาท รวมอาหารเช้า 2 ท่าน และฟรี Gift Voucher ใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารที่ห้องอาหาร Arden มูลค่า 200 บาท และส่วนลด 20% บริการนวดไทยหรือนวดเท้า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแพ็คเกจให้เลือกมากมาย ใช้สิทธิ์ได้ทุกวัน

กดรับโค้ดสุดคุ้มวันนี้ ฟินยาวนานถึงเดือนกรกฎาคม 2565 เพียงเพิ่มเพื่อนบนช่องทาง Line Official Account โครงการ ด้วยชื่อ @timetotraveleast กดเลือกโปรโมชันของจังหวัดที่สนใจจากเมนูด้านล่าง แล้วกดรับคูปองส่วนลดได้ทันที และนำไปแสดงกับสถานประกอบการนั้นๆ.. สามารถติดตามโปรโมชันโดนๆ ตลอดระยะเวลาโครงการ และรายละเอียดเพิ่มเติมได้บนช่องทาง Line Official Account : @timetotraveleast https://lin.ee/JCpPT9w หรือ Facebook Fanpage : หลงรักยิ้ม หรือ Facebook Fanpage : ฉันเล่าเอง แล้ว Let’s Go ไปเที่ยวเมืองรองด้วยกัน #MoreFunอัศจรรย์เมืองรอง #TimeToTravelEAST #ททท #TAT #สบ๊ายสบายภาคตะวันออก #EastatEase #สบ๊ายสบายสายชิลล์ #เที่ยวตะวันออก #นครนายก #ปราจีนบุรี #สระแก้ว #จันทบุรี #ตราด

airasia Super App และ Google Cloud จับมือสร้างกลยุทธ์เพื่อปลดล็อกการเติบโต

posted Apr 8, 2022, 1:46 AM by Maturos Lophong


airasia Super App และ Google Cloud จับมือสร้างกลยุทธ์เพื่อปลดล็อกการเติบโต ส่งเสริมความสะดวกทางดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ระบบนิเวศน์นวัตกรรมร่วมที่ขับเคลื่อนด้วยคลาวด์ พร้อมสร้างแรงขับเคลื่อน ลการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค


และตอบสนองความต้องการในทุกแง่มุมของชีวิต





จากซ้าย : โทมัส คูเรียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Google Cloud, สุนทรา พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Google และ โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Capital A ในงานแถลงข่าวประกาศความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่าง airasia Super App และ Google Cloud


เมาน์เทนวิว แคลิฟอร์เนีย และกัวลาลัมเปอร์ วันที่ 8 เมษายน 2565 – airasia Super App แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์สำหรับทุกคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Google Cloud ประกาศแผนห้าปีว่าด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาวิสัยทัศน์ของ airasia Super App ในการบูรณาการทุกหน่วยธุรกิจภายใต้ระบบนิเวศเดียวกันเพื่อเอื้ออำนวยให้ธุรกิจและนักพัฒนาสามารถมีส่วนร่วมเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการรายวันของผู้คนในภูมิภาค ทั้งสององค์กรจะรวมความสามารถหลักเพื่อบ่มเพาะผู้ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี ร่วมสร้างเครื่องมือซอฟต์แวร์สำหรับนวัตกรรมแบบเปิด ส่งมอบข้อมูลอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในนามของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) บนแพลตฟอร์ม และรับรองการเข้าถึงสำหรับ ผู้ใช้ที่หลากหลายในเมืองและพื้นที่ชนบท


airasia Super App ให้บริการในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย และฟิลิปปินส์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของเสาหลักธุรกิจด้านดิจิทัลของกลุ่ม Capital A แพลตฟอร์มนี้ให้บริการครอบคลุมทั้งการจองเที่ยวบินและโรงแรม บริการด้านอีคอมเมิร์ซ การจัดส่งอาหารและพัสดุ บริการเรียกรถ บริการทางการเงินและสุขภาพ การศึกษาตามความต้องการ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีระบบสมาชิกสะสมคะแนนและสิทธิประโยชน์แบบบูรณาการและกระเป๋าเงินบนมือถือ ที่ผ่านมามีการทะยอยเปิดตัวบริการมากมายในตลาดต่างๆ ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวนี้มีผู้ใช้งานกว่า 51 ล้านคน Credit Suisse เปิดเผยว่านับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2563 airasia Super App มีมูลค่าเป็นหนึ่งในสามสุดยอดธุรกิจยูนิคอร์นที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในมาเลเซีย


“5 ปีที่แล้วเมื่อผมได้ตัดสินใจที่พาองค์กรก้าวสู่การเดินทางดิจิทัลในอีกระดับ ผมได้พยายามมองหาพันธมิตรที่จะสามารถนำพาเราไปสู่เป้าหมายสูงสุดที่ยั่งยืน ในรูปแบบเดียวกันกับที่ Airbus และ General Electric ได้ช่วยสนับสนุนเราตลอดการเดินทาง จากการเริ่มต้นที่เครื่องบิน 2 ลำ จนมาถึงการเป็นฝูงบินที่มีขนาดติดอันดับหนึ่งในสี่ฝูงบินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เมื่อผมได้มีโอกาสเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ผมได้มีโอกาสพบ Diana Greene และการเดินทางก็ได้เริ่มต้นขึ้น Thomas และทีมของเขา ตอนนี้เราอยู่บนถนนที่จะเปลี่ยนโฉมแพลตฟอร์มดิจิทัลในแบบเดียวกับที่เราทำกับสายการบิน แม้ว่าเราอาจเข้าร่วมสนามนี้ล่าช้าไปบ้าง แต่ด้วย Super App ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางของบริการด้านอีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และฟินเทค เรามุ่งมั่นที่จะทำให้บริการของเราครอบคลุมและผู้คนในภูมิภาคอาเซียนกว่า 700 ล้านคนสามารถเข้าถึงได้” โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Capital A กล่าว


“ด้วยความช่วยเหลือและการสนับสนุนของ Google ระบบนิเวศทางธรกิจของเราจะไม่เพียงแต่ทำธุรกรรม แต่ยังเกี่ยวกับการสร้างชุมชน และทำให้ชุมชนนั้นสมบูรณ์ – ไม่ใช่แค่สำหรับลูกค้าแต่พันธมิตรเช่นร้านอาหาร สายการบิน โรงแรม และคนขับรถ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าแอร์เอเชียและทรัพย์สินทั้งหมดของ Capital A จะเปลี่ยนแปลงอาเซียนและส่งมอบคุณค่า ไม่เพียงแต่ในการทำธุรกรรมเท่านั้น แต่ยังทำให้ภูมิภาคอาเซียนมีขนาดเล็กลงผ่านการเชื่อมโยงถึงกันและกัน สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ไม่ใช่วิวัฒนาการ แต่เป็นการปฏิวัติ ผมมัน่ใจว่าการเดินทางไปพร้อมกับ Google จะเต็มไปด้วยความท้าทายและตื่นตาตื่นใจ” นายโทนี่กล่าวเสริม


โดยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และยุทธศาสตร์การสร้างระบบนิเวศจะครอบคลุมสี่ด้านได้แก่


ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ปราดเปรียวและเครื่องมือที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมร่วมกัน: airasia Super App และ Google Cloud จะก่อตั้ง Cloud Center of Excellence (CCoE) ซึ่งประกอบด้วย AirAsia AllStars และนักเทคโนโลยีจาก Google Cloud CCoE โดยมีจุดประสงค์เพื่อมุ่งเน้นปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานที่คล่องตัวในทุกหน่วยธุรกิจภายใต้ร่มเงา Super App ของแอร์เอเชียเพื่อเร่งความเร็วของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ทีมยอมรับการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มทักษะความสามารถ รวมถึงการแตะแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับวิศวกรรมความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ Site Reliability Engineering (SRE) ของ Google Cloud และ MLOps เพื่อให้พนักงานและผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรของ AirAsia Academy สามารถเสริมสร้างความสามารถด้านเทคนิคและตอบสนองความต้องการของธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในฐานะที่เป็นส่วนเสริมของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Google Cloud CCoE จะขับเคลื่อนความพยายามในการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกันเพื่อกำหนดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสำหรับภูมิภาคและอื่น ๆ


ให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาบนอุปกรณ์ใดๆ ก็ตาม อย่างราบรื่น: ด้วยการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและปรับขนาดได้ของ Google Cloud และบริการระดับเล็กขั้นสูง เทคโนโลยีไร้เซิร์ฟเวอร์และเครือข่าย CCoE จะปรับปรุง airasia Super App เพื่อให้แข็งแกร่ง เชื่อถือได้ และมีน้ำหนักเบาเป็นคุณสมบัติเพิ่มเติม และมีการเพิ่มบริการอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าแพลตฟอร์มจะทำงานได้อย่างราบรื่นเมื่อมีผู้ใช้จำนวนมากเข้าถึงได้ตลอดเวลา รวมถึงผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชนบทที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะ ๆ หรือใช้สมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่มีความจุน้อยกว่า


ปลดล็อกข้อมูลเชิงลึก เพื่อกระตุ้นการเติบโตของ MSME: ด้วยการปรับใช้การวิเคราะห์ชั้นนำของ Google Cloud, เครื่องมือการเรียนรู้และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ CCoE สามารถรวมและวิเคราะห์ชุดข้อมูลเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความรู้สึกของลูกค้าและแนวโน้มที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงความเข้าใจในแนวทางการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และรูปแบบการบริโภคเกี่ยวกับการจัดส่งอาหาร การเรียกรถ และอื่นๆ ข้อมูลเชิงลึกจะช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลที่ไม่หยุดนิ่งแก่ผู้ใช้ในนามของ MSME และช่วยเพิ่มกระแสรายได้ของธุรกิจเหล่านี้

ส่งเสริมคู่ค้าและนักพัฒนาให้ร่วมกันคิดค้นและมีส่วนร่วม: ด้วยการนำหลักการโอเพ่นซอร์สและโครงสร้างพื้นฐานของ Google Cloud มาใช้ CCoE จะพัฒนาชุดซอฟต์แวร์ (SDK) ที่คู่ค้าในระบบนิเวศและนักพัฒนาภายนอกสามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า ฟีเจอร์และบริการใหม่สำหรับผู้ใช้ airasia Super App ซึ่งจะรวมถึงส่วนประกอบซอฟต์แวร์ที่ใช้ซ้ำได้สำหรับการระบุตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์, แชทบอท, กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์, การจองการเดินทางออนไลน์ และอื่นๆ Google จะทำงานร่วมกับ airasia Super App โดยใช้เครือข่ายในภูมิภาค เพื่อขยายชุมชนนักพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


นางอแมนดา วู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร airasia Super App กล่าวว่า เพื่อประโยชน์ของชุมชนที่มีความหลากหลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ airasia Super App จะต้องเรียบง่ายและใช้งานง่าย โดยมีแนวคืดในการออกแบบที่ครอบคลุม เน้นการทำงานร่วมกัน และการปรับเปลี่ยนเฉพาะบุคคล ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องใช้ประโยชน์จากประสบการณ์อันยาวนานของ Google ในการสร้างแพลตฟอร์มและระบบนิเวศระดับโลก เพื่อจัดเตรียมความพร้อมและมีส่วนร่วมกับผู้ใช้งาน ผู้ประกอบการ และพันธมิตรมากขึ้น โดยสามารถมอบช่องทางที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับชีวิตของผู้ใช้ได้มากขึ้น สิ่งที่เราประกาศในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และพร้อมจะสำรวจโครงการริเริ่มด้านนวัตกรรมร่วมกับ Google เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเดินทางดิจิทัล รถยนต์ไร้คนขับ การเล่นเกมบนคลาวด์ การลงทุน หรือการสนับสนุนพนักงานแนวหน้าผ่าน Google Workspace


“Super App ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโตและกระตุ้นเศรษฐกิจ ในความเป็นจริง World Economic Forum ประมาณการว่า 70% ของมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างขึ้นในทศวรรษหน้าจะถูกขับเคลื่อนโดยโมเดลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล” โทมัส คูเรียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Google Cloud กล่าว “airasia Super App เป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจของบริษัทที่กำลังสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีที่เน้นระบบคลาวด์เป็นหลัก เพื่อเข้าถึงและให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับโทนี่และทีมงานทุกคน เพื่อพัฒนาความสามารถและระบบนิเวศนวัตกรรมแบบเปิด เพื่อตอบสนองความต้องการไลฟ์สไตล์ดิจิทัลที่หลากหลายทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ททท. ชี้กระแส Sport Tourism “ท่องเที่ยวเชิงกีฬา” มาแรง!

posted Apr 7, 2022, 12:45 AM by Maturos Lophong


ททท. ชี้กระแส Sport Tourism “ท่องเที่ยวเชิงกีฬา” มาแรง!

แนะภาคเอกชนปรับตัวจัดกิจกรรมท่องเชิงกีฬาวิถีใหม่ และใส่ใจความยั่งยืน


- แนะปรับตัวจัดงานแบบ Virtual events และ Hybrid รวมทั้งนำสื่อดิจิทัลมาใช้

- เผย E-sports และการผสมผสานเทคโนโลยีได้รับความนิยมต่อเนื่อง

- การท่องเที่ยวเชิงกีฬาประเภทเดี่ยวหรือกีฬาที่เล่นคนเดียวจะได้รับความนิยมมากขึ้น

- ย้ำยังคงต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยในระบบสาธารณสุข และความยั่งยืน





นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมการจัดงาน หรือ Event Industry เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 3 ปีแล้ว ส่งผลกระทบให้การเดินทาง
ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงัก กระทั่งสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และทั่วโลกเริ่มปลดล็อกการเดินทาง ททท. จึงพยายามผลักดันให้ภาคธุรกิจเร่งปรับตัว พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวมิติใหม่ ๆ ที่ใส่ใจและคำนึงถึงความปลอดภัยในระบบสาธารณสุข ควบคู่ไปพร้อมกับการสร้างสรรค์กิจกรรมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน



รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เปิดเผยว่า จากการติดตามเทรนด์การท่องเที่ยวทั่วโลก พบว่าการท่องเที่ยวเชิงกีฬามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงสุด หลายประเทศส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการนำเอากีฬาเข้ามารวมกับการท่องเที่ยว เกิดเป็นกิจกรรมหรือสินค้าการท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เข้าชมหรือเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา






นอกจากนั้นแล้ว ทั่วโลกยังได้ปรับรูปแบบกิจกรรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้เหมาะสม สอดรับกับสถานการณ์การท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal โดยภาคธุรกิจและผู้จัดงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับตัวภายใต้ 3 ทิศทางที่สำคัญ คือ



1) การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาโดยนำเอาเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันมากขึ้น เช่น

- Virtual Events การสัมผัสประสบการณ์ทางเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) บนโลกเสมือน Metaverse

- Hybrid Events การจัดงานผสมผสานองค์ประกอบแบบ Live และ Virtual เข้าด้วยกัน
ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยม

- Live Event with Contactless Experiences การนำเอานวัตกรรมใหม่ ๆ (Innovation) และสื่อดิจิทัล (Digital Media) เข้ามามีบทบาทในการจัดงานมากขึ้น

2) เทรนด์ e-Sports กับการผสมผสานเทคโนโลยี (Emergence of e-Sports and Infusion of Technology) ทั้งนี้ กิจกรรม e-Sports เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มมิลเลเนียลซึ่งชื่นชอบการเล่นเกมออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดชี้ว่า ตลาด e-Sports จะเป็นกิจกรรมที่ทำกำไรได้มากที่สุดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาทั่วโลก

3) การท่องเที่ยวเชิงกีฬาประเภทเดี่ยวหรือกีฬาที่เล่นคนเดียว (Individual Sports) มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น การทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ระหว่างคนที่รู้จักกัน อาทิ การเดินทางไปชมกีฬาร่วมกันจะได้รับความนิยมสูงขึ้น


ททท.เผยแพร่ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวด้านกีฬา


ทั้งนี้ นายอภิชัย กล่าวว่า ในปี 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยสร้างการรับรู้และกระตุ้นความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Sport Tourism ให้เกิดการเดินทางและกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ โดยจัดทำข้อมูลสินค้าการท่องเที่ยวเชิงกีฬา นำเสนอข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวด้านกีฬาใหม่ ๆ อาทิ Golf & Sport Tourism และ 50 Shades of Blues (กีฬาทางทะเล) รวมถึงการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา อาทิ Amazing Sports & Extreme Month (เทศกาลว่าวนานาชาติ, ไตรกีฬาจักรยานทางไกล, Amazing Multi Surf Festival และ Amazing Thailand City Run ที่จะมีขึ้นในปีนี้

เพื่อเป็นการตอบรับกับทิศทางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ททท. จึงมุ่งส่งเสริมและสนับสนุน
ให้การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด BCG เน้นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เนื่องจากการจัดกิจกรรมกีฬาใหญ่ ๆ หลายครั้งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสร้างขยะจำนวนมาก


การจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด BCG อาทิ การจัดหาสถานที่จัดงานโดยมีแนวทางปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม
การจัดทำ E-Tickets ลดการใช้อุปกรณ์ซึ่งทำจากกระดาษที่ไม่จำเป็น การบริหารจัดการการกำจัดขยะและของเสีย การนำเสนออาหารท้องถิ่นตามฤดูกาล และการสนับสนุนการเดินทางด้วยรถสาธารณะหรือยานพาหนะ
ที่มลพิษน้อย ฯลฯ นอกจากจะเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันและผู้ชมแล้ว ยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ที่จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามมาอีกด้วย









airasia Super App เปิดตัวบริการ SUPER+ ที่ทุกคนรอคอย บินทั่วไทยเเละอาเซียน

posted Mar 27, 2022, 11:58 PM by Maturos Lophong   [ updated Mar 28, 2022, 1:34 AM ]



airasia Super App เปิดตัวบริการ SUPER+ ที่ทุกคนรอคอย บินทั่วไทยเเละอาเซียน พร้อมส่งอาหารฟรีแบบไม่ยั้ง!


กรุงเทพฯ วันที่ 28 มีนาคม 2565 - airasia Super App เปิดตัว “SUPER+” ตั๋วบินสนั่นทั่วไทยและอาเซียน พร้อม airasia food ส่งฟรีไม่ยั้ง* ผลิตภัณฑ์รูปแบบสมาชิกที่จะปฏิวัติวงการการท่องเที่ยวเพื่อทำให้ฝันในการเดินทางท่องโลกของทุกคนเป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น มีจำหน่ายพร้อมกันแล้ววันนี้ในประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 เมษายน 2565


โดยผู้ที่ซื้อพาส “SUPER+” ตั๋วบินสนั่นทั่วไทยและอาเซียน พร้อม airasia food ส่งฟรีไม่อั้น สามารถรับสิทธิประโยชน์มากมายดังต่อไปนี้


แลกเที่ยวบินได้ไม่จำกัดสำหรับสมาชิก เพื่อเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชียในเครือทุกสาย (รหัสเที่ยวบิน AK, FD, QZ, Z2) ทั่วทั้งภูมิภาค ทั้งสำหรับจุดหมายปลายทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ


สั่งอาหารผ่าน airasia food ในเขตพื้นที่ให้บริการ โดยไม่เสียค่าส่ง ไม่ว่าจะสั่งใกล้สั่งไกล ก็อิ่มอร่อยได้กับร้านดังระยะทางสุงสุด 15 กม.**

คุ้มครองการบอกเลิกการเดินทาง*


สมาชิก SUPER+ จะสามารถแลกเที่ยวบินได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2565 ถึง 27 มีนาคม 2566 เพื่อเดินทางตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2565 - 10 เมษายน 2566






สมาชิกสามารถเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์จากบริการที่หลากหลายครบวงจรของแอร์เอเชียทั้งหมด ซึ่งบริการต่างๆ จะถูกทะยอยเพิ่มเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่ถือพาสต์นี้ อาทิ ส่วนลดสำหรับการโดยสาร airasia, airasia xpress, SNAP, โรงแรม และอื่นๆ อีกมากมาย


สำหรับตั๋วบินสนั่น SUPER+ มีราคาเพียง 4,999 บาท และสามารถซื้อได้บน airasia Super App โดยคลิกที่ไอคอน 'SUPER+' สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสมัครสมาชิก SUPER+ คลิกที่นี่ ทั้งนี้ราคาทั้งหมดข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว


ทั้งนี้ ตั๋วบินสนั่น SUPER+ มีจำนวนจำกัด*** โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 เมษายน 2565 เท่านั้น โดยผู้ที่ถือพาสจะได้สิทธิ์รับความคุ้มครองกรณีบอกเลิกการเดินทางตามข้อกำหนดและเงื่อนไข


อแมนดา วู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร airasia Super App กล่าวว่า “นี่เป็นโอกาสที่ลูกค้าของเราจะได้สัมผัสกับสินค้าและบริการที่มากกว่าเพียงแค่ที่อยู่ airasia Super App ด้วยพาส SUPER+ จะช่วยให้สมาชิกเพลิดเพลินไปกับการประหยัดที่มากขึ้นซึ่งมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นสำหรับการเดินทางและความต้องการในชีวิตประจำวันของพวกเขา เราภูมิใจที่เป็นแพลตฟอร์มซูเปอร์แอปเพียงแพลตฟอร์มเดียวในตลาดที่สามารถเสนอบริการในรูปแบบสมาชิกนี้ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการให้บริการสำหรับภูมิภาคอย่างชัดเจน”


“การเดินทางทางอากาศกำลังกลับมาฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศต่างๆ ทั่วอาเซียนที่เริ่มประกาศเปิดพรมแดนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการการเดินทางช่องทางพิเศษสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน (VTL) ด้วยสิทธิ์ SUPER+ จะอำนวยความสะดวกให้การเดินทางเป็นไปได้สะดวกและอยู่ในราคาที่เอื้อมถึงได้สำหรับทุกคน เพื่อเติมเต็มความฝันและความต้องการออกเดินทางสำรวจจุดหมายปลายทางที่หลากหลายภายในเครือข่ายการเชื่อมต่อที่กว้างขวางของกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย นอกจากนั้น สมาชิกยังสามารถเข้าถึงสิ่งที่ดีที่สุดของบริการต่างๆภายใต้ airasia Super App ผ่านบริการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่หลากหลายทั่วทั้งภูมิภาค”


นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตั๋วบินรัวๆ ไม่จำกัดในประเทศไทย ได้รับความนิยมสูงต่อเนื่อง เป็นบริการที่ทุกคนรอคอย ซึ่งการเปิดตัว “SUPER+” ตั๋วบินสนั่นทั่วไทยเเละอาเซียน พร้อม airasia food ส่งฟรีไม่ยั้ง โดยเพิ่มความตื่นเต้นจากบริการที่หลากหลาย ในช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมสอดคล้องกับการกลับมาให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศ โดยเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 นี้ ไทยแอร์เอเชียจะให้บริการระหว่างประเทศ ถึง 7 ประเทศ 18 เส้นทาง และมีเเผนเพิ่มเส้นทางความถี่บินต่อเนื่อง ทำให้ทุกคนพลาดไม่ได้กับบริการ SUPER+ ถือเป็นการต้อนรับบรรยากาศการท่องเที่ยวเเละใช้ชีวิตที่กำลังกลับมาอีกครั้ง


ทั้งนี้เที่ยวบินที่แลกผ่าน SUPER+ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าภาษี ค่าบริการเสริม และค่าใช้จ่าย อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องทำการจองเที่ยวบินอย่างน้อย 14 วันล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง และวันเดินทางต้องไปไม่ตรงกับช่วงวันหยุดยาวของสายการบินตามที่ระบุในข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ


ติดตามข่าวสารล่าสุดและโปรโมชั่นที่น่าสนใจจาก airasia Super App ได้โดยติดตาม @airasiasuperapp บน Instagram และ Facebook เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและดียิ่งขึ้น โปรดดาวน์โหลด airasia Super App ของคุณจาก Apple App Store, Google Play Store หรือ Huawei App Gallery



*เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดต่างเพิ่มเติมได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไข และ คำถามที่พบบ่อย



**ส่งฟรี ในเขตพื้นที่ให้บริการ เมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 30 บาท สงวนสิทธิ์ในการใช้โค้ดส่วนลดอื่นๆเมื่อสั่งผ่าน SUPER+



***เฉลี่ยประเทศละ 50,000 สิทธิ์ รวม 4 ประเทศเป็น 200,000 สิทธิ์

โปรฮอตรับซัมเมอร์!! บางกอกแอร์เวย์ส จัดโปรโมชัน Summer Break

posted Mar 15, 2022, 10:33 PM by Maturos Lophong



โปรฮอตรับซัมเมอร์!! บางกอกแอร์เวย์ส จัดโปรโมชัน Summer Break

มอบส่วนลดบัตรโดยสารราคาพิเศษ 10%*

กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2565 – บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จัดโปรโมชัน Summer Break มอบส่วนลดบัตรโดยสารราคาพิเศษ 10% สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ* จากบัตรโดยสารราคาปกติ เมื่อสำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสารตั้งแต่วันที่ 16 – 20 มีนาคม 2565 และสามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2565 (*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด) สำหรับเส้นทางบินที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่


• เส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่



• เส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ – สุโขทัย



• เส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ – ตราด



• เส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ – ภูเก็ต



• เส้นทางระหว่าง ภูเก็ต – อู่ตะเภา



• เส้นทางระหว่าง ภูเก็ต – หาดใหญ่



ผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.bangkokair.com/summerbreak หรือ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) โทร. 1771 หรือ สำนักงานขายบัตรโดยสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามช่องทาง ดังนี้



· ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) โทร 1771 หรือ 02-270-6699 ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.



· PG Live Chat: https://bit.ly/PGLiveChatTH



· อีเมล: reservation@bangkokair.com



· เว็บไซต์ www.bangkokair.com

สิ้นสุดการรอคอย!! "สนามช้างฯ" เตรียมระเบิดศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย ครั้งแรกในรอบ 2 ปี

posted Feb 28, 2022, 11:31 PM by Maturos Lophong   [ updated Feb 28, 2022, 11:32 PM ]



สิ้นสุดการรอคอย!! "สนามช้างฯ" เตรียมระเบิดศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย ครั้งแรกในรอบ 2 ปี



"สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต" ร่วมกับ "กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา" และ "เครื่องดื่มตราช้าง" เตรียมระเบิดความมันส์ศึกสองล้อชิงแชมป์ระดับทวีปรายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2022 หลังห่างหายนาน 2 ปี โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพถึง 2 สนาม ประเดิมสนามแรก 25-27 มีนาคม และสนามปิดท้ายฤดูกาลในวันที่ 18-20 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเผยรายชื่อ 7 นักบิดไทยร่วมดวลความเร็ว ด้านเจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขันมั่นใจมาตรการรองรับและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี






วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ที่สโมสรราชพฤกษ์คลับ กรุงเทพฯ : สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ได้จัดงานแถลงข่าวจัดการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2022 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟ เวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต รวมถึงตัวแทนจาก บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จํากัด และ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด รวมทั้งทัพนักบิดตัวแทนประเทศไทยที่ลงแข่งขันในรายการเข้าร่วมงาน



การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ทวีปเอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2022 ชิงชัยทั้งสิ้น 6 สนาม ใน 5 ประเทศ โดยสนามประเทศไทยแบ่งเป็น 2 สนามได้แก่ สนามแรก และสนามสุดท้ายของฤดูกาล โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25-27 มีนาคม และ 18-20 พฤศจิกายน 2565






นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า "กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์เอเชียถึง 2 ครั้ง โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นสนามเปิดและปิดฤดูกาล หลังจากที่ห่างหายจากการเป็นเจ้าภาพกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติมาแล้วถึง 2 ปี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เป็นที่ยอมรับในสายตาของชาวต่างชาติในระดับสากล"

"ผมเชื่อมั่นว่าการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ในด้านความพร้อมของประเทศไทยในการเปิดประตูรับกิจกรรมด้านกีฬา ความพร้อมในด้านการจัดการแข่งขัน สาธารณสุข การอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับนักแข่ง, ทีมแข่ง ผู้ชม ก่อนการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับโลกอย่าง โมโตจีพี 2022 ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 นี้ เพราะจังหวัดบุรีรัมย์และสนามช้างฯ ผ่านการจัดกิจกรรมใหญ่ๆ มาแล้วหลายครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์โควิด19 ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขที่เข้มข้น ซึ่งนอกจากจะสร้างภาพลักษณ์อันดีแล้ว ยังจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการนำเม็ดเงินจากชาวต่างชาติมาสู่ประเทศไทยอีกด้วย "





นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง เปิดเผยว่า "เครื่องดื่มตราช้าง ในฐานะผู้สนับสนุนหลักในวงการกีฬา และพยายามผลักดันวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างเวทีและเตรียมความพร้อมให้แก่นักแข่ง ทีมแข่ง ชาวไทย ต่อยอดสู่รายการแข่งขันในระดับสากลต่อไป ถือเป็นโอกาสดี ที่ในปีนี้เราสามารถกลับมาจัดการแข่งขันระดับนานาชาติได้แล้ว ผมเชื่อว่า นักแข่ง ทีมแข่งไทย มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะสร้างผลงานอันน่าประทับใจ และสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยได้ ไม่แพ้ชาติอื่นๆ อย่างแน่นอน"

มร.รอน ฮ็อก ประธาน ทู วีลส์ มอเตอร์ เรซซิ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน เปิดเผยว่า "หนึ่งในเหตุผลที่เราเลือกสนามข้างฯ เป็นสนามเปิดฤดูกาลแข่งขันเพราะเรามั่นใจในศักยภาพ โดยทางสนามได้เตรียมมาตรการ ไว้พร้อมแล้ว และจากการที่สนามช้างฯ ได้จัดการแข่งขันโออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ ชิงแชมป์ประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งการแข่งขันวิ่งมาราธอนรายการบุรีรัมย์ มาราธอน เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นได้ชัดว่าสนามช้างฯ มีมาตรการในการรองรับและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าการขับเคี่ยวในทุกรุ่นของปีนี้จะเข้มข้นอย่างมาก จะทำให้แฟนๆ ได้รับความสุขจากการชมเกมในทุกเรซ"




นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า "สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ เพื่อรองรับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก กว่า 2 ปีที่ เราไม่สามารถจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติได้ การกลับมาครั้งนี้ของ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ จะทำให้แฟนความเร็วในเอเชีย โดยเฉพาะชาวไทยตื่นตัวอีกครั้ง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ขณะเดียวกันก็จะทำให้กระบวนการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตนั้น กลับมาเดินหน้าอย่างเต็มตัว"

"ในปีนี้การบ้านที่หนักที่สุดคือการจัดการแข่งขันควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางสาธารณสุข นักแข่ง ทีมแข่ง ทีมงาน จากต่างประเทศ จะต้องมีวัคซีนครบโดสและลงทะเบียนในระบบ Thaipass มีผล RT-PCR เป็นลบ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนเข้าประเทศ ต้องปฏิบัติตามมาตรการเข้าประเทศแบบ Test & Go มีการทำ RT-PCR ในวันแรกที่มาถึง พักในโรงแรมที่เป็น SHA EXTRA+ มีการตรวจ ATK ซ้ำก่อนเข้าสนามแข่งขัน ผู้ร่วมกิจกรรม รวมถึงผู้ชมต้องได้รับวัคซีนครบโดส ทั้งนี้จากความพร้อมของเราในการจัดงานระดับนานาชาติ รวมถึงความสำเร็จในการจัดงานบุรีรัมย์ มาราธอนที่ผ่านมา เราทำงานอย่างหนัก เพื่อเป็นการวางระบบทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบที่สุด " นายเนวิน ทิ้งท้าย

การแข่งขันเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ จะดวลความเร็วทั้งสิ้น 4 รุ่น ได้แก่ เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี , ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี , เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี และ อันเดอร์โบน 150 ซีซี โดยมีนักแข่งไทยเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 7 คน ประกอบด้วย รุ่นเอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์, “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ และ “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ประกอบด้วย “โฟล์ท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จากยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม, “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์, “นิว” กฤชพร แก้วสนธิ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ด้านเกมรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี จะมี “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ลงไล่ล่าความสำเร็จ


สำหรับ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2022 จะดวลความเร็วทั้งสิ้น 6 สนาม เริ่มต้นสนามแรกในวันที่ 25–27 มีนาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์, สนาม 2 วันที่ 27-29 พฤษภาคม ที่ สนาม เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย, สนาม 3 วันที่ 1-3 กรกฎาคม (ยังไม่ระบุสนามแข่ง), สนาม 4 วันที่ 12-14 สิงหาคม ที่ สปอร์ตแลนด์ ซูโก้ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น, สนามที่ 5 วันที่ 9-11 กันยายน ที่ จูไห่ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศจีน และกลับมาฉลองแชมป์ในสนามสุดท้าย วันที่ 18-20 พฤศจิกายนนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์


ทั้งนี้ แฟนความเร็วสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ โดยต้องได้รับวัคซีนครบโดสและปฎิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ซื้อบัตรเข้าชมได้แล้วที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา โดยจะมีส่วนลดค่าบัตรเข้าชม 25% เมื่อแสดงผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม และ น้ำแร่ธรรมชาติ ตราช้าง สามารถติดตามรายละเอียดส่วนลดจากผู้สนับสนุนอื่นๆได้ในเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับชมผ่านระบบออนไลน์ไลฟ์สตรีมมิ่งทั้งเพจสนามช้างและ เพจ Asia Road Racing Championship รวมทั้งชมการถ่ายทอดสดทั้งในประเทศ และทั่วเอเชีย โดยประเทศไทยรับชมผ่านช่อง ที สปอร์ต 7, ต่างประเทศรับชมผ่านช่อง SPOTV ออกอากาศ 13 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, มาเลเซีย ช่อง Astro Arena และ ประเทศอินโดนีเซีย รับชมผ่านช่อง TV One

กลุ่มแอร์เอเชีย เปลี่ยนชื่อเป็น “แคปปิตอล เอ” (Capital A)

posted Jan 27, 2022, 11:17 PM by Maturos Lophong

กลุ่มแอร์เอเชีย เปลี่ยนชื่อเป็น “แคปปิตอล เอ” (Capital A)

เอกลักษณ์องค์กรแบบใหม่ที่สะท้อนถึงธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท เพื่ออนาคตที่แข็งเเกร่งและดียิ่งขึ้น
สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ก้าวสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นพร้อมเป็นมากกว่าสายการบิน


กรุงเทพฯ วันที่ 28 มกราคม 2565 - กลุ่มแอร์เอเชีย เบอร์ฮาด (มาเลเซีย) ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น แคปปิตอล เอ เบอร์ฮาด (Capital A)

การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเเละการวางกลยุทธ์ในธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัท ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนที่ประกอบไปด้วยกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายพร้อมทำงานอย่างสอดประสานกัน โดยถือเป็นการเปลี่ยนภาพจำใหม่ของแบรนด์แอร์เอเชีย ให้เป็นมากกว่าสายการบินอย่างรวดเร็ว

นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแคปปิตอล เอ กล่าวว่า นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวโลโก้ใหม่เท่านั้น แต่เป็นก้าวสำคัญสู่ยุคใหม่ของพวกเรา เพื่อประกาศว่าเราไม่ใช่แค่สายการบินอีกต่อไป

“สายการบินถือเป็นธุรกิจสำคัญที่สนับสนุนแบรนด์แอร์เอเชียอยู่เสมอ อย่างไรก็ดี ผมมีความตั้งใจที่หนักแน่นมานานแล้วก่อนเกิดการระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ที่จะใช้ประโยชน์จากประสบการณ์และฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งที่เราได้สร้างขึ้นมาตลอด 20 ปี มาผสานกับเทคโนโลยีชั้นนำใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย นอกเหนือจากการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินเท่านั้น ซึ่งการระบาดใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้เราพัฒนากลยุทธ์และเเนวคิดนี้ให้สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว” นายโทนี่ กล่าว

แบรนด์ของเราไม่เคยหยุดนิ่ง โดยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กลยุทธ์เบื้องหลังการเปลี่ยนชื่อคือการผลักดันเอกลักษณ์องค์กรใหม่ที่สะท้อนถึงธุรกิจหลักของกลุ่มในวันนี้ และการดำเนินการในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากสายการบินไปสู่กลุ่มบริการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์รูปแบบดิจิทัลแบบครบวงจร เราเชื่อว่าแบรนด์ใหม่จะช่วยเพิ่มความสามารถทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ของเรา และเพิ่มความสำเร็จของกลุ่มบริษัทได้ในระยะยาว





สำหรับแคปปิตัล เอ เป็นบริษัทด้านการลงทุนที่มีพอร์ตธุรกิจมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะมุ่งเน้นไปที่การมอบสินค้าและบริการที่คุ้มค่าและดีที่สุดด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งซึ่งสร้างขึ้นมานานกว่าสองทศวรรษ อีกทัังเรายังมียังมีแบรนด์แอร์เอเชีย ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำและแข็งแกร่งของเอเชีย มีวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นอันดับแรก และคำมั่นสัญญาที่จะคงไว้ซึ่งความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการให้กับทุกคน เช่นเดียวกับสิ่งที่สายการบินทำตั้งแต่วันแรก หน่วยธุรกิจต่างๆ ก็จะนำเสนอกลยุทธ์เดียวกันคือทุกสิ่งที่ทำต้องดีที่สุด นั่นคือทำให้การเดินทางและการบริการในชีวิตประจำวันมีราคาไม่แพง เข้าถึงได้ และครอบคลุมสำหรับทุกคน

“ขณะนี้ เรากำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายครอบคลุม มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ในอาเซียน และด้วยการเข้าถึงผู้คนกว่า 700 ล้านคนในภูมิภาคนี้ ผมมองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับแบรนด์ของเราในอุตสาหกรรมต่างๆ ในตลาดหลักทั้งหมดของเรา” นานโทนี่ กล่าว

สำหรับ airasia Super App มีผลิตภัณฑ์และบริการ 16 รายการ ซึ่งไม่เพียงแต่มอบข้อเสนอเที่ยวบินและการเดินทางที่คุ้มค่าที่สุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความต้องการในชีวิตประจำวันด้วย ตั้งแต่อาหาร การค้าปลีก และอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงบริการขนส่งในวันเดียวกัน บริการเรียกรถ และต่างๆ อีกมากมาย เราเป็นหนึ่งในสามตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ชั้นนำของอาเซียนแล้ว และซูเปอร์แอพของเรากำลังอยู่ในเส้นทางที่จะกลายเป็นแอพไลฟ์สไตล์ชั้นนำในภูมิภาคในไม่ช้า

ธุรกิจในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดของเรากำลังก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแวดวงเฉพาะด้านนั้นๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึง BigPay แผนกวิศวกรรมอากาศยาน Asia Digital Engineering (ADE) และบริษัทร่วมทุนด้านโลจิสติกส์ Teleport

ปัจจุบันมีผู้เยี่ยมชม airasia Super App มากกว่า 50 ล้านคนในแต่ละเดือน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นยูนิคอร์นแห่งเทคโนโลยีภายในเวลาไม่ถึงสองปี ขณะที่BigPay ธุรกิจด้านฟินเทคได้รับการอัดฉีดเงินจำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐจากกลุ่มบริษัท SK ในเกาหลีใต้ และโดยรวมได้ระดมทุนไปแล้วกว่า 2.5 พันล้านริงกิตผ่านกลยุทธ์การระดมทุน จากการสนับสนุนที่แข็งแกร่งของลูกค้าและนักลงทุน ขณะนี้ได้ตั้งเป้าหมายริเริ่มการระดมทุนเพิ่มเติมสำหรับ airasia Super App, Teleport และ ADE ซึ่งจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งเร็วๆ นี้

สำหรับส่วนที่เกี่ยวข้องกับสายการบิน นายโทนี่ กล่าวว่า “ถึงแม้ว่า แคปปิตัล เอ จะเป็นชื่อบริษัทโฮลดิ้งใหม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือชื่อแบรนด์แอร์เอเชียสำหรับสายการบินของเรา ซึ่งจะยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียและเป็นแพลตฟอร์มที่พร้อมสำหรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ทั้งหมด ในการใช้ประโยชน์พึ่งพากันและกัน

“แม้ว่าสองปีที่ผ่านมาจะเป็นปีที่ยากลำบากและส่งผลให้ธุรกิจการบินเชิงพาณิชย์ แต่ผมยังมีความหวังและพร้อมสร้างโอกาสการกลับมาของปีต่อๆ ไปด้วยความมั่นใจที่มากขึ้น ปัจจุบันเที่ยวบินภายในประเทศเริ่มฟื้นตัวในตลาดหลักแล้ว แม้ว่าเที่ยวบินระหว่างประเทศจะกลับมาอย่างล่าช้าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 จากการเเพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน แต่ผมเชื่อทุกอย่างระเริ่มดีขึ้นเร็วๆ นี้ สอดคล้องกับที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับโลกหลายคนคาดการณ์ไว้ ควบคู่ไปกับแผนการกระจายฉีดวัคซีนที่รวดเร็วไปจนถึงการฉีดวัคซีนกระตุ้น ขณะที่คนทั่วโลกสามารถปรับตัวเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกับโควิด ผมหวังว่าพรมแดนจะเปิดขึ้นใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดปี 2565 และเราจะเห็นการกลับมาให้บริการตามปกติสำหรับเส้นทางระหว่างประเทศได้ภายในกลางถึงไตรมาสที่สามปีนี้” นายโทนี่ กล่าว

นอกจากนี้ เราได้ปรับเปลี่ยนตัวเอง และมีแผนการดำเนินการ 5 ปีที่เป็นรูปธรรม ซึ่งสัดส่วนรายได้ที่ไม่ได้มาจากสายการบิน จะเพิ่มมาอยู่ที่ร้อยละ 50 จากรายได้รวมของกลุ่มภายในปี 2569 และเมื่อสายการบินกลับมาให้บริการใกล้เคียงกับก่อนโควิด-19 ในอนาคตอันใกล้ เราจะสามารถสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ทั้งหมดอย่างเต็มที่ พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ควบคู่กันไป

ภายในปี 2569 แคปปิตอล เอ ตั้งเป้าที่จะบรรลุเป้าหมายดังต่อไปนี้ :


กลุ่มสายการบินที่เชื่อมต่อและให้บริการผู้คนกว่า 1 พันล้านคนในอาเซียน


แผนกวิศวกรรม (ADE) กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบริการบำรุงรักษา ซ่อมแซม หรือเป็น MRO ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


airasia Super App ก้าวเป็นสุดยอดแอปในอาเซียน


ผู้ใช้งาน BigPay 10 ล้านคนต่อเดือน


ส่วนแบ่งตลาด 10% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับ Teleport ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซ


มีผู้ลงทะเบียน 5 ล้านสำหรับกลุ่มผู้ให้ความรู้ AirAsia Academy


ยอดสั่งซื้อของชำ (grocery) ของแอร์เอเชียกว่า 21 ล้านรายการต่อเดือน

ชื่อบริษัทโฮลดิ้งแห่งใหม่คือ แคปปิตัล เอ มีผลทันทีหลังจากการจดทะเบียนชื่อโดยคณะกรรมการบริษัทแห่งมาเลเซียที่ประกาศเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2565 และได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการวานนี้ (วันที่ 27 มกราคม 2565)

การเปลี่ยนชื่อจาก แอร์เอเชีย เบอร์ฮาด เป็น แคปปิตัล เอ จะไม่มีผลใดๆ ต่อการดำเนินงานของบริษัทที่กำลังดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ชื่อหุ้นแอร์เอเชียบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศมาเลเซีย Bursa Malaysia Securities Berhad จะเปลี่ยนแปลงโดยมีผลทันทีเพื่อสะท้อนชื่อบริษัทใหม่

1-10 of 124